ย้อนเวลามาเปลี่ยนชีวิต ยุค70

    ตอนที่8 พี่ไม่ต้องสนใจบ้านตายายฉันจะเลี้ยงพี่เอง

    “ซูเจียว ซูเจี้ยน หลานไม่คิดจะไปอยู่ บ้านตายายของหลานที่ปักกิ่งบ้างหรือ”ซูต้าผิงหัวหน้าหมู่บ้านถามเด็กทั้งสอง แม่ของเด็กทั้งสองเป็๲ยุวปัญญาชนที่ถูกส่งตัวมาจากปักกิ่ง

    “บ้านตายาย ลุงหัวหน้าหมู่อยู่ที่อยู่ของตายายหรือจ๊ะ"ซูเจี้ยนที่ได้ยินคำถามของลุงหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถามอย่างสนใจ 

    “ลุงไม่มีเหรอ ลุงรู้แค่ว่าแม่ของหลานเป็๲คนปักกิ่ง บ้านตายายของหลานคงอยู่ปักกิ่ง”ซูต้าผิงบอกซูเจี้ยนตามตรง ตัวเองก็ไม่เคยถามเพื่อนว่าบ้านเมียมันอยู่ที่ไหนในปักกิ่ง เขาไม่คิดว่าเพื่อนจะมาตายพร้อมเมีย๻ั้๹แ๻่ลูกสาวยังเล็ก

    “ปักกิ่งอยู่ที่ไหนพวกฉันก็ไม่รู้ แล้วจะไปหาบ้านตายายยังไงล่ะจ๊ะ ลุงหัวหน้าหมู่บ้าน”ซูเจี้ยนเอ่ยถมเสียงเบาอย่าเสียใจที่ไม่รู้ว่าบ้านตายายอยู่ที่ไหน

    “ลุงว่ามีคนที่รู้นะว่าบ้านของแม่หลานอยู่ที่ไหน”ซูต้าผิงที่คิดไปถึงยุวชนหญิงที่มาด้วยกันกับแม่ของเด็กทั้งสอง

    "ไม่จ๊ะ พวกฉันไม่รู้จักพวกเขา เราเป็๞คนชนบทแต่ทางนั้นเป็๞คนเมือง คนเมืองไม่ยอมรับเราที่เป็๞คนชนบท พวกเขาชอบดูถูกพวกเราว่าเป็๞พวกขาจุ่มโคน คงไม่ต้อนรับพวกเราเหรอ”ซูเจียวปฏิเสธเสียงแข็ง เธอจำได้ดี เธอได้ที่อยู่ของตายายจากยุวปัญญาชนคนหนึ่งที่เป็๞เพื่อนแม่และมาจากปักกิ่งที่เดียวกัน และยังเป็๞ยุวปัญญาชนรุ่นเดียวกับแม่ด้วย

     ในปี1977 ยุวชนคนนี้มีชื่อว่า เผยลี่ฮวาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และก่อนจะกลับปักกิ่งได้เขียนที่อยู่บ้านตายายให้เธอกับพี่สาวไว้ น่าจะเกิดจากการสงสารพวกเธอที่ถูกญาติทางพ่อรังแก ถึงได้เขียนที่อยู่ของตายายในปักกิ่ง ให้เธอทั้งๆที่ไม่เคยให้ความช่วยเหลือหรือสนใจอะไรพวกเธอเลย

     ปีนั้นพวกเธอเป็๞แค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรและไม่เคยออกไปเจอโลกภายนอกหมู่บ้านทำไมไม่ได้สนใจที่จะไปบ้านตายาย 

    แต่ปีที่เธอซูเจียว หนีออกจากหมู่บ้านและเดินทางไปปักกิ่ง เธอได้ไปหาตายายที่ปักกิ่งเป็๲ที่แรก พวกเขาให้เธอพักอยู่ด้วยไม่นาน เธอไม่เคยลืมที่พวกเขาดูถูกเธอ รังเกียจเธอและด่าว่าแม่ของเธอ ทำให้ซูเจียวในตอนนั้นทนไม่ได้ต้องหนีออกมาและหางานทำที่ปักกิ่งจนเธอได้ย้อนกลับมาในวัยเด็กอีกครั้ง เธอจะไม่กลับไปให้พวกเขาดูถูกเธอและพี่สาวอีกแล้ว

    “น้องสาวทำไมพูดอย่างนี้ เรายังไม่เคยไปบอกตายายเลยนะ พวกเราก็เป็๞หลานของพวกเขา ถ้าเราไปพวกเขาอาจจะดีใจก็ได้”ซูเจี้ยนกล่าวบอกน้องสาว

    “ไม่มีทาง ที่คนพวกนั้นจะดีใจ และต้อนรับเรา หลังเห็นพวกเราไปหา มีแต่จะรังเกียจและดูถูกพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมาเท่านั้น พี่ไม่ต้องสนใจบ้านตายายฉันจะเลี้ยงพี่เอง”ซูเจียวบอกพี่สาวเสียงหนักเเน่นในตอนท้าย

    “เด็กคนนี้ ทำไมเอาแต่ใจตัวเองนัก เธอยังเด็กอยู่นะ ทำไมหัวดื้อหัวแข็งอย่างนี้”หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวไม่พอใจที่เด็กน้องอย่างซูเจียวพูดอยาก อะไรก็ไม่เอา

    “ฉันไม่๻้๵๹๠า๱ให้ใครมาดูแล พวกเราอยู่กันเองได้ พ่อแม่ทิ้งบ้านและเงินบางส่วนให้พวกเราไว้ใช้เรียนใช้กิน เราไม่๻้๵๹๠า๱ให้ ของทุกอย่างที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบาก ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น”ซูเจียวกล่าวเสียงหนักแน่น ซูต้าผิงเห็นว่าเด็กหญิงไม่ยอมท่าเดียวจึงถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก หัวหน้าหมู่บ้านคิดในใจว่าคงต้องไปพูดกับพวกพี่น้องของพ่อเด็กสองคนนี้ก่อน

     จึงพาเด็กทั้งสองกลับไปที่บ้านรองตระกูลซู เขาจะไปคุยกับญาติผู้ใหญ่ทางนั้นก่อน ว่าจะเอายังไงกันดีเด็กทั้งสองไม่ยอมไปอยู่กับใครจะอยู่กันเอง ซูต้าผิงคิดว่าจะให้ทางนั้นรับดูแลเด็กๆ แต่ให้เด็กอาศัยอยู่บ้านตัวเองไม่ต้องย้ายไปเบียดกันที่บ้านลุงและอาของเด็กทั้งสอง แค่เลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำเด็กมันไปจนกว่าจะโตคงไม่หนักหนาเกินไปหรอกนะ

    ซูเจียว ซูเจี้ยนและหัวหน้าหมู่บ้านซูต้าผิงและชาวบ้านบางส่วนที่ชอบดูเ๱ื่๵๹สนุก ตามทั้งสามมาที่บ้านด้วย พวกเขาอยากรู้ว่าเด็กทั้งสองจะได้ไปอยู่บ้านญาติคนไหน ทั้งสามและชาวบ้านเดินมาถึงบ้านกลับกำลังจะเข้าบ้าน ทั้งสามคนและชาวบ้านได้ยินเสียงเหมือนใครมารื้อค้นข้าวของภายในบ้านของเด็กทั้งสอง หรือหมู่บ้านจะมีขโมย

    ซูเจี้ยนหันไปสบตากับน้องสาว พวกเธอเดินเข้าบ้านโดยไม่ให้คนในบ้านรู้ตัว และได้ยินเสียงคนในบ้านพูดคุยกันว่า “น้องห้า พี่เหนื่อยแล้วนะ ไม่รู้พี่รองเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน”

    “พี่ใหญ่ ใช่พี่จะเหนื่อยคนเดียว ฉันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ พวกพี่ว่าเด็กสองคนนั้นจะรู้เ๱ื่๵๹แล้วเอาเงินของพ่อแม่มันไปซ้อนพวกเราหรือเปล่า”

    “มันจะรู้ได้ยังไง ว่าพ่อแม่มันมีเงินอยู่เท่าไหร่และบ้านก็มีแค่นี้มันจะเอาไปซ้อนไว้ที่ไหน อย่าพูดอะไรโง่ๆรีบช่วยกันหาเร็วๆ เดี๋ยวพวกมันกลับมาจะอดกันพอดี”

    “ฉันว่าเรารับเด็กทั้งสองมาดูแลไปก่อน และหลอกถามนังเด็กสองคนนั้น พอเราได้เงินมาแบ่งกันแล้ว ค่อยหาทางขายเด็กทั้งสองคนให้กับชายแก่ ที่อยู่หมู่บ้านไกลและยินยอมที่จะจ่ายเงินแต่งงานกับพวกมันดีไหม”

    “เอาตามน้องสามว่าแล้วกัน พอถึงตอนนั้น พวกเราก็ช่วยกัน ผลัดกันดูแลเด็กสองคนนั้น”

    “ช่วยกันเก็บของพวกนี้ก่อน เดี๋ยวเด็กสองคนนั้นกลับมาจะสงสัย”

    “แล้วไม่หาเงินแล้วเหรอ ถึงจะเก็บของแล้ว”

    “จะค่ำแล้ว แกไม่เห็นเหรอ ยังมีเวลาอีกมากที่จะหา ตอนนี้เก็บของกันก่อน”

    หัวหน้าหมู่บ้าน กรรมการเลขาธิการหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ตามมาด้วย ต่างได้ยินเสียงด้านในบ้านพูดคุยกันทุกคน พวกเขามองเด็กทั้งสองอย่างสงสาร ซูเจี้ยนที่ได้ยินพวกลุงๆพูดคุยกันเธอหันไปมองหน้าน้องสาวและเห็นว่าน้องสาวกำลังมองเธออยู่เช่นกัน ซูเจียวสบตาพี่สาวที่มองมาดวงตาของพี่สาวสั่งไหวก่อนจะมีน้ำตาใสๆไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น

    ซูเจี้ยนตอนนี้หน้าของเธอซีดลงทันทีและร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีเสียง เพื่อน๻๠ใ๽กลัวมากกับสิ่งที่เธอได้ยิน ว่าพวกพี่น้องพ่อคิดจะหลอกถามเ๱ื่๵๹เงินของพ่อแม่และจะขายพวกเธอออกไปเป็๲เมียของชายแก่ๆ

     ซูเจี้ยนรู้สึกกลัวจนตัวสั่น ซูเจียวเห็นหน้าพี่สาวซีดๆและยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า เธอเดินเข้าไปจับมือของพี่สาว เธอส่งสายตาให้พี่สาวได้รับรู้ว่า ในชีวิตนี้ของพี่สาวยังมีเธอค่อยอยู่เคียงข้างและค่อยปกป้อง ไม่ต้องกลัว เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกและเอาเปรียบพวกเราได้อีก

    หัวหน้าหมู่บ้านโมโหมากที่มาได้ยินความคิดชั่วร้ายแบบนี้ หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้าไปในบ้าน ทำให้คนในบ้านทั้งสี่คนที่กำลังรีบเก็บข้าวของที่รื้อค้นออกมาเก็บเข้าที่เดิม หันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่หัวหน้าหมู่บ้านตั้งใจเดินให้มีเสียงดัง เพื่อบอกคนด้านในรู้ว่า มีคนมาและได้ยินในสิ่งที่คนทั้งสี่พูด

    “พวกแก กำลังทำอะไรกันอยู่ในบ้านหลานสาว”หัวหน้าหมู่บ้านถามเสียงดัง ซูต้าผิงไม่คิดเลยว่าในหมู่บ้านจะมีคนที่มีความคิดชั่วๆอยู่ด้วย ตอนนี้เขาโกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไงแล้ว อยากจะไล่พวกมันออกไปจากหมู่บ้านให้หมดก็ทำไม่ได้

    “หัวหน้าหมู่บ้านมาได้ยังไง!!!? พะ พวกเรากำลังช่วยหลานสาวเก็บของไปอยู่บ้านพี่ใหญ่กันนะ”อาสี่ซูเสี่ยวมี่กล่าวแก้ตัวกับหัวหน้าหมู่บ้านแทนพี่น้องที่ยืน๻๠ใ๽