“พี่อี้ฉือคะ วันนี้ตอนที่ฉันไปรับเด็กๆ ฉันเจออาจารย์ลู่ด้วยนะคะ อาจารย์ลู่ดูท่าทางใจดีมาก ฉันคิดว่าจะทำขนมไปฝากอาจารย์เพื่อแสดงน้ำใจที่อาจารย์ช่วยพาเด็กๆ ไปส่งที่ไร่น่ะค่ะ”
“ผมเคยชวนอาจารย์มาทานข้าวที่บ้านเราเหมือนกันนะ แต่อาจารย์ปฏิเสธ ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอาจารย์เกรงใจเราหรือเพราะมีเหตุผลอื่น” หวังอี้ฉือพูดอย่างลังเล
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันฉันจะทำขนมที่ราคาไม่แพง แล้วก็จะไม่ทำเยอะเกินไปด้วยค่ะ” หลินถิงถิงตอบอย่างเข้าใจ เพราะถ้าหากเธอมอบของราคาแพงเกินไป อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนอื่นได้ ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดก็หลีกไม่พ้นความอิจฉาของคนไปได้จริงๆ
“ช่วงนี้งานที่ร้านตัดเสื้อเป็นยังไงบ้างหรือ”
“ลูกค้าเยอะขึ้นมากเลยค่ะ ฉันกับพี่สะใภ้รับลูกค้าแทบไม่ทัน ฉันว่าอีกไม่นานฉันต้องจ้างพนักงานเพิ่มแล้วล่ะค่ะ” หลินถิงถิงตอบอย่างอารมณ์ดี
“ดีแล้วล่ะ คุณจะได้ไม่ยุ่งและกดดันตัวเองจนเกินไป”
“แล้วช่วงนี้งานที่ไร่เป็นยังไงบ้างหรือคะ”
“ตั้งแต่ได้พี่เจี๋ยมาช่วย ผมก็สบายขึ้นมากเลยล่ะ”
“แล้วเรื่องบ้าน พี่เขยสนใจบ้านหลังเล็กของคุณพ่อคุณแม่ไหมคะ”
“พี่เจี๋ยดูเหมือนจะสนใจที่ดินที่อยู่ติดกับไร่ของเรามากกว่า พื้นที่ไม่ใหญ่มาก พอปลูกบ้านแล้วก็จะมีบริเวณบ้านเหลืออยู่พอให้ทำสวนผักเล็กๆ ได้ พี่เจี๋ยเขาชินกับบ้านหลังเดิมของเขาที่ชนบทน่ะ”
หวังอี้ฉือและหลินถิงถิงคุยกันต่อไม่นานก็เข้านอน มันเป็นความเคยชินที่พวกเขาจะต้องเข้านอนพร้อมกันและกอดกันไม่ยอมห่าง หวังอี้ฉือจะรอจนกว่าจะได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของภรรยาดังขึ้นก่อน เขาถึงจะหลับตานอน
“น้องสะใภ้มาพอดีเลย มีคนมาสมัครงานน่ะจ้ะ” พี่สะใภ้จ้าวบอกหลินถิงถิง หลังจากเห็นเธอเดินเข้าร้านมา
“สวัสดีค่ะเถ้าแก่เนี้ย ฉันชื่อหลี่หลินค่ะ ส่วนนี่คือน้องสาวของฉันชื่อหลี่เหลียน เราเห็นคุณติดประกาศรับสมัครช่างตัดเสื้อไว้ที่หน้าร้าน เราก็เลยลองเข้ามาสมัครงานดูน่ะค่ะ ฉันเอาแบบเสื้อที่ฉันตัดมาให้คุณดูด้วยนะคะ” หญิงสาวยื่นเสื้อที่เธอตัดให้หลินถิงถิงพิจารณา
หลินถิงถิงรับเสื้อมาดูอย่างพอใจ “เสื้อที่คุณตัดมาฝีเข็มเรียบร้อยมากเลยนะคะ และแบบที่ตัดออกมาก็ดูทันสมัยมากทีเดียว ฝีมือดีอย่างนี้ทำไมถึงมาสมัครเป็นลูกจ้างเสียล่ะคะ ไม่อยากเปิดร้านตัดเสื้อของตัวเองบ้างหรือ”
“เราไม่ปิดบังเถ้าแก่เนี้ยหรอกนะคะ เราสองคนเคยเปิดร้านตัดเสื้อที่เมืองอื่นมาก่อนค่ะ แต่เพราะความเข้าใจผิดของผู้หญิงคนหนึ่งที่คิดว่าน้องสาวของฉันแอบคบกับลูกชายของเธอ เธอจึงคอยมาหาเรื่องเราทุกวัน จนไม่มีลูกค้ากล้าเข้ามาตัดเสื้อที่ร้านของเรา ทำให้ร้านของเราต้องปิดตัวไปน่ะค่ะ แม่ของฉันพอทราบเรื่องก็เสียใจมาก อาการป่วยจึงทรุดลงและเสียไปเมื่อตอนต้นปี เราสองพี่น้องจึงขายบ้านหลังเล็กๆ ของเรา แล้วก็ย้ายมาเช่าบ้านอยู่ที่ปักกิ่งนี่ล่ะค่ะ” หลี่หลินอธิบาย
หลินถิงถิงฟังอย่างไม่พูดอะไร หลี่เหลียนร้อนใจจึงรีบอธิบายต่อ “จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นค่ะ ผู้หญิงคนนั้นคิดว่าฉันไปหลอกคบกับลูกชายของเธอเพราะต้องการเงิน ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเขาไปพูดอะไรกับแม่ของเขา จนทำให้แม่ของเขาต้องมาก่อกวนฉันอย่างนี้ ฉันเคยเจอผู้ชายคนนั้นแค่สองครั้งเองนะคะ และก็เป็นการเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น”
“ถ้าเรารับพวกคุณเข้ามาแล้ว ร้านของเราจะไม่เดือดร้อนไปด้วยหรือคะ” พี่สะใภ้จ้าวถามอย่างกังวล แต่พอมองแบบเสื้อที่อยู่ในมือแล้วก็ได้แต่นึกเสียดาย
“พวกเขาคงไม่รู้หรอกค่ะว่าเราย้ายมาอยู่ที่ปักกิ่ง แต่ถ้าเถ้าแก่เนี้ยไม่สบายใจ เราไม่นั่งประจำอยู่ที่ร้านก็ได้นะคะ เรารับงานกลับไปทำที่บ้านได้” หลี่หลินรีบบอก
หลินถิงถิงพิจารณาหญิงสาวทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ภพที่แล้วเธอเจอกับผู้คนมามากมายหลายรูปแบบ ทำให้เธอเชื่อว่าหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้โกหก
“ถ้าฉันให้พวกคุณมาเริ่มงานพรุ่งนี้เลย พวกคุณจะสะดวกไหมคะ” หลินถิงถิงตอบรับ
“เถ้าแก่เนี้ยรับเราทั้งสองคนแล้วหรือคะ” หลี่หลินถามด้วยความดีใจ
“ใช่แล้วค่ะ พรุ่งนี้พวกคุณมาเริ่มงานได้เลย”
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากเลยนะคะ” หลี่เหลียนพูดขอบคุณน้ำตาคลอ
“ไม่ต้องเรียกฉันว่าเถ้าแก่เนี้ยหรอกค่ะ ดูเหมือนฉันจะเกิดก่อนพวกคุณ เอาอย่างนี้พวกคุณเรียกฉันว่าพี่ถิงถิงก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ถิงถิง พวกเราจะมาทำงานให้ตรงเวลา และตั้งใจทำงานให้เต็มที่เลยค่ะ” หลี่หลินรีบรับปาก ก่อนที่จะขอตัวกลับ
“น้องสะใภ้รับสองคนนั้นเข้ามาทำงาน ไม่กลัวว่าในอนาคตจะมีปัญหาหรือ” พี่สะใภ้จ้าวถาม
“ดูท่าทางแล้วพวกเธอไม่น่าจะใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ ถ้าในอนาคตจะมีปัญหา เราก็ค่อยมาว่ากันอีกที พอเห็นเธอสองคนแล้วฉันก็นึกถึงตัวเองเมื่อก่อนขึ้นมาน่ะค่ะ เมื่อตอนที่เราลำบากจนถึงที่สุด แล้ววันหนึ่งมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเรา มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยนะคะ ฉันอยากให้โอกาสพวกเธอค่ะ”
“พี่หลิน เถ้าแก่เนี้ยรับเราเข้าทำงานจริงๆ ใช่ไหม” หลี่เหลียนถามพี่สาวอีกครั้งหลังจากเดินพ้นประตูร้านมาแล้ว
“พี่ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน พวกเราซื้ออะไรกลับบ้านไปฉลองกันสักหน่อยดีกว่า” หลี่หลินพูดอย่างอารมณ์ดี
สองพี่น้องซื้อถือของพะรุงพะรังออกมาจากร้านค้า โดยไม่ทันระวังจึงเดินไปชนเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนที่หน้าร้าน
“โอ๊ย!” หลี่หลินล้มลง
“พี่หลินเป็นอะไรหรือเปล่า” หลี่เหลียนเข้าไปประคองพี่สาว
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมต้องขอโทษพวกคุณด้วยนะครับ” จ้าวหวังหย่งเข้าไปประคองหวังลู่เสียน พร้อมกับขอโทษหญิงสาว ก่อนที่จะนิ่งมองหญิงสาวที่ล้มอยู่ตรงหน้า
หวังลู่เสียนเห็นเพื่อนตัวเองเงียบไปก็หันไปมองหญิงสาวทั้งสองคนบ้าง แต่สายตาของเขากลับไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนที่ประคองพี่สาวอยู่ข้างหลัง
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ และฉันก็ต้องขอโทษคุณทั้งสองคนเหมือนกัน เพราะฉันก็เดินไม่ระวังเอง” หลี่หลินตอบชายหนุ่ม
“คุณคะ คุณคะ” หลี่เหลียนเรียกพร้อมกับโบกมืออยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสอง “พี่หลิน พวกเขาเป็นอะไรไป”
“คุณคะ” หลี่หลินเรียกชายหนุ่มทั้งสองคนอีกครั้ง
“ครับๆ” จ้าวหวังหย่งได้สติขึ้นมาก่อน แล้วเขย่าเพื่อนเบาๆ จนหวังลู่เสียนก็รู้สึกตัวตาม
“พวกคุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฉันต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะคะที่เดินไม่ระวัง” หลี่หลินขอโทษชายหนุ่มอีกครั้ง
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมมากกว่าที่ต้องขอโทษคุณ ผมก็เดินไม่ระวังเหมือนกัน” หวังลู่เสียนพูดพร้อมกับช่วยหญิงสาวเก็บของที่ร่วงอยู่ที่พื้น พร้อมกับชำเลืองมองหญิงสาวคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ” หลี่หลินพูดจบก็จูงมือน้องสาวเดินออกไป ทิ้งให้หวังลู่เสียนและจ้าวหวังหย่งมองตามอย่างนึกอะไรไม่ทัน