“ยิ้มเข้านะต่อให้ข้างกายเธอจะไม่มีฉัน ก็จงยิ้มเข้าไว้”
-เอิร์ธมูน,หนึ่งปีก่อนสงครามใหญ่-
‘เบริลน่าเป็นยังไงบ้างครับ? ท่านคลาวเวียร์’
แอลโด้ดันตัวเองออกจากผนังทันทีที่เห็นราชินีแห่งเอิร์ธมูนก้าวพ้นออกมาจากประตูไม้บานใหญ่
คนสูงวัยกว่ายิ้มให้อย่างอ่อนแรง
‘อาการดีขึ้นมาแล้วล่ะจ้ะ ขอบใจแอลมากนะที่ช่วยดูแลน้อง’
‘ผมไม่--’
‘เพราะได้แอลช่วยดูแลน้องนั่นแหละ อาการถึงได้ดีขึ้นทั้งๆที่ยุ่งกับการดูแลเบริลอยู่แล้วแท้ๆ ยังอุตส่าห์มาช่วยดูแลเบริลน่าอีกขอบใจมากนะจ๊ะ’
ฝ่ามือเรียววางทาบอยู่บนบ่าพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ เด็กหนุ่มหลบสายตา เอ่ยเบาๆเพียงว่า
‘อย่าให้เบริลน่ารู้เลยนะครับ ผมไม่อยากให้เธอเกลียดผมมากไปกว่านี้’
‘ถ้าเบลยังอยู่... ก็คงดีนะ’ คลาวเวียร์เอ่ย ‘พวกเธอจะได้มีความสุขกันเสียที’
‘ผมจะปกป้องสองคนนั้นเองครับ ท่านคลาวเวียร์’
-เอิร์ธมูน,สิบเอ็ดเดือนก่อนสงครามใหญ่-
‘พร้อมแล้วหรือยัง...? แอล’
เฟรย์ถาม
‘น้ำเสียงไม่เหมือนคนที่กำลังจะตายเลยนะครับ ท่านเฟรย์’ เด็กหนุ่มประชดใส่
เฟรย์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี
‘พอตายไปแล้วฉันก็มีอะไรต้องทำอีกเยอะน่ะนะ บอกตรงๆว่าตื่นเต้นมากเลยล่ะ’
แอลโด้ระบายลมหายใจพรืดใหญ่อย่างไม่เกรงใจไม่เข้าใจในการกระทำของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
‘ทำพินัยกรรมหรือครับ?’ แอลถามเมื่อเห็นเฟรย์ขีดๆเขียนๆอะไรอยู่พักใหญ่บนหนังสือเล่มหนา
‘อืม... ก็ไม่เชิงหรอก เป็นบันทึกประจำวันมากกว่า เหมือนจดหมายลาน่ะ’เฟรย์บอก จรดปากกาลงบนหน้ากระดาษอย่างตั้งใจก่อนจะตวัดปลายปากกาขึ้นยืนยิ้มมองผลงานอย่างพอใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะปิดหน้ากระดาษลงฉับแล้วหันมาพูดกับเด็กหนุ่ม
‘ความจริงฉันควรจะมอบมันให้เธอมากกว่านะ หนังสือเล่มนี้น่ะแต่ฉันคิดว่าถ้ามันอยู่กับเบริลคงจะมีประโยชน์มากกว่าเธอ’
‘ตามสมควรเถอะครับ’ แอลโด้บอกอย่างไม่ใส่ใจ
เฟรย์มองดูเขาด้วยนัยน์ตาอ่อนแสง
‘พรุ่งนี้ก็เต็มที่เลยนะ’ เฟรย์ว่า
‘เต็มที่กับอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าคุณเสียหน่อย’
‘ฆ่าฉันอาจจะเหนื่อยน้อยกว่ารับมือกับความเสียใจของเบริลก็ได้นะ’ เฟรย์บอก แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะพรืดเมื่อเห็นสีหน้าของแอลโด้ยามเอ่ยถึงเบริล
‘อย่าบอกเบริลเรื่องหนังสือเล่มนี้ จนกว่าเด็กคนนั้นจะพบมันด้วยตัวเอง’
เฟรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นมาในทันใด
‘ผมนึกว่าคุณจะมอบให้เธอ?’ แอลว่า
‘ใช่... ฉันจะมอบให้เด็กคนนั้นแน่ ในวันพรุ่งนี้นี่แหละหลังจากนั้นฉันก็จะตาย แต่ว่า...ฉันคาดเดาปฏิกิริยาตอนที่มอบมันให้เด็กคนนั้นไม่ได้ มันอาจจะทำร้ายเธอหรือทำร้ายคนรอบข้าง ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็ตาม ถ้าฉันทำไม่สำเร็จ ฝากเธอช่วยจัดการต่อให้ด้วยนะ’
‘ยื่นให้เธอก็จบเรื่องแล้วนี่ครับ’
‘ถึงเวลาแล้วเธอจะรู้เอง’
เฟรย์บอกด้วยรอยยิ้มขณะที่แอลโด้ได้แต่จ้องมองหนังสือเจ้าปัญหาโดยที่ไม่คาดคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหลังจากนั้นทุกอย่างจะเป็นไปตามคำพูดของคนตรงหน้าทุกประการ
‘ท่านพ่อ!’
เสียงกรีดร้องของเบริลยังคงดังก้องอยู่ทั่วโสตประสาทก่อนหน้าที่ฝ่ามือบางนั่นจะเอื้อมไปสัมผัสลูกแก้ว ความมืดก็ปกคลุมไปทั่วโถงพิธีไม่ใช่จากผู้บุกรุก แต่ด้วยฝีมือของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ถูกเรียกว่าพ่อร่างสูงตรงเข้าไปคว้าร่างบางของคนเป็นลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะร่างเวทใส่ทหารยามที่พุ่งเข้าใส่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าผู้ที่คิดจะล้มพิธีสืบรัชทายาทจะเป็นองค์ราชาซะเอง
‘ไม่นะ!’
เสียงของราชินีแห่งดวงจันทร์ร้องดังลั่นเมื่อเห็นราชองครักษ์หลายสิบนายร่างเวทใส่ราชาแห่งเอิร์ธมูนแต่ไร้ประโยชน์ ทุกเวทที่หมายจะทำร้ายร่างกายสะท้อนกลับมันพุ่งเข้าใส่ฝูงชนและข้าวของที่วางเรียงอยู่โดยรอบแตกละเอียด ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานแตกตื่นเสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วห้องโถง
‘เฟรย์ ได้โปรด...’
ราชินีคลาวเวียร์เอ่ยทั้งน้ำตาในอ้อมแขนกอดร่างบางของลูกสาวคนเล็กที่ถูกซ่อนจากสายตาของผู้คนด้วยเวทพรางตาไว้แน่นนัยน์ตาสีม่วงใสจับจ้องอยู่ที่ร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนที่กำลังต่อสู้กับองค์รักษ์นับสิบคนอยู่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นเรืองแสงจ้ายามที่เจ้าตัวร่างเวทใส่ผู้คนรอบข้างเบริลในอ้อมแขนของคนเป็นพ่อตัวสั่นเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะเฟรย์ร่ายเวทสะกดจิตใส่เธอไว้ในที่สุดเมื่อองครักษ์ทั้งหมดของราชวังล้มลงไปกองอยู่กับพื้นร่างสูงนั่นก็หันมาสบตาด้วย
‘ลาก่อน คลาวเวียร์... ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง’
เฟรย์เอ่ยยื่นฝ่ามือไปข้างหน้าแรงอัดอากาศพุ่งออกมาจากฝ่ามือทำลายผนังวังที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นรูขนาดใหญ่ร่างสูงอุ้มร่างของเจ้าหญิงรัชทายาทไว้ในอ้อมแขนก่อนจะวิ่งออกไปจากโถงประชุมตามทางที่เพิ่งสร้างขึ้น
‘เฟรย์!’
ราชินีคลาวเวียร์กรีดเสียงลั่นร่างบางของเบริลน่าในอ้อมกอดเธอสั่นสะท้าน
‘ท่านคลาวเวียร์!’
เสียงของแอลโด้เอ่ยเรียกเตือนสติ
‘พาเบริลน่ากลับไปที่หอคอยก่อนครับ เดี๋ยวผมตามเบริลไปเอง’
นัยน์ตาสีม่วงใสของราชินีแห่งดวงจันทร์หันมาสบตาแต่ดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรไปชั่วขณะ
‘ท่านคลาวเวียร์!’
แอลโด้ตะโกนเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของผู้สูงวัยและสูงศักดิ์กว่าให้กลับคืนมา เด็กหนุ่มสบนัยน์ตาสีแดงสดของเบริลน่ามีความเสียใจฉายชัดอยู่ในแววตาของเขาก่อนที่ร่างสูงจะวิ่งออกจากห้องโถงไปอีกคน
ด้านนอกปราสาทร่างของเฟรย์ เวลด์พีชยืนอยู่ตรงใจกลางลานกว้างวงแหวนเวทสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มร่างของเบริลลอยอยู่ในอากาศตรงหน้าเขาชายกระโปรงยาวสีม่วงอ่อนพลิ้วไหวเช่นเดียวกับเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่คลี่สยายถึงกลางหลังนัยน์ตาของเธอปิดสนิท ตรงขอบตามีน้ำตาไหลซึมออกมา
ฝ่ามือหยาบของราชาแห่งเอิร์ธมูนยื่นตรงออกไปด้านหน้ามืออีกข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มหนาอายุหลายร้อยปีเอาไว้แน่น
นัยน์ตาของแอลโด้ครอส เบิกกว้าง เมื่อร่างของเบริลส่องแสงสีม่วงอ่อนสว่างไสว แล้วเฟรย์ก็จัดการยัดหนังสือนั่นเข้าไปในร่างเธอ
บันทึกแห่งฟีนาเล่!
‘อุ๊ก...’
ร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนกระอักเลือดพยายามเค้นพลังเฮือกสุดท้ายดันหนังสือเวทนั่นเข้าไปในร่างของบุตรสาว ใบหน้าคมเข้มของราชาแห่งเอิร์ธมูซีดเผือดหยดเลือดไหลซึมออกมาตามมุมปาก วงแหวนเวทที่พื้นใต้ฝ่าเท้าส่องแสงสว่างจ้าเหมือนกับว่ามันกำลังต้านทานพลังของเขากับเบริลอยู่
ร่างของเด็กสาวสะดุ้งเฮือกก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกระตุกเบริลกรีดเสียงร้องลั่นเมื่อหนังสือเวทมนตร์นั่นเข้าไปอยู่ในตัวเธอทั้งเล่มแรงอัดจากพลังที่หลั่งไหลออกมาจากร่างดันร่างของราชาแห่งเอิร์ธมูนให้เซถลา แต่ร่างสูงนั่นยังคงพยุงตัวเองไว้ก่อนที่จะร่ายเวทใส่ทับร่างของเธอโดยไม่สนใจสภาพของตัวเอง
‘ท่านเฟรย์!’
‘อย่าเข้ามานะ! แอล’
เฟรย์ร้องตะโกนสั่งแรงระเบิดจากพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเบริลฟาดเข้าใส่ตัวเขาเกิดเป็นแผลยาวตรงท่อนขาและตามลำตัวเสื้อคลุมอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาตามบาดแผล
แอลโด้กำหมัดแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดชุ่มกำปั้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะวิ่งเข้าใส่
‘พอเถอะครับ!’
‘ฉันบอกว่าอย่าเข้ามา!’
ตู้ม!
ร่างของเฟรย์เวลด์พีชระเบิดพลังออกเป็นวงกลม คลื่นพลังอัดร่างสูงของแอลโด้ลอยไปกระทบผนังปราสาทเด็กหนุ่มร้องลั่น กระดูกซี่โครงแทบร้าว อวัยวะภายในบางส่วนได้รับบาดเจ็บขณะที่มีหยดเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
‘เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป... แอล ต้องอยู่ต่อไป’
แล้วความทรมานนั่นก็สิ้นสุดลงวงแหวนเวทใต้ฝ่าเท้าราชาแห่งเอิร์ธมูนเริ่มอ่อนแสงขณะที่การต่อต้านจากร่างกายของเบริลเริ่มเบาบางลงเด็กสาวลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน เธอบิดตัวไปมาอย่างทรมาน
ตุ๊บ!
ร่างของเฟรย์ทรุดลงกับพื้นมองดูบุตรสาวที่พลิกตัวไปมาอย่างทรมานอยู่ตรงหน้าน้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มทั้งสองข้าง
แอลโด้เงยหน้าขึ้นพยายามพยุงตัวเองให้ทรงตัวอยู่ให้ได้
‘ทำมันให้สำเร็จ!’
‘ท่านเฟรย์...’
‘อย่าลืม... คำขอของฉัน’
ร่างสูงนั่นล้มลงกับพื้นหยาดเลือดไหลชโลมไปทั่วลานกว้าง เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ปลิวว่อนอยู่ในอากาศไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อากาศรอบตัวเขาเย็นจัดขนาดนี้
‘ฉันฝาก... เรื่อง... ต่อจากนี้ด้วยนะ’
เฟรย์พึมพำบอกกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไปเด็กหนุ่มสบตาเขา น้ำตาไหลออกมาเป็นทางยาว
‘จบสงครามนี้ให้ได้ล่ะ แอล’
แล้วร่างของเบริลก็ค่อยๆร่อนลงสู่พื้นแผ่นหลังของเด็กสาวสัมผัสกับพื้นที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งเย็นเฉียบ
นัยน์ตาสีม่วงใสของเบริลค่อยๆปรือขึ้นมาช้าๆร่างบางดันตัวเองขึ้นจากพื้นอย่างงุนงง
‘ท่านพ่อ?’
เธอพึมพำก่อนจะมองเห็นร่างที่จมอยู่ในกองเลือดตรงหน้า
‘ท่าน...’
เสียงกรีดร้องของเธอดังขึ้นแทนคำพูดนัยน์ตาสีม่วงใสเบิกกว้างยามจ้องมองร่างของผู้เป็นพ่อที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า
‘นี่ไม่ใช่... ความผิดของลูก’
นี่ไม่ใช่... ความผิดของลูก
เป็นความผิดของพ่อเองต่างหากที่ทำให้ลูกเกิดมา
พ่อขอโทษจริงๆ... เบริล
พ่อขอโทษ...
-เอิร์ธสตาร์,สิบเดือนก่อนสงครามใหญ่-
‘เห็นแล้วนี่ว่าวิธีของหมอนั่นไม่ได้ผล’
น้ำเสียงราบเรียบของคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นมาจากที่ที่สูงเกินเอื้อม
‘อย่างนั้นแล้วแกก็ยังเลือกที่จะทำตามวิธีของหมอนั่นอย่างงั้นเหรอ...แอลโด้?’
‘ผมเริ่มไปแล้ว ผมหยุดไม่ได้’ แอลโด้ตอบโดยที่ไม่ยอมสบตามองราชาแห่งเอิร์ธสตาร์
‘ศรัทธาแกอยู่ที่ใคร เอิร์ธสตาร์? หรือหมอนั่น’
คำตอบนั้นเขาไม่อาจเอ่ยออกไปได้
‘ฆ่าเบริลซะ... แอล นี่เป็นคำสั่ง!’ คนเป็นพ่อสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด‘หรือถ้าแกทำไม่ได้ล่ะก็... ฉันจะยืมมือคนอื่นเอง’
-เอิร์ธมูน,สองสัปดาห์ก่อนสงครามใหญ่-
‘ฉันเกลียดแอล... ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดนาย! ทุกอย่างมันเป็นเพราะแอลนั่นแหละเพราะความใจดีของแอลนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้!’
เบริลตะโกนลั่นใส่เขาเด็กหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบกับเธอ
-เอิร์ธสตาร์,ห้าวันก่อนสงครามใหญ่-
‘ท่านพ่อกำลังจะทำอะไร! ปล่อยผมออกไปจากที่นี่!’
แอลโด้ร้องตะโกนดังลั่นรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ถูกล่ามอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกใต้ดินในปราสาทแล้วเสียงโซ่ดังโกร่งกร่างเมื่อตอนที่เด็กหนุ่มพยายามจะขยับตัวสะท้อนดังไปทั่วโถงใต้ดินที่มืดสนิทคนเป็นพ่อยืนอยู่ตรงหน้าเขา ปรายตามามองด้วยสายตาเย็นชา
‘แกกล้าดียังไงถึงได้ขัดคำสั่งของพวกเรา... แอล?’ เสียงเข้มนั้นเอ่ยถามอย่างข่มขู่‘หน้าที่ของแกคือจัดการยัยเด็กนั่น ไม่ใช่ไปปกป้อง! รู้ดีไม่ใช่หรือไงว่าต่อให้พยายามแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์โลกนี้จบสิ้นแล้ว จะตายตอนนี้หรือตายในอีกห้าวันข้างหน้าก็ไม่ต่างกันหรอก!’
‘ผมต้องปกป้องยัยนั่น!’ แอลโด้ตะโกนก้องด้วยนัยน์ตาสีเทาวาวโรจน์ราชาแห่งเอิร์ธสตาร์หรี่ตาแคบเมื่อบรรยากาศรอบข้างสั่นไหวนัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ลูกชาย แอลโด้กำลังจะใช้พลังที่เขาควบคุมไม่ได้
‘มันเป็นหน้าที่ของผม!’
แรงระเบิดสั่นนสะเทือนไปทั่วคุกใต้ดินที่กว้างใหญ่แม้จะลงผนึกไว้แน่นหนาแค่ไหนก็ไม่อาจขวางกั้นพลังของรัชทายาทที่ปะทุออกมาด้วยความโกรธได้เศษซากปรักหักพังหล่นกระจายไปทั่วโถงขณะที่แอลโด้อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นหลบหนีออกไป
‘เบริล!!’
เด็กหนุ่มกรีดร้องตะโกนดังลั่นราวกับร่างทั้งร่างจะแตกสลายเมื่อเห็นร่างของเด็กสาวที่เขาหวงแหนสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับรัชทายาทแห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ต่อหน้าต่อตาเขาเด็กหนุ่มสลัดร่างของราชองครักษ์ที่ไล่ตามเขามาทิ้งก่อนจะวิ่งตรงไปหาร่างบางนั้นประคองร่างที่เปื้อนเลือดของเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอมแม้จะรู้ว่าสายไปเพียงชั่วเสี้ยวอึดใจเท่านั้นเด็กหนุ่มกดใบหน้าซีดเซียวนั้นเข้าแนบอก น้ำตาหลั่งพรั่งพรูออกมาเป็นสาย เขารู้สึกเกลียดชังโลกทั้งใบ
‘แอล!’
เสียงของราชินีคลาวเวียร์ดังขึ้นมาจากด้านหลังร่างสูงศักดิ์นั่นวิ่งหน้าตาตื่นตรงมาหา ก่อนจะเห็นร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวในอ้อมแขนเขาแล้วราชินีแห่งเอิร์ธมูนก็วูบล้มไป
-เอิร์ธมูน,สามวันก่อนสงครามใหญ่-
‘ผมขอโทษ...ท่านคลาวเวียร์... ผมขอโทษ... มันเป็นความผิดของผมเอง ผมปกป้องเบริลไม่ได้ผมช่วยเธอไม่ได้’
‘อย่าโทษตัวเองไปเลยนะแอล ฉันเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างดี’
ราชินีแห่งเอิร์ธมูนปลอบโยนเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแม้นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยนั้นจะไร้ซึ่งประกายชีวิตฝ่ามือนุ่มวาบทาบลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย
‘อย่าโทษตัวเองแบบนี้เลยนะแอลโด้ ไม่อย่างนั้นคนที่จะเจ็บปวดกับเรื่องนี้คงไม่ได้มีแค่เธอกับฉันหรอกนะ’คลาวเวียร์เอ่ย ‘ฉันรู้เรื่องทุกอย่างแล้วไม่เป็นไรหรอกนะ ไม่เป็นไร... เลิกโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเถอะไม่อย่างนั้นแล้วฉันจะไม่สบายใจนะ’
‘ผม...มันเป็นความผิดของผม’ แอลโด้พึมพำ
‘อีกไม่นานเธอกับฉันก็จะตามเด็กคนนั้นไป’คลาวเวียร์บอกอย่างสงบ ‘เราแก้ไขอะไรไม่ได้จริงไหม...? ในเมื่อกงล้อมันหมุนไปแล้วเธอเองก็ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระเสียเถอะ ถ้าเธออยากจะรับผิดชอบล่ะก็...ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขเถอะนะ’
‘ผม...’ แอลโด้เงยหน้าขึ้นสบตามองคลาวเวียร์ เอ่ยได้เพียงคำพูดสั้นๆ
‘สัญญากับเบริลน่าไว้ใช่ไหมว่าจะไปหารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กคนนั้นเถอะ’