หลายคืนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมยามค่ำคืน หลังจากค่ำคืนที่หลิวเหมยกอดและจูบมุมปากบิดาเป็ครั้งแรก บรรยากาศในเรือนตระกูลหลิวก็เปลี่ยนไปอย่างละเอียดอ่อนแต่ชัดเจน หลิวเหว่ยเริ่มหลับตาพริ้มบ่อยขึ้นเมื่อลูกสาวเดินผ่านใกล้ ๆ เริ่มรู้สึกถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวนางที่ลอยมาแตะจมูก เริ่มรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่นางไม่อยู่ใกล้
หลิวเหมยเองก็เพิ่มระดับความใกล้ชิดอย่างเป็ระบบ นางไม่รีบร้อน แต่ทุกการกระทำล้วนคำนวณมาแล้ว นางเริ่มนอนเป็เพื่อนบิดาในห้องนอนใหญ่ โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ อย่างน่าเชื่อ
"คืนนี้ฝนตกหนัก ข้ากลัวเสียงฟ้าร้องค่ะ ท่านพ่อ... ข้าขอนอนเป็เพื่อนได้ไหมเ้าคะ"
"ข้าฝันร้ายเมื่อคืนเ้าค่ะ คิดถึงท่านพ่อเลยตื่นมา... ขอเข้ามานอนข้าง ๆ ได้หรือเปล่าเ้าคะ"
หลิวเหว่ยแต่ละครั้งก็พยักหน้ารับโดยไม่พูดมากนัก เขารู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ความเหงาที่สะสมมานาน ความ้าที่ถูกกดไว้มานานหลายเดือนั้แ่หลิวหว่านเริ่มยุ่งกับร้านและเดินทางบ่อย ทำให้เขาอ่อนไหวต่อััทุกอย่างจากลูกสาว
วันหนึ่งยามบ่าย แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักลายัคู่ ทำให้ห้องโถงใหญ่สว่างไสวด้วยแสงทองอร่าม หลิวเหมยนั่งจัดเรียงผ้าไหมม้วนใหม่ที่เพิ่งมาถึงจากเมืองเฉินหยาง นางสวมชุดผ้าไหมสีครีมอ่อนที่รัดรูปพอดีเนื้อ เนื้อผ้าบางจนเมื่อแสงแดดส่องผ่านก็เผยให้เห็นเงาร่างอวบอิ่มอย่างชัดเจน นางนั่งขัดสมาธิบนเสื่อไผ่ ขาเรียวยาวพับงดงามใต้ชุดที่พลิ้วไหว
หลิวเหว่ยนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สัก พยายามมุ่งความสนใจไปที่การคิดเงินและจดบัญชี แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปมองลูกสาวอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่นางโน้มตัวจัดผ้า ่คอขาวผ่องและเนินอกอวบอิ่มจะเผยออกมาเล็กน้อย ทำให้เขารู้สึกตัวร้อนขึ้นและลมหายใจเริ่มถี่
"ท่านพ่อ" หลิวเหมยเรียกเสียงหวาน โดยไม่หันมามอง "ผ้าไหมม้วนนี้สีสวยมากเลย ท่านมาดูหน่อยได้ไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยวางปากกาลง ลุกขึ้นเดินไปหานางด้วยฝีเท้าที่ไม่แน่นอน เมื่อเขาเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจากผมและผิวกายของนางก็ลอยฟุ้งมาแตะจมูก เป็กลิ่นดอกมะลิผสมกับกลิ่นธรรมชาติของผิวกายที่อ่อนเยาว์ ทำให้เขาใจสั่นไหว
"ผ้าม้วนไหนหรือลูก" เขาถามเสียงแหบพร่า
หลิวเหมยชี้ไปที่ผ้าไหมสีแดงสดม้วนใหญ่ที่วางอยู่ด้านหลังนาง "ม้วนนั้นเ้าค่ะ ท่านพ่อ แต่ข้าหยิบไม่ถึง ช่วยหยิบให้หน่อยได้ไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยเดินไปยืนหลังนาง เอื้อมมือไปหยิบผ้าไหมม้วนนั้น แต่ตำแหน่งที่วางทำให้เขาต้องโน้มตัวลงมาเหนือหลิวเหมย ลำตัวของเขาเกือบจะแนบชิดกับหลังของนาง กลิ่นหอมจากผมยาวสลวยของนางทำให้เขาเวียนหัว
"หยิบได้แล้ว" เขาพูดเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามถอยออก
แต่หลิวเหมยกลับหันตัวมาทันที ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นของนางพัดผ่านใบหน้าเขา ดวงตาใสเป็ประกายมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่วางตา
"ขอบคุณเ้าค่ะ ท่าน….พ่อ" นางกระซิบเสียงนุ่ม มือเรียวยกขึ้นวางบนหน้าอกเขาเบา ๆ "ท่านใจดีกับลูกมากเลยเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยกลืนน้ำลายเอื๊อก รู้สึกถึงความนุ่มนวลของฝ่ามือนางผ่านเนื้อผ้าเสื้อ หัวใจเต้นแรงจนเขากลัวว่านางจะได้ยิน "ลูก... เรา..."
"ท่านพ่อ" หลิวเหมยขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด จนเนินอกอวบอิ่มแทบจะแตะกับหน้าอกเขา "ข้าอยากถามอะไรสักอย่าง"
"อะ... อะไรหรือลูก" เขาถามเสียงแหบ
"ท่านพ่อคิดถึงท่านแม่มากไหมเ้าคะ" นางถามเสียงเบา มือค่อย ๆ ลูบไล้บนหน้าอกเขาเป็วงกลมช้า ๆ "ลูกหมายถึง... คิดถึงในแบบที่... ผู้ชายคิดถึงผู้หญิงเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยตัวแข็งทื่อ เขารู้ว่าคำถามนี้มีความหมายลึกซึ้ง และการััของนางทำให้เขาไม่สามารถคิดได้อย่างชัดเจน "ลูก... ทำไมถึงถามแบบนี้"
หลิวเหมยเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากชมพูอ่อนเผยออกมาจากการหายใจที่เร่งขึ้น "เพราะลูกเห็นท่านพ่อเหงา ๆ ค่ะ ข้าเห็นท่านมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเศร้า ๆ ทุกเย็น ข้าอยากช่วยท่านพ่อเ้าค่ะ"
"ลูกช่วยพ่อได้แล้ว" เขาพูดเสียงสั่น "แค่ลูกอยู่ข้าง ๆ พ่อก็..."
"แต่ข้าอยากช่วย….มากกว่านั้น" นางกระซิบ มือเลื่อนลงไปลูบที่หน้าท้องของเขาช้า ๆ "ข้าอยากทำให้ท่านพ่อลืมความเหงา... ลืมความเศร้า"
หลิวเหว่ยจับมือนางไว้ก่อนที่จะลูบต่ำลงไปกว่านั้น "ลูก... เราไม่ควรทำแบบนี้"
"ทำไมเ้าคะ ท่านพ่อ" นางมองเขาด้วยดวงตาไร้เดียงสา "ข้ารักท่านพ่อที่สุดในโลก อยากดูแลท่านพ่อทุกอย่าง ทำไมจึงไม่ได้"
ก่อนที่เขาจะตอบได้ เสียงฝีเท้าของลูกค้าดังขึ้นจากหน้าร้าน หลิวเหมยรีบถอยออกและหันไปจัดผ้าไหมต่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยังคงเล่นอยู่ที่มุมปาก
หลิวเหว่ยเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ด้วยขาที่สั่นเทา หัวใจยังคงเต้นแรง และร่างกายยังคงรู้สึกถึงความร้อนจากการััของลูกสาว เขานั่งลงแล้วพยายามมุ่งความสนใจไปที่งาน แต่สายตากลับเหลือบไปมองหลิวเหมยอยู่เรื่อย ๆ
ยามเย็นหลังปิดร้าน หลิวเหมยเดินเข้ามาหาเขาด้วยถาดชาร้อน ๆ นางวางถาดลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงข้าง ๆ เขาใกล้จนต้นขาแตะกัน
"ท่านพ่อเหนื่อยมากเลยใช่ไหมเ้าคะ" นางถามเสียงอ่อนโยน มือยกขึ้นนวดไหล่ให้เบา ๆ
หลิวเหว่ยหลับตาพริ้ม รับรู้ถึงความอบอุ่นจากปลายนิ้วของลูกสาว "เพื่อครอบครัวของเรา ข้าไม่เหนื่อยซักเท่าไหร่หรอก"
"งั้นลูกนวดให้นะเ้าคะ" นางลุกขึ้นยืนหลังเขา มือทั้งสองมือวางบนไหล่เขาแล้วเริ่มนวดอย่างช่ำชอง นิ้วเรียวกดจุดต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้หลิวเหว่ยรู้สึกผ่อนคลายแต่ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดในเวลาเดียวกัน
"ท่านพ่อมีปมตรงนี้เลยนะเ้าคะ" นางกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นพัดผ่านใบหูทำให้เขาสั่นไหว "ข้าจะนวดให้หาย"
มือของหลิวเหมยเลื่อนลงมาตามแผ่นหลัง นวดไปตามกระดูกสันหลังช้า ๆ การัันั้นอ่อนโยนแต่เร่าร้อน ทำให้หลิวเหว่ยรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
"ลูก... พอแล้ว" เขาพูดเสียงแหบ แต่ไม่ได้ขยับตัวหนี
"ยังไม่หายเลยเ้าค่ะ ท่านพ่อ" นางยิ้มในใจ มือเลื่อนขึ้นไปนวดที่ต้นคอ นิ้วโป้งกดที่จุดอ่อนไหวทำให้เขาครางเบา ๆ "ท่านพ่อชอบไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยไม่ตอบ แต่เสียงครางเบา ๆ ที่หลุดออกมาเป็คำตอบที่ชัดเจน หลิวเหมยยิ้มพึงพอใจ มือเลื่อนไปนวดที่ไหล่อีกข้าง แล้วค่อย ๆ โน้มตัวลงจนเนินอกแนบกับหลังเขาเบา ๆ
"ท่านพ่อ..." นางกระซิบแ่เสียงใส "ข้าอยากถามอะไรอีกสักอย่าง"
"อะไรหรือลูก" เขาถามเสียงสั่น
"ท่านพ่อเคยคิดถึงข้าบ้างไหมเ้าคะ... ในแบบที่….ไม่ใช่แค่…พ่อลูกธรรมดา" นางถามเสียงเบา มือหยุดนวดแล้วเลื่อนมาวางบนหน้าอกเขาจากด้านหลัง "ข้าหมายถึง... คิดถึงในแบบที่ผู้ชายคิดถึงผู้หญิงเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยตัวแข็งทื่อ คำถามนั้นโดนจุดที่เขาพยายามปกปิดมานาน "ลูก... ทำไมถึงถามแบบนี้"
หลิวเหมยเดินมาด้านหน้า คุกเข่าลงข้างหน้าเขา มองขึ้นไปด้วยดวงตาใสที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา "เพราะข้าเห็นท่านพ่อมองข้าเ้าค่ะ... มองด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม"
เขากลืนน้ำลายเอื๊อก มองลงไปยังใบหน้างดงามที่เงยขึ้นมา ริมฝีปากชมพูอ่อนที่เผยออกมาจากการหายใจที่เร่งขึ้น ทำให้เขาใจสั่นไหว
"ข้าไม่ได้คิดผิดใช่ไหม ท่านพ่อ" นางถามต่อ มือวางบนเข่าเขาเบา ๆ "ข้ารู้สึกได้ว่าท่านพ่อมองข้าแล้วรู้สึกอะไรบางอย่าง... เหมือนกับที่….ข้ารู้สึกกับท่านพ่อเ้าค่ะ"
"ลูกรู้สึกอะไรกับพ่อ" เขาถามเสียงแหบพร่า
หลิวเหมยยิ้มบาง ๆ มือเลื่อนขึ้นไปวางบนต้นขาเขา "ข้ารู้สึกอบอุ่น... รู้สึกปลอดภัย... แต่ก็รู้สึกอะไรบางอย่างที่ร้อนผ่าวเ้าค่ะ" นางหยุดพักแล้วพูดต่อเสียงเบาลง "เหมือนกับที่ข้าอาจเคยรู้สึกกับผู้ชายคนอื่น แต่แรงกว่านั้นมาก ๆ เ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยหลับตาแน่น พยายามข่มใจ "ลูก... เราไม่ควรพูดแบบนี้"
"ทำไมเ้าคะ ท่านพ่อ" นางขยับตัวเข้าไปใกล้ มือเลื่อนขึ้นไปลูบที่หน้าท้องเขาช้า ๆ "ความรู้สึกมันเป็เื่ธรรมชาติไม่ใช่หรือเ้าคะ ถ้าท่านพ่อรู้สึกเหมือนข้า... ทำไมเราไม่ลองดูล่ะเ้าคะ"
"ลองดูอะไร" เขาถามเสียงสั่น
หลิวเหมยลุกขึ้นยืน แล้วค่อย ๆ นั่งลงบนตักเขา หันหน้าเข้าหาเขา ขาทั้งสองข้างแยกคร่อมต้นขาเขา ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่นิ้ว
"ลองดูว่าเราจะรู้สึกยังไงเ้าค่ะ... ถ้าเราใกล้ชิดกันแบบนี้" นางกระซิบ มือทั้งสองวางบนหน้าอกเขา "ท่านพ่อรู้สึกยังไงบ้างเ้าคะ"
หลิวเหว่ยรู้สึกถึงความนุ่มนวลและความอบอุ่นของร่างกายลูกสาวที่นั่งอยู่บนตัก กลิ่นหอมจากผมและผิวกายของนางทำให้เขาเวียนหัว หัวใจเต้นแรงจนเขากลัวว่านางจะได้ยิน
"ลูก... นี่มันไม่ถูกต้อง" เขาพูดเสียงสั่น แต่มือกลับยกขึ้นวางบนเอวบางของนางโดยไม่รู้ตัว
"อะไรที่ไม่ถูกต้องเ้าคะ ท่านพ่อ" นางถามเสียงไร้เดียงสา "ข้าแค่นั่งบนตักท่านพ่อเหมือนตอนที่ลูกเป็เด็ก ๆ ไม่ใช่หรือคะ"
แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนตอนที่เธอเป็เด็กเลย หลิวเหมยตอนนี้เป็หญิงสาวที่เติบโตเต็มที่แล้ว ร่างกายอวบอิ่มและเส้นโค้งเว้าที่เย้ายวน การนั่งแบบนี้ทำให้ส่วนที่อ่อนไหวของทั้งคู่แทบจะแตะกัน
"ท่านพ่อ..." นางเอียงหน้าเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นพัดผ่านใบหน้าเขา "ข้าอยากจูบท่านพ่อเ้าค่ะ... จูบแบบที่ไม่ใช่แค่พ่อลูก"
หลิวเหว่ยมองเข้าไปในดวงตาใสของลูกสาว เห็นความปรารถนาที่เหมือนกับที่เขารู้สึก เขารู้ว่าเขาควรจะผลักนางออกไป ควรจะหยุดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ความเหงาที่สะสมมานาน ความ้าที่ถูกกดไว้มานานหลายเดือน และความรักที่เปลี่ยนไปจากพ่อลูกเป็อย่างอื่น ทำให้เขาไม่สามารถต่อต้านได้
"ลูก..." เขาพูดเสียงแหบ
หลิวเหมยไม่รอให้เขาพูดจบ นางโน้มหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากเขาอย่างนุ่มนวล การจูบนั้นอ่อนโยนในตอนแรก แต่เมื่อหลิวเหว่ยเริ่มตอบรับ มันก็กลายเป็การจูบที่เร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนา
ลิ้นเล็ก ๆ ของหลิวเหมยสอดแทรกเข้าไปในปากเขาช้า ๆ หลิวเหว่ยตอบรับโดยไม่รู้ตัว มือโอบรอบเอวลูกสาวแน่น จูบตอบอย่างหิวกระหาย ความอดกลั้นที่สะสมมานานแตกสลายลงในชั่วพริบตา
ทั้งคู่จูบกันอยู่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกัน มือของหลิวเหว่ยลูบไล้แผ่นหลังลูกสาวผ่านเนื้อผ้าบาง รู้สึกถึงความนุ่มนวลและความอบอุ่นของผิวกายใต้ผ้า หลิวเหมยครางเบา ๆ ในลำคอ ส่งเสียงที่ทำให้เขายิ่งหวั่นไหว
มือของนางเลื่อนลงไปลูบที่หน้าอกเขาผ่านเสื้อ รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง นางขยับสะโพกเบา ๆ บนตักเขา ทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งที่เริ่มก่อตัวใต้ผ้า
"ลูก..." เขาครางเบา ๆ ขณะจูบ
หลิวเหมยยิ้มในใจ รู้ว่าแผนการของนางกำลังสำเร็จ นางขยับตัวให้สะโพกแนบชิดกับส่วนที่แข็งของเขามากขึ้น ทำให้เขาสั่นไหวไปทั้งตัว
"ท่านพ่อ..." นางกระซิบขณะแยกปากออกเล็กน้อย "ข้ารู้สึกว่าท่านพ่อ้า... เหมือนกับที่ข้า้าท่านพ่อเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยมองเข้าไปในดวงตาของลูกสาว เห็นความปรารถนาที่เหมือนกับที่เขารู้สึก เขารู้ว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป
"ใช่... พ่อ้าลูก" เขายอมรับเสียงแหบ "แต่เราไม่ควร..."
"ทำไมเ้าคะ" นางถามเสียงเบา มือเลื่อนลงไปลูบที่หน้าท้องเขา "ถ้าเราต่างคนต่างรัก ต่างคนต่าง้า... ทำไมจึงไม่ได้"
เขาไม่สามารถตอบได้ เพราะเหตุผลทั้งหมดที่เขาคิดได้ล้วนถูกความปรารถนาที่ลุกโหมขึ้นกลบไป
หลิวเหมยเห็นความลังเลในดวงตาเขา นางจึงโน้มตัวลงจูบที่ซอกคอเขาเบา ๆ ลิ้นเล็ก ๆ เลียไปตามิัที่อ่อนไหว ทำให้เขาครางและสั่นไหว
"ข้าจะดูแลท่านพ่อเ้าค่ะ" นางกระซิบข้างหูเขา "ข้าจะทำให้ท่านพ่อลืมความเหงา... ลืมความเศร้า... ข้าจะให้ความอบอุ่นกับท่านพ่อเ้าค่ะ"
มือของนางเลื่อนลงไปลูบที่ต้นขาเขาช้า ๆ เข้าใกล้ส่วนที่แข็งแล้วมากขึ้นเรื่อย ๆ หลิวเหว่ยหลับตาแน่น พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุมได้
"ท่านพ่อ..." นางกระซิบ "ข้าอยากทำให้ท่านพ่อรู้สึกดีเ้าค่ะ... ข้าอยากให้ท่านพ่อมีความสุข"
เขาเปิดตามองนาง เห็นความจริงใจในดวงตาใส และความปรารถนาที่เหมือนกับที่เขารู้สึก ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ต่อความรู้สึกที่เขาพยายามต่อสู้มานาน
"ลูก..." เขาพูดเสียงแหบ "พ่อรักลูก... รักลูกมากกว่าที่ควรจะรัก"
หลิวเหมยยิ้มด้วยความพึงพอใจ "ข้าก็รักท่านพ่อเ้าค่ะ... รักมากกว่าที่ลูกควรจะรัก"
นางโน้มตัวลงจูบเขาอีกครั้ง การจูบนี้เร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนามากกว่าเดิม มือของทั้งคู่เริ่มสำรวจร่างกายของกันและกันผ่านเนื้อผ้า รู้สึกถึงความนุ่มนวล ความอบอุ่น และความ้าที่เหมือนกัน
แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคนใช้ก็ดังขึ้นจากด้านนอก หลิวเหมยรีบลุกขึ้นจากตักเขาและปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ส่วนหลิวเหว่ยก็รีบนั่งตรงและพยายามทำตัวเป็ปกติ
"นายท่านเ้าคะ มีลูกค้ามาเ้าค่ะ" เสียงคนใช้ดังขึ้นจากด้านหน้าร้าน
"มาแล้ว" หลิวเหว่ยตอบเสียงยังคงสั่นเล็กน้อย
หลิวเหมยยิ้มให้เขาแล้วเดินออกไปด้านหน้า ทิ้งให้เขานั่งอยู่คนเดียวกับความรู้สึกที่ปั่นป่วน เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
คืนนั้น หลิวเหมยเข้ามาในห้องนอนของบิดาโดยไม่เคาะประตู นางสวมชุดนอนผ้าไหมบางสีขาวเนื้อดี ผ้าบางจนเห็นเงาร่างกายและเนินหน้าอกที่อาบอิ่มอย่างชัดเจนภายใต้แสงตะเกียงน้ำมัน
"ท่านพ่อ..." นางเรียกเสียงหวาน "ข้านอนไม่หลับเ้าค่ะ ยังคิดถึงเมื่อบ่ายนี้อยู่เรื่อย"
หลิวเหว่ยที่นอนไม่หลับอยู่แล้ว ลุกขึ้นนั่ง มองลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างเตียง แสงตะเกียงส่องผ่านชุดนอนบาง ๆ ทำให้เห็นรูปทรงของร่างกายอวบอิ่มอย่างชัดเจน
"ลูกมาทำอะไร" เขาถามเสียงแหบ
หลิวเหมยยิ้มบาง ๆ ปีนขึ้นเตียง คลานเข้าไปหาเขา "ข้าอยากอยู่ใกล้ท่านพ่อเ้าค่ะ... อยากรู้สึกอบอุ่นเหมือนเมื่อบ่าย"
นางนอนซบอกเขาทันที มือเรียววางบนหน้าอกเขา ลูบไล้เบา ๆ เป็วงกลมช้า ๆ ผ่านเสื้อนอนบาง ๆ
"ตัวท่านพ่ออุ่นจังเลยเ้าค่ะ... ข้า...ข้ารู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะเลย" นางกระซิบ
หลิวเหว่ยกลืนน้ำลายเอื๊อก พยายามข่มใจ แต่กลิ่นหอมจากผมลูกสาวและความนุ่มนวลของร่างกายที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของเขาเริ่มถี่ขึ้น
"ลูก... เรา..." เขาพูดไม่จบ
หลิวเหมยเงยหน้าขึ้น มองตรงเข้าไปในดวงตาหลิวเหว่ย "ท่านพ่อรู้สึกยังไงบ้างเ้าคะ... เมื่อมาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้"
นางขยับตัวให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เนินอกอวบอิ่มกดทาบลงบนลำตัวบิดาผ่านเนื้อผ้าบางเพียงชั้นเดียว หลิวเหว่ยตัวแข็งทื่อ รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากจุดัันั้น
"ลูก... ข้าคิดว่า..เราอยู่ใกล้กันเกินไปแล้ว" เขาพูดเสียงสั่น
"แต่ข้าชอบเ้าค่ะ... ชอบเวลาท่านพ่อกอดข้า ชอบเวลาท่านลูบหลังให้" นางกระซิบ แล้วค่อย ๆ เลื่อนมือลงต่ำ ลูบไล้ที่หน้าท้องของบิดาช้า ๆ "ท่านพ่อก็ชอบเหมือนกันใช่ไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยหลับตาแน่น พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขารู้สึกถึงความแข็งที่เริ่มก่อตัวใต้ผ้าห่ม
หลิวเหมยสังเกตเห็น นางยิ้มในใจ แล้วค่อย ๆ ขยับตัวให้สะโพกแนบชิดกับส่วนนั้นของเขาเบา ๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ
"ท่านพ่อ... ตัวท่านร้อนขึ้นนะเ้าคะ" นางพูดเสียงใส แต่แฝงความยั่วยวน
หลิวเหว่ยคว้ามือลูกสาวไว้ ก่อนที่นางจะลูบต่ำลงไปกว่านั้น "พอเถอะลูก... พ่อจะทนไม่ไหวแล้ว"
หลิวเหมยไม่ดึงมือกลับ แต่กลับเอียงตัวขึ้น จูบปากบิดาอย่างนุ่มนวล ลิ้นเล็ก ๆ สอดแทรกเข้าไปช้า ๆ หลิวเหว่ยตอบรับโดยไม่รู้ตัว มือโอบรอบตัวลูกสาวแน่น จูบตอบอย่างหิวกระหาย ความอดกลั้นที่สะสมมานานแตกสลายลงในชั่วพริบตา
ทั้งคู่จูบกันอยู่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกัน มือของหลิวเหว่ยลูบไล้แผ่นหลังลูกสาวผ่านเนื้อผ้าบาง ลงไปถึงสะโพกกลมกลึง นางครางเบา ๆ ในลำคอ ส่งเสียงที่ทำให้เขายิ่งหวั่นไหว
ในที่สุด หลิวเหว่ยก็ผลักนางออกเบา ๆ หายใจหอบถี่ "พอ... พอแค่นี้ก่อนนะลูก พ่อกลัว... กลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้"
หลิวเหมยมองบิดาด้วยดวงตาเปียกชื้น แต่แฝงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "เ้าค่ะท่านพ่อ... ข้าเข้าใจ" นางกระซิบ แล้วก้มลงจูบแก้มเขาอีกครั้ง "แต่พรุ่งนี้... หรือคืนหน้า…ข้าขออีกได้ไหมเ้าคะ"
หลิวเหว่ยไม่ได้ตอบ แต่สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เขาพยักหน้าช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเหมยตื่นแต่เช้ามืด นางลุกขึ้นแต่งตัวเรียบร้อย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน แต่เมื่อเดินผ่านห้องโถง นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองไปยังกำแพงด้านข้างบ้านที่ติดกับเรือนข้างเคียง ดวงตาเป็ประกายด้วยความคาดหวัง
"อีกไม่นาน... ท่านแม่จะกลับมา" นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ "และทุกอย่างจะเริ่มต้นจริง ๆ"
ในเรือนตระกูลหลิว หลิวเหว่ยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดและปรารถนาที่ปะปนกัน เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองไปยังที่นอนข้าง ๆ ที่ยังมีรอยบุบจากร่างกายของลูกสาวเมื่อคืน เขาถอนหายใจยาว
"ข้าทำอะไรลงไปกัน..."
แต่ลึก ๆ แล้ว เขารู้ดีว่าความรู้สึกนั้นไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันยิ่งลุกโหมแรงขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงััของหลิวเหมย ทุกครั้งที่นึกถึงริมฝีปากนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าว และร่างกายที่แนบชิด
ไฟปรารถนาได้เริ่มลุกขึ้นแล้ว และมันกำลังแผ่ขยายอย่างเงียบงัน รอวันที่จะเผาผลาญทุกสิ่งเมื่อหลิวหว่านก้าวเท้าเข้ามาในบ้านอีกครั้ง