สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสี่ Darkest Dungeon 10

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสี่ Darkest Dungeon 10

    แทนที่เนโครแมนเชอร์จะหึงหวงและโกรธกับหัวเราะอย่างหดหู่สะท้อนไปดังทั่วห้อง

    “ฮา ฮา ฮา ข้าพึ่งเคยเจอคนตลกอย่างเจ้าเป็นครั้งแรกเบียทริซน่ะรักแค่ข้าคนเดียวเท่านั้นล่ะ มีแต่ข้าเท่านั้นที่เฝ้ารอเธอได้”

    ร่างของลิชกล่าวอย่างหดหู่คนที่บางครั้งบ้านั้นก็มีเวลาที่สติปัญญาแจ่มใส

    บางครั้งในห้วงลึก เขาก็รู้ว่าหญิงคนรักตายแล้วแค่ไม่อยากยอมรับเท่านั้น

    ว่านี่คือเรือ่งเย้ยหยันที่มากล่าววาจาแย่งศพกัน

    “บุฮิ บุฮิ บุฮิ คิดอย่างนั้นน่ะแสดงว่าเจ้าสูญเสียตัณหาและความเป็นมนุษย์ไปแล้วหากเจ้าเป็นมนุษย์อยู่เจ้าควรจะโกรธและเข้ามาทำร้ายข้าที่ต้องการแย่งชิงผู้หญิงของเจ้าไปและหากนางยังมีชีวิตอยู่ก็จะต้องถูกข้าแย่งไปแน่นอนเพราะตัณหาของข้ารุนแรงกว่าความรู้สึกของเจ้า”

    ราวกับร่างที่เป็นกึ่งโครงกระดูกนั้นสั่นเทา

    “ถ้าอย่างนั้นก็มีทางเดียวที่เราต้องตัดสินกัน”

    เนโครแมนเชอร์จับไม้คทาทำด้วยกระดูกของเขาอย่างดี

    “ก็มีแค่ทางเดียวเท่านั้นล่ะหากเราต้องมาแย่งผู้หญิงกันล่ะก็”

    ดยุกอูลริกคว้าไม้คทาทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีออกมา

    “ลูกผู้ชายพิสูจน์กันที่ตรงนี้ล่ะ”

    คทาทองคำเปล่งแสงสีทองจากอัญมณีนับไม่ถ้วนที่ดยุกอุลริกป้อนมันเข้าไปในช่วงที่พยายามอัพเกรดอาวุธด้วยตำราเล่นแร่แปรธาตุ

    ที่หากเราให้ทองคำและอัญมณีไปมากพอแล้วล่ะก็

    ด้วยค่าสถานะอย่างเดียวไม่นับพลังพิเศษก็ไม่แพ้อาวุธในตำนานเลยทีเดียว

    แน่นอนคนที่เล่นเกมส์เลือกไปหาอาวุธในตำนานมากกว่าเพราะคำนวณจากตามจำนวนเงินที่ใช้ไปแล้วไม่ค่อยจะคุ้มเท่าไรหากต้องเอาเงินทองจำนวนมากไปใช้กับการอัพเกรดอาวุธที่อาจจะเป็นงบประมาณบริหารทั้งเมืองได้เลยทีเดียว

    แต่นั่นคือความคิดของคนยากจนไม่ใช่กับดยุกอุลริก

    และผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งคือทำให้ตอนนี้ค่าสถานะของการเล่นแร่แปรธาตุนั้นครบถ้วนแล้วพอที่จะไปเปลี่ยนอาชีพได้ที่สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุเลยทีเดียวจากการใช้เงินทองคำ ไม้ อัญมณีนับไม่ถ้วนในการฝึกอย่างไม่หยุดหย่อน

    ประกอบกับแหวนเพิ่มค่าประสบการณ์และเหล่านักร้องและนักวิชาการรวมทั้งมาเรียที่คอยร้องเพลงเพิ่มค่าประสบการณ์อยู่ด้านข้าง

    ทำให้ดยุกอูลริกกลายเป็นคนที่เก่งในด้านเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งในที่สุดด้วยพลังของความร่ำรวย

    แบบเดียวกับสายวิชาเวทย์ที่คนที่มาเรียนจะมากจะน้อยต้องเป็นลูกหลานขุนนางหรือพ่อค้าที่ร่ำรวยเพราะค่าเล่าเรียนแพงมหาศาล

    คนที่พอจะสนใจมีงานอดิเรกราคาแพงอย่างเล่นแร่แปรธาตุก็เป็นเช่นเดียวกัน

    นี่คือสาเหตุที่นักเล่นแร่แปรธาตุนั้นหัวสูง

    การต้องมาทำน้ำหอม กลั่นสุรา ทำสบู่ฯลฯ

    บรรดาของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีประโยชน์ของชาวบ้านจะทำให้พวกเขารู้สึกเสียศักดิ์ศรีมาก

    เพราะพวกเขาเชื่อว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุของเขาควรจะมีไว้เพื่อ  “ค้นหาความจริงของจักรวาล”

    ไม่ใช่อะไรที่จะมาใช้กับของสามัญนั่นเอง

    แต่ละคนจึงพยายามมาเมื่อขุนนางเรียกหาแบบเสียไม่ได้แต่โดยหลักก็จะพยายามหาวัตถุดิบ ซื้ออุปกรณ์ในห้องทดลองต่างๆ

    เพราะกล่าวถึงที่สุด การทดลอง “หาความลับของจักรวาล”นั้นจะทำให้เราเสียเงินมากกว่าได้เงินนั่นเอง

    งานที่มีรายได้ที่นักเล่นแร่แปรธาตุได้เงินจึงมักจะเป็นงานที่รับจากขุนนางเช่นการปรุงยาปลุกสวาทต่างๆการไปแก้ปัญหาดินเสื่อมให้ชาวบ้าน วางยานอนหลับยูนิคอร์นและเอาไปวางไว้ในป่าไม่ให้มากัดกินพืชผลชาวบ้าน

    คืองานที่ห่างไกลจากการ “หาความลับของจักรวาล”

    แต่พวกเขาก็ทำเพราการค้นคว้าต้องใช้เงินมหาศาลแต่ไม่ใช่กับดยุกอูลริก เขามีเงินมหาศาลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

    เมื่อพลังเงินตราระดับแคว้นมาผสมกับนักเล่นแร่แปรธาตุ

    ความรู้ในด้านศาสตร์เนโครแมนเชอร์ของดยุกอุลริกอาจจะน้อยกว่าเนโครแมนเชอร์มาก

    แต่การใช้คาถาสกิลพื้นฐานนั้นเขาฝึกมาจนเร็วกว่าผู้ใช้เวทย์คนอื่นๆมากมายนัก

    สายร่ายเร็วนั่นเองและที่สำคัญ

    คทาของเนโครแมนเชอร์เปล่งแสงสีเขียวของความตาย

    คทาของดยุกอูลริกเปล่งแสงสีทองศักดิ์สิทธืของอัญมณี

    ดยุกอูลริกเร็วกว่าเล็กน้อยในการร่ายแต่ลิชก็ร่ายได้ด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กันท่าไรเพราะความเชี่ยวชาญในคาถา

    เปรี้ยง

    คทาของดยุกอูลริกฟาดไปที่ตัวลิชจนลอยไปติดผนังอย่างรุนแรง

    “คทาของข้านั้นยังสามารถใช้เป็นคทาได้ด้วย”

    เจอคทาหนักกว่าห้าสิบกิโลเข้าไปต่อให้อัศวินสวมเกราะหนักก็บาดเจ็บอย่าว่าแต่ลิชที่ใส่เสื้อคลุมนักเวทย์มีจุดอ่อนตรงที่กันเวทย์ได้ดีแต่กันกายภาพต่ำ

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน