ระหว่างที่พวกเขาแลกเปลี่ยนของล้ำค่ากันเสร็จสิ้น ก็ต่างนั่งพักผ่อน กายาอยู่บริเวณ โขดหิน ล้อมรอบบึงน้ำอยู่เช่นนั้น ยังดีที่มันเป็นโลกปราณจิตการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ จึงรวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม บาดแผลของพวกเขาก็ถูกรักษาจนหายไปหลายส่วน ปราณจิต เองก็ฟื้นฟูขึ้นมาไม่น้อย จนอี้เฉินในยามนี้ สามารถลงไปชำระล้างร่างกาย ที่เปื้อนเลือด ของเขาได้ด้วยตนเอง
ยี่ผิง ที่นั่งทำสมาธิอยู่ นางถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตาออกไปมอง ร่างกายของชายหนุ่ม ไม่คิดบาดแผลของชายหนุ่มผมขาว ที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ จะหายรวดเร็ว ได้ถึงเพียงนี้ ราวกับว่า การฟื้นตัวของเขา เหนือชั้นกว่าคนทั่วไป ไปหลายเท่า
ทว่าเมื่อ ยี่ผิง จ้องมองชายหนุ่ม เปลื้องผ้า ชำระล้าง ร่างกาย ใบหน้าของนาง จู่ๆ ก็ร้อนฉ่าขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างรีบหลับตาปี๋ ในทันที แต่ภาพนั้นก็ยังติดตาของนางไม่น้อย ครั้นเมื่อนึกถึงภาพที่อยู่เบื้องหน้าอดไม่ได้ที่ แก้มของนาง จะแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอาย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
...ผ่านเวลาไปอีกหลายชั่วอึดใจ ฝนเองก็ยังตกโปรยปรายลงมาไม่มีทีท่า ว่าจะหยุด ส่งผลให้ร่างกายเปียกชุ่ม ไม่สบายตัว เหนียวเหนอะหนะ แต่ก็ต้องรับสภาพ ทนรับกับการทดสอบจากโลกปราณจิตแห่งนี้ไว้
"พวกเจ้าสองคนพร้อมจะออกเดินทาง ไปยังภายใน ส่วนลึกของโลกปราณจิต กันหรือยัง" อี้เฉิน ที่ชำระล้าง ร่างกายเสร็จสิ้น เขากล่าว คำพูด ออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"เจ้านี่มันหน้าด้าน หน้าทนจริงๆ ก็เห็นๆ อยู่ว่ามีพวกเราอยู่ เจ้ายังกล้าที่จะเปลื้องผ้า ต่อหน้าพวกเราลงไป ชำระล้าง ร่างกายอีก" ยี่ผิง กล่าวคำพูดออกมา แต่สายตาของนางหลบเลี่ยงชายหนุ่มผมขาวอยู่ไม่น้อย
อี้เฉินเพียงเกาหัว "ข้ายังบาดเจ็บอยู่นะ จะให้ข้าหาที่ลับตาเกรงว่า คงเสียเวลากันพอดี จริงๆ หากเจ้าหลับตาไม่หันมามอง มันก็สิ้นเรื่องแล้ว ไม่ใช่หรือ"
"เจ้า เจ้า!!"
ชายหนุ่มร่างกายกำยำ ครั้นเห็นพวกเขาทั้งสอง เตรียมจะกัดกัน เขาถึงกับส่ายหัวออกมา ก่อนจะเอ่ยคำพูดตัดบท พวกเขาทั้งสองคน "พวกเราออกเดินทางกันเถอะ จะมาทะเลาะอะไรกับไอ้เรื่องแค่นี้"
ยี่ผิงนางได้ยินถึงกับกำหมัดจนแน่น แม้แต่ผู้ติดตามของนาง ก็ไม่คิดเข้าข้างนาง แม้แต่น้อย ขาเรียวยาว กระทืบลงกับพื้น ด้วยความขุ่นเคือง
ทว่า พวกเขาทั้ง3คนก็ต้องเก็บเอาความขุ่นเคือง คล่องใจ กลับไป ครั้นเมื่อ รู้สึกถึงกลุ่มคนที่พุ่งเข้ามา ร่วมๆ 20คนได้ มาในทิศทางที่พวกเขาอยู่ แถมปราณพลังที่พวกเขาปลดปล่อยออกมา ไม่ธรรมดาเลย
อี้เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะไต่ถามออกมา เขาอยากจะรู้ว่าภายในโลกปราณจิตแห่งนี้มีเทพสวรรค์อยู่หรือไม่ "พวกเจ้าช่วยไขข้อสงสัยให้ข้าได้หรือไม่ โลกปราณจิตแห่งนี้ มีเทพสวรรค์ เข้ามาฝึกฝนหรือไม่"
พวกเขาทั้งสองที่ได้ยินคำถามจากชายหนุ่ม ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย 'มันใช่เวลาที่จะมาถามเรื่องพันนี้ ในเวลาเช่นนี้ หรือไงเล่า' แต่เมื่อมองสายตาของชายหนุ่มผมขาว เต็มไปด้วยความเว้าวอน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาบอกกล่าวตัวเขา "ภายในโลกปราณจิตแห่งนี้ มีแค่ขั้นพลังเทวะขั้นสุดเท่านั้น หากเทพสวรรค์เข้ามา ก็จะถูกกดขั้นพลังไว้ เหลือแค่ขั้นเทวะขั้นสุด แถมยังไม่สามารถทำลายสถิติ บนแท่นศิลาได้ ...เทพสวรรค์ ส่วนใหญ่ จึงไม่เลือกที่จะฝึกฝนภายในโลกปราณจิต แห่งนี้"
ทว่า เมื่ออี้เฉินได้ยินคำพูดเหล่านั้น จากปากของยี่ผิง เขาแสยะยิ้ม เจ้าเล่ห์ ขึ้นมาในทันที ...ทั้งสองที่เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มผมขาว ราวกับเขาคิดเรื่องร้ายอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ปากสบถด่าออกมา "มันใช่เวลาที่เอง จะมาทำเรื่องบ้าบอในยามนี้งั้นหรือ กลุ่มคนกำลังจะมาแล้วจะเอาอย่างไรกันดี"
"เอาน่าพวกเจ้า ใจเย็นๆ ก่อน" อี้เฉินเอ่ยเตือนพวกเขาในทันที
ครั้นเมื่อ กลุ่มคนร่วมๆ 20คนเดินทางมาอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาได้ ชายหนุ่ม ยืนมือไพล่หลัง คนหนึ่งกล่าวคำพูดออกมาในทันที น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโอหังไม่น้อย "พวกเจ้าใช่หรือไม่ ที่ผ่านการทดสอบฆ่าสังหาร นาคากลืนสมุทร นามว่าอี้ คือผู้ใดโปรดแสดงตัวออกมาเสีย"
อี้เฉินเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ไม่คิดกลุ่มคนพวกนี้จะโอหังถึงเพียงนี้ ชายตามองพวกเขา ราวกับพวกเขาไม่ได้อยู่ในสายตา มองพวกเขาอยู่ระดับที่ต่างกัน
ชายหนุ่มร่างกายกำยำ กับ ยี่ผิงถึงกับตกตะลึง ครั้นเห็นใบหน้าของหลายๆ คนที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา คุ้นเคยเป็นอย่างมาก ก่อนยกมือคำนับด้วยความนอบน้อม กล่าวคำพูดออกมาด้วยความตกใจ "ท่านใช่ จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลายา ที่โด่งดังเรื่องการปรุงยา หรือไม่ ข้ารู้สึกคุ้นใบหน้า ของท่านชอบกล ส่วนนั้นก็เทพสายฟ้าน้อย กวนซี แห่งตำหนักเทพ คนอื่นๆ เองก็มีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย"
"หืม?" เหยียนเซียว แห่งศาลายา ก้มหน้าลงไปมองอย่างพิจารณา ในทันที ครั้นมีคนรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้ เมื่อเห็นอาภรณ์ของชายหนุ่มร่างกายกำยำ เขาก็รู้ได้ในทันที ว่าเป็นของเผ่าสงคราม เมื่อกวาดสายตาไปมองที่หญิงสาว เขาก็เอ่ยคำพูดออกมาในทันที "แม่นางน่าจะเป็นบุตรสาวของ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่ หาญเจี่ย สินะงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ"
จ้าวโอสถน้อย เหยียนเซียว แห่งศาลา กล่าวออกมาอีกครั้ง "งั้นก็คงเป็นเจ้าสินะ ที่ใช้นามว่าอี้?" เขาหันมามองอี้เฉินในทันที แววตาดุดันไม่น้อย
อี้เฉินพยักหน้ารับคำอย่างไม่มีปิดบัง แต่ในใจลึกๆ เลือดในกายเขา เดือดพล่านไม่น้อย ครั้นเมื่อนึกถึงพวกสำนักใหญ่ ลงไปฆ่าสังหารผู้คน ภายในดินแดนเบื้องล่าง มือน้อยๆ กำหมัดไว้จนแน่น แต่ก็ต้องเก็บโทสะ ทั้งหมดไว้
เทพสายฟ้าน้อย กวนซี แห่งตำหนักเทพ กล่าวขึ้นมาในทันใด "พวกเจ้าจะพูดพล่ามอะไรนักหนา ที่พวกเรามายังสถานที่แห่งนี้ ก็แค่มาเชิญชวน เจ้าหนุ่มที่มีนามว่า อี้ ไปเข้าร่วมการทดสอบของสำนัก ก็เท่านั้น หากมันไม่มีค่าพอก็แค่ถีบหัวมันออกไป"
ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มือที่ถือพัดโบกสะบัดไปมาส่งแรงบีบคั้นบางอย่างให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ ไม่น้อย บ่งบอกว่าพวกเขาก็ไม่ได้ถูกกันมากนัก "เจ้าพูดเช่นนั้น แล้วใครจะกล้า มาเข้าร่วมสำนักของเจ้าเล่า เทพสายฟ้าน้อย กวนซี "ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต ยกยิ้มเย้ยหยัน มาที่เขา อย่างไม่มีปิดบัง
มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ ครั้นเห็นเหล่าผู้คนแยกเขี้ยว เข้าใส่กัน ความวุ่นวายเองก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา ตัดบทพูด ของพวกเขา ทุกๆ คนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว"เหตุใดพวกเราไม่ไต่ถามเขาก่อนเล่า ว่าเขาสนใจไปเข้าร่วมทดสอบหรือไม่ จะได้ไม่เสียเวลาให้พวกเรามากัดกันเอง เฉกเช่นนี้"
เมื่อหลายๆ คนได้ยินก็ต่างพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเก็บโทสะกลับไป
มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ ไต่ถาม อี้เฉิน "เจ้ามาจากเผ่าสงครามงั้นหรือ ...เจ้าสนใจมาร่วมการทดสอบหรือไม่ พวกเราหลายสำนักใหญ่ล้วนสนใจตัวเจ้า"
อี้เฉินเกาหัวยิ้มน้อยๆ "ข้าสนใจรับการทดสอบ ส่วนพวกเขาข้าไม่รู้จักพวกเขา พวกเราแค่พบกันโดยบังเอิญก็เท่านั้น"
ชายหนุ่มร่างกายกำยำได้ยิน ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ไม่คิดชายหนุ่มผมขาว จะทิ้งพวกเขาไว้กลางทาง ไปเสียดื้อๆ "เจ้า เจ้า ไอ้เวรเอ๊ย พวกเราอุตส่าห์ช่วยเจ้าสู้กับนาคากลืนสมุทร นี่หรือคือการตอบแทน ของเจ้า"
อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบออกมา ใบหน้าไม่มีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย "หากหมดผลประโยชน์ ก็เพียงตีจากก็เท่านั้น มันคือสัจธรรมของโลกไม่ใช่หรือ"
ชายหนุ่มร่างกายกำยำ เดือดดาลเป็นอย่างมาก มือทั้งสองข้างกำหมัดไว้จนแน่น อยากจะเข้าไปต่อยใบหน้าชายหนุ่มผมขาวเสียให้ได้ แต่เมื่อเห็น คุณหนูยี่ผิงเข้ามา ขวางทางเขา ส่ายหัวน้อยๆ ออกมา ตัวเขาจึงเก็บโทสะกลับไปในทันที ก่อนจะพลิ้วกายาจากไป พร้อมกับ คุณหนูของเขาไม่ชายตามองชายหนุ่ม ผู้เห็นแก่ตัวอีกต่อไป
ก่อนที่ ยี่ผิง จะพลิ้วกายาจากไป อดไม่ได้ที่จะส่งคำพูดออกไป ไต่ถามชายหนุ่มผมขาว "เจ้า คิดจะทำอะไรกันแน่ แม้แต่ชื่อจริงของเจ้า ข้าก็ยังไม่รู้จัก" แต่นางกลับไม่ได้รับคำตอบ จากชายหนุ่มผมขาวแม้แต่น้อย
กลุ่มคนที่ยืนมือไพล่หลังอยู่เบื้องหน้าอี้เฉิน ถึงกับขำน้อยๆ ออกมา "นิสัยของเจ้าช่างเหมาะกับสำนักของข้าจริงๆ" มารน้อย หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ กล่าวคำพูดออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ชมชอบชายหนุ่มผมขาวไม่น้อย
"เจ้าตามพวกเรามา พวกข้าจะไม่บังคับเจ้า เข้าสำนัก เจ้าต้องเลือกทดสอบ เข้าสำนักด้วยตัวของเจ้าเอง"ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต ครั้นเมื่อเขากล่าวคำพูดให้อี้เฉินรับฟังเสร็จสิ้น กลุ่มคนของพวกเขาก็พลิ้วกายา เข้าไปภายใน ส่วนลึกของโลกปราณจิต คนอื่นๆ เองก็เริ่มขยับไหวกายา ติดตามกันไปไม่ห่างมากนัก
อี้เฉินแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ติดตามพวกเขาไปในทันที แต่ก็ไม่คิดกลุ่มคนพวกนี้จะมีปราณพลังที่ไม่ธรรมดา แตกต่างจากจอมยุทธ์ทั่วไป อย่างสิ้นเชิง