ตอนที่3 พลิกชะตา
ครั้นเหออี้เปิดฝากล่องใส่แว่นตาซึ่งเป็ปลอกครอบยาวถึงกึ่งกลางพลันมีบางสิ่งร่วงหล่นออกมาท่ามกลางสายตาประหลาดใจจากทั้งคู่
“นี่มันอะไร”เหออี้ถามลูกค้าสาวด้วยความแปลกใจ
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”โจวหนิงอันยิ้มแหยตอบตามจริงเพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีกระดาษแผ่นเล็กซ่อนอยู่ด้านใน
“งั้นเอามันไปเก็บไว้ซะเถอะ”
ชายชราหยิบกระดาษแผ่นเล็กพับอย่างบรรจงยื่นให้ลูกค้าสาวเพราะคิดว่าเป็สมบัติเก่าของตระกูลเธอ
โจวหนิงอันรับกระดาษแผ่นเล็กแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเงินทันทีเพราะยังไม่คิดเสียเวลาเปิดอ่านตอนนี้ด้วยอยากรู้ราคาสินค้าชิ้นพิเศษมากกว่า
สักพักหนึ่งชายชราใช้แว่นขยายและไฟฉายตรวจสอบภายนอกและภายนอกกล่องใส่แว่นตาพกพาอย่างละเอียดก่อนเก็บอุปกรณ์ไว้ที่เดิม แล้วเงยหน้าบอกข้อมูลบางส่วนให้หญิงสาวสวมแว่นตาทรงเทอะทะได้รับรู้ว่า
“มันเป็กล่องใส่แว่นตาในยุคสมัยราชวงศ์ถังไม่นึกเลยว่าฉันจะมีโอกาสได้พบเห็นมัน ดูท่าแม่หนูคงไม่รู้ล่ะสิว่ามันมีอายุยาวนานแล้วถ้าจะให้ฉันรับซื้อไว้ละก็ ฉันให้ราคาได้แค่ห้าแสนหยวนเท่านั้นนอกซะจากแม่หนูอยากได้ราคามากกว่านี้ นั่นคงเสียเวลาสักหน่อยเพราะต้องเอาไปเข้าโรงประมูลเอง”
โจวหนิงอันพยักหน้าเข้าใจข้อมูลจากชายชรามากขึ้นพลางคิดว่าไม่ควรโลภเกินไปเพราะมีเวลาจำกัดต้องรีบโอนเงินไปช่วยเหลือแม่จึงยิ้มแล้วชายชราตามจริงว่า
“อันที่จริงหนูก็อยากได้ราคาสูงกว่านี้แต่หนูก็พอเข้าใจได้อยู่ว่าเถ้าแก่คงขายต่อให้มีกำไรเหมือนกัน หนูพอใจราคาแค่นี้แล้วค่ะตกลงว่าหนูจะขายตามที่เถ้าแก่เสนอมา”
หญิงสาวเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์เป็อย่างดีทว่าในชาติก่อนเธอต้องทำตัวเป็คนโง่เง่าเพื่อไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งจากความอิจฉาของเพื่อนทั้งยินยอมเป็ลูกไล่ของเพื่อนสนิทผู้ทรยศอีกโดยหวังได้รับการยอมรับให้เข้าพวกจากทุกคนกระนั้นเธอกลับถูกกระทำอย่างไม่เป็ธรรมมาตลอด ชาตินี้เธอคิดจะเอาคืนพวกเขาให้สาสม!
เมื่อชายชราได้ยินคำตอบจากเ้าของสินค้าพลางพยักหน้าพอใจแล้วบอกให้ลูกค้าเตรียมตัวไว้ว่า
“ถ้างั้นก็เขียนเลขบัญชีธนาคารให้ด้วยเดี๋ยวฉันจะโทรบอกเด็กโอนเงินเข้าให้ ว่าแต่แม่หนูจะเอาบัตรธนาคารด้วยไหม ฉันจะได้บอกเด็กเตรียมมาให้ทีเดียว”
โจวหนิงอันกระพริบตาปริบด้วยนึกไม่ถึงว่าชายชราจะใจดีและเอื้ออำนวยความสะดวกให้ตนมากขนาดนี้พลางรับกระดาษเปล่าจากมือเขา แล้วพยักหน้ายิ้มแทนคำตอบก่อนเขียนหมายเลขบัญชีธนาคารอย่างรวดเร็ว
จากนั้นชายชรารับกระดาษหมายเลขบัญชีธนาคารพร้อมชื่อจากหญิงสาวแล้วบอกให้นั่งรอด้วยความเมตตาว่า
“รอเดี๋ยวนะ”เหออี้ยิ้มให้ลูกค้าสาวแล้วหมุนตัวเดินผ่านมู่ลี่เข้าไปทางหลังร้าน
สักพักหนึ่งชายชราเดินออกมาหาลูกค้าสาวแต่พบว่าเธอยืนดูสินค้าอยู่หน้าร้าน โดยยืนอยู่ระหว่างสินค้าอันเคยเป็บททดสอบใช้ประเมินทักษะลูกศิษย์บางคนพลางยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์ด้วยเคยเห็นพฤติกรรมประหลาดของเธอก่อนหน้าจึงคิดจะทดสอบทักษะของเธอในที
ไม่แน่ว่าวันนี้ฉันอาจมีผู้ช่วยคนใหม่อุตส่าห์ให้เด็กประกาศหาผู้ช่วยในร้านมาตั้งนาน ลองดูสักหน่อยเป็ไงเผื่อแม่หนูคนนี้จะมีพร์ตรวจประเมินโบราณวัตถุได้ ฉันจะได้เอาคืนตาแก่กู้ซะที!
เหออี้หรี่ตามองท่าทางสนใจโบราณวัตถุของหญิงสาวอย่างพิจารณาจากนั้นเดินเข้าไปหาอย่างมีความหวัง
“อะนี้.....แม่หนูลองตรวจสอบข้อความดูสิว่าธนาคารแจ้งมาเหรอยัง”
ชายชรายื่นบัตรธนาคารพร้อมบอกให้ตรวจสอบข้อความในโทรศัพท์ของหญิงสาวจะได้เสร็จสิ้นธุรกรรมซื้อขายระหว่างกัน
โจวหนิงอันสะดุ้งเล็กน้อยพลางหยิบโทรศัพท์ตรวจสอบข้อความเข้าแล้วแจ้งชายชราด้วยความยินดีว่า
“เข้ามาแล้วค่ะขอบคุณเถ้าแก่มาก ๆ เลยนะคะ”
หญิงสาวพยายามควบคุมความตื่นเต้นยินดีไว้สุดกำลังด้วยไม่เคยมีเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน พลางคิดจะพลิกชะตาชีวิตใหม่ด้วยทักษะลับของตนถึงอย่างนั้นเธอต้องกระพริบตาปริบอีกครั้งเพราะไม่คิดว่าชายชราจะสอบถามบางอย่างกับตนว่า
“แม่หนูพอจะบอกได้ไหมว่าสินค้าสองอย่างนี้อันไหนเป็ของแท้หรือของเลียนแบบ”
โจวหนิงอันมองตามนิ้วชายชราชี้ตรงไปยังแจกันโบราณสองใบตั้งอยู่บนชั้นตรงหน้าเธอกำลังจ้องมองด้วยความสนใจอยู่เพราะไม่พบว่ามีส่วนใดแตกต่างกันแต่สีที่ดวงตาเธอมองเห็นนั้นกลับกลายเป็คนละสีพอได้ยินคำถามจากชายชราบวกกับราคากล่องใส่แว่นตาที่เพิ่งขายไปจึงมั่นใจในทักษะลับแล้วชี้นิ้วตอบเขาอย่างไม่ลังเลใจว่า
“อันนี้เป็ของเลียนแบบค่ะส่วนแจกันใบนี้เป็ของแท้”
เหออี้เลิกคิ้วประหลาดใจเพราะหญิงสาวไม่คิดจะร้องขอััหรือตรวจสอบแจกันโบราณให้ละเอียดก่อนตอบคำถามแต่บอกคำตอบทันทีด้วยความมั่นใจ พลางหรี่ตาพิจารณาลูกค้าสาวแล้วถามที่มาของคำตอบว่า
“ช่วยบอกฉันทีว่าแม่หนูดูยังไงถึงบอกว่าอันไหนเป็ของแท้หรือของเลียนแบบ”
โจวหนิงอันนิ่งอึ้งไปแว่บหนึ่งเพราะกำลังคิดหาคำตอบให้เหมาะสมอยู่เธอไม่สามารถบอกเื่ดวงตาวิเศษออกไปได้ จึงโมเมเอาเองขึ้นมาว่า
“พอดีหนูรู้สึกว่าอันนี้มันน่าจะเป็ของแท้เหมือนมันจะมีความพิเศษบางอย่าง แต่ไม่รู้สิคะ หนูแค่รู้สึกว่ามันเป็อย่างนั้น”
หญิงสาวยิ้มแหยให้ชายชราเพราะนึกคำตอบที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วพลางหวังให้เขาเชื่อคำตอบอันไร้สาระของตน
อย่างไรก็ดีโจวหนิงอันต้องกระพริบตาประหลาดใจอีกครั้งเพราะเขาเดินนำไปยังมุมหนึ่งของร้านแล้วชี้นิ้วถามเธออีกครั้งโดยยังไม่เฉลยคำตอบที่ผ่านมากระนั้นเธอตอบเื่การเปรียบเทียบระหว่างกาน้ำชาสองใบซึ่งมีขนาดและลวดลายแตกต่างกันว่า
“ถ้าหนูจะบอกว่าหนูรู้สึกเหมือนเดิมล่ะคะว่ากาน้ำชานี่เป็ของแท้ส่วนใบนี้มีความเก่าและลวดลายบรรจงกว่าแต่หนูก็ยังรู้สึกว่ามันเป็ของปลอมอยู่ดีค่ะ”
จากนั้นชายชราเหออี้พาหญิงสาวไปตรวจสอบสินค้าในร้านอีกสามคู่รวมตอนนี้เขาทดสอบทักษะประหลาดของเธอไปแล้วห้าคู่ซึ่งเป็ชิ้นใช้กำราบผู้จะเข้ามาฝากตัวเป็ศิษย์พอได้รับคำตอบสุดท้ายถูกต้องอีกเช่นเคยพลางจ้องมองลูกค้าสาวผู้จะกลายมาเป็ผู้ช่วยและลูกศิษย์คนใหม่ของตนจึงเสนอเงื่อนไขบางอย่างว่า
“แม่หนูเป็คนแรกที่ตอบคำถามฉันด้วยความมั่นใจว่าแต่ตอนนี้มีงานทำหรือว่ายังเรียนอยู่ล่ะ”
โจวหนิงอันตาโตแว่บหนึ่งด้วยความประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าชายชราจะถามเื่ซึ่งเธอกำลังคิดหางานทำอยู่พอดีพลางถามหาคำตอบจากเขาด้วยความอยากรู้ก่อนตัดสินใจร่วมงานว่า
“หนูเรียนจบแล้วค่ะพอดีจบแค่อนุปริญญาแล้วก็กำลังหางานทำอยู่ ว่าแต่ที่หนูตอบเถ้าแก่ไปเมื่อตะกี้คำตอบหนูถูกต้องไหมคะ”
ชายชราเหออี้เลิกคิ้วประหลาดใจเล็กน้อยพอสบตาั์ตาสีน้ำตาลกลมโตซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตาทรงล้าสมัยเขาพยักหน้าตัดสินใจรับเธอเข้าทำงาน แล้วยังคิดวางแผนสอนสั่งเธอให้กลายเป็ผู้ช่วยมือฉมังให้ได้ว่า
“ถูกต้องสิถูกต้องทุกชิ้นเลยด้วย ถ้างั้นพรุ่งนี้สะดวกมาเริ่มงานได้ไหม พอดีร้านฉันไม่ปิด่ตรุษจีนแต่ถ้า-”
ฉับพลันโจวหนิงอันตาโตเป็ประกายพลางก้มศีรษะคำนับพร้อมกล่าวตอบรับโดยไม่ปล่อยโอกาสงามให้หลุดลอยไปว่า
“ว่างค่ะพรุ่งนี้หนูจะมาเริ่มงานเลย หนูไม่ได้กลับบ้าน่ตรุษจีนหรอกคะ ขอบคุณเถ้าแก่มากๆ เลยนะคะ”
เหออี้นิ่งอึ้งชั่วครู่เพราะยังพูดไม่ทันจบประโยคแต่เห็นหญิงสาวรีบก้มศีรษะขอบคุณจึงหัวเราะขบขัน ด้วยไม่คิดว่าข้อเสนอของตนจะได้รับตอบกลับด้วยดีพลางสอบถามข้อมูลส่วนตัวและแจ้งเงินเดือนให้รู้ แล้วนัดหมายเริ่มงานในพรุ่งนี้ั้แ่เวลาแปดนาฬิกาเป็ต้นไปจากนั้นต่างแยกย้ายด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกัน
ต่อจากนั้นเหออี้เดินกลับเข้าไปภายในร้านอย่างรวดเร็วเพราะมีเ้านายรออยู่พอจะทรุดนั่งฝั่งตรงข้ามกับเ้านายประหลาด พลันชะงักค้างท่าเดิมโดยไม่ยอมหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้
เป็ไปไม่ได้?! ฉันคงตาฝาดมากกว่า สงสัยตามัวหรือไม่ก็ดีใจเื่มีผู้ช่วยในร้านซะทีคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอก นายท่านไม่เคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนเลยนี่นา
ชายชราครุ่นคิดก่อนสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วหย่อนก้นลงนั่งพลันมีเสียงถามอันราบเรียบจากชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเหมือนคนโบราณซึ่งอยู่ในท่าก้มหน้าตรวจสอบสินค้าอยู่ว่า
“เป็อะไรไปล่ะนั่นเสี่ยวอี้หน้าฉันมีอะไรประหลาดนักเหรอ”
เหออี้ยิ้มแห้งให้เ้านายประหลาดก่อนตอบอย่างไม่แน่ใจแล้วโบกมือปฏิเสธในท้ายที่สุดว่า
“ผมคงตาฝาดมากกว่าครับนายท่านพอดีแม่หนูเ้าของกล่องใส่แว่นตานี่ ผมเห็นว่ามีหน้าตาเหมือนนายท่านเกือบทุกกระเบียดนิ้วแต่มันคงเป็ไปไม่ได้หรอกครับ”
โจวเกอชะงักมือกำลังตรวจสอบกล่องใส่แว่นตาทันทีก่อนพยักหน้าเข้าใจโดยไม่คิดสนใจถามอีก พลางพิจารณาโบราณวัตถุขนาดเล็กอย่างละเอียดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาแต่ถามชายชราถึงกำหนดการพิเศษวันพรุ่งนี้ว่า
“ช่างเถอะว่าแต่เตรียมเื่ของเราไปถึงไหนแล้ว”
ฉับพลันเหออี้ตบเข่าดังฉาดใหญ่พลางยิ้มเขินอายเพราะตนหลงลืมเื่สำคัญจนไม่ได้กำชับผู้ช่วยคนใหม่ จึงตอบเ้านายด้วยรู้สึกผิดว่า
“ขอโทษครับเ้านายผมลืมสั่งแม่หนูอันอันไว้ซะด้วย แต่ไม่เป็ไรหรอกครับท่าทางแม่หนูอันอันฉลาดทีเดียว พรุ่งนี้น่าจะจัดการคนทางนี้ไว้ได้ พวกเราก็ไปทำตามแผนเดิมได้สะดวกแน่ครับ”
โจวเกอชะงักมืออีกครั้งก่อนวางสินค้าลงกับโต๊ะแล้วเงยหน้าสบตาชายชราผู้มีอายุน้อยกว่าตนมากมายนักแล้วย้ำเสียงเข้มเพราะไม่้าให้แผนการวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็วันไหว้่ตรุษจีนต้องผิดพลาดได้ว่า
“ถ้ามั่นใจก็ดีอย่าให้ผิดพลาดแล้วกัน”