แม่น้ำฉางหลิง
ในวันนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาจำนวนมากเดินทางมายังที่นี่กลิ่นอายของทุกคนเหนือกว่าระดับราชาทั่วไป สัตว์อสูรระดับราชาที่เข้ามาใกล้ล้วนถูกพวกเขาสังหารในทันที
ไม่นานตามแนวชายฝั่งของแม่น้ำฉางหลิงก็มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชามารวมตัวกันอยู่มากกว่า100 คน และยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ถึงแล้ว!”
เย่เทียนบินลงมาจากฟากฟ้าแล้วร่อนลงไปที่ริมฝั่งของแม่น้ำฉางหลิงเขากวาดสายตามองและเห็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาจำนวนมาก
“เย่เทียน คุณก็มาด้วยเหรอ?”
เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นทักทาย
เย่เทียนหันมองกลับไปก็ได้พบกับคนรู้จักซึ่งก็คือนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรา
“อื้ม!”
เย่เทียนพยักหน้าเบาๆ
ในขณะเดียวกันนักบุญหญิงก็เดินเข้ามาหาเขา
เมื่อเป็นเช่นนั้นเย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่เป็นปฏิปักษ์มากมายจ้องมองมายังเขาเห็นได้ชัดว่านักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราเป็นที่หมายตาของเหล่าฝึกยุทธ์มากมาย
แต่เขาก็ไม่สนใจสายตาของคนเหล่านี้สำหรับเขาแล้ว การให้ความสำคัญกับสุนัขไก่กามันเป็นเรื่องที่เสียเวลา
“เย่เทียน คุณเพิ่งมาฐานจงไห้ได้ไม่นานฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะได้รับกุญแจวิหารด้วย?”
นักบุญหญิงกล่าวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“มีคนให้ผมมาน่ะ!”
เย่เทียนตอบแบบขอไปทีและไม่ได้พูดอะไรอีก
“เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
นักบุญหญิงพยักหน้าและลอบคิดอยู่ในใจเธอคิดว่าเย่เทียนคงจะได้กุญแจมาจากพันธมิตรพเนจร เพราะยังไงพันธมิตรพเนจรก็มีโควตาเข้าวิหารนี้เช่นกัน
เย่เทียนเห็นว่านักบุญหญิงเหมือนจะเข้าใจผิดไปแต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม
“ท่านนักบุญคุณรู้อะไรเกี่ยวกับโบราณสถานวิหารนี้บ้างเหรอครับ?” เย่เทียนถาม
“ฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรอกนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ แต่ผู้อาวุโสของนิกายเทพจันทราเคยเข้าไปในวิหารมาก่อนฉันถึงเคยได้ยินข้อมูลมาบ้าง มิติของวิหารมีขนาดใหญ่มาก ที่นั่นมีอาคารโบราณมากมายสมบัติบางอย่างถูกซ่อนอยู่ในอาคาร แต่ในอาคารเหล่านั้นจะสามารถเก็บสมบัติออกมาได้เพียงชิ้นเดียวและเมื่อได้รับสมบัติแล้วก็จะถูกเคลื่อนย้ายออกจากอาคารโดยอัตโนมัติ และจะไม่สามารถเข้าอาคารเดิมซ้ำได้อีกต่อไปแน่นอนว่าการได้รับสมบัตินั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะอาคารส่วนใหญ่ต่างมีผู้พิทักษ์คอยรักษาสมบัติเหล่านั้นอยู่”นักบุญหญิงกล่าวแนะนำ
“ผู้พิทักษ์?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้ยินเรื่องนี้เพราะหวังเยี่ยนก็ไม่เคยบอกเขา หรือบางทีแม้แต่หวังเยี่ยนก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้ เพราะสถานะของหวังเยี่ยนในหอทหารรับจ้างขวานสงครามก็ไม่ได้สูงมากนัก
ถึงแม้ว่าเธอจะครอบครองกุญแจที่ใช้เข้าสู่วิหารแต่ความแข็งแกร่งของเธอนั้นยังไม่เพียงพอที่จะเข้าไปในวิหาร ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจสถานการณ์ในวิหารมากนัก
“ใช่แล้ว เป็นผู้พิทักษ์ผู้พิทักษ์เหล่านี้เป็นเหมือนเทพเกราะทอง รูปลักษณ์ของมันไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วพวกมันเป็นเพียงหุ่นเชิดชนิดหนึ่ง!”นักบุญหญิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “มีเพียงการเอาชนะผู้พิทักษ์เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปในอาคารและนำสมบัติออกมาได้”
“ขอบคุณท่านนักบุญหญิง!”
เย่เทียนกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไรถึงฉันไม่ได้บอก คุณก็จะได้รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ฉันแค่บอกคุณล่วงหน้าเท่านั้นเอง!”
นักบุญหญิงยิ้มเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าเย่เทียนจะกำลังพูดคุยกับนักบุญหญิงอยู่แต่พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขายังคงตรวจสอบผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นที่อยู่รอบด้านตลอดเวลา
“มีผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราอยู่ไม่น้อยและยังมีผู้มีพรสวรรค์ระดับจันทราอยู่ด้วย!”
เย่เทียนไม่สนใจพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราและระดับจันทราแล้วเพราะในตอนนี้พรสวรรค์ของเขาได้ยกระดับกลายเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือพรสวรรค์พิเศษของผู้ฝึกยกระดับราชาเหล่านี้
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาก็มาถึงมากขึ้นเรื่อยๆโดยกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายใหญ่ๆ
ได้แก่ฐานจงไห่และฐานแม่น้ำแยงซี!
ในฐานจงไห่มีพ่อมด และเผ่าสามตาแต่ฐานแม่น้ำแยงซียังมีเผ่าพันธุ์พิเศษอยู่อีกเกือบ 1,000 คน ซึ่งก็คือเผ่ามนุษย์ทะเล!
มนุษย์ทะเลมีรูปลักษณ์คล้ายกับมนุษย์ปกติเพียงแต่ว่าร่างกายบางส่วนของพวกเขามีเกล็ดปรากฏขึ้น และโครงสร้างทางร่างกายส่วนอื่นๆของพวกเขาก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป
มนุษย์ทะเลเป็นมนุษย์โบราณที่ถูกส่งเข้าไปส่งเขตแดนลับในพื้นที่ทะเลพวกเขาค่อยๆ วิวัฒนาการขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่น่าเสียดายที่ภัยพิบัติได้มาถึงเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ายึดครองมหาสมุทรเขตแดนลับของเผ่ามนุษย์ทะเลก็ถูกยึดครองโดยสัตว์อสูร พวกเขาจึงไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงแค่หลบหนีไปตามแม่น้ำแยงซีและในที่สุดพวกเขาก็เข้าร่วมฐานแม่น้ำแยงซี
เย่เทียนพบว่ามนุษย์ทะเลเหล่านี้มีพรสวรรค์ธาตุน้ำเป็นส่วนใหญ่พวกเขาจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่ออยู่ในน้ำ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาของฐานทัพทั้งสองก็มากันจนครบ
“พรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงไม่มีเลย!”
เย่เทียนตระหนักได้ว่าพรสวรรค์ระดับลึกลับนั้นหายากมากต่อให้จะมีสมบัติฟ้าดินอย่างศิลาเทพสงครามคอยช่วยเหลือก็ยากยังที่จะบรรลุพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงได้
ตอนนี้มีพรสวรรค์อยู่สองอย่างที่เย่เทียนรู้สึกสนใจ
หนึ่งคือพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ50% สองคือพรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่งระดับลึกลับ60%
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่งระดับลึกลับ60% เป็นของอันดับ1 ของราชาของฐานจงไห่ และพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ 50%นั้นเป็นของผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งของฐานแม่น้ำแยงซี
เขาคือพ่อมดที่ชื่อว่าไทเกอร์
“ถ้าเราคัดลอกพรสวรรค์ในการป้องกันระดับลึกลับ50% ของไทเกอร์ พรสวรรค์ด้านการป้องกันของเราอาจจะเปลี่ยนเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงและในตอนนี้พรสวรรค์ด้านพละกำลังของเรานั้นไปถึง 60% แล้ว ถ้าเราคัดลอกพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ60% และหลอมรวมมันบางทีพรสวรรค์ของเราอาจจะครบ 100% เลยก็ได้!”
ต้องบอกว่าเวลานี้เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นมาก…
แต่เขาก็รู้สึกปวดหัวมากเช่นกันเพราะว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขานั้นเหลือเวลาคูลดาวน์อีก 2 วัน
เขาไม่สามารถคัดลอกพรสวรรค์ทั้งสองในตอนนี้!
“เฮ้อ!! ถ้าเรารู้แต่แรกว่ามันจะเป็นเช่นนี้เราคงจะเก็บโอกาสในการคัดลอกไว้ก่อน!” เย่เทียนถอนหายใจด้วยความเสียดาย
แต่จะเสียดายไปก็ไร้ประโยชน์เย่เทียนได้แต่หวังว่าจะได้เจอพวกเขาภายในมิติของวิหารอีกครั้ง
“ได้เวลาแล้ว!”
ทันใดนั้นราชาคนหนึ่งก็กล่าวออกมา
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนอื่นๆต่างก็พยักหน้าเช่นกัน ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ด้านล่างของแม่น้ำฉางหลิงก็เปล่งแสงออกมาและลำแสงนี้ก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
ซากปรักหักพังของวิหารปรากฏขึ้นแล้ว!
“คลื่นพลังมิติ!”
เย่เทียนสัมผัสได้ถึงความผันผวนของคลื่นพลังแห่งมิติที่รุนแรง
ในเวลานี้เขาเพิ่งนึกถึงสถานการณ์ที่หวังเยี่ยนได้กล่าวถึงกับเขา
มิติวิหารนี้อยู่ด้านล่างของแม่น้ำและมันจะปรากฏขึ้นในทุกๆ 10 ปี ก่อนหน้านี้จึงไม่มีใครพบมันมาก่อนกระทั่งจักรพรรดิคนหนึ่งได้มาพบมิติวิหารนี้เข้าโดยบังเอิญ
ตอนนี้ในที่สุดเย่เทียนก็เข้าใจ
“โบราณสถานของวิหารควรจะซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างของมิติเว้นเสียแต่ว่าจะสามารถทำลายมิติได้ จึงจะสามารถเข้าไปในโบราณสถานวิหารได้ มิฉะนั้นก็ไม่มีทางที่จะหาวิหารได้เจอ”เย่เทียนตระหนักได้ทันที
“พวกเราลงไปกันเถอะ!”
ราชาคนหนึ่งกระโดดลงไปในแม่น้ำฉางหลิงและเริ่มการต่อสู้ทันที
แม่น้ำฉางหลิงเป็นสวรรค์ของเหล่าสัตว์อสูรไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรระดับราชาอยู่กี่ตัว และบางครั้งก็สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพียงคนเดียว กลัวว่าแม้แต่ประตูมิติทางเข้าวิหารก็ไม่สามารถไปถึง
เพราะงั้นเย่เทียนจึงกระโดดลงไปในแม่น้ำฉางหลิงเช่นกัน
เมื่อนึกถึงตอนที่เขาข้ามแม่น้ำฉางหลิงเพียงลำพังครั้งแรกเขากลัวว่าจะได้พบกับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง เสี่ยวเซวี่ยในตอนนั้นจึงรีบข้ามแม่น้ำฉางหลิงด้วยความเร็วสูงสุด
แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาแข็งแกร่งกว่าตอนนั้นไม่รู้กี่เท่าแม้ว่าสัตว์อสูรในแม่น้ำฉางหลิงจะมีจำนวนมากก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา แม้แต่สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปก็ยังถูกเขาตัดเป็นสองส่วนได้ในกระบวนท่าเดียว
ราชา 5 ดาราก็เพียงพอที่จะต่อสู้กับระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปได้แต่พลังที่แท้จริงของเย่เทียนไม่ใช่แค่เพียงราชา 7 ดารา แต่เป็นระดับราชา8 ดารา หรืออาจจะสูงกว่าราชา 8 ดาราทั่วไปเสียอีก
ในตอนนี้เขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ในแม่น้ำฉางหลิง
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนที่หลั่งไหลเข้ามาล้วนถูกเย่เทียนสังหารในดาบเดียวแม้แต่อสูรระดับราชาที่มีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งก็ไม่ต่างกัน
ไม่นานเขาก็มาถึงก้นแม่น้ำฉางหลิง