ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 74 น้ำตาของเจ้าชาย

    บทที่ 74น้ำตาของเจ้าชาย

    “ยิ้มเข้านะต่อให้ข้างกายเธอจะไม่มีฉัน ก็จงยิ้มเข้าไว้”

     


    -เอิร์ธมูน,หนึ่งปีก่อนสงครามใหญ่-

            

            ‘เบริลน่าเป็นยังไงบ้างครับ? ท่านคลาวเวียร์’

            

            แอลโด้ดันตัวเองออกจากผนังทันทีที่เห็นราชินีแห่งเอิร์ธมูนก้าวพ้นออกมาจากประตูไม้บานใหญ่

            

            คนสูงวัยกว่ายิ้มให้อย่างอ่อนแรง

            

            ‘อาการดีขึ้นมาแล้วล่ะจ้ะ ขอบใจแอลมากนะที่ช่วยดูแลน้อง’

            

            ‘ผมไม่--’

            

            ‘เพราะได้แอลช่วยดูแลน้องนั่นแหละ อาการถึงได้ดีขึ้นทั้งๆที่ยุ่งกับการดูแลเบริลอยู่แล้วแท้ๆ ยังอุตส่าห์มาช่วยดูแลเบริลน่าอีกขอบใจมากนะจ๊ะ’

            

            ฝ่ามือเรียววางทาบอยู่บนบ่าพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ เด็กหนุ่มหลบสายตา เอ่ยเบาๆเพียงว่า

            

            ‘อย่าให้เบริลน่ารู้เลยนะครับ ผมไม่อยากให้เธอเกลียดผมมากไปกว่านี้’

            

            ‘ถ้าเบลยังอยู่... ก็คงดีนะ’ คลาวเวียร์เอ่ย ‘พวกเธอจะได้มีความสุขกันเสียที’

            

            ‘ผมจะปกป้องสองคนนั้นเองครับ ท่านคลาวเวียร์’

             

     



    -เอิร์ธมูน,สิบเอ็ดเดือนก่อนสงครามใหญ่-

            

            ‘พร้อมแล้วหรือยัง...? แอล’

            

            เฟรย์ถาม

            

            ‘น้ำเสียงไม่เหมือนคนที่กำลังจะตายเลยนะครับ ท่านเฟรย์’ เด็กหนุ่มประชดใส่

            

            เฟรย์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

            

            ‘พอตายไปแล้วฉันก็มีอะไรต้องทำอีกเยอะน่ะนะ บอกตรงๆว่าตื่นเต้นมากเลยล่ะ’

            

            แอลโด้ระบายลมหายใจพรืดใหญ่อย่างไม่เกรงใจไม่เข้าใจในการกระทำของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

            

            ‘ทำพินัยกรรมหรือครับ?’ แอลถามเมื่อเห็นเฟรย์ขีดๆเขียนๆอะไรอยู่พักใหญ่บนหนังสือเล่มหนา

            

            ‘อืม... ก็ไม่เชิงหรอก เป็นบันทึกประจำวันมากกว่า เหมือนจดหมายลาน่ะ’เฟรย์บอก จรดปากกาลงบนหน้ากระดาษอย่างตั้งใจก่อนจะตวัดปลายปากกาขึ้นยืนยิ้มมองผลงานอย่างพอใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะปิดหน้ากระดาษลงฉับแล้วหันมาพูดกับเด็กหนุ่ม

            

            ‘ความจริงฉันควรจะมอบมันให้เธอมากกว่านะ หนังสือเล่มนี้น่ะแต่ฉันคิดว่าถ้ามันอยู่กับเบริลคงจะมีประโยชน์มากกว่าเธอ’

            

            ‘ตามสมควรเถอะครับ’ แอลโด้บอกอย่างไม่ใส่ใจ

            

            เฟรย์มองดูเขาด้วยนัยน์ตาอ่อนแสง

            

            ‘พรุ่งนี้ก็เต็มที่เลยนะ’ เฟรย์ว่า

            

            ‘เต็มที่กับอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าคุณเสียหน่อย’

            

            ‘ฆ่าฉันอาจจะเหนื่อยน้อยกว่ารับมือกับความเสียใจของเบริลก็ได้นะ’ เฟรย์บอก แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะพรืดเมื่อเห็นสีหน้าของแอลโด้ยามเอ่ยถึงเบริล

            

            ‘อย่าบอกเบริลเรื่องหนังสือเล่มนี้ จนกว่าเด็กคนนั้นจะพบมันด้วยตัวเอง’

            

            เฟรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นมาในทันใด

            

            ‘ผมนึกว่าคุณจะมอบให้เธอ?’ แอลว่า

            

            ‘ใช่... ฉันจะมอบให้เด็กคนนั้นแน่ ในวันพรุ่งนี้นี่แหละหลังจากนั้นฉันก็จะตาย แต่ว่า...ฉันคาดเดาปฏิกิริยาตอนที่มอบมันให้เด็กคนนั้นไม่ได้ มันอาจจะทำร้ายเธอหรือทำร้ายคนรอบข้าง ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ตาม ถ้าฉันทำไม่สำเร็จ  ฝากเธอช่วยจัดการต่อให้ด้วยนะ’

            

            ‘ยื่นให้เธอก็จบเรื่องแล้วนี่ครับ’

            

            ‘ถึงเวลาแล้วเธอจะรู้เอง’

            

            เฟรย์บอกด้วยรอยยิ้มขณะที่แอลโด้ได้แต่จ้องมองหนังสือเจ้าปัญหาโดยที่ไม่คาดคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหลังจากนั้นทุกอย่างจะเป็นไปตามคำพูดของคนตรงหน้าทุกประการ

            

     

             

            

            ‘ท่านพ่อ!’

            

            เสียงกรีดร้องของเบริลยังคงดังก้องอยู่ทั่วโสตประสาทก่อนหน้าที่ฝ่ามือบางนั่นจะเอื้อมไปสัมผัสลูกแก้ว ความมืดก็ปกคลุมไปทั่วโถงพิธีไม่ใช่จากผู้บุกรุก แต่ด้วยฝีมือของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ถูกเรียกว่าพ่อร่างสูงตรงเข้าไปคว้าร่างบางของคนเป็นลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะร่างเวทใส่ทหารยามที่พุ่งเข้าใส่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าผู้ที่คิดจะล้มพิธีสืบรัชทายาทจะเป็นองค์ราชาซะเอง

            

            ‘ไม่นะ!’

            

            เสียงของราชินีแห่งดวงจันทร์ร้องดังลั่นเมื่อเห็นราชองครักษ์หลายสิบนายร่างเวทใส่ราชาแห่งเอิร์ธมูนแต่ไร้ประโยชน์ ทุกเวทที่หมายจะทำร้ายร่างกายสะท้อนกลับมันพุ่งเข้าใส่ฝูงชนและข้าวของที่วางเรียงอยู่โดยรอบแตกละเอียด  ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานแตกตื่นเสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วห้องโถง

            

            ‘เฟรย์ ได้โปรด...’

            

            ราชินีคลาวเวียร์เอ่ยทั้งน้ำตาในอ้อมแขนกอดร่างบางของลูกสาวคนเล็กที่ถูกซ่อนจากสายตาของผู้คนด้วยเวทพรางตาไว้แน่นนัยน์ตาสีม่วงใสจับจ้องอยู่ที่ร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนที่กำลังต่อสู้กับองค์รักษ์นับสิบคนอยู่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นเรืองแสงจ้ายามที่เจ้าตัวร่างเวทใส่ผู้คนรอบข้างเบริลในอ้อมแขนของคนเป็นพ่อตัวสั่นเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะเฟรย์ร่ายเวทสะกดจิตใส่เธอไว้ในที่สุดเมื่อองครักษ์ทั้งหมดของราชวังล้มลงไปกองอยู่กับพื้นร่างสูงนั่นก็หันมาสบตาด้วย

            

            ‘ลาก่อน คลาวเวียร์... ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง’

            

            เฟรย์เอ่ยยื่นฝ่ามือไปข้างหน้าแรงอัดอากาศพุ่งออกมาจากฝ่ามือทำลายผนังวังที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นรูขนาดใหญ่ร่างสูงอุ้มร่างของเจ้าหญิงรัชทายาทไว้ในอ้อมแขนก่อนจะวิ่งออกไปจากโถงประชุมตามทางที่เพิ่งสร้างขึ้น

            

            ‘เฟรย์!’

            

            ราชินีคลาวเวียร์กรีดเสียงลั่นร่างบางของเบริลน่าในอ้อมกอดเธอสั่นสะท้าน

            

            ‘ท่านคลาวเวียร์!’

            

            เสียงของแอลโด้เอ่ยเรียกเตือนสติ

            

            ‘พาเบริลน่ากลับไปที่หอคอยก่อนครับ เดี๋ยวผมตามเบริลไปเอง’

            

            นัยน์ตาสีม่วงใสของราชินีแห่งดวงจันทร์หันมาสบตาแต่ดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรไปชั่วขณะ

            

            ‘ท่านคลาวเวียร์!’

            

            แอลโด้ตะโกนเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของผู้สูงวัยและสูงศักดิ์กว่าให้กลับคืนมา เด็กหนุ่มสบนัยน์ตาสีแดงสดของเบริลน่ามีความเสียใจฉายชัดอยู่ในแววตาของเขาก่อนที่ร่างสูงจะวิ่งออกจากห้องโถงไปอีกคน

            

            ด้านนอกปราสาทร่างของเฟรย์ เวลด์พีชยืนอยู่ตรงใจกลางลานกว้างวงแหวนเวทสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มร่างของเบริลลอยอยู่ในอากาศตรงหน้าเขาชายกระโปรงยาวสีม่วงอ่อนพลิ้วไหวเช่นเดียวกับเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่คลี่สยายถึงกลางหลังนัยน์ตาของเธอปิดสนิท ตรงขอบตามีน้ำตาไหลซึมออกมา

            

            ฝ่ามือหยาบของราชาแห่งเอิร์ธมูนยื่นตรงออกไปด้านหน้ามืออีกข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มหนาอายุหลายร้อยปีเอาไว้แน่น 

            

            นัยน์ตาของแอลโด้ครอส เบิกกว้าง เมื่อร่างของเบริลส่องแสงสีม่วงอ่อนสว่างไสว แล้วเฟรย์ก็จัดการยัดหนังสือนั่นเข้าไปในร่างเธอ

            

            บันทึกแห่งฟีนาเล่!

            

            ‘อุ๊ก...’

            

            ร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนกระอักเลือดพยายามเค้นพลังเฮือกสุดท้ายดันหนังสือเวทนั่นเข้าไปในร่างของบุตรสาว  ใบหน้าคมเข้มของราชาแห่งเอิร์ธมูซีดเผือดหยดเลือดไหลซึมออกมาตามมุมปาก วงแหวนเวทที่พื้นใต้ฝ่าเท้าส่องแสงสว่างจ้าเหมือนกับว่ามันกำลังต้านทานพลังของเขากับเบริลอยู่

            

            ร่างของเด็กสาวสะดุ้งเฮือกก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกระตุกเบริลกรีดเสียงร้องลั่นเมื่อหนังสือเวทมนตร์นั่นเข้าไปอยู่ในตัวเธอทั้งเล่มแรงอัดจากพลังที่หลั่งไหลออกมาจากร่างดันร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนให้เซถลา แต่ร่างสูงนั่นยังคงพยุงตัวเองไว้ก่อนที่จะร่ายเวทใส่ทับร่างของเธอโดยไม่สนใจสภาพของตัวเอง

            

            ‘ท่านเฟรย์!’

            

            ‘อย่าเข้ามานะ! แอล’

            

            เฟรย์ร้องตะโกนสั่งแรงระเบิดจากพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเบริลฟาดเข้าใส่ตัวเขาเกิดเป็นแผลยาวตรงท่อนขาและตามลำตัวเสื้อคลุมอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาตามบาดแผล

            

            แอลโด้กำหมัดแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดชุ่มกำปั้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะวิ่งเข้าใส่

            

            ‘พอเถอะครับ!’

            

            ‘ฉันบอกว่าอย่าเข้ามา!’

            

            ตู้ม!

            

            ร่างของเฟรย์เวลด์พีชระเบิดพลังออกเป็นวงกลม คลื่นพลังอัดร่างสูงของแอลโด้ลอยไปกระทบผนังปราสาทเด็กหนุ่มร้องลั่น กระดูกซี่โครงแทบร้าว อวัยวะภายในบางส่วนได้รับบาดเจ็บขณะที่มีหยดเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก

            

            ‘เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป... แอล ต้องอยู่ต่อไป’

            

            แล้วความทรมานนั่นก็สิ้นสุดลงวงแหวนเวทใต้ฝ่าเท้าราชาแห่งเอิร์ธมูนเริ่มอ่อนแสงขณะที่การต่อต้านจากร่างกายของเบริลเริ่มเบาบางลงเด็กสาวลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน เธอบิดตัวไปมาอย่างทรมาน

            

            ตุ๊บ!

            

            ร่างของเฟรย์ทรุดลงกับพื้นมองดูบุตรสาวที่พลิกตัวไปมาอย่างทรมานอยู่ตรงหน้าน้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มทั้งสองข้าง

            

            แอลโด้เงยหน้าขึ้นพยายามพยุงตัวเองให้ทรงตัวอยู่ให้ได้

            

            ‘ทำมันให้สำเร็จ!’

            

            ‘ท่านเฟรย์...’

            

            ‘อย่าลืม... คำขอของฉัน’

            

            ร่างสูงนั่นล้มลงกับพื้นหยาดเลือดไหลชโลมไปทั่วลานกว้าง เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ปลิวว่อนอยู่ในอากาศไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อากาศรอบตัวเขาเย็นจัดขนาดนี้

            

            ‘ฉันฝาก... เรื่อง... ต่อจากนี้ด้วยนะ’

            

            เฟรย์พึมพำบอกกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไปเด็กหนุ่มสบตาเขา น้ำตาไหลออกมาเป็นทางยาว

            

            ‘จบสงครามนี้ให้ได้ล่ะ แอล’

            

            แล้วร่างของเบริลก็ค่อยๆร่อนลงสู่พื้นแผ่นหลังของเด็กสาวสัมผัสกับพื้นที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งเย็นเฉียบ

            

            นัยน์ตาสีม่วงใสของเบริลค่อยๆปรือขึ้นมาช้าๆร่างบางดันตัวเองขึ้นจากพื้นอย่างงุนงง

            

            ‘ท่านพ่อ?’

            

            เธอพึมพำก่อนจะมองเห็นร่างที่จมอยู่ในกองเลือดตรงหน้า

            

            ‘ท่าน...’

            

            เสียงกรีดร้องของเธอดังขึ้นแทนคำพูดนัยน์ตาสีม่วงใสเบิกกว้างยามจ้องมองร่างของผู้เป็นพ่อที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า

            

            ‘นี่ไม่ใช่...  ความผิดของลูก’

             

            


            

            นี่ไม่ใช่... ความผิดของลูก

            

            เป็นความผิดของพ่อเองต่างหากที่ทำให้ลูกเกิดมา

            

            พ่อขอโทษจริงๆ... เบริล

            

            พ่อขอโทษ...

             

     



    -เอิร์ธสตาร์,สิบเดือนก่อนสงครามใหญ่-

            

            ‘เห็นแล้วนี่ว่าวิธีของหมอนั่นไม่ได้ผล’

            

            น้ำเสียงราบเรียบของคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นมาจากที่ที่สูงเกินเอื้อม

            

            ‘อย่างนั้นแล้วแกก็ยังเลือกที่จะทำตามวิธีของหมอนั่นอย่างงั้นเหรอ...แอลโด้?’

            

            ‘ผมเริ่มไปแล้ว ผมหยุดไม่ได้’ แอลโด้ตอบโดยที่ไม่ยอมสบตามองราชาแห่งเอิร์ธสตาร์

            

            ‘ศรัทธาแกอยู่ที่ใคร เอิร์ธสตาร์? หรือหมอนั่น’

            

            คำตอบนั้นเขาไม่อาจเอ่ยออกไปได้

            

            ‘ฆ่าเบริลซะ... แอล นี่เป็นคำสั่ง!’ คนเป็นพ่อสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด‘หรือถ้าแกทำไม่ได้ล่ะก็... ฉันจะยืมมือคนอื่นเอง’

             

     



    -เอิร์ธมูน,สองสัปดาห์ก่อนสงครามใหญ่-

            

            ‘ฉันเกลียดแอล... ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดนาย! ทุกอย่างมันเป็นเพราะแอลนั่นแหละเพราะความใจดีของแอลนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้!’

            

            เบริลตะโกนลั่นใส่เขาเด็กหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบกับเธอ

             

     



    -เอิร์ธสตาร์,ห้าวันก่อนสงครามใหญ่-

            

            ‘ท่านพ่อกำลังจะทำอะไร! ปล่อยผมออกไปจากที่นี่!’

            

            แอลโด้ร้องตะโกนดังลั่นรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ถูกล่ามอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกใต้ดินในปราสาทแล้วเสียงโซ่ดังโกร่งกร่างเมื่อตอนที่เด็กหนุ่มพยายามจะขยับตัวสะท้อนดังไปทั่วโถงใต้ดินที่มืดสนิทคนเป็นพ่อยืนอยู่ตรงหน้าเขา ปรายตามามองด้วยสายตาเย็นชา

            

            ‘แกกล้าดียังไงถึงได้ขัดคำสั่งของพวกเรา... แอล?’ เสียงเข้มนั้นเอ่ยถามอย่างข่มขู่‘หน้าที่ของแกคือจัดการยัยเด็กนั่น ไม่ใช่ไปปกป้อง! รู้ดีไม่ใช่หรือไงว่าต่อให้พยายามแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์โลกนี้จบสิ้นแล้ว จะตายตอนนี้หรือตายในอีกห้าวันข้างหน้าก็ไม่ต่างกันหรอก!’

            

            ‘ผมต้องปกป้องยัยนั่น!’ แอลโด้ตะโกนก้องด้วยนัยน์ตาสีเทาวาวโรจน์ราชาแห่งเอิร์ธสตาร์หรี่ตาแคบเมื่อบรรยากาศรอบข้างสั่นไหวนัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ลูกชาย แอลโด้กำลังจะใช้พลังที่เขาควบคุมไม่ได้

                 

            ‘มันเป็นหน้าที่ของผม!’

                 

            แรงระเบิดสั่นนสะเทือนไปทั่วคุกใต้ดินที่กว้างใหญ่แม้จะลงผนึกไว้แน่นหนาแค่ไหนก็ไม่อาจขวางกั้นพลังของรัชทายาทที่ปะทุออกมาด้วยความโกรธได้เศษซากปรักหักพังหล่นกระจายไปทั่วโถงขณะที่แอลโด้อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นหลบหนีออกไป

     

     

                 



            ‘เบริล!!’

                 

            เด็กหนุ่มกรีดร้องตะโกนดังลั่นราวกับร่างทั้งร่างจะแตกสลายเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวที่เขาหวงแหนสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับรัชทายาทแห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ต่อหน้าต่อตาเขาเด็กหนุ่มสลัดร่างของราชองครักษ์ที่ไล่ตามเขามาทิ้งก่อนจะวิ่งตรงไปหาร่างบางนั้นประคองร่างที่เปื้อนเลือดของเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอมแม้จะรู้ว่าสายไปเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจเท่านั้นเด็กหนุ่มกดใบหน้าซีดเซียวนั้นเข้าแนบอก น้ำตาหลั่งพรั่งพรูออกมาเป็นสาย เขารู้สึกเกลียดชังโลกทั้งใบ

                 

            ‘แอล!’

                 

            เสียงของราชินีคลาวเวียร์ดังขึ้นมาจากด้านหลังร่างสูงศักดิ์นั่นวิ่งหน้าตาตื่นตรงมาหา ก่อนจะเห็นร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวในอ้อมแขนเขาแล้วราชินีแห่งเอิร์ธมูนก็วูบล้มไป

     

     



    -เอิร์ธมูน,สามวันก่อนสงครามใหญ่-


             ‘ผมขอโทษ...ท่านคลาวเวียร์... ผมขอโทษ... มันเป็นความผิดของผมเอง ผมปกป้องเบริลไม่ได้ผมช่วยเธอไม่ได้’

                 

            ‘อย่าโทษตัวเองไปเลยนะแอล ฉันเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างดี’

                 

            ราชินีแห่งเอิร์ธมูนปลอบโยนเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแม้นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยนั้นจะไร้ซึ่งประกายชีวิตฝ่ามือนุ่มวาบทาบลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย


            ‘อย่าโทษตัวเองแบบนี้เลยนะแอลโด้ ไม่อย่างนั้นคนที่จะเจ็บปวดกับเรื่องนี้คงไม่ได้มีแค่เธอกับฉันหรอกนะ’คลาวเวียร์เอ่ย ‘ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้วไม่เป็นไรหรอกนะ ไม่เป็นไร... เลิกโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเถอะไม่อย่างนั้นแล้วฉันจะไม่สบายใจนะ’

                 

            ‘ผม...มันเป็นความผิดของผม’ แอลโด้พึมพำ


            ‘อีกไม่นานเธอกับฉันก็จะตามเด็กคนนั้นไป’คลาวเวียร์บอกอย่างสงบ ‘เราแก้ไขอะไรไม่ได้จริงไหม...? ในเมื่อกงล้อมันหมุนไปแล้วเธอเองก็ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระเสียเถอะ ถ้าเธออยากจะรับผิดชอบล่ะก็...ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขเถอะนะ’

                 

            ‘ผม...’ แอลโด้เงยหน้าขึ้นสบตามองคลาวเวียร์ เอ่ยได้เพียงคำพูดสั้นๆ

                 

            ‘สัญญากับเบริลน่าไว้ใช่ไหมว่าจะไปหารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กคนนั้นเถอะ’

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน