หาวจวงที่อยู่ในอารมณ์โกรธสุดขีดเขาเร่งพลังทั้งหมดในร่างพร้อมกับซัดทำลายม่านพลังชั้นที่สามของเฟยหลงจนแตกภายในครั้งเดียวจากนั้นพวกเขาจึงได้ขึ้นมายังชั้นที่สองได้เมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาพบว่าพลังฟ้าดินของชั้นที่สองนี้หนาแน่นเป็นอย่างมากพวกเขาจึงรีบดูดซับพลังฟ้าดินเหล่านั้นในทันที
แต่พวกเขากลับถูกสัตว์อสูรระดับสูงที่ถูกเฟยหลงและบาเอลใช้เป็นคู่ซ้อมมือเฟยหลงและบาเอลไม่คิดสังหารพวกมันแต่พวกเขาเก็บของมีค่าทั้งหมดที่พวกมันเฝ้าเอาไว้ไปจนหมดทำให้พวกมันโกรธเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากเข้ามา พวกมันจึงได้ระบายความโกรธทั้งหมดไปที่กลุ่มของหาวจวงพวกมันเข้าโจมตีเป็นระยะ ๆ คอยขัดขวางไม่ให้กลุ่มของหาวจวงได้ดูดซับพลังฟ้าดินจนหลายคนทนไม่ได้ถึงกับยอมถอยกลับไปยังชั้นที่หนึ่งตามเดิม
เฟยหลงและบาเอลขึ้นมาถึงยังชั้นที่สามแต่ในชั้นที่สามหลังจากที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปพวกเขาต้องตกตะลึงเพราะแรงกดดันมหาศาลที่พวกเขาได้รับแทบทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปยังชั้นที่สามมันเป็นเพียงแค่เส้นทางเล็ก ๆ มองไปด้านหน้ามีความยาวเพียงแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้นแต่แรงกดดันที่พวกเขาทั้งสองได้รับนั้นกลับทำให้พวกเขาสามารถก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ทั้งคู่ต้องนั่งลงพร้อมกับปรับความคุ้นเคยกับแรงกดดันพวกนั้น
เมื่อสามารถทนแรงกดดันพวกนั้นได้ ทั้งสองคนก็ก้าวไปได้อีกเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้นแรงกดดันจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวทุก ๆ สิบเมตร ทั้งสองคนต้องใช้เวลาปรับตัวกว่าหนึ่งชั่วโมงจึงจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของเฟยหลงทำให้เขาใช้เวลาน้อยกว่าบาเอล แต่ระยะเวลาที่บาเอลใช้ไปก็ไม่มากไปกว่าเฟยหลงมากนัก
เพียงแค่สิบชั่วโมงเฟยหลงสามารถผ่านชั้นสามมาได้ส่วนบาเอลนั้นยังเหลืออีกเพียงแค่ยี่สิบเมตรเท่านั้นเขาก็จะสามารถหลุดพ้นจากแรงกดดันนั้นได้เฟยหลงจึงได้เดินทางขึ้นไปยังชั้นที่สี่ของวิหารเทียมฟ้าเพื่อขึ้นไปสำรวจก่อนหลังจากนั้นสามชั่วโมงบาเอลจึงได้หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงเขารีบขึ้นไปยังชั้นที่สี่ตามเฟยหลงไปทันที
ทันทีที่ขึ้นไปถึงยังชั้นที่สี่เฟยหลงต้องตกตะลึงกับสัตว์ที่ถูกขังเอาไว้ในชั้นนี้เฟยหลงคิดว่ามันต้องเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างแน่นอนไม่รู้ว่าถูกขังอยู่ที่วิหารเทียมฟ้านี้มานานเท่าไหร่แล้วรูปร่างมันคล้ายกับเต่ามีกระดองขนาดใหญ่ แต่มีศีรษะและหางเหมือนกับมังกร
“ท่านผู้อาวุโสนั่นมันตัวอะไรทำไมกลิ่นอายของมันถึงได้แข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้”
“เต่ามังกรมันเป็นสัตว์เทพชนิดหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่ามันถูกจับขังไว้ที่นี่เพราะสาเหตุใด”
เฟยหลงค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเต่ามังกรตัวนั้น ซึ่งมันถูกขังไว้ในกรงเหล็กขนาดใหญ่ขาทั้งสี่ของมันถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนที่คอยังมีห่วงเหล็กอีกหนึ่งห่วงสลักด้วยอักขระโบราณเมื่อเฟยหลงมองไปยังอักขระโบราณนั้นเฟยหลงสามารถเข้าใจของตัวอักษรโบราณพวกนั้นได้ในทันทีหลังจากที่ผลึกปัญญาแห่งแสงของเขาทำงานด้านข้าง ๆ ยังมีศิลาที่จารึกข้อความด้วยตัวอักษรโบราณพวกนั้นเอาไว้อีกด้วย
เฟยหลงจ้องอ่านข้อความในศิลาจารึกนั้นเต่ามังกรตัวนี้ถูกคุมขังอยู่ในวิหารเทียมฟ้านี้มานานกว่าห้าแสนปีแล้ว แต่พลังจากสายเลือดของมันกลับแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เฟยหลงจ้องมองไปยังเต่ามังกรตัวนั้น พร้อมกับเอ่ยถาม
“ท่านผู้อาวุโสท่านเป็นผู้เฝ้าชั้นที่สี่แห่งนี้เช่นนั้นหรือ?”เต่ามังกรตัวนั้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“เจ้าขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้อย่างไร? เจ้าช่วยปลดปล่อยข้าออกไปจะได้หรือไม่หากเจ้าปล่อยข้าไปเจ้าอยากจะได้อะไรข้าจะนำมาให้เจ้าทุกอย่าง”
“ทุกอย่างเลยอย่างนั้นหรือท่านผู้อาวุโส”
“เจ้าคิดว่าข้าจะโกหกเจ้าหรืออย่างไรข้าถูกคนชั่วมันจับตัวมาขังไว้ที่นี่หลายแสนปีแล้ว วันนี้คงเป็นเพราะเรามีวาสนาต่อกันพวกเราถึงได้มาพบเจอกันเช่นนี้”
“หากข้าปล่อยท่านแล้วท่านทำร้ายข้าจะให้ข้าทำอย่างไรตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ผู้ฝึกตนตัวเล็ก ๆอีกอย่างระดับพลังยุทธ์ของข้าเองก็ต่ำเตี้ยขนาดนี้ แค่ผู้อาวุโสกระทืบทีเดียวร่างของข้าก็คงแหลกละเอียดแล้ว”
“ข้ารับรองด้วยเกียรติของเต่ามังกรว่าจะไม่ทำอันตรายใดๆ กับเจ้าเลยแม้แต่น้อย”
“ข้าไม่เชื่อหรอกหากท่านต้องการให้ข้าช่วย ต้องมีของแลกเปลี่ยนเสียก่อนไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ยอมช่วยเหลือท่านเป็นอันขาด”
“ได้สิเจ้าต้องการอะไรก็ว่ามา ขอเพียงแค่เจ้าสามารถช่วยเหลือข้าปลดโซ่และเปิดกรงขังนี้ให้ข้า ข้ายินดีให้สิ่งที่เจ้าต้องการ”
“แต่ข้าไม่รู้วิธีท่านผู้อาวุโสจะให้ข้าน้อยทำเช่นไร”
“เจ้าเห็นกุญแจที่อยู่ตรงนั้นหรือไม่เพียงแค่เจ้าหยิบกุญแจพวกนั้นมาปลดล็อคพวกนี้ก็สิ้นเรื่องแล้ว”
เฟยหลงมองตามที่เต่ามังกรชี้ไปเขาเห็นกุญแจอยู่สามดอกด้วยกันแขวนอยู่พร้อมกับป้ายที่เขียนบอกเป็นภาษาโบราณกุญแจดอกแรกใช้สำหรับเปิดกรง กุญแจดอกที่สองใช้สำหรับปลดล็อคห่วงที่คอส่วนกุญแจดอกที่สามใช้สำหรับปลดล็อคโซ่ตรวนทั้งสี่ที่เท้า
“เช่นนั้นข้าขอถามท่านผู้อาวุโสหน่อยจะได้ไหมในวิหารเทียมเมฆนี้ทุกคนที่เข้ามาต้องทำตามคำสั่งของเจ้าของวิหารเทียมเมฆหรือไม่ขอรับ”
“แน่นอนเจ้าต้องทำตามคำสั่งของเจ้าของวิหารเทียมเมฆนี้หากเจ้าไม่ทำตามคำสั่งของเจ้าของวิหาร ก็เหมือนกับว่าเจ้าลบหลู่และดูหมิ่นเจ้าของวิหารเทียมเมฆนี้”
“เช่นนั้นข้าน้อยคงจะช่วยเหลือท่านไม่ได้ตอนแรกข้าน้อยคิดจะถามท่านผู้อาวุโสว่าผลไม้แห่งชีวิตอยู่ที่ไหนแต่หากข้าน้อยถามผู้อาวุโสไป เจ้าของวิหารคงคิดว่าข้านั้นโกงผู้อื่นอย่างแน่นอนข้าน้อยคงต้องใช้ความสามารถค้นหาเอาเองเหมือนเช่นคนอื่น ๆ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้าหนูเจ้านี่ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะแค่ผลไม้แห่งชีวิตมันอยู่ในชั้นที่ห้า ชั้นสูงสุดของวิหารเทียมเมฆแห่งนี้ ใคร ๆเขาก็รู้กัน คงมีแต่เจ้าเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ท่านผู้อาวุโสหากข้าช่วยท่านจริงๆ ท่านจะตอบแทนข้าโดยให้ทุกอย่างที่ข้าต้องการเลยใช่หรือไม่?”
“ใช่ข้าจะให้เจ้าทุกอย่างที่เจ้าต้องการ.......”
“เช่นนั้นข้ามีเรื่องรบกวนท่านอยู่สี่เรื่องด้วยกันหากท่านสามารถทำให้ข้าได้ ข้ายินดีที่จะช่วยเหลือท่านออกไปจากที่นี่”
เต่ามังกรได้ยินดังนั้นมันดีใจเป็นอย่างมากมันติดอยู่ที่นี่มาเกือบ ๆ ห้าแสนปีแล้ว หากมันสามารถออกไปได้และกลืนกินพลังชีวิตของผู้คนด้านนอกได้อีกครั้งพลังของมันก็จะฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
“เจ้าลองบอกความต้องการของเจ้าให้กับข้าฟังก่อนหากข้าสามารถทำให้เจ้าได้ ข้าก็จะทำ”
“ข้อแรกนั้นไม่ยากเลยข้าน้อยต้องการโลหิตของท่านเพียงแค่หนึ่งร้อยหยด ท่านพอจะให้กับข้าน้อยได้หรือไม่?”
“ได้สิข้ายินดีมอบโลหิตของข้าให้กับเจ้าหลังจากที่ข้าออกไปได้แล้ว”
“ไม่ไม่ ไม่ ข้าต้องการมันก่อน หากท่านออกมาได้แล้วท่านไม่สนใจข้าน้อยด้วยความเร็วระดับท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยไม่มีวันตามท่านทันอย่างแน่นอน”
เต่ามังกรครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้เช่นนั้นข้าจะมอบโลหิตของข้าจำนวนหนึ่งร้อยหยดให้กับเจ้าก่อนแต่เพื่อป้องกันเจ้าไม่ทำตามสัญญาเจ้าต้องช่วยปลดห่วงที่คอของข้าออกก่อนจะได้หรือไม่”
“ได้สิท่านผู้อาวุโสเช่นนั้นข้าจะช่วยปลดห่วงที่คอของท่านออกก่อน แล้วท่านค่อยนำโลหิตจำนวนหนึ่งร้อยหยดมาให้กับข้า”
เฟยหลงเดินไปหยิบกุญแจดอกที่สองมาจากนั้นจึงค่อย ๆ เดินไปที่กรง เขาเอื้อมมือออกไปพร้อมกับปลดห่วงที่คอของเต่ามังกรในระหว่างนั้นเต่ามังกรแอบดูดซับพลังปราณของเฟยหลงไปบางส่วนซึ่งเฟยหลงเองก็สามารถรู้สึกได้ในทันที เฟยหลงจึงได้แอบร่ายเวทเข้าใส่ห่วงนั้นก่อนที่จะวางมันลงกับพื้นข้าง ๆ ตัวของเต่ามังกร
“ข้าปลดห่วงที่คอของท่านให้แล้วท่านผู้อาวุโส โลหิตของท่านหนึ่งร้อยหยดอย่าลืมมอบให้ข้าด้วย”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหยิบขวดออกมาจากแหวนมิติจำนวนสิบขวดเพื่อใช้รองรับโลหิตของเต่ามังกร โลหิตสีทองจำนวนหนึ่งร้อยหยด ค่อย ๆ หยดลงในขวดที่เฟยหลงเตรียมเอาไว้หลังจากที่ได้โลหิตครบทั้งหนึ่งร้อยหยด เฟยหลงจึงรีบนำมันเก็บไว้ในทันที
“เรื่องที่สองข้าไม่เคยมีวิชาป้องกันตัวที่แข็งแกร่ง ท่านพอจะสอนข้าได้หรือไม่?”
“เรื่องง่าย ๆ” เต่ามังกรคายตำรายุทธ์ของมันออกมาจากปาก สองตำราด้วยกัน
“ตำราแรกเป็นวิชายุทธ์ที่ใช้ป้องกันมีชื่อเรียกว่า โล่กระดองเต่า ส่วนวิชายุทธ์อีกตำราหนึ่งเรียกว่าคลื่นเต่าทลายสวรรค์”ที่เต่ามังกรเลือกสองวิชายุทธ์นี้ให้กับเฟยหลงเพราะมันรู้ดีว่าอย่างไรเสียเฟยหลงก็ไม่สามารถฝึกฝนได้อย่างแน่นอนเพราะโล่กระดองเต่านั้นเป็นวิชายุทธ์ที่ต้องใช้กระดองเต่าเป็นสื่อกลางในการขับเคลื่อนพลังส่วนคลื่นเต่าทลายสวรรค์เองยิ่งฝึกฝนไม่ได้ เพราะต้องใช้การขับเคลื่อนลมปราณในลักษณะของเต่าเท่านั้นจึงจะสามารถใช้มันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเช่นนั้นข้าจะเปิดกรงให้ท่านก่อน” เฟยหลงค่อย ๆ เดินไปหยิบกุญแจดอกที่สามมาและแกล้งทำเป็นเปิดกรง แต่เปิดไปไม่ได้ เขาจึงเอ่ยว่า
“สงสัยข้าจะหยิบมาผิดเช่นนั้นข้าจะขอปลดโซ่ตรวนทั้งสี่เส้นออกจากขาของท่านก่อน นะท่านผู้อาวุโส”เต่ามังกรพยักหน้าตอบรับก่อนที่เฟยหลงจะทำการปลดโซ่ตรวนที่ขาของเต่ามังกรออก
“ส่วนข้อที่สามท่านผู้อาวุโสตลอดทางที่ผ่านมาข้าไม่สามารถแย่งของวิเศษ หรืออาวุธใดได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียวท่านผู้อาวุโสท่านพอจะมีของดี ๆ แบ่งให้ข้าจะสักชิ้นจะได้ไหม”
ครั้งนี้เต่ามังกรยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะเฟยหลงนั้นช่วยปลดปล่อยโซ่ตรวนและห่วงที่คอของมันออกแล้วหากสามารถปลดปล่อยมันออกมาจากกรงได้ มันจะดูดซับพลังชีวิตทั้งหมดของเฟยหลงจนหมดเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวมันเอง มันเผลอยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์