ตำหนักเป่ยเทียน
ฮองเฮากระแทกตัวลงนั่งหลังกลับถึงตำหนัก ความโกรธเกลียดสุมอกจนแทบะเิ หมดจากไป๋ิหลานก็มีองค์รัชทายาทหรงซิ่ง หมดจากเหยาฉีก็ยังมีองค์หญิงอู๋ิอีก เหตุใดพวกมันแม่ลูกจึงไม่ตายกันไปให้หมดเสียที
"อู๋ินางกล้าตำหนิข้าต่อหน้าธารกำนัล ไม่เพียงเท่านั้นยังบังอาจท้าทายอำนาจข้าอีกด้วย เกลียด! ข้าเกลียดนาง อยากจับนางสับเป็หมื่น ๆ ชิ้นเสียเดี๋ยวนี้"
มามาหรูอี้เห็นท่าไม่ดีจึงรีบยกน้ำชาไปถวายเ้านายให้เพื่อคลายความโมโห
“โปรดพระทัยเย็นก่อนเถิดเพคะ”
ฮองเฮารับน้ำชามาดื่มพรวดเดียวจนหมดก่อนจะกระแทกถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะด้วยอารมณ์โกรธที่ยังคุกรุ่น ั้แ่เกิดมานางมิเคยพบเจอผู้ใดถกเถียงเก่งเท่าอู๋ิมาก่อน
ยิ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวที่สุดแสนชังก็ยิ่งรู้สึกทนไม่ได้ เมื่อก่อนอู๋ิไม่เคยเสนอหน้าออกนอกตำหนัก ต่อให้ตัดเบี้ยเลี้ยง ตัดข้ารับใช้ออกจนหมดเหลือนางกำนัลข้างกายเพียงคนเดียว รวมทั้งจัดแจงย้ายให้ไปอยู่ตำหนักหลังเล็กห่างไกลผู้คน เ้าตัวก็มิเคยปริปากบ่นดังนั้นฮองเฮาจึงเมตตายอมให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่แต่เหมือนนางจะคิดผิด
“เพียงองค์หญิงไร้ตัวตนคนหนึ่ง อย่าทรงใส่พระทัยเลยเพคะ”
“ก่อนหน้ากับเหยาฉี เ้าก็เคยพูดเช่นนี้ แล้วเป็อย่างไร สุดท้ายฮ่องเต้ก็หันไปสนพระทัยนางมากกว่าข้า" ฮองเฮาตวาดคนสนิทเมื่อนึกถึงเื่เก่า ๆ ตอนที่อดีตฮองเฮาสิ้นพระชนม์ นางคิดว่าจะไม่มีใครขวางทางนางแล้วแต่ก็ยังมีเหยาฉีอีกคน สุดท้ายอีกฝ่ายก็คว้าพระทัยของฮ่องเต้ไปครองจนได้
“เป็ความผิดของหม่อมฉัน ขอฮองเฮาโปรดลงโทษ” มามาหรูอี้คุกเข่าอย่างสำนึกผิด
ฮองเฮาหลุบตามองคนสนิทก่อนจะถอนหายใจ มามาหรูอี้อยู่ข้างกายนางมานานมีหรือนางจะกล้าลงมือกับอีกฝ่าย
“ข้าไม่เข้าใจสักนิด หลักฐาน พยาน มีครบถ้วนแต่ฝ่าากลับไม่สั่งลงโทษองค์รัชทายาทหรงซิ่ง ทั้งยังรับสั่งให้แม่ทัพหลี่ไท่หยูเป็ผู้รับผิดชอบคดี ตอนนี้มีใครไม่ทราบบ้างว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพเป็สหายสนิทขององค์หญิงอู๋ิ เช่นนี้มิเท่ากับเอื้อประโยชน์ให้คนผิดงั้นหรือ” ฮองเฮากวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นอีกครั้งด้วยความโมโห ฮ่องเต้คือคนโง่ไร้สติ ถูกเหยาฉีสวมเขาไม่พอ ยังจะปล่อยให้บุตรสาวของอีกฝ่ายคอยจูงจมูกอีก
“ท่านแม่ทัพมิได้มีนิสัยเห็นแก่พวกพ้องหรอกเพคะ”
“เ้าก็ทราบกิตติศัพท์รักและตามใจฮูหยินของเขาดี ไม่แน่เขาอาจทำทุกอย่างตามที่ภรรยาขอร้องก็ได้!”
“ทรงมั่นพระทัยหรือเพคะว่าเป็ฝีมือขององค์รัชทายาทหรงซิ่ง” มามาหรูอี้อดเห็นด้วยกับองค์หญิงอู๋ิไม่ได้ ทุกอย่างดูประจวบเหมาะจนเกินไป อย่างไรก็ตาม หากหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ไม่ได้ องค์รัชทายาทหรงซิ่งก็อาจต้องรับโทษอยู่ดี
“ข้าไม่สนว่าองค์รัชทายาทหรงซิ่งทำผิดจริงหรือไม่ หากสามารถทำลายเขาได้ ข้าย่อมต้องเล่นไปตามน้ำ ไม่ว่าองค์รัชทายาทหรงซิ่งหรือใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายลูกชายข้า ข้าไม่มีวันปล่อยให้รอดชีวิตไปแน่”
“แต่หม่อมฉันกลับคิดว่าการลงมือครั้งนี้ นอกจากตั้งใจจะกำจัดองค์รัชทายาทหรงซิ่งแล้ว องค์ชายเจียงเฉียงก็เป็อีกหนึ่งเป้าหมาย ทั้งยังคิดใช้ตำหนักเป่ยเทียนเป็หมากเดินเกม สองตำหนักใหญ่ห้ำหั่นกัน ที่เหลือก็คอยรับผลประโยชน์” มามาหรูอี้คาดเดาจากการลงมือของคนร้ายเพราะจากที่ได้ยินมาดูเหมือนคนร้ายจะพุ่งเป้าไปที่องค์รัชทายาทหรงซิ่งและองค์ชายเจียงเฉียงเท่านั้น
“เ้ากำลังจะบอกว่าทั้งหมดนี้อาจเป็แผนของตำหนักหนานเทียนหรือไม่ก็ซีเทียนงั้นหรือ”
มามาหรูอี้พยักหน้าอย่างค่อนข้างมั่นใจ
“ส่งคนไปสืบแล้วชิงหลักฐานมาให้หมด ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเป็ฝีมือของใคร ฮ่องเต้มิเคยปราณีกับผู้ที่ลงมือทำร้ายสายเืเดียวกัน รอให้องค์รัชทายาทหรงซิ่งถูกลงโทษแล้ว พวกเราค่อยเปิดเผยหลักฐานเพื่อเอาผิดคนร้ายตัวจริง” ใบหน้างามยกยิ้มหลังสามารถคิดหาแผนการเอาคืนได้เพราะเท่ากับว่ายิงธนูดอกเดียวได้นกถึงสองตัว
“ฮองเฮาทรงพระปรีชาเพคะ กำจัดองค์รัชทายาทหรงซิ่งได้ ต่อไปองค์หญิงอู๋ิก็จะไร้ที่พึ่ง ถึงตอนนั้นฮองเฮาจะจัดการกับนางอย่างไรก็ย่อมได้”
ตำหนักหนานเทียน
“อู๋ิเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้ ดูสิ แม้แต่ฮองเฮาก็ยังพ่ายแพ้ให้กับนางเลย ฮ่าๆ ๆ ว่าแต่เื่วันนี้เป็แผนการของเ้างั้นหรือ”
“กระหม่อมคิดเป็ฝีมือของเสด็จแม่เสียอีก”
“ไม่ใช่ เช่นนั้นเป็ฝีมือใคร” พระสนมซูลี่สงสัยมากว่าเป็ฝีมือของผู้ใด จะว่าเป็ฮองเฮาก็ไม่น่าใช้เพราะคงไม่มีแม่ที่ไหนนำลูกของตนเองไปเสี่ยงอันตรายหรอก
“โล่งอกที่ไม่ใช่ฝีมือของพวกท่าน หากเป็แบบนั้นล่ะก็ หม่อมฉันคงไม่มีหน้าไปพบองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงอีกแล้ว” องค์หญิงเจียวมี่ที่เข้ามาทันได้ยินสิ่งที่มารดาและพี่ชายสนทนากันเอ่ยแทรกก่อนจะเดินมานั่งด้านข้างมารดาด้วยความรู้สึกสบายใจขึ้น
“ทำอย่างกะว่าเขาอยากจะพบเ้ามากอย่างนั้นแหละ ถูกความรักบังตาจนดูไม่ออกเลยหรือว่าองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงไม่ได้สนใจเ้าสักนิด” คำพูดอาจฟังดูแรงแต่ก็เพื่อเรียกสติ อย่างน้อยเจียวมี่จะได้รู้ว่าแผนการตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกใช้ไม่ได้ผล
“เสด็จพี่ วาจาของท่านช่างร้ายกาจนัก! เสด็จแม่ต้องจัดการเสด็จพี่ให้หม่อมฉันนะเพคะ”
“เอาล่ะ ๆ เลิกโวยวายได้แล้ว ที่พี่เ้าเตือนก็เพราะหวังดี แม่ว่าเ้าต้องหาวิธีการใหม่แล้ว หาไม่บุรุษในฝันของเ้าคงได้หลุดมือ”
องค์หญิงเจียวมี่ลุกขึ้นยืนจากนั้นหมุนตัวไปมาอยู่หลายรอบ
“หม่อมฉันงดงามหรือไม่เพคะ”
“งดงาม! งามเหมือนข้าตอนสมัยสาว ๆ ไม่มีผิด” พระสนมซูเฟยตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด
องค์ชายซูปี้ส่ายหน้าไปมาก่อนจะชะงักหลังถูกสองสาวจ้องตาไม่กะพริบ
“งามสิ! งดงามมากทั้งคู่ ทั้งเ้า ทั้งเสด็จแม่”
“นั่นอย่างไรล่ะ หม่อมฉันเองก็งดงามมากถึงเพียงนี้แต่ทำไมกลับถูกเมิน สายตาของเขามีปัญหาหรือไรกัน เสด็จพี่! ท่านเองก็เป็บุรุษ ตอบมาหน่อยว่าเพราะเหตุใด” มีบุรุษที่ไหนบ้างไม่ชื่นชอบสตรีงดงามดังนั้นจะเป็ไปได้อย่างไรที่องค์รัชทายาทซิ่งเฉิงจะไม่สนใจนางหรือว่าลู่เอินที่เป็หญิงงามอันดับหนึ่งและสองของแคว้นแต่กลับไปใส่ใจอู๋ิแทน
“เ้าเพิ่งทราบหรืออย่างไรว่าพี่ชายของเ้าเป็บุรุษ” องค์ชายซูปี้กล่าวประชด
องค์หญิงเจียวมี่ส่งค้อนให้พี่ชายก่อนจะกระแทกขวดยาลงบนโต๊ะ
“เอ้านี่ของท่าน!”
องค์ชายซูปี้เอื้อมมือไปหยิบขวดยามาถือไว้ด้วยไม่อยากเชื่อสายตา คิดไม่ถึงว่าน้องสาวจะห่วงใยเขาไม่น้อย
“ทีนี้บอกหม่อมฉันได้หรือยังเพคะว่าเพราะเหตุใด” องค์หญิงเจียวมี่มองพี่ชายตาปริบ ๆ ทั้งทำหน้าออดอ้อน
“บุรุษโดยมากชมชอบสตรีอ่อนแอ น่าทะนุถนอม ทำให้มีความรู้สึกอยากปกป้อง ดังนั้นพวกเขาจึงให้ความใส่ใจสตรีประเภทนี้มากกว่า อีกอย่างสิ่งใดที่ได้มาง่าย มักจะไร้คุณค่า เ้าเอาแต่เข้าหาองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงก่อน ทำเช่นนี้เขาก็จะมองเ้าเป็เหมือนของตาย ไม่น่าสนใจ”
“เป็เช่นนี้นี่เอง แต่จะให้แสร้งทำตัวอ่อนแอทุกวันก็คงไม่ไหว แล้วการที่หม่อมฉันซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง ทำไมกลับถูกมองว่าเป็ของตายไร้ค่าเสียได้ บุรุษช่างเข้าใจยากเสียจริง” องค์หญิงเจียวมี่ถอนหายใจเมื่อหนทางสู่ความสำเร็จตรงกันข้ามกับตัวตนของนาง
“หมายความว่าเ้าจะยอมแพ้?”
“คำว่ายอมแพ้ ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของหม่อมฉันเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ใส่ใจองค์รัชทายาทซิ่งเฉิงและแน่นอน...” องค์หญิงเจียวมี่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นพร้อมกับใช้นิ้วกรีดน้ำตาออกจากใบหน้า
“หม่อมฉันดูอ่อนแอ น่าสงสารพอไหมเพคะ”
พระสนมซูเฟยยกมือปิดปากกลั้นยิ้มก่อนใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด วันนี้เกิดเื่วุ่นวาย โชคดีที่บุตรทั้งสองไม่ได้รับาเ็ ทว่าจากวันนี้ไปคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นเมื่อใครบางคนกำลังเริ่มลงมือแล้ว
ตำหนักซีเทียน
“เป็อย่างไรบ้างสืออี้ ลู่เอิน พวกเ้าไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่” มือเรียวสะอาดสำรวจร่างกายของบุตรชายและบุตรสาวเพื่อหาร่องรอยาเ็ เมื่อไม่พบก็โล่งใจ
“พวกเราปลอดภัยดี ขออภัยที่ทำให้เสด็จแม่ทรงกังวลพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่พูดพร้อมกับตบหลังมือของมารดาเบา ๆ เพื่อปลอบ
“ดีแล้ว ๆ ได้ยินว่าองค์รัชทายาทหรงซิ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง จริงเท็จเป็เช่นไร”
“ยังมิไม่ได้ตัดสิน คงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
“แม่ไม่เชื่อว่าเื่นี้จะเป็ฝีมือขององค์รัชทายาท”
“กระหม่อมก็คิดแบบเดียวกัน แต่เพราะมีหลักฐานมัดตัวจึงยากจะปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ” แม้องค์หญิงอู๋ิจะยืนกรานปฏิเสธแต่ด้วยเวลาจำกัดคิดว่าคงไม่สามารถหาหลักฐานมาแก้ต่างแทนองค์รัชทายาทหรงซิ่งได้อย่างแน่นอน
“พายุเริ่มพัดตั้งเค้ามาแล้ว ต่อไปพวกเ้าจะต้องระวังตัวให้มาก เอาล่ะ! วันนี้เ้าคงเหนื่อยมากแล้ว รีบไปพักผ่อนเถิด ลู่เอินเ้าอยู่ก่อน แม่มีเื่้าสนทนากับเ้า”
“เช่นนั้นลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
หลังบุตรชายออกไปแล้ว สนมฝูก็เดินเข้าไปจับใบหน้าของบุตรสาวเพ่งพิจารณาทั้งซ้ายขวาอยู่นาน
“เสด็จแม่” องค์หญิงเจียวมี่เรียกอีกฝ่ายที่ไม่ยอมพูดสิ่งใดนอกจากมองนางนิ่ง ๆ อยู่นาน
“งดงามถึงเพียงนี้แต่กลับคว้าใจบุรุษไว้ไม่ได้ ช่างไร้ประโยชน์” พระสนมฝูพึมพำขณะย้อนนึกถึงเื่ราวในอดีต แม้มีสตรีงดงามมากมายรายล้อมแต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้หัวใจของฝ่าาอย่างแท้จริง
“เสด็จแม่ตรัสว่าอะไรนะเพคะ”
“แม่กำลังคิดถึงอนาคตของพวกเ้า หากวันหนึ่งองค์รัชทายาทหรงซิ่งขึ้นครองราชย์ ชะตาชีวิตพวกเราแม่ลูกจะเป็เช่นไร”
สีหน้าวิตกกังวลของมารดาทำให้องค์หญิงลู่เอินรู้สึกหนักใจไปด้วย แม้จะมีสายเืเดียวกันแต่ก็ห่างเหิน องค์รัชทายาทหรงซิ่งเติบโตที่ชายแดนได้รับการเลี้ยงดูจากท่านอ๋องกวนจู่และเพิ่งกลับมาเมืองหลวงได้มีกี่ปี ใน่เวลานี้นางสนทนากับเขาแทบนับครั้งได้ เช่นนี้เขาจะยังจะเมตตาปล่อยพวกนางให้มีชีวิตรอดหรือไม่
“หม่อมฉันจะปกป้องทุกคนเองเพคะ”
“เ้าคิดจะทำอะไร”
“การแสดงในงานพิธี หม่อมฉันจะต้องชนะให้ได้เพคะ”
พระสนมฝูยิ้มรับและลูบหลังมือบุตรสาวให้กำลังใจ
“แม่เชื่อมั่นในตัวเ้า”
ตำหนักอี้เทียน
“ทรงอดทนหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงแจ้งคนเจ็บล่วงหน้าก่อนจะลงมือเย็บาแ
“อือ” องค์รัชทายาทพยักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึกแต่คนที่ทนไม่ได้กลับเป็สตรีที่ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปไหน
“เดี๋ยวก่อน! ยะ... ยาชาล่ะ ท่านจะเย็บสดเลยงั้นหรือ นั่นมันเจ็บมากนะ” นางก็ไม่รู้ว่าที่นี่มีมันหรือไม่แต่ถ้ามีก็ดีคนเจ็บจะได้ไม่รู้สึกทรมานมากนัก
“ไม่ต้องสนใจนาง ลงมือได้เลยท่านหมอ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“อึ่ก!”
องค์รัชทายาทเม้มปากแน่นแม้ใบหน้าจะไม่แสดงความรู้สึก ต่างจากหญิงสาวที่ยืนลุ้นอยู่ด้านข้าง สีหน้าของนางเ็ปปนสยองยิ่งกว่าคนเจ็บเสียอีก
เพราะความอดทนกอปรกับท่านหมอหลวงที่มีประสบการณ์ทำให้ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็สามารถเย็บแผลได้สำเร็จ
“ฟู่ววววว”
เสียงพ่นลมหายใจดัง ๆ ของหญิงสาวทำให้ทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียว
“ข้าหรือเ้ากันแน่ที่าเ็”
อู๋ิรีบวิ่งเข้าไปหาและมองหน้าคนเจ็บด้วยท่าทางจริงจัง
“พวกเราสนทนากันหน่อยจะได้หรือไม่เพคะ”
องค์รัชทายาทหรงซิ่งพยักหน้าและโบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปกระทั่งเหลือพวกเขาแค่สองคน
“ว่ามา”
“ทรงจำสิ่งที่ตรัสกับหม่อมฉันที่ลานล่าสัตว์ได้หรือไม่เพคะ” อู๋ิเตือนความจำ
“ข้าจำไม่...”
“ทรงตรัสว่า หากเ้าตื่น ข้าให้สัญญา ต่อไปจะดีกับเ้าให้มาก จะไม่นำความผิดในอดีตมาโยนใส่เ้าอีก นางก็คือนาง เ้าก็คือเ้า ดีหรือไม่” อู๋ิจำได้ทุกประโยคไม่ผิดเพี้ยนและสิ่งที่สะกิดใจนางมากที่สุดก็คือประโยคสุดท้าย
องค์รัชทายาทหรงซิ่งมองหน้าหญิงสาวและจำใจต้องพยักหน้ารับ นางจำได้ทุกคำทุกประโยคเพียงนี้ ปฏิเสธไปก็คงเปล่าประโยค
“ความผิดในอดีตที่ทรงโยนใส่หม่อมฉันคืออะไรเพคะ แล้วสตรีที่ท่านพูดถึงคือใครเพคะ”
อู๋ิชะงักหลังพบว่าแววตาของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ช่างเถอะ เื่นั้นมันไม่เกี่ยวกับเ้าแล้ว”
“ต้องเกี่ยวสิเพคะ หากข้ามกำแพงนี้ไปไม่ได้ ท่านก็คงยังหวาดระแวงข้าต่อไป ไม่แน่อาจมีทางแก้ไข และไม่แน่ว่าอาจเป็ความเข้าใจผิดกันเท่านั้น”
“เข้าใจผิด? ข้าได้ยินมันกับหูของตัวเอง ไม่มีทางเป็เื่เข้าใจผิดไปได้!”
ท่าทางโกรธเกรี้ยวกอปรกับน้ำเสียงเกลียดชังทำให้อู๋ิชะงัก องค์รัชทายาทหรงซิ่งเองก็เหมือนรู้สึกตัวจึงหันหน้าหนีอีกฝ่ายทันที
“เ้าออกไปก่อน ข้าอยากพักผ่อน”
“ไม่เพคะ คนที่ทรงพูดถึงคือพระสนมเหยาฉี มารดาของหม่อมฉันใช่หรือไม่เพคะ”
องค์รัชทายาททรงได้ยินคำถามนั้นอย่างชัดเจนทว่าไม่้าตอบมัน
“หากทรงเป็หม่อมฉัน จะไม่อยากรู้หรือเพคะว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงได้เกลียดเรามากมายถึงเพียงนั้น ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำสิ่งใดเลย”
“ใช่ ข้าเกลียดมารดาของเ้ามาก อยากสับนางเป็หมื่นชิ้น ๆ และอยากฆ่าเ้าให้ตายตามนางไปเสียเดี๋ยวนี้”