หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม
หลินอวิ๋นหลังจากที่ออกมาจากลานประมูลแล้ว ก็พบเข้ากับถงหู่ในหอหมื่นทรัพย์
“ยินดีกับคุณชายหลินด้วย เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ เกรงว่าคงจะไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไรแล้ว”
“เจ้าเหมือนจะรู้ว่าข้าจะต้องมา”
“ถงหู่หัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ย “แน่นอนอยู่แล้ว ในมือมีศิลาวิญญาณก้อนใหญ่เช่นนี้ จะต้องคิดว่าจะใช้ไปอย่างไรดี”
“เดาออกมาได้ไม่ผิดนัก ข้าต้องการมาซื้อของจริง ๆ”
หลินอวิ๋นมองไปยังถงหู่อย่างยินดี แล้วเอ่ยออกมาตรง ๆ “ข้าต้องการยาลูกกลอน เป็นยาลูกกลอนที่ดียิ่งกว่ายาลูกกลอนละลายโลหิต! อีกอย่างหนึ่ง ข้ายังอยากจะแลกเปลี่ยนบางส่วนเป็นศิลาวิญญาณระดับกลางจากท่าน”
ถงหู่เอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม “ด้วยระดับของเจ้าในตอนนี้แล้ว ที่จริงเพียงแค่ยาลูกกลอนละลายโลหิตก็เพียงพอแล้ว กระทั่งมากเกินพอแล้ว ไม่จำต้องสิ้นเปลืองศิลาวิญญาณ”
พลังยุทธ์ขั้นหกใช้วิธีการฝึกฝนอวัยวะภายใน ยาลูกกลอนละลายโลหิตยังคงส่งผลที่ทรงพลังเช่นเคย ล้วนเพียงพอที่จะใช้แล้ว
หลินอวิ๋นเอ่ยออกมาเสียงเบา “สำนักชิงอวิ๋นมีการทดสอบกลางปีนี้ คู่ต่อสู้ในรอบถัดไปของข้า เป็นศิษย์ฝ่ายนอกพลังยุทธ์เกือบจะถึงขั้นของพลังยุทธ์ขั้นแปด”
“นี่... ”
ถงหู่แอบลอบมองมายังหลินอวิ๋น เอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง “ว่ากันตามตรงแล้ว ด้วยพลังยุทธ์ของเจ้าในตอนนี้แล้ว เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้ โอกาสชนะมีไม่มากนัก หากว่าเจ้าต้องการยาลูกกลอนที่ช่วยให้ระเบิดพลังออกมาแล้ว ข้าก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่ว่าประสิทธิภาพมีไม่มากนัก ข้าแนะนำให้เจ้าไตร่ตรองให้ดี”
หลินอวิ๋นหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ไม่จำเป็น ข้าเพียงแต่ต้องการยาลูกกลอนที่ช่วยให้พลังยุทธ์ขั้นหกก้าวหน้ายิ่งขึ้น ดูว่าก่อนการประลองจะสามารถพุ่งไปสู่พลังยุทธ์ขั้นเจ็ดได้หรือไม่ ส่วนเรื่องอื่นนั้น เถ้าแก่ถงไม่จำเป็นต้องกังวล”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่ถามอะไรให้มากแล้ว พลังยุทธ์ขั้นหกที่สำคัญก็คือการฝึกฝนจิตใจ” ถงหู่มองมายังหลินอวิ๋น เอ่ยเสียงเคร่งขรึม “หากว่าเจ้าต้องการแล้วละก็ ข้าสามารถขายให้เจ้าได้เม็ดหนึ่ง ราคาศิลาวิญญาณระดับล่างสี่พันก้อน”
ยาลูกกลอนรักษาใจ!
หลินอวิ๋นเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง เพียงแต่เข้าใจไม่มากนัก และไม่อาจจะแลกเปลี่ยนยาลูกกลอนนี้ได้ในสำนักชิงอวิ๋น
มีเพียงแค่มีส่วนช่วยให้ภารกิจใหญ่ของสำนักสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ถึงจะได้เป็นรางวัลมา
ศิษย์ฝ่ายในหลายคนเองล้วนแต่ยังไม่มีทางที่จะได้มา หายากยิ่งนัก และแม้แต่สำนักชิงอวิ๋นเองเกรงว่าก็คงไม่มีเก็บเอาไว้มากนัก
แรกเริ่มก็เปิดให้มีการแลกเปลี่ยน แต่ก็ยิ่งหายากขึ้น
“เถ้าแก่ถง ช่างมีมือตาทั่วฟ้าจริง แม้แต่ยาลูกกลอนรักษาใจเองก็มี”
หลินอวิ๋นมองมายังฝ่ายตรงข้าม แววตามีความประหลาดใจแวบผ่านมา
ถงหู่หัวเราะเฮ่อเฮ่อเอ่ยออกมา “หอหมื่นทรัพย์ ป้ายชื่อของเรานี้ไม่ใช่เรื่องปลอม ๆ ยาลูกกลอนที่ดีกว่ายาลูกกลอนรักษาใจก็ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่มี”
“อ๋อ?”
หลินอวิ๋นเอ่ยออกไปตามน้ำ แต่กลับไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยวาจาใหญ่โตออกมา
“แต่ว่าเจ้าก็อย่าได้ถามอีกเลย ด้วยระดับของเจ้าแล้ว ภายในหนึ่งถึงสองปีนี้ก็ยังไม่อาจจะใช้ได้”
เถ้าแก่ถงมองไปยังหลินอวิ๋นที่มีท่าทางสงสัย ก็ยิ้มออกมาจาง ๆ เผยท่าทีคาดเดาไม่ได้ออกมา
หลินอวิ๋นในใจสั่นไหว เอ่ยออกมา “ไม่จำเป็น! ข้าเคยเป็นหนี้บุญคุณผู้อื่นมหาศาล และก็ไม่รู้ว่าจะคืนอย่างไรดี เจ้าลองพูดให้ข้าฟังหน่อย หากว่ามีมูลค่าเพียงพอแล้ว จะใช้ศิลาวิญญาณเท่าไหร่ข้าก็ซื้อ”
เมื่อเห็นว่าท่าทางของหลินอวิ๋นดูจริงจัง ถงหู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอ่ยตอบออกมา “ยาลูกกลอนแก่นสวรรค์!”
“มีประโยชน์อย่างไรกัน?”
ยาลูกกลอนรักษาใจหลินอวิ๋นยังพอจะได้ยินมาบ้าง แต่ยาลูกกลอนแก่นสวรรค์นี้กลับไม่เคยได้ยินมาก่อน
“พลังยุทธ์ขั้นสิบ เป็นระดับหนึ่งที่มีอุปสรรคอยู่ เมื่อมาถึงระดับเก้าแล้ว อยากจะทะลุขึ้นไปสู่ระดับสิบ จะต้องหลอมรวมยาที่ได้มาจากเมล็ดพันธุ์เบิกฟ้า นี้ไม่ใช่อุปสรรคที่ง่าย ๆ เป็นเส้นแบ่งเขตระดับกัน!”
ถงหู่หยุดลงแล้วเอ่ยต่อมาว่า “ยาลูกกลอนแก่นสวรรค์นี้ สามารถเพิ่มโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่ระดับสิบได้สามส่วน”
“เมล็ดพันธุ์เซียนเทียน?”
สีหน้าของหลินอวิ๋นเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาของถงหู่ผู้นี้ ดูเหมือนว่าจะกว้างขวางไม่น้อย
และเมื่อเอ่ยถึงเรื่องที่พอจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่ว่าเขาก่อนหน้านี้กลับไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า เมล็ดพันธุ์เซียนเทียนคืออะไรกัน?
ถงหู่เอ่ยเสียงเบา “ไม่ผิดแล้ว พลังยุทธ์ขั้นสิบ อีกทั้งยังถูกเรียกว่าเซียนเทียน สามารถรวบรวมกำลังภายในทั่วทั้งกายและปราณโลหิต หลอมรวมออกมากลายเป็นเมล็ดพันธุ์เบิกฟ้า และมีเพียงการใช้เมล็ดพันธุ์เบิกฟ้านี้เท่านั้นถึงจะเรียกได้ว่าก้าวเข้าสู่ระดับเบิกฟ้าแล้วจริง ๆ เมื่อถึงเวลานั้นสิ่งที่พบก็เป็นอีกฉากหนึ่งแล้ว”
“ข้าอยากได้!”
หลินอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรออกมาให้มากความ เอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมา
เขาตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ แต่ว่าของสิ่งนี้สำหรับซูจื่อเหยาแล้ว คิดว่าคงจะได้ใช้ภายในเร็ว ๆ นี้แน่
ด้วยพรสวรรค์และพลังยุทธ์ของซูจื่อเหยาแล้ว มีเพียงแค่ยาลูกกลอนแก่นสวรรค์เท่านั้น ถึงจะดึงดูดนางได้ ไม่เช่นนั้นแล้วสมบัติล้ำค่าอื่นใด เมื่ออยู่ต่อหน้าของนาง ก็เป็นเหมือนกันกับเรื่องตลก
คิดย้อนไปถึงนางเมื่อสองปีก่อนแล้ว ยาลูกกลอนล้ำค่ามากมายต่างก็ยกให้เป็นรางวัล เห็นได้ว่าเป็นคนที่ออกจะมั่งมีและมองแต่ของที่อยู่สูงส่ง ดูแคลนของทั่วไปมานานแล้ว
คืนเป็นสิบเท่า ในตอนนั้นที่เอ่ยออกมาว่าจะคืนเป็นสิบเท่า ก็ต้องพูดได้ทำได้
และต่อให้จะมีค่ามากยิ่งไปกว่านี้ หลินอวิ๋นเองก็ไม่เสียดาย เพราะนี้มันเป็นหนามที่ตำอยู่ในใจของเขา
ถงหู่ตะลึงออกมาเล็กน้อย กลับไม่คิดว่าหลินอวิ๋นจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่เช่นนี้
มุมปากเผยรอยยิ้มขี้เล่นออกมา เอ่ยเสียงเบา “เจ้าจะทนยอมมอบยาลูกกลอนที่ล้ำค่าเช่นนี้ให้ผู้อื่นหรือ? และนี้ก็เป็นสมบัติล้ำค่าในร้านข้า ผู้อาวุโสของหลายสำนักใหญ่ต่างก็เสนอราคาสูงเพื่อจะซื้อมัน แต่ว่าล้วนแต่ถูกข้าปฏิเสธไป”
“เสนอราคามาเถอะ”
พ่อค้าแสวงหากำไร ที่เรียกว่าสมบัติล้ำค่าของร้าน จะขายได้หรือไม่นั้นล้วนแต่เป็นปัญหาที่ราคา
ถงหู่หรี่ตาทั้งคู่ลงเล็กน้อย เอ่ยพร้อมหัวเราะ “ศิลาวิญญาณระดับล่างสี่หมื่นก้อน ไม่มีต่อราคา”
“ตกลง”
หลังจากนั้นเพียงครู่ หลินอวิ๋นก็ได้รับยาลูกกลอนรักษาใจหนึ่งเม็ด ยาลูกกลอนแก่นสวรรค์หนึ่งเม็ด และยังมีศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งหมื่นก้อนที่เปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณระดับกลางสิบก้อน
ศิลาวิญญาณระดับล่างห้าหมื่นสี่พันก้อนก็ใช้ไปจนหมดพอดิบพอดี
หลินอวิ๋นหัวเราะกับตนเอง “ช่างบังเอิญเสียจริง ไม่มากไม่น้อยไป ศิลาวิญญาณของข้าถูกใช้ไปที่เถ้าแก่ถงจนหมดแล้ว”
ถงหู่เองในใจก็รับรู้ได้ หลินอวิ๋นกำลังเสียดสีตนเองอยู่
แต่ว่าสำหรับพ่อค้าแล้วข้อดีอื่นไม่มี มีเพียงแต่ใบหน้าที่จะต้องหนาเข้าไว้
ถงหู่หัวเราะออกมาอย่างเขินอายแล้วเอ่ย “คุณชายอวิ๋นล้อเล่นไปแล้ว เช่นนี้เถอะ ของในหอหมื่นทรัพย์ของข้า ท่านเลือกไปได้ตามสบาย ถูกใจสิ่งไหนก็เอาสิ่งนั้นไป ถือเสียว่าเป็นน้ำใจของข้า”
“ดี เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
หลินอวิ๋นหยัดกายลุกขึ้นมา เดินดูอยู่ภายในของหอหมื่นทรัพย์พร้อมกับถงหู่ที่เดินไปเป็นเพื่อน
ภายในหอหมื่นทรัพย์ เหมือนจะว่าไม่มีสิ่งใดที่ไม่ครอบคลุม ยาลูกกลอน ตำราลับ เกราะทหาร ดอกไม้และสมุนไพรแปลกตา และยังมีของกระจุกกระจิกที่หลินอวิ๋นเองก็ไม่รู้ชื่อเรียก
และในทุกครั้งที่หยิบของล้ำค่าขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ก็ทำให้หนังตาของถงหู่กระตุกแล้วก็ฝืนยิ้มออกมา
เอ่ยออกมาเลือกได้ตามสบาย แต่ว่านิสัยของพ่อค้าอย่างถงหู่ ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี
เดินวนไปแล้วรอบหนึ่ง หลินอวิ๋นก็มาถึงยังชั้นขายเคล็ดวิชาวรยุทธ์ต่อสู้
“ทักษะดาบแยกภูผา ศิลาวิญญาณระดับล่างสี่พันก้อน”
เหลือบมองไปยังวิชายุทธ์เล่มนี้ด้วยท่าทีที่สบาย ๆ
หลินอวิ๋นรู้สึกว่าค่อนข้างที่จะคุ้นเคย ก็ค่อย ๆ ย้อนนึกกลับไป ยิ่งคิดขึ้นมาได้ นี้เป็นที่เขาขายให้กับถงหู่
หากว่าจำไม่ผิดแล้วละก็ ในตอนนั้นขายไปเพียงแค่ศิลาวิญญาณระดับล่างหนึ่งพันห้าร้อยก้อนเท่านั้น
เมื่อหันกลับไปมอง ถงหู่ก็ยิ้มแล้วเอ่ยมาอย่างอึดอัดใจ “ราคา ราคา เพียงแค่ป้ายราคาเท่านั้น ขายไม่ได้ราคาสูงเช่นนี้หรอก คุณชายหลินอย่าได้คิดมากไป ข้าเป็นคนทำการค้า ไม่เคยที่จะรังแกเด็กและผู้ชรามาก่อน”
หลินอวิ๋นหัวเราะเยาะอยู่ในใจ เชื่อเจ้าก็แปลกแล้ว!
แล้วก็ออกเดินไปอีกไม่กี่ก้าว ตำราเคล็ดวิชาลับเล่มหนึ่งดึงดูดความสนใจเขาเอาไว้
“เคล็ดวิชานำวิญญาณ ทักษะหล่อเลี้ยงบำรุง เพิ่มความเร็วการเติบโตของวัสดุยา ศิลาวิญญาณระดับล่างสองพันก้อน”
“เล่มนี้แหละ”
เมื่อใจเต้นแล้ว หลินอวิ๋นจึงตัดสินใจได้ในทันที
-โปรดติดตามตอนต่อไป-