ตอนที่สี่สิบเก้า ผู้คนที่หลอกตนเอง
ไม่นึกไม่ฝันว่าผมที่ต้องการจะเดินสาย“พลังมืด”ในการแอบๆทำงานต่างๆกลับมาต้องเดินสาย Warlordขุนสงครามแทน
แต่ทำไงได้ล่ะ
ตามแผนการของผมคือการปรับตัวให้พลังพิเศษเติบโตไปตามสถานการณ์ที่เราได้พบเจอเพราะนั่นคือหนทางที่ทำให้พลังพิเศษของเราเติบโตได้เร็วที่สุดเมื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้พลังนั้นพบเจอกับตนเองมากกว่าที่เราต้องการ
พลังพิเศษนั้นคือสิ่งที่เรา need จำเป็นมากกว่าสิ่งที่เราwant ต้องการ หากเรามองมันอย่างพิจารณาแล้ว
เฮ้อ
ผมถอนหายใจร่างจริงของผมนอนหนุนตักเซย์อบู่บนสวนหย่อมบนตึกระฟ้า
ที่ตอนนี้กลายเป็นราวกับป่าไม้ในตำนานที่เต็มไปด้วยดอกไม้มีกลิ่นหอมและผลไม้พลังพิเศษที่เกิดมาจากการกินศพของซอมบี้ประมาณหนึ่งพันคน
ผมยังวางผลไม้ไว้ข้างร่างของผมอีกหลายผลและค่อยๆทานไปอย่างไม่คิดอะไรมาก
การสร้างความสามารถใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่ตนเองพบเจอ
นั้นคือสิ่งที่เหมาะกับความสามารถของผมThe Fabricator มากกว่าการใช้ไหวพริบในการใช้ความสามารถเดิมที่มีอยู่ให้หลากหลายกว่าเดิม
เส้นทางการฝึกของผมนั้นราวกับพระเอกโชวเน็น
ที่ฝึกแบบเดียวกับคนอื่นไม่เป็น
เซย์ยังใช้มือลูบเส้นผมของผมอย่างอ่อนโยน
ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย
ขอเพียงมีพลังมากพอเราก็สามารถสร้างเศษชิ้นส่วนของสวรรค์ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราได้
แต่ก็นั่นล่ะ
เพราะมีคนอื่นอยู่นั้นมันไม่สะดวกเลย
พลังการล้างสมองถึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว
“สงสารคนในโลกนี้ว่าไหมเซย์?”
ผมกล่าวอย่างคนหน้าไหว้หลังหลอกที่ขายคนทั้งโลกให้แอสทรัลบีอิ้งแล้วยังมีหน้ามาสงสารพวกเขาที่ได้รับผลร้ายจากแอสทรัลบีอิ้ง
หากไม่มีแอสทรัลบีอิ้ง
โลกคงไม่ใช่ยูโทเปีย มีฆาตกรรมมีความโลภ มีสงคราม
แต่คงไม่ต้องถึงขั้นมากังวลกับซอมบี้สัตว์ประหลาดหรือพลังอำนาจต่างมิติอย่างที่ต้องเป็นอยู่อย่างนี้
มันคือสถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วและเราก็ทำให้มันแย่ลงกว่าเดิมโดยการเพิ่มพลังพิเศษเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง
ร่างที่ผมแยกออกไปเป็นร่างเสมือนก็สามารถมองและสัมผัสสิ่งต่างๆและส่งเรื่องราวมาหาผมได้เช่นกัน
ผมก็อปปี้ความสามารถพิเศษนี้มาจากปีศาจในเกมส์ที่ต้องควบคุมนรกทั้งเก้าชั้นเลยต้องแยกตนเองเป็นสิบร่างตลอดเวลาเพื่อคุมนรกทั้งเก้าชั้นและอีกร่างหนึ่งมีไว้เพื่อไปทำภารกิจบนโลกมนุษย์
และแน่นอนแยกเงาพันร่างของนารุโตะ
มีคนที่มีความสามารถแบบผมเหมือนกันที่สามารถแยกร่างได้
แต่ทุกครั้งที่แยกร่างสติปัญญาของแต่ละร่างจะน้อยลงเรื่อยๆ
และร่างที่ถูกฆ่าไปบางร่างจะทำให้สติปัญญาของเขาน้อยลงไปหรือความทรงจำบางอย่างเริ่มหายไปเช่นกัน
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้อย่างผม
“อื้มน่าสงสารมาก”
เซย์ผู้เป็นโปรแกรมควบคุมแอสทรัลบีอิ้งในร่างมนุษย์กล่าวเห็นด้วยกับผม
เฮ้อ ผมคว้าแอปเปิ้ลอีกลูกหนึ่งมาทาน
คนเราบางครั้งมันก็ต้องหลอกตนเองอย่างนี้ล่ะนะ
อีกร่างหนึ่งของผมที่คุยกับพวกเธอนั้นก็ยกมือขึ้นแล้วต้นไม้ที่ให้น้ำก็ออกกิ่งก้านที่มีเนื้อและผลไม้ต่างๆงอกออกมาจากต้น
“เก็บอาหารพวกนี้ไว้กินได้”
ผมบอกแบบเซ็งๆที่ต้องอาศัยร่างซอมบี้อีกร้อยร่างเพื่อสร้างความสามารถนี้
แต่อย่างว่าล่ะ
คนที่ไม่รู้ว่าไส้กรอกหรือสเต็กทำมาได้อย่างไรจะมีความสุขต่อการกินอาหารมากกว่าคนที่รู้