หนึ่งจอกโรยริน สิ้นทุกข์
พระโพธิ์สัตว์ หันเห นาวาธรรม
วัฏดำรง สังขารสิ้นสูญ
ทุกข์ไซร้ไร้สิ้นสุด วังวนยากหลุดพ้น
บทนำ
สามปีก่อนตำหนักหลงเฉียน
ยังมิทันสิ้นเสียงดนตรีแม้แต่พลุฉลองก็ยังมิทิ้งแสงใต้เทียนแดงแพรคู่ร่วงลงแทบพื้น ร่างเ้าสาวแขวนคอตนเองบนขื่อห้องหอ บุตรสาวเ้ากรมอาญาปลิดชีพตนก่อนได้เวลาส่งตัวเ้าบ่าวเข้าห้องความตายในคืนมงคล เค้าลางแห่งความอัปมงคลปกคลุมตำหนักฉวนจิ่น
เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังขึ้นตามมาด้วยเสียงร่ำไห้ของบิดามารดาฝ่ายเ้าสาวเมื่อมีคนไปรายงานถึงความตายที่บังเกิดขึ้นในคืนเฉลิมฉลอง
“อีกแล้วรึ องค์ชายยมทูต”
เสียงพึมพำของเหล่านางกำนัลอีกทั้งแเื่ที่เข้ามาร่วมงาน ในร่มเงาใต้แสงเทียนและโคมสุกสว่างในดวงตาของแเื่ร่วมงานฉายแววแห่งความหวากลัว
“ความอัปมงคลของต้าซุ่ยเพียงสามปีมีว่าที่พระชายาต้องตายไปแล้วถึงสี่คนเช่นนี้แล้วยังจะสามารถสืบทอดได้อีกหรือ”
“สิ้นแล้วสิ้นแน่แล้วแผ่นดินซุ่ย ฝ่าายังทรงประชวรหนักเช่นนี้อีกทั้งแม้จะยังอยู่ใน่สงบสุขระหว่างหยวนและซุ่ยแต่อีกฝ่ายยังคงสอดมือแทรกแซงอยู่เช่นนี้
แม้มีรัชทายาทว่าราชการแทนแต่กลับไม่สามารถแต่งตั้งขึ้นรับตำแหน่งเพราะไม่สามารถทำตามธรรมเนียมให้ครบถ้วนได้แล้วแบบนี้แผ่นดินจะอยู่รอดได้อย่างไร”
“พวกเ้าพูดเหลวไหลอะไรกันอยู่”
เสียงตวาดดังขึ้น ฟู่หลันซิวเดินตัวตรงอกผายท่วงท่าปราดเปรียวน่าเกรงขาม กวาดสายตามองไปรอบด้านหาได้มีผู้ใดกล้าสบสายตา
“คนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกไปจากท้องพระโรงเสีย ส่วนผู้ที่เข้าออกเรือนหอของรัชทายาท จงไปเข้าแถวรวมตัวกันเพื่อรอข้าสอบปากคำ”
แน่แล้วว่าผู้คุมกฎฝ่ายในมิใช่อิสตรีธรรมเนียมของวังหลวงแผ่นดินซุ่ยซับซ้อนละเอียดอ่อนเมื่อเทียบกับการรบซึ่งตรงกันข้าม กำลังพลอันแข็งแกร่งทั้งฝีมือและอาวุธทางการทหารที่พรั่งพร้อม เปรียบได้ดั่งบุปผาบนสัตโลหะชั้นเลิศ
เมื่อปราศจากคนนอกคงเหลือเพียงเ้ากรมอาญาอีกทั้งคนภายในวังเพียงไม่กี่คนเสียงร่ำไห้ฟูมฟายทั้งยังมิสามารถนำศพบุตรสาวกลับไปทำพิธีได้ในทันที
เนื่องจากต้องรอฝ่ายในส่งเข้าชันสูตรฟู่หลันซิวยังคงสอดสายตาห่วงไยมองไปยังร่างของคนผู้หนึ่ง บนตั่งกว้างโอ่อ่ามิเคยปรากฏร่างของรัชทายาทั้แ่เริ่มพิธีจวบจนกระทั่งบัดนี้
สามปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็บุตรสาวจากตระกูลสูงศักดิ์หรือแม้กระทั่งขุนนางชั้นสูงกลับต้องถึงฆาตอย่างปริศนาเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องหอตำหนักหลงเฉียน
ชะรอยแผ่นดินซุ่ยจะไร้ผู้สืบทอด
บุปผางามโรยลา อาชาไร้บังเหียน
พูดไปแล้ว เค้าลาง…วิปโยค
“ส่งคนไปทูลรัชทายาทถึงเื่นี้”
“เรียนองค์รักษ์ฟู่รัชทายาทมิได้ทรงประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษรขอรับองค์รัชทายาททรงทิ้งไว้เพียงจดหมายฉบับนี้”
มือใหญ่ช้อนรับจดหมายมาเปิดออกอ่านด้วยความร้อนใจฟู่หลันซิวเลิกคิ้วสูงด้วยความตระหนก ทั้งที่เป็คืนสำคัญอีกทั้งเป็เื่ใหญ่ถึงขั้นมีการตายเกิดขึ้นรัชทายาทจิ่วเฉียนกลับไม่ได้ทรงประทับเพื่อรอเข้าพิธีส่งตัวเข้าหอคล้ายกับจะทรงทราบอยู่ก่อนหน้า ว่าคงจะมีเื่ซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้นจึงมิคิดอยู่เพื่อรับฟังเื่ราว
แม้นั่นมิใช่วิสัยนักรบ
หาได้หลบเลี่ยงหากแต่เพียง้าตามหาบางสิ่ง
ไม่เพียงพิธีอภิเษกสมรสต้องมีเหตุร้ายแรงจนล่มงานเ้าตำหนักยังเร้นกายหายไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับพร้อมคำสั่งพร้อมลงตราประทับประจำพระองค์
ฟู่หลันซิวสูดลมหายใจเข้าลึกขึ้นตวัดปลายนิ้วชี้สั่งการด้วยความเข้มแข็ง กระทำตามพระบัญชาของนายเหนือหัว
“สั่งการลงไปตรวจสอบการตายของบุตรสาวเ้ากรมอาญาอย่างเข้มงวดเื่ภายในคืนนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาดในระยะสามหลี่หากมีผู้ใดพบสิ่งผิดปกติให้รีบมารายงานข้าทันที”
“ขอรับ”
ต้นฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บโคมแดงถูกจุดไส้เทียนยังมิทันไหม้ถึงครึ่งเื่วุ่นวายกลับลุกลามรวดเร็วประหนึ่งไฟไหม้ฟางมิใช่เพียงเพราะกายตายของบุตรสาวเ้ากรมใหญ่แต่ด้วยเพราะการหายตัวไปขององค์รัชทายาทแห่งต้าซุ่ย