ห้องพักที่โรงเรียนในราคาถูกที่สุดหนึ่งเหรียญทอง จัดว่าราคายุติธรรมอยู่พอสมควร พื้นที่ภายในห้องกว้างขวาง ห้องอาบน้ำมีอ่างน้ำร้อน ห้องรับแขก และห้องนอนแยกเป็สัดส่วนชัดเจน เรียกได้ว่าไม่เสียชื่อโรงเรียนเวทมนตร์อันดับหนึ่ง แม้ว่าราคาหนึ่งเหรียญทองนั้น จะเช่าโรงแรมบางที่ได้มากกว่าสามปีด้วยซ้ำ
วันแรกของการมาอยู่เรนเดลไม่มีอะไรติดตัวมาเลย เขาจึงต้องไปยังเขตตัวเมืองอาร์คาเดีย เมืองที่อยู่ภายใต้การดูแลของโรงเรียนมาเกีย เพื่อซื้อเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่จำเป็ รวมถึงติดต่อโรงเรียนเพื่อตัดชุดนักเรียน ทั้งหมดนี้เขาต้องทำด้วยตัวเอง ต่างจากลูกเศรษฐี อัศวิน ขุนนาง หรือเชื้อพระวงศ์ที่มีคนใช้คอยจัดการให้เสร็จสรรพ
ระหว่างที่ติดต่อตัดชุดนักเรียน เรนเดลเจอลูกขุนนางระดับเ้าเมือง และขุนนางท้องถิ่นนอกวัง หรืออัศวินที่มาจากเมืองราชรัฐจิ้งจอกแดง แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้จักเรนเดล เพราะเรนเดลเป็กษัตริย์ที่ไม่เคยว่าราชกิจ จึงไม่เคยมีใครเห็นหน้าในการประชุม แม้แต่รูปภาพติดพระราชวัง ก็ยังเป็รูปตอนเขาอายุสี่ขวบ จึงไม่ต้องกังวลว่าความลับที่เขาปลอมตัวจะแตก
“ชุดนักเรียนสามชุดสินะคะ จะเอาเนื้อผ้าแบบไหน แบบปกติ แบบทอด้วยไหมหิมะ หรือทอด้วยด้ายของไหมแสงจันทร์ดี” แม่ค้าตัดชุดเอ่ยถามเรนเดลขณะวัดตัว
“ต่างกันยังไงหรือครับ” เรนเดลถามด้วยความสงสัย เขาสังเกตุว่าพวกลูกหลานอัศวินหรือขุนนางบางคนแอบหัวเราะเยาะเขา
“แบบปกติก็ทำมาจากผ้าฝ้ายหรือลินินยังไงล่ะ ส่วนไหมหิมะเนื้อผ้าจะเย็นสบาย ไม่อับชื้นและไม่ก่อให้เกิดกลิ่นตัวเวลาใช้แรงหรือเล่นกีฬา ส่วนไหมแสงจันทร์นอกจากจะมีคุณสมบัติเหมือนไหมหิมะแล้ว ยังช่วยดูดซับมานาในอากาศได้ดีขึ้นด้วยนะจ๊ะ”
“ขอทราบราคาของแต่ละประเภทด้วยครับ” เรนเดลกล่าวถามเพิ่มเติม แต่ทว่าแม่ค้าจะได้อธิบายอะไร กลับมีคนไม่พอใจการกระทำของเขาเสียแล้ว คนๆนั้นเป็เด็กหนุ่มคนหนึ่งท่าทางอวดดี ผิวของเขาขาวตกกระและมีผมบลอนด์ทองเข้ม เขาน่าจะเป็ลูกของขุนนางนอกวัง หรือขุนนางของอาณาจักรอื่น เพราะเรนเดลไม่คุ้นหน้าเขา
“ไม่เห็นหรือว่าคนอื่นรอใช้บริการอยู่ ทำไมไม่รู้จักหาข้อมูลมาวะไอ้โง่ นายกำลังทำทุกๆคนเสียเวลานะ ขนาดประเภทเสื้อผ้ายังไม่รู้จักหาข้อมูล แกไม่รอดในโรงเรียนมาเกียอย่างแน่นอน”
“งั้นผมเอาชุดนักเรียนที่ทำจากไหมหิมะห้าตัวครับ” เรนเดลตัดสินใจสั่งสินค้าโดยเร็ว เพื่อตัดรำคาญและหลีกเลี่ยงการมีเื่กับอีกฝ่าย
เด็กหนุ่มลูกขุนนางสุดกร่างอ้าปากค้างทันที เมื่อได้ยินเรนเดลสั่งซื้อเสื้อผ้าที่ทำจากไหมแสงจันทร์
“ตัวละห้าเหรียญทองค่ะ ห้าตัวฉันลดให้เหลือยี่สิบสามเหรียญทอง กับอีกห้าสิบเหรียญเงินนะคะคุณลูกค้า” แม่ค้ายิ้มหน้าบานทันที เมื่อเรนเดลควักเหรียญทองและเหรียญเงินในถุงและนับต่อหน้าของหล่อน
“นายเป็ลูกขุนนางเหมือนกันหรือเพื่อน ปล่อยให้นึกว่าเป็พวกไพร่มาเสียนาน” ชายหนุ่มคนนั้นเปลี่ยนท่าทีกับเรนเดลทันทีเมื่อเห็นเขาเลือกชุดที่แพงที่สุด ซึ่งสามัญชนและเศรษฐีบางคนยังลังเลด้วยซ้ำ เพราะมูลค่าที่เรนเดลซื้อของไปนั้น มีมูลค่ากว่าสองแสนเหรียญทองแดง ซึ่งเท่ากับหรือมากกว่ารายได้ของสามัญชนทั้งปีด้วยซ้ำ
“อย่ามาเสวนากับฉัน ฉันไม่ชอบพวกที่ข่มคนอื่นด้วยชาติตระกูล” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบพลางใช้หางตามองอีกฝ่าย ก่อนจะเข้าไปในห้องวัดตัวทันที ซึ่งเรนเดลได้ห้องชั้นบนที่ไม่ต้องรอต่อคิวยาวเหมือนกับคนอื่นๆ
บนชั้นสองมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งพึ่งออกมาจากห้องวัดตัว เขาคือเ้าชายเรียวจิแห่งจักรวรรดิัไฟ ผู้ซึ่งได้รับการทำนายจากคัมภีร์พระเวทว่ามีธาตุเอกลักษณ์ในร่างกายถึงสองธาตุ เหมือนเรนเดลนั่นเอง และแน่นอนว่าในเวลานี้เรนเดลยังไม่รู้จักเขา
แต่ทว่าเรียวจิรู้จักเรนเดล เรียวจิยิ้มร่าทันที เมื่อพบผู้มีเวทมนตร์ทวิธาตุไวกว่าที่คิด ทำเอาเรนเดลรู้สึกเสียวสันหลัง กับสายตาแปลกๆของคนตรงหน้า
ดวงตาสีเขียวมะนาวจ้องเรนเดลด้วยท่าทีแก่นแก้ว ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดี ผู้ใช้พลังทวิธาตุอันดับสองของชั้นปี”
“อันดับสอง” เรนเดลกล่าวด้วยความประหลาดใจ “แล้วใครอันดับหนึ่งกันล่ะ”
“อยู่ตรงหน้านายนี่ยังไงล่ะ” เรียวจิกล่าวก่อนที่จะชี้มาที่ตัวของเขาเอง ก่อนจะยื่นมือมาหวังจะจับมือกับเรนเดล “ฉันมีนามว่าเรียวจิ ยางามิ เรียวจิ”
“ตระกูลยางามิ” เรนเดลเอ่ยทวนคำพูดของเรียวจิ “เชื้อพระวงศ์แห่งจักรวรรดิัไฟสินะครับ”
“ใช่แล้ว ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ” เรียวจิเอ่ยถาม พลางเขย่ามือกับเรนเดลที่ยื่นมาจับเรียบร้อย
“ผมมีนามว่าเรนเดลน่ะครับ” เรนเดลกล่าวเพียงชื่อตัวเอง คิ้วของเรียวจิกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน
“เพชรในตมแท้ๆ นายเป็สามัญชนผู้มีพลังทวิธาตุสินะ” เรียวจิกล่าวชื่นชม แต่ทว่าน้ำเสียงของเขากลับดูผิดหวังเล็กน้อย คงคาดไม่ถึงว่าเรนเดลจะเป็คนไร้สกุล
“เพราะเหตุนี้ล่ะครับ ครอบครัวของผมเลยพยายามส่งเสียผมเต็มที่ พวกท่านทราบว่าผมเป็ทวิธาตุั้แ่เด็ก”
“ฉันยินดีช่วยเหลือนายนะ” เรียวจิกล่าวตบบ่าเรนเดลเบาๆ “ฉันจะจ้างนายมาเป็คนคุ้มกัน สนใจมั้ยล่ะ นายอยู่ในความดูแลของเ้าชายลำดับที่สามของจักรวรรดิ จะไม่มีอัศวิน ขุนนาง หรือเชื้อพระวงศ์คนใดหาเื่นายได้แน่ๆ”
“ขอบคุณที่ชวนครับเ้าชาย” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ “แต่บังเอิญผมต้องใช้เวลาศึกษาหาความรู้ให้เต็มที่ เพื่อให้คุ้มกับเงินที่ครอบครัวผมส่งเสียน่ะครับ คงไม่มีเวลาไปทำงานให้ท่านแน่ๆ”
“ว้า น่าเสียดายจัง” เรียวจิกล่าวพลางถอนใจ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “แต่คำสั่งของเ้าชาย สามัญชนอย่างนายกล้าปฏิเสธเชียวหรือ จะไม่พิจารณาหน่อยหรือไงกัน”
“ไม่ล่ะครับ ผมขอรับไว้ด้วยใจล่ะกัน” เรนเดลกล่าวก่อนจะเดินเข้าห้องวัดตัว ทำเอาเรียวจิหน้าเสียเล็กน้อย ก่อนเขาจะเดินออกไปโดยดี
“ไปเสียที” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ ก่อนจะยกแขนขึ้นเพื่อให้คนตัดเสื้อวัด่อกและตัวของเขา
เรียวจิเดินลงมาด้วยท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะกวักมือเรียกฮายาโตะ องครักษ์วัยเดียวกับเขาที่ถูกส่งมาเรียนด้วยกันทันที ฮายาโตะซึ่งกำลังรอคิววัดตัวถึงขั้นสละแถวเดินมาหาเรียวจิทันที
“ช่วยสืบเื่ของผู้มีพลังทวิธาตุที่ชื่อเรนเดลให้หน่อย ฉันอยากทราบตัวจริงของเขา”
“พระองค์ติดใจอะไรในตัวของเด็กคนนั้นหรือครับ” ฮายาโตะเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม
“ฉันแค่ไม่เชื่อที่ไอ้หมอนั่นพูดน่ะ สามัญชนบ้าอะไรซื้อเสื้อไหมแสงจันทร์ให้ตัวเอง นั่นมันห้องวัดตัวสำหรับคนซื้อเสื้อไหมแสงจันทร์เท่านั้น”
“และถ้าเขาเป็แค่สามัญชนล่ะครับ พระองค์จะทำยังไง”
“ถามได้ ก็รับมาอยู่ในความคุ้มครองของฉัน ให้เขาเป็องครักษ์ จะได้ไม่โดนไอ้พวกขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์อวดเบ่งบางคนหาเื่น่ะสิ” เรียวจิกล่าวด้วยท่าทีสบายอารมณ์ วันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ ในสายตาของฮายาโตะ
“รับทราบครับองค์ชาย” ฮายาโตะกล่าว “ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะตามสืบเื่ของคนที่ชื่อเรนเดลให้ หลังจากผมทำธุระเื่ซื้อข้าวของเตรียมเข้าเรียนเสร็จแล้ว”
จู่ๆหนุ่มตกกระหัวทองก็มายืนขวางเรียวจิทันทีเมื่อได้โอกาส เขามีสีหน้าระรื่นและดีใจสุดๆ ทำเอาเรียวจิและฮายาโตะประหลาดใจ
“เอ่อ...สวัสดีครับเ้าชายเรียวจิ” เด็กหนุ่มตกกระ ผมบลอนด์ทองซึ่งมีเื่กับเรนเดลก่อนหน้านี้ ยืนบังเรียวจิก่อนจะก้มหัวให้
“มีอะไร” เรียวจิเอ่ยถามด้วยเสียงเหวี่ยงๆ เขารู้ว่าคนตรงหน้า้าจะคุยกับเขาเพื่อผลประโยชน์ คนพวกนี้ไม่มีค่าพอจะคบเป็เพื่อนสักนิด
“กระผม โมรอค ครุยซ์ บุตรของอัศวินชาร์ล ครุยซ์ แห่งอาณาจักรเสือขาวขอรับ บังเอิญผมได้ยินมาว่าท่าน้าหาองครักษ์เพิ่ม ไม่ทราบว่าจะพิจารณาผมได้มั้ยครับ”
“อัศวินสินะ” เรียวจิกล่าวพลางครุ่นคิด “ยศเทียบได้กับซามูไรในจักรวรรดิของฉัน อันที่จริงนายก็มีเกียรติพอจะมารับใช้ฉันนั่นแหละ”
“จริงหรือครับองค์ชาย” โมรอคกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี “ค่าจ้างผมไม่คิดครับ ขอแค่ได้รับใช้พระองค์ก็พอแล้ว”
“ไม่เอาล่ะ” เรียวจิกล่าวปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “ฉันมีคนที่หมายตาเอาไว้แล้ว”
เรียวจิเดินผ่านโมรอคไปทันทีโดยไม่สนใจ ทำเอาฮายาโตะแอบหัวเราะเบาๆให้กับโมรอคที่กำลังหน้าแตก โมรอคสะบัดท่าทีประจบทิ้งทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าอาฆาต
“นึกว่าเป็เ้าชายแล้วเมินข้าก็ได้สินะ ไม่มีมารยาทจริงๆ กล้าปฏิเสธน้ำใจของขุนนางอย่างข้า”
“หุหุ สลัดคราบประจบประแจงทิ้งแล้วหรือไอ้กิ้งก่า” ฮายาโตะที่พยายามอั้นหัวเราะเอ่ยแซวทันที เมื่อเห็นโมรอคสลัดท่าทีประจบประแจงนายของตน
“ว่ายังไงนะ ไอ้หัวทอง อยากมีเื่เหรอ!!” โมรอคกล่าวด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความโกรธ แต่มันใช้ขู่อีกฝ่ายไม่ได้เลย
“ดุจังพวก” ฮายาโตะกล่าวด้วยน้ำเสียงกวน “ไม่ใช่กิ้งก่า แต่เป็หมาบ้าสินะ...หมาบ้าขี้เรื้อน”
ฮายาโตะมองกระบนหน้าและตัวของโมรอค ก่อนจะทำท่าเกาแกรกๆล้อเลียน ทำเอาโมรอคแค้นสุดขีด
ทั้งฮายาโตะและโมรอคมองหน้ากันอย่างเอาเื่ จนเ้าของร้านตัดเสื้อต้องห้ามทัพ โมรอคซึ่งวัดตัวเสร็จแล้วสะบัดก้นเดินออกไปทันที
“หงุดหงิดที่สุด ต้องหาไพร่สักคนระบายอารมณ์หน่อยแล้ว” โมรอคกล่าวพลางกัดฟันกำหมัดแน่น มองไปทางไหนเขาก็เจอแต่นักเรียนในโรงเรียนที่ดูภูมิฐาน ที่นี่เขาแยกไม่ออกว่าใครด้อยกว่าเขา จนเขาสามารถจะรังแกได้ ต่างกับอาณาจักรเสือขาวที่เขาจากมา ที่นั่นเคร่งในเื่ชนชั้นวรรณะมากที่สุด ทำให้โมรอคสามารถรังแกคนอ่อนแอกว่าได้โดยไม่ผิดกฏหมาย
โมรอคเคยลงมือบีบคอเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งจนเกือบขาดใจตายมาแล้ว เพราะเธอขวางทางเดินของเขา และพ่อแม่ของเด็กคนนั้นยังต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้เขาอีกด้วย เพราะไม่งั้นเด็กเล็กคนนั้นจะโดนลงโทษข้อหากีดขวางทางเดินของขุนนาง
สุดท้ายโมรอคซึ่งเดินฉุนเฉียวเหมือนคนบ้า ตัดสินใจเตะหมาของป้าร้านขายของชำคนหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์ แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะเขาโดนป้าร้านขายของชำเอาไม้กวาดไล่ฟาด จนนักเรียนปีหนึ่งเหมือนกับเขาที่มาซื้อข้าวของเครื่องใช้ หัวเราะเยาะใส่เขาดังทั่วทั้งซอย จนเขาต้องอับอายหนักกว่าเดิม
“ฉันแค้นเหลือเกิน” โมรอคใบหน้าแดงก่ำขณะกลับมาที่หอพักเพื่อทำแผลให้ตัวเอง ขุนนางระดับล่างซึ่งมีหน้าที่รับใช้ขุนนางอีกทีหนึ่ง อย่างตระกูลอัศวินแบบเขา ไม่มีเงินมากพอจะจ้างคนรับใช้มาได้ จึงต้องอยู่ห้องพักคนเดียว และทำอะไรด้วยตัวคนเดียวไม่ต่างจากสามัญชนที่เขาดูถูก
“ฉันติดสินใจได้แล้ว” โมรอคประกาศกร้าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ที่ฉันต้องโชคร้ายอย่างนี้ ก็เพราะเ้าชายเรียวจิและองครักษ์ของมัน ฉันสาบานว่าจะกลั่นแกล้งมัน จะทำให้มันเสียหน้าและอับอาย จะทำให้มันสำนึกที่ไม่รับน้ำใจจากฉัน ฉันขอสาบาน ฉันจะต้องเอาคืนให้ได้!!”
“ใช้งบเกินตัวไปแล้วนะ เรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงดุขณะมอบถุงทองให้เรนเดล “ถึงชุดนักเรียนไหมแสงจันทร์จะคู่ควรกับกษัตริย์อย่างนายก็เถอะ แต่คนจะสงสัยเอานะ”
“ก็ทำไงได้ ฉันไม่คิดว่ามันจะแพงขนาดนั้น” เรนเดลกล่าวเสียงเศร้า “เสื้อบ้าอะไรตัวละตั้งห้าเหรียญทอง”
“ช่างเถอะ” ไอรินกล่าวตัดบท “ยังไงทรัพย์สมบัติของนายก็เยอะอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยทำเื่เบิกมาคืนฉันก็แล้วกัน แค่เสื่อตัวละห้าเหรียญทองมันไม่ลำบากนายหรอก”
“ทำไมต้องทำเื่เบิกล่ะ ในเมื่อพ่อของเธอสำเร็จราชการอยู่ เบิกออกมาโปะได้เลยนี่ ทรัพย์สมบัติในส่วนของฉัน”เรนเดลกล่าวโดยไม่คิดอะไร แต่นั้นทำเอาไอรินรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณสำหรับถุงทอง” เรนเดลโบกมือลาก่อนจะกลับหอพักของตัวเอง ไอรินโบกมือด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เขาจำที่เรนเดลพูดได้เมื่อคราวก่อน ที่ว่าเรนเดลฆ่าตัวตายเพราะเธอ นั่นเลยทำให้เธอมีอารมณ์ะเืใจได้เป็พิเศษ หากเป็เื่ของเรนเดลใน่นี้
“ที่โรงเรียนนี้ฉันจะปกป้องนายเอง เรนเดล เพื่อชดเชย่เวลาที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้นายเลย ในฐานะเพื่อนคนเดียวของฉัน” ไอรินกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา พลางมองไล่หลังเรนเดลไปจนสุดสายตา
ระหว่างกลับหอพักของตัวเอง เรนเดลตัดสินใจแวะสวนสาธารณะใกล้ๆ เขารู้สึกได้ว่ามันเงียบสงบ บรรยากาศของดอกไม้นานาพรรณชวนให้เขาต้องคล้อยเดินเข้าไป ทั้งที่มันอยู่ติดกับเขตหอพักหญิง แต่แน่นอน เรนเดลไม่สนใจ เพราะเขาคิดว่าแค่จะแวะเข้ามาดูเท่านั้น อย่างน้อยการสำรวจลู่ทางเพื่อหาทางหนีทีไล่ ก็เป็สิ่งที่จอมเวทมืออาชีพควรจะกระทำ
และเรนเดลก็รู้สึกตัวแล้ว ว่าทำไมเขาถึงเดินเข้ามา ราวกับอะไรบางอย่างเรียกหา เขาถูกสายตาคู่หนึ่งดึงดูดนั่นเอง ทำให้เขาเผลอเดินเข้ามาลึกกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวผมสีฟ้าน้ำทะเล ไว้ผมรวบปล่อยปอยผมด้านข้าง ดวงตาสีฟ้าเหมือนกับเส้นผมบนใบหน้าเรียวรูปไข่ของเธอสบตากับเรนเดลชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะหลบตาของเขา เธอกำลังตั้งใจฝึกฝนพลังเวทมนตร์ของตัวเอง
เรนเดลสังเกตุว่าเธอกำลังร่ายเวทธาตุน้ำ วงเวทสีฟ้าของเธอกระพริบราวกับหลอดไฟที่ใกล้จะเสีย ดูเหมือนจิตใจของเธอกำลังถูกรบกวน ไม่มีสมาธิ หรือไม่ก็เพราะเธอกำลังโคจรเวทแบบผิดวิธี วงเวทจึงปรากฏออกมาแบบนั้น
“ผมมารบกวนหรือเปล่าครับ” เรนเดลเอ่ยถามอย่างเป็กันเอง หญิงสาวเกือบจะพยักหน้าตามความรู้สึกของตัวเอง แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนเป็ส่ายหน้า
“ให้ความสนใจกับฝ่ามือเกินไปครับ และเพ่งจิตแข็งกระด้างไปด้วย เวทธาตุน้ำต้องอ่อนโยน เช่นเดียวกับเวทลมและแสง” เรนเดลกล่าวให้คำแนะนำทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ขอ “รับรู้ให้ได้ถึงกระแสมานาที่ไหลเวียนจากหัวใจ ไหลไปทั่วร่าง จับกระแสนั้นแล้วปล่อยให้มันผ่านฝ่ามือ เมื่อััถึงมันได้ก็จับกระแสมานาจากตรงนั้นมาเป็พลัง”
“ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวพูดด้วยท่าทีกึ่งรำคาญ “คุณกำลังจะแนะนำอะไรให้ฉัน”
“ผมกำลังจะแนะนำวิธีฝึกเวทโกรธาวารี ที่คุณกำลังฝึกอยู่ยังไงล่ะครับ”
“คุณรู้ว่าฉันกำลังฝึกเวทอะไร” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ เธอหยุดฝึก ก่อนจะใช้ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลอันงดงามมองมาที่เรนเดล
“เวทโกรธาวารี เวทธาตุน้ำสายผู้พิทักษ์ที่มีถึงเก้าระดับ” เรนเดลกล่าวพลางมองวงเวทที่หญิงสาวร่ายทิ้งเอาไว้ “ไม่แปลกเลย ที่คนที่พึ่งจับเวทระดับสูงครั้งแรก จะฝึกมันไม่ได้”
“และฉันควรจะทำอย่างไรคะ” หญิงสาวเริ่มกล่าวเสียงอ่อนลง เมื่อเธอรู้ว่าเรนเดลมาอย่างเป็มิตร
“ทำอย่างที่ผมบอกน่ะครับ” เรนเดลอธิบายพลางชี้ไปที่อกของหญิงสาว ทำเอาฝ่ายหญิงเผลอเอามือปิดอกทันที “จับกระแสมานาจากหัวใจครับ ตามมันอย่างใจเย็น เมื่อรับรู้ถึงมันแล้ว ก็ค่อยๆโคจรพลังมานาจากตรงนั้นมารวมไว้ที่ด้านหน้าของตัวเอง เพื่อให้วงเวทปรากฏ ไม่ใช่เพ่งไปที่มือที่กำลังจะร่ายวงเวท”
หญิงสาวลองทำตามที่เรนเดลบอก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆอยู่ราวนาทีกว่าๆ แต่ทว่าเธอก็ยังทำไม่ได้
“คือฉันเข้าใจที่คุณพูดนะคะ...”
“แต่ตามกระแสมานาไม่ทันใช่มั้ยครับ” เรนเดลถามกลับอย่างรู้ทัน จนอีกฝ่ายประหลาดใจ “พอช้าไป ก็ตามมันไม่ทัน พอเร็วไปก็รวมมานาจากตรงนั้นไม่ได้ กระจัดกระจายไปหมด”
“ฉันต้องทำยังไงคะ ได้โปรดชี้แนะด้วย” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงยอมแพ้ ดูท่าเธอเองก็้าสำเร็จวิชานี้อย่างมาก “ฉัน้าสำเร็จระดับสองก่อนปฐมนิเทศน์น่ะค่ะ”
“ผมขอแนะนำให้วันนี้คุณไปฝึกทำสมาธิที่บ้านพักของคุณก่อน” เรนเดลกล่าวแนะนำ “จนกว่าจะจับกระแสของมานาได้ จำไว้ว่าต้องค่อยๆใจเย็นๆ และอ่อนโยนครับ จินตนาการว่าเรากำลังใช้แหช้อนฝูงปลาในบ่อซึ่งแหวกว่ายกระจัดกระจาย เงื่อนไขคือช้อนขึ้นมาในครั้งเดียว หาทางให้มันรวมอยู่ในจุดที่จะทำแบบนั้นได้ครับ”
“ขอฉันลองอีกครั้งนะคะ” หญิงสาวพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเรนเดล เธอตั้งสมาธิเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะวางฝ่ามืออันเรียวบางบนอากาศอย่างอ่อนโยน วงเวทสีฟ้าสามเหลี่ยมซ้อนกันจนเป็รูปดาวหกแฉกปรากฏออกมาอย่างสวยงาม แม้มันจะคงตัวได้แค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะแตกสลายไปเพราะเธอเผลอดีใจก็ตามที
“ยินดีด้วย ใกล้ความสำเร็จล่ะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะปรบมือให้เปาะแปะ ทำเอาเธอขำกับกิริยาของเขาทันที
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ” หญิงสาวเป็ฝ่ายเอ่ยถามเรนเดลก่อน เธอเริ่มเปิดใจให้เรนเดลเล็กน้อย
“ผมชื่อเรนเดลครับ” เรนเดลกล่าวแนะนำตัว เขารู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นทีท่าแปลกใจจากอีกฝ่าย ที่เขาเป็พวกไร้สกุล
“ฉันชื่อเซร่าค่ะ เซร่า ไพรมารี่ มาจากสาธารณรัฐเหยี่ยวดำ” เซร่าแนะนำตัวพลางส่งยิ้ม “ที่ประเทศของฉันไม่มีระบบขุนนาง ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าฉันจะรังเกียจคุณนะคะ คุณเรนเดล”
“ขอบคุณครับ” เรนเดลตอบรับสั้นๆ “แต่คุณมีนามสกุลนี่ครับ น่าจะเป็พวกผู้ดีหรือชนชั้นสูงอยู่บ้าง”
“ทุกคนในสาธารณรัฐถูกบังคับให้มีนามสกุลค่ะ” เซร่ากล่าว “แต่อย่างว่า ฉันค่อนข้างมีฐานะบ้าง”
“งั้นหรือครับ ความรู้ใหม่เลยนะนี่” เรนเดลกล่าว เขาพึ่งรู้ว่ามีประเทศที่ใกล้เคียงกับโลกยุคเก่าของเขาเมื่อสามร้อยปีก่อนด้วย ที่ทุกคนมีนามสกุลกันหมด เขาเองก็ยังแอบสงสัย ทำไมวิวัฒนาการย้อนกลับมันเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยมีเครื่องบิน รถยนต์ และวิทยาศาสตร์แท้ๆ
“เอ่อ เรนเดลคะ อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างนี้เลย แต่พลังประจำตัวของคุณ คือพลังอะไรคะ ฉันอยากรู้จักคุณบ้างน่ะค่ะ”
เรนเดลส่งยิ้มก่อนจะร่ายวงเวทแปดเหลี่ยมสีรุ้งในมือที่สมบูรณ์แบบให้อีกฝ่ายดู เมื่อเซร่าเห็นวงเวทของเรนเดลเธอถึงกับตาค้างทันที
“มหาเวทนี่คะ หรือว่าคุณคือคนๆนั้น เด็กที่มีข่าวลือว่าได้ทำสัญญากับมหาเวทตอนทดสอบคัดเลือก”
เรนเดลพยักหน้ารับ อันที่จริงเขาไม่แน่ใจว่าใครไปลือ เพราะตอนนั้นไม่มีคนอื่นเลย นอกจากเพื่อนของเขา อาจารย์อาจจะไปคุยกัน และหลุดไปถึงหูของนักเรียน นี่คือสิ่งที่เขาคิด
“ผมได้รับมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธามาน่ะ” เรนเดลกล่าว “ผมเองก็ยังต้องฝึกฝน แต่ผมคิดว่าพอจะแนะนำคุณได้น่ะครับ เพราะเวทที่คุณใช้ หลักการคล้ายๆผม”
“ขอบคุณค่ะ ไว้พรุ่งนี้ เวลานี้ เรามาพบกันดีไหมคะ” เซร่ากล่าวเสนอก่อนจะยิ้มแบบเก้อเขิน เธอเองก็รู้สึกอายที่เป็ฝ่ายนัดผู้ชายเสียเอง
“ยินดีครับ” เรนเดลกล่าว “ผมสัญญาว่าจะช่วยให้คุณฝึกถึงวงเวทระดับที่สองก่อนเปิดภาคเรียนครับ คุณเซร่า”
เซร่าโบกมือลาเรนเดล ก่อนที่เธอจะกลับหอพักของตน เรนเดลแอบหันกลับมามองเธอจนสุดสายตาด้วยความอาลัย ไม่ใช่เพราะเขาหลงรักเธอ แต่เป็เพราะเธอเหมือนกับคนที่เขารู้จักมากๆ รู้จักดียิ่งกว่าใครๆ
“ชื่อดันมาเหมือนเพื่อนของฉันอีกนะ แถมใช้เวทประเภทเดียวกันอีก” เรนเดลกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ไม่ใช่ว่าเธอคือจอมเวทเจ็ดดาราธาตุน้ำกลับชาติมาเกิดใหม่ล่ะ คุณเซร่า”
จากคำแนะนำของเรนเดล ทำเอาหญิงสาวมีความหวังในทันที ครั้งแรกเธอดีใจที่คัมภีร์พระเวททำนายว่าเธอถนัดธาตุน้ำแบบพิเศษ นั่นคือเธอมีคุณสมบัติของผู้พิทักษ์แฝงมาด้วย ทางโรงเรียนจึงพิจารณามอบเวทโกรธาวารี เวทธาตุน้ำที่มีระดับขั้นถึงเก้าขั้นให้กับเธอ
แต่แล้วเธอก็รู้สึกผิดหวัง เพราะเวทนี้ฝึกยากกว่าทุกเวทที่เธอรู้จัก เธอพยายามทำความเข้าใจมันหนึ่งวันเต็มๆ แต่ก็ยังฝึกไม่ได้ จนกระทั่งเรนเดลบังเอิญมาพบเธอ
“รอฉันฝึกเวทนี้ให้ได้ก่อนเถอะค่ะคุณพ่อ ฉันจะทำให้ท่านยอมรับฉันและคุณแม่ให้ได้ จะทำให้รู้ว่าลูกอนุคนนี้ก็มีค่าในตระกูลเหมือนกัน” เซร่ากล่าวพร้อมกุมคัมภีร์ของเธอเอาไว้แน่น ก่อนเธอจะตั้งใจฝึกฝนตามที่เรนเดลบอกตลอดทั้งคืน
“ฉิบหายแล้ว” เรนเดลกล่าวกับตัวเองพร้อมกับสะดุ้งโหยงเมื่อกลับมาถึงห้องพัก เขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าการแนะนำของเขา มันไม่มีสอนในระดับเบื้องต้น มันเป็เคล็ดลับการฝึกฝนส่วนตัวของเขา และจะช่วยย่นระยะเวลาการฝึกเวทได้อย่างแน่นอน หากเอาไปประยุกต์ใช้
“ต้องขอให้คุณเซร่าเก็บไว้เป็ความลับเสียแล้ว เื่ที่ฉันแนะนำเธอ พอเห็นเป็ผู้หญิงแล้วฉันเผลอใจอ่อนไปจนได้”