Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่105 โยวเก้อและโยวมี่ตกตะลึง

    “เด็กคนนี้…’’มองไปยังใบหน้าที่ยังคงสงบนิ่ง โยวเก้อก็ประหลาดใจเป็นอย่างมากปกติแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกโจมตีแล้วยังเฉยได้แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะหึๆและมีท่าทีเฉยเมย

     

    นี่มัน...ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!

     

    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้น!

     

    ท่ามกลางเข็มพลังชี่จํานวนมากชายหนุ่มที่ก้าวเดินเข้ามากลับเพียงแค่วาดมือออกไป พริบตาไอเย็นยะเยือกมหาศาลก็ปรากฏมันพวยพุ่งออกมาจากร่างของอีกฝ่ายก่อนจะเข้าปกคลุมเข็มพลังชี่ทั้งหมดแล้วแปรเปลี่ยนให้เป็นผลึกนํ้าแข็งที่เย็นยะเยือก

     

    “เป็นไปไม่ได้!’’เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น โยวมี่ก็อุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อเธอรู้ดีว่าเข็มพลังขี่ของปู่เธอนั้นเป็นพลังชีวิตที่แข็งแกร่งมากดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็งได้ง่ายๆเช่นนี้

     

    แล้วนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง?

     

    นัยน์ตาของโยวเก้อก็เบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารู้สึกช็อคเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเข็มพลังชี่ของเขาจะถูกแช่แข็งแล้วเขายังสัมผัสถึงการเชื่อมต่อจากพวกมันไม่ได้อีกด้วย

     

    ถูกต้อง!นี่คือการตัดขาด...ตัดขาดการเชื่อมต่อ!

     

    เป็นไปได้อย่างไร?

     

    ขณะที่ทั้งสองคนกําลังช็อคพวกเขาก็ต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่าผลึกนํ้าแข็งทั้งหลายที่เพิ่งถูกแช่แข็งได้กลับกลายสลายหายไปในความว่างเปล่าดั่งไอเย็นระเหยทั่วๆไป

     

    ตะลึง!ตะลึง! ตะลึง!

     

    นี่มัน...ได้อย่างไร!

     

    ชายหนุ่มคนนี้ทํายังไง?

     

    ต้องรู้ก่อนในที่นี้นอกจากโยวมี่จะเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นตี้เทียนที่ปลุกพลังชีวิตสําเร็จแล้วโยวเก้อก็ไม่ต่างกัน เขาเป็นถึงผู้ที่อยู่ในขั้นสุดท้ายของการฝึกยุทธ์

     

    เซียนเทียน!

     

    ดังนั้นแล้วทั้งสองคนจึงถือได้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เชี่ยวชาญและมากฝีมืออย่างไรก็ตามเมื่อต้องพบกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไป พวกเขาก็รู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด เพราะแม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทําอย่างนี้ได้มันจึงเป็นไปได้อย่างมากว่าชายหนุ่มจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น!

     

    น่าสะพรึงอะไรอย่างนี้!

     

    ยิ่งคิดใบหน้าของโยวเก้อและโยวมี่ก็ล้วนแสดงให้เห็นถึงความพรั่นพรึงพวกเขาพรั่นพรึงต่อคนพวกนั้นเป็นอย่างมากยิ่งกับเฉพาะความสามารถที่ชายหนุ่มเพิ่งแสดงออกไปไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นแต่มันเป็นไปได้ยังไงที่หนึ่งในคนพวกนั้นที่มีอายุเยาว์วัยเช่นนี้จะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้?

     

    จะน่าตกใจเกินไปแล้ว!

     

    “คุณเรียกผมมาเพียงเพราะต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของผมงั้นเหรอ?’’ขณะที่ทั้งสองคนไปไม่เป็น ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นทําให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันหน้ามามองกันและกันก่อนพยักหน้า

     

    “ใช่แล้วฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นแพทย์เทวะที่รักษามะเร็งได้ฉันเลยอยากรู้ว่าเธอทํามันได้ยังไง!’’ โยวเก้อไม่ปิดบังการทดสอบความแข็งแกร่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่สําเร็จแล้วดังนั้นที่เหลือก็แค่สิ่งที่เขาอยากรู้

     

    ระหว่างที่ปู่ของเธอพูดโยวมี่ก็ได้แต่จับจ้องไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาซับซ้อนดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่ธรรมดาเป็นอย่างมากยิ่งการที่เขาสามารถสลายเข็มพลังชี่ของปู่เธอได้มันหมายความแล้วว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเธอ

     

    แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!

     

    ท่ามกลางสายตาจับจ้องมู่หลินเพียงส่ายหัว “เท่าที่ดูคุณคือเซียนหมอที่เป็นที่เลื่องลือใช่ไหม?แล้วคุณที่ฝึกวิชาแพทย์แผนจีนมานานไม่รู้รึไงว่าเรื่องวิธีการรักษาไม่ควรถามของกันและกัน!’’

     

    วิชาของใครก็ของมันสิ!

     

    จะมาถามได้อย่างไร?

     

    “เอ่อ…’’ไม่คิดว่าจะเจออย่างนี้ โยวเก้อก็ผงะไป มันเป็นความจริงอย่างที่ชายหนุ่มว่าแพทย์แผนจีนไม่ได้เหมือนกันทุกคนบางคนนั้นหวงแหนวิธีการรักษาของตัวเองเป็นอย่างมาก แล้วแบบนี้เขาจะมีสิทธิ์อะไรไปถามอีกฝ่าย?

     

    เขานี่ช่างไร้มารยาทเสียจริง!

     

    “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะแต่ในเมื่อคุณเรียกผมมาแล้วอย่าลืมล่ะว่าต้องจ่ายค่ารักษา แม้จะไม่ได้รักษาก็ตาม!’’ มู่หลินเอ่ยเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสียเวลาฟรีๆ ดังนั้นต้องจ่ายให้เขาถ้าไม่อยากให้เขาเอาเรื่องน่ะนะ

     

    “นี่นาย…’’คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหน้าเงินถึงเพียงนี้ โยวมี่ก็ถึงกลับจะโกรธไม่มีใครมาก่อนเลยจะกล้าทําท่าทางอย่างนั้นกับปู่ของเธอผู้เป็นเซียนหมอเช่นนี้ แล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันเขาถึงได้จองหองอย่างไม่ไว้หน้าใคร?

     

    จะมากเกินไปแล้ว!

     

    “ไม่ต้องห่วงเธอจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาได้เลย’’ด้านโยวเก้อที่เห็นว่าหลานสาวของเขาจะโกรธก็รีบโบกมือห้ามเนื่องจากเขาเป็นเซียนหมอและรักษาคนใหญ่คนโตมามากมาย ความมั่งคั่งของเขาจึงเทียบเท่ากับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เพราะอย่างนั้นแค่เงินไม่เท่าไหร่น่ะไม่เป็นปัญหา

     

    “หนึ่งพันล้านหยวน!’’มู่หลินไม่ลังเล เขาพูดมันออกไปด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ ฟังดูอาจจะเยอะก็จริงแต่ดูก็รู้แล้วว่าชายชรามั่งคั่งเป็นอย่างมากยิ่งเป็นถึงเซียนหมอถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้ว

     

    “พะ...พันล้านหยวน!’’ยังไม่ทันที่โยวเก้อจะได้พูดอะไร โยวมี่ก็โพล่งออกมาเสียก่อน เธอตกใจเป็นอย่างมากและคิดไม่ถึงจริงๆว่าแค่ทําให้เขาเสียเวลาแค่นี้จะโดนเรียกร้องเงินตั้งมากมาย

     

    อย่างไรก็ตามก่อนที่ชายชราจะได้พูดอะไรมู่หลินก็พูดอีกครั้ง“ไม่ต้องเป็นห่วงไปเงินพันล้านหยวนนี้ถือเป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งเพราะคุณสามารถซื้อวิชาแพทย์ของผมได้ เอาล่ะแค่คุณโอนมาผมก็จะกลับส่วนจะซื้อไม่ซื้อนั้นก็เรื่องของคุณ!’’

     

    “วิชาแพทย์ของเธอ?’’ได้ยิน โยวเก้อที่กําลังจะโมโหก็ชะงักไป การที่สามารถรักษามะเร็งได้ง่ายๆมันย่อมหมายความแล้วว่าวิชาแพทย์ของอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดาอย่างไรก็ตามเขาที่อดสงสัยไม่ได้จึงถามออกไป“แล้วอาจารย์ของเธอจะไม่ว่าเหรอที่ขายให้กับคนภายนอกเช่นนี้?’’

     

    เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าชายหนุ่มมีทักษะแพทย์แผนจีนที่น่าทึ่งยิ่งเมื่อรวมเข้ากับความสามารถเมื่อครู่สามารถบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายจะต้องมีอาจารย์ยอดฝีมือคอยสอนสั่งอยู่ลับๆ

     

    “อาจารย์?คุณจะไปคิดมากทําไม! อีกอย่างผมน่ะไม่มีอาจารย์หรอก!’’มู่หลินส่ายหัวแล้วตอบทันควัน อาจารย์บ้าบออะไร ที่ผ่านมาแม้จะมีคนเคยสอนเขาบ้างแต่เขาก็เดินทางด้วยตัวเองมากตลอด ดังนั้นถ้าไม่ใช่คนที่เขานับถือจริงๆน่ะเขาไม่นับถือเป็นอาจารย์ให้เสียชื่อเสียงของจุดสูงสุดหรอก

     

    “อย่าบอกนะว่าเธอไม่มีอาจารย์?’’โยวเก้อที่ได้ยินและได้เห็นท่าทางของชายหนุ่มก็รู้สึกไม่อยากเชื่อในความคิดของเขาต่อให้มีพรสวรรค์ยังไง คนๆนั้นก็ต้องมีคนคอยสอนสั่งไม่อย่างนั้นแล้วจะมีทักษะแพทย์แผนจีนที่น่าทึ่งเช่นนั้นได้อย่างไร?

     

    นั่นเป็นไปไม่ได้!

     

    โยวมี่ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเหมือนกันในสายตาของเธอเขาก็อยู่ในรุ่นเดียวกันกับเธอแล้วแบบนี้เขาจะเก่งขึ้นมาโดยไม่มีอาจารย์สอนได้ยังไง?

     

    ไม่มีทาง!

     

    ด้านมู่หลินที่เห็นทั้งสองคนไม่เชื่อก็ไม่ได้อะไรเขาแค่เบื่อและรู้สึกเหนื่อยจึงยักไหล่ “ในเมื่อไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อเพราะงั้นจะซื้อไม่ซื้อก็ว่ามา ไม่อย่างนั้นแล้วโอนแค่หนึ่งพันล้านหยวนมาให้ผมผมจะได้กลับ!’’

     

    ถึงเขาจะมีไม่มีมันสําคัญอะไรด้วยล่ะ?

     

    เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินใจก็คือเขาไม่ใช่คนในจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริงซักหน่อย!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน