ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 31 วิชาคุณไสยมนต์ดำ! ทหารดักแด้พันขา!

            หลังจากที่ผู้ตื่นรู้เผ่ามนุษย์ถูกฆ่าตายแล้วยังมีเพลิงประทีปหลงเหลืออยู่อีกด้วยหรือ!?

            เซียวเยี่ยใจสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้นี่ไม่ใช่แค่การค้นพบที่น่าหวาดหวั่นเท่านั้นแต่มันยังเป็นการท้าทายศีลธรรมในใจของเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน

            หากผู้ตื่นรู้เผ่ามนุษย์ยังสามารถถูกนำมาสังเวยได้เช่นนั้นเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นมนุษย์ก็อาจจะต้องทำถึงขั้นไม่เลือกวิธีการเลยเชียวหรือ?

            [ยืนยันการสังเวยเพลิงประทีปของผู้ตื่นรู้เผ่าพันธุ์มนุษย์ ‘หวังทง’ หรือไม่?]

            เมื่อมองข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดเลือกตกลง

            เขาไม่ใช่พวกใจบุญโลกสวยคนบางคนก็สมควรตายและเมื่อตายไปแล้วเขาก็จะใช้ประโยชน์จากคุณค่าของมันให้ถึงขีดสุด

            ขณะที่เพลิงประทีปในกับดักนั้นลอยละล่องออกมาและสลายเข้าสู่ร่างของเซียวเยี่ย

            ข้อความแจ้งเตือนแถวหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

            [สังเวยเพลิงประทีปของผู้ตื่นรู้หวังทงสำเร็จ!]

            [ได้รับทักษะ... สะเดาะกุญแจ (ระดับ A)!]

            คิดไม่ถึงเลยว่ามือสังหารอาชีพระดับCอย่างหวังทง จะมีวิชาสะเดาะกุญแจระดับ A ติดตัวอยู่ด้วย!?

            ดูท่าหมอนี่คงจะทุ่มทุนไปไม่น้อยและมิน่าเล่า กล่องสมบัติที่อยู่สุดทางเดินนั่นดูยังไงก็ไม่ใช่กล่องธรรมดาแต่หวังทงกลับปลดล็อกได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

            ทว่าตอนนี้ความเชี่ยวชาญในการสะเดาะกุญแจซึ่งเป็นทักษะเฉพาะของอาชีพมือสังหารกลับตกมาอยู่ในมือของเซียวเยี่ยอย่างกับส้มหล่น!

            ทักษะสะเดาะกุญแจนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลงดันเจี้ยนแบบกลุ่มและเป็นหนึ่งในคุณค่าสำคัญของอาชีพมือสังหารหรือโจร

            บัดนี้มันได้กลายเป็นผู้ช่วยชั้นยอดให้กับหมาป่าสันโดษอย่างเซียวเยี่ยเสียแล้ว!

            หลังจากผละออกมาจากทางเดินนั้นเซียวเยี่ยสำรวจไปรอบๆ อีกครั้งเมื่อแน่ใจว่าไม่มีกล่องสมบัติหรือของมีค่าอื่นใดแล้วก็ถึงเวลาที่จะมุ่งหน้าลึกเข้าไปในดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพโหลวหลันต่อ

            แหวนหยกเร้นลับที่ได้มาจากกล่องสมบัติระบุในคำอธิบายว่ามันคือเครื่องรางที่เป็นกุญแจสำหรับเปิดกลไกสำคัญบางอย่างในสุสานแม่ทัพเพียงแต่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ว่านั้นคืออะไรกันแน่?

            อย่างไรก็ตามดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพแห่งนี้ราวกับเป็นพระราชวังใต้ดินขนาดมหึมาต่อให้มีผู้ตื่นรู้นับพันทะลักเข้ามาเหมือนฝูงปลาข้ามลำน้ำก็คงไม่อาจสำรวจได้ครบทุกซอกทุกมุมในเวลาอันสั้น

            ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากกลไกซับซ้อนภายในสุสานแล้วมอนสเตอร์ที่เฝ้าห้องหลุมศพก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ตื่นรู้เหล่านี้ด้วย!

            ไม่นานหลังจากออกจากโถงทางเดินเซียวเยี่ยก็ตรวจพบกลุ่มผู้ตื่นรู้ผ่านทางคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงและดูเหมือนพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ในสุสานเสียงการต่อสู้แว่วมาเข้าหูของเซียวเยี่ยเป็นระยะ

            เซียวเยี่ยแอบตามเสียงนั้นไปอย่างเงียบเชียบจนเห็นกลุ่มผู้ตื่นรู้บุกเข้าไปในโถงข้างของสุสานกลุ่มหนึ่ง พวกเขามีทั้งหมดห้าคนตั้งแต่สายโจมตีแนวหน้าไปจนถึงสายรักษาและสนับสนุนทุกคนประสานงานกันอย่างเป็นระบบระเบียบกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์พันขาตัวหนึ่ง...

            [ทหารดักแด้พันขา]

            [ระดับ: 25]

            [คำอธิบาย: สิ่งมีชีวิตที่กึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์หลังจากตกเป็นเชลยศึกของแม่ทัพโหลวหลันก็ถูกสร้างขึ้นด้วยวิชาคุณไสยมนต์ดำพิเศษเพื่อให้กลายเป็นผู้พิทักษ์สุสานแม่ทัพ]

            ทหารดักแด้พันขาตัวนี้เหมือนแมลงยักษ์ประหลาดเมื่อมันชูตัวขึ้นจะสูงเท่ากับมนุษย์คนหนึ่งรูปลักษณ์ของมันชวนให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกขนหัวลุกชัน

            ทว่าภายใต้การประสานงานอันยอดเยี่ยมของผู้ตื่นรู้กลุ่มนี้ต่อให้ต้องรับมือกับทหารดักแด้พร้อมกันสองตัว พวกเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเพลี่ยงพล้ำ

            ดูท่าจะเป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันมานานแล้วและเลือกใช้ทหารดักแด้พันขาเหล่านี้เป็นเป้าหมายในการเก็บค่าประสบการณ์

            ในตอนนั้นเองผู้ตื่นรู้กลุ่มนี้พลันสังเกตเห็นเซียวเยี่ยนักรบที่เป็นผู้นำกลุ่มตะโกนทักทายเซียวเยี่ยมาแต่ไกลว่า“สหาย ระวังหน่อยนะ ข้างหน้ามีแต่มอนสเตอร์พวกนี้เต็มไปหมด!”

            เซียวเยี่ยประสานมือตอบกลับไปตามมารยาท“ขอบคุณที่เตือน!”

            อันที่จริงผู้ตื่นรู้ที่พบเจอในดันเจี้ยนก็ไม่ได้มีแต่พวกปลิ้นปล้อนเห็นแก่ตัวอย่างหวังทงไปเสียหมดคนส่วนใหญ่ยังมีน้ำใจที่จะเตือนหรือช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่พบเจออยู่เช่นกัน

            เมื่อเดินผ่านโถงข้างนี้ไปในอุโมงค์สุสานเบื้องหน้าก็เต็มไปด้วยทหารดักแด้พันขาที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ทั่วไป

            ความจริงแล้วเป้าหมายของเซียวเยี่ยก็คือเจ้าทหารดักแด้พันขานี่แหละ!

            เขาอยากรู้นักว่ามอนสเตอร์พิทักษ์สุสานที่รูปร่างหน้าตาชวนสะอิดสะเอียนแบบนี้จะมีคุณสมบัติเสริมอะไรซ่อนอยู่บ้าง?

            เซียวเยี่ยยกโล่สงครามพยัคฆ์ร้ายขึ้นแล้วสาวเท้าตรงไปยังอุโมงค์สุสานที่มืดสลัว

            เหล่าผู้ตื่นรู้ในโถงข้างที่เห็นภาพนี้ต่างพากันตกตะลึงสมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งโพล่งออกมาว่า “หัวหน้าหมอนั่นบุกเข้าไปคนเดียวเลยเหรอ? นั่นมันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”

            ส่วนหัวหน้าที่เพิ่งจะเตือนเซียวเยี่ยไปเมื่อครู่มองแผ่นหลังของเซียวเยี่ยที่พุ่งเข้าสู่อุโมงค์ด้วยสายตาเคร่งขรึมเขาพินิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “คนคนนั้นดูไม่ใช่คนบุ่มบ่ามโล่ในมือของเขาอย่างน้อยต้องเป็นอุปกรณ์ทองคำ!เขาคงมั่นใจว่าสามารถสู้กับทหารดักแด้พันขาตัวต่อตัวได้...”

            “เผลอๆ อาจจะเป็นผู้ตื่นรู้อาชีพระดับ A ขึ้นไป!”

            “มิน่าเล่า... ดูเหมือนเราจะเจอตัวจริงเข้าให้แล้วสิ!”

            ขณะเดียวกันนั้นหัวหน้าผู้ตื่นรู้คนนั้นจึงหันไปบอกนักบวชสาวด้านหลัง“เสี่ยวอวี่ เสริมบัฟให้เขาหน่อย!”

            เด็กสาวในชุดคลุมนักบวชที่ถูกปกป้องอยู่กลางวงล้อมสะบัดคทาเวทในมือทันทีแสงสีขาวสว่างวาบพุ่งเข้าใส่ร่างของเซียวเยี่ยจากระยะไกล

            [คุณได้รับผลจากการขับขานของผู้ตื่นรู้หลีเสวี่ยเอ๋อร์...รัศมีแสงคุ้มกาย!]

            [ภายในระยะเวลาที่มีผล ค่าความเสียหายวิญญาณที่ได้รับจะลดลง 20%]

            เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งแม้มันจะไม่ใช่บัฟที่แข็งแกร่งทรงพลังอะไรมากมายแต่มันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงมิตรภาพจากกลุ่มคนแปลกหน้ากลุ่มนี้

            “ขอบคุณมาก!”

            เซียวเยี่ยหันกลับไปโบกมือให้กลุ่มผู้ตื่นรู้กลุ่มนั้นเพื่อเป็นการขอบคุณ

            หัวหน้ากลุ่มพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเปิดฉากโจมตีทหารดักแด้พันขาตัวต่อไปเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ของพวกเขาต่อ

            หลังจากแยกทางกับกลุ่มที่พบกันโดยบังเอิญเซียวเยี่ยก็พบกับทหารดักแด้พันขาที่อยู่ลำพังตัวหนึ่งในอุโมงค์ด้านหน้า“เข้ามาเลย อยากรู้เหมือนกันว่าแกจะมีดีสักแค่ไหน!”

            เซียวเยี่ยถือโล่สงครามพยัคฆ์ร้ายก้าวทะยานออกไปหอกเหล็กหยาบในมืออีกข้างพุ่งแทงออกไปตรงๆส่วนเจ้าทหารดักแด้พันขาก็สังเกตเห็นผู้บุกรุกอย่างเขาเช่นกันรยางค์นับพันรอบตัวมันขยับยั้วเยี้ยส่งเสียงกระทบของเปลือกแข็งดังเกรียวกราวขณะพุ่งเข้าหาเขา!

            เซียวเยี่ยแทงหอกออกไปรู้สึกถึงแรงต้านทานที่ปลายหอกอย่างชัดเจน

            [-135!]

            ตัวเลขค่าความเสียหายเด้งขึ้นมาแต่มันกลับต่ำกว่าที่เซียวเยี่ยคาดการณ์ไว้มาก

            ท่ามกลางแสงสลัวเซียวเยี่ยจึงมองเห็นได้ถนัดตาที่แท้ตามร่างกายของทหารดักแด้พันขามีเกราะเหล็กชิ้นหนึ่งที่ราวกับงอกออกมาจากเนื้อหนังกลายเป็นเครื่องป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน

            และหอกของเซียวเยี่ยเมื่อครู่ก็แทงไปโดนแผ่นเกราะส่วนนั้นพอดีทำให้พลังโจมตีถูกหักล้างไปเกือบครึ่ง

            “เกราะงอกออกมาจากเนื้อหนัง?”

            เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำอธิบายที่ว่าทหารดักแด้พันขาเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิชาคุณไสยมนต์ดำของชาวโหลวหลันเพื่อกักขังไว้ในสุสานแห่งนี้ให้เฝ้าคุ้มครองแม่ทัพไปตลอดกาล

            ดูท่าวิธีการของชาวโหลวหลันโบราณจะอำมหิตจนชวนให้ผู้คนขวัญผวาเสียจริง!

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน