เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ​ตอนที่ 691 ปัญหาของร้านอาหารแทนคุณ (2)

    ตอนที่ 691 ปัญหาของร้านอาหารแทนคุณ (2)

     

    หลังจากที่เดินตามชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อเข้าไปในร้านอาหารแล้วเจิ้งฟู่ก็พบว่ามีชาวบ้านและพวกพ่อค้าที่ดูจะมีฐานะในระดับหนึ่งเข้ามาใช้บริการที่นี้เป็นจำนวนมากนอกจากคนธรรมดาทั่วไปแล้วเจิ้งฟู่ยังสังเกตเห็นว่าที่นี้ยังผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่งมากินอาหารที่นี่ด้วย......

     

    ‘ผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ก่อเกิดขั้นกลางไม่น่าจะมานั่งกินอาหารที่นี้ได้?ดูจากกลิ่นอายที่น่าอึดอัดนี่แล้วดูเหมือนว่าท่านผู้เฒ่ากำลังเจอกับปัญหาสินะ? ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่พาเราขึ้นไปที่ห้องพิเศษส่วนตัวเป็นแน่แต่ก็เอาเถอะ! ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแบบใดของลองฟังดูก่อนก็แล้วกัน!’ เจิ้งฟู่มองดูรอบๆแล้ววิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ซึ่งเขาสัมผัสได้ถึงกลุ่มผู้ฝึกตนกลุ่มหนุ่มที่นั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งนี้ทว่าคนกลุ่มนี้กลับปลดปล่อยกลิ่นอายที่ไม่เป็นมิตรออกมา ทำให้เจิ้งฟู่รับรู้ได้ว่าร้านอาหารแห่งนี้กำลังพบเจออยู่กับปัญหาแน่.......

     

    อีกอย่างเจิ้งฟู่ก็สังเกตเห็นได้ถึงสีหน้าที่หวาดกลัวของชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขามองไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนกลุ่มนั้นและเมื่อเจิ้งฟู่มองไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนกลุ่มนั้นดีๆ เขาก็พบว่าหัวหน้ากลุ่มของผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ได้จ้องมองเขม็งมาที่เขาราวกับว่ามันกำลังสำรวจตัวเขาอยู่อย่างนั้น........

     

    ณ โต๊ะๆหนึ่งภายในร้านอาหารแทนคุณ.......

     

    “พี่ใหญ่! ไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนั้นเป็นใครกัน?ดูเหมือนว่ามันจะได้รับการต้อนรับเป็นพิเศษจากไอ้แก่หนังเหี่ยวนั้นอย่างดีเลยหรือว่ามันจะเป็นทหารรับจ้างที่ไอ้แก่นั้นจ้างมา?” ชายวัยกลางคนร่างผอมที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดได้พูดขึ้นหลังจากที่มันเห็นเจิ้งฟู่ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชายชราคิงก่อนหน้านี้แถมยังถูกพาขึ้นไปยังชั้นที่สองที่เป็นห้องพักอีก.......

     

    “ข้าว่าไอ้หนุ่มนั้นไม่น่าจะใช่ทหารรับจ้างนะ!เพราะข้าสัมผัสไม่ได้ถึงพลังของมันเลย บางทีมันอาจจะเป็นนายน้อยจากตระกูลไหนสักตระกูลก็ได้”ชายวัยกลางคนร่างใหญ่อีกคนพูดเสริมขึ้นหลังจากที่มันใช้จิตสัมผัสของมันตรวจสอบระดับพลังของเจิ้งฟู่.......

     

    “นั่นสิ! ข้าเองก็สัมผัสไม่ได้ถึงระดับพลังของมันเลย!แต่เด็กสาวกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆมันกับดูแข็งแกร่งไม่น้อยโดยเฉพาะเด็กสาวตัวน้อยที่แสนน่ารักคนนั้น!” ชายร่างใหญ่อีกคนที่มีใบหน้าหื่นกระหายได้แสดงความคิดเห็นของมันออกมาพร้อมกับเลียปากของตนเองเมื่อมองไปที่ช่างเยวี่ยตัวน้อยที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดี.......

     

    “พวกเจ้าทั้งหมดอย่างประมาทจะดีกว่า!จริงอยู่ที่พวกเราจับสัมผัสถึงระดับพลังของมันไม่ได้แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นคนอ่อนแอสะเมื่อไหร่ ขนาดเด็กสาวตัวน้อยนั้นยังทีพลังถึงระดับจักรพรรดิขั้นที่สามเลยหากไม่ใช่คนจากตระกูลใหญ่ก็ต้องเป็นศิษย์จากนิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์แน่!” ทว่าหัวหน้ากลุ่มกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับลูกน้องของตนเลยเพราะความรู้สึกที่มันสัมผัสได้ในตอนที่มองไปที่เจิ้งฟู่นั้นมันราวกับว่าตัวมันกำลังจ้องมองยมทูตอยู่อย่างนั้นแหละ.......

     

    “แล้วพวกเราจะทำยังต่อไปดีขอรับหัวหน้า?”

     

    “พวกเราจะยังไม่ทำอะไรในตอนนี้คอยดูไปก่อนว่าไอ้หนุ่มนั้นมีความสัมพันธ์ใดๆกับไอ้แก่นั้นหรือไหม ยังไงเราก็ยังมีเวลาเหลืออยู่!”

     

    ขอรับหัวหน้า!!

     

    .........................................

     

    ณ ห้องรับแขกส่วนตัวสุดพิเศษของร้านอาหารแทนคุณ.........

     

    “เชิญนายน้อยรออยู่ที่ห้องนี้ก่อน เดียวข้าน้อยจะรีบกลับลงไปช่วยท่านตาทำอาหารก่อนแล้วจะรีบนำขึ้นมาเสริฟให้ขอรับ!” ชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขและดูเหมือนว่าเขาจะสนใจในตัวของเจิ้งฟู่มากราวกับว่าเขาต้องการที่จะถามโน้นถามนี่แต่ไม่กล้า......

     

    อ่า!!

     

    เจิ้งฟู่เพียงพยักหน้าให้กับชายหนุ่มและส่งเสียงตอบกลับไปเบาๆ.......

     

    “นายท่าน! กลุ่มคนก่อนหน้านี้นายท่านคิดว่า.........”

     

    “คนเหล่านั้นไม่ได้มาดีแน่ข้าคิดว่าที่ร้านนี้กำลังมีปัญหาใดๆสักอย่างอยู่ เพราะดูจากกลิ่นอายที่คนเหล่านั้นปล่อยออกมาแล้วพวกมันตั้งใจที่จะมาหาเรื่องชัดๆ” ยังไม่ทันที่ไท่เห๋อจะได้พูดจบเจิ้งฟู่ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนซึ่งเขาเองรู้ตั้งแต่แรกแล้เกี่ยวกับคนเหล่านั้น.......

     

    “แสดงว่าร้านของท่านตาคิงกำลังจะเกิดเรื่องไม่ได้ใช่ไหมค่ะพี่ชาย?”ช่างเยวี่ยตตัวน้อยพลันเบิกตาโตขึ้นเมื่อเธอได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่เธอรู้สึกกังวลและเป็นห่วงต่อชายชรามาก เธอจึงได้ถามย้ำออกไปอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิด.......

     

    “จะพูดแบบนั้นก็ได้นางฟ้าตัวน้อยของพี่แต่เราก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากหรอกนะว่าใช่หรือไม่จนกว่าพวกเราจะได้ฟังเรื่องราวจากปากของท่านผู้เฒ่าเองว่าสรุปแล้วเรื่องราวเป็นยังไง!”เจิ้งฟู่ตอบกลับช่างเยวี่ยน้อยในทันทีว่าทุกอย่างยังเป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้นบางทีมันอาจจะใช่อย่างที่คิดหรืออาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็เป็นได้ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอฟังจากปากของชายชราเอง......

     

    ค่ะ!

     

    .....................................................

     

    สิบนาทีผ่านไป........

     

    แอ๊ดดดดดดดดดด!!

     

    “อาหารมาแล้วขอรับนายน้อย!” หลังจากที่ผ่านไปราวๆสิบนาทีกว่าๆ ประตูห้องรับแขกพิเศษก็ถูกเปิดออกพร้อมกันกับเสียงของชายชราและตัวของเขาที่ถือถาดอาหารเข้ามาโดยที่ด้านหลังของเขายังมีชายหนุ่มอีกสองคนที่ถือถาดอาหารและสุราตามมาด้วย......

     

    ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ!!

     

    “ขออภัยนายน้อยที่ต้องให้รอ!อาหารเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าน้อยตั้งใจทำและเป็นอาหารที่ทำมาจากวัตถุดิบชั้นยอดที่สุดในย่านนี้แล้วส่วนสุราเหล่านี้ก็เป็นสุราผลไม้หมักสูตรเด็ดของตระกูลข้าน้อยเองขอรับเชิญนายน้อยทั้งสองและนายหญิงตัวน้อยลองชิมดู!” ชายชรารีบกล่าวแนะนำอาหารที่ตนและชายหนุ่มสองคนยกมาเสริฟในทันที......

     

    “ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องสุภาพกับข้าขนาดนั้นก็ได้!ยังไงพวกเราก็เป็นคนกันเองอยู่แล้ว เอาละ! ท่านผู้เฒ่าและชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นก็มาร่วมทานอาหารด้วยกันเถอะ!”เจิ้งฟู่เห็นว่าชายชราดูจะสุภาพกับเขาจนเกินไป เขาจึงบอกให้ชายชราทำตัวสบายๆไม่ต้องมากพิธีพร้อมกับชวนมานั่งด้วยกัน......

     

    “คงไม่ได้หรอกขอรับนายน้อย!ท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อข้าและหลานชายทั้งสองไหนเลยพวกเราจะกล้านั่งร่วมโต๊ะกับท่านอีกอย่างพวกเราก็ยังมีงานอีกมากที่ต้อง.........”

     

    “ท่านผู้เฒ่า! นี่ท่านไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ?ข้าเคยพูดกับท่านไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อก่อนหน้านี้เหตุใดท่านถึงได้ทำตัวเหินห่างกับข้า หรือว่าข้าไม่คู่ควรที่จะคบหาสมาคมกับท่าน?ถ้าเช่นนั้นอาหารมื้อข้าคงกินไม่ได้หรอกเพราะข้าไม่ต้องการกินอาหารจากคนที่ไม่รู้จัก!” คำพูดขอเจิ้งฟู่เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ชายชราปฏิเสธเขา ซึ่งจริงๆแล้วเจิ้งฟู่ไม่ได้โกรธหรือโมโหอะไรชายชราเลยเขาเพียงแค่แกล้งทำเฉยๆ.......

     

    อ๊ะ!!

     

    ทว่าท่าทางที่เปลี่ยนไปนี้ของเจิ้งฟู่นี้กลับไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังแสดงอยู่ที่คนคิดว่าเจิ้งฟู่นั้นกำลังพูดจริงทำจริงแม้แต่ไท่เห๋อกับช่างเยวี่ยตัวน้อยก็ยังเชื่อในการแสดงของเขา.......

     

    ตุบ!!

     

    “ข้าน้อยขออภัยขอรับนายน้อย!ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลยข้าน้อยเพียงแค่เกรงว่ามันจะไม่เหมาะสมที่คนอย่างข้าน้อยจะนั่งร่วมวงกับท่านข้าน้อยขออภัยด้วยขอรับ!” ชายชรารับคุกเขาของเขาลงในทันทีอย่างหวาดกลัวเขาไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ใครจะไปคิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องการให้เขานั่งด้วยขนาดนั้นแม้แต่ชายหนุ่มทั้งสองก็ยังพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย.......

     

    “ท่านคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ? ข้าเคยพูดไปแล้วว่าข้านั้นมองทุกคนเท่าเทียมกันเว้นแต่ไอ้พวกชั่วช้าเลวทรามต่ำตมเท่านั้นที่ข้าจะมองพวกมันต่ำกว่า เอาละ!ข้าจะให้ท่านเลือกอีกครั้งว่าท่านและชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่ด้านหลังจะมานั่งกับข้าหรือจะกลับไปทำงาน?”เจิ้งฟู่พูดถึงคำพูดของเขาที่เขาเคยพูดออกไปพร้อมกับถามชายชราและสองชายหนุ่มว่าจะเลือกนั่งกับเขาหรือจากไป......

     

    ตุบ ตุบ ตุบ!!

     

    ทั้งสามไม่รอช้าหรือลังเลอีกต่อไป เมื่อคำถามของเจิ้งฟู่จบลงทั้งสามก็รีบเดินเข้ามานั่งยังเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่ในทันทีอย่างว่าง่ายราวกับเด็กน้อยที่ถูกพ่อแม่ดุด่าจนหงออย่างนั้นแหละ.......

     

    “ดี! เอาละข้าจะถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก็แล้วกันพวกเรามากินกันให้อิ่มท้องดีกว่า ข้าหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว!’ เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนนั่งลงแล้วรอยยิ้มที่มุมปากของเจิ้งฟู่ก็ค่อยๆเผยให้เห็น ก่อนจะพูดด้วยท่าทางสุภาพและอบอุ่นต่างจากเมื่อคู่นี้เลย......

     

    อ่า!!

     

    ท่าทางที่เป็นอย่างฉับพลันของเจิ้งฟู่นี้ได้สร้างความตกใจแก่ช่างเยวี่ยและไท่เห๋อพอสมควรทั้งสองรู้เหมือนกับว่าเจิ้งฟู่นั้นกำลังแกล้งทำเป็นโกรธเพื่อให้ชายชรานั่งรวมวงทานอาหารด้วยเพราะทั้งคู่ได้อยู่กับเจิ้งฟู่มาทั้งคู่รู้ดีว่าเจิ้งฟู่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและครอบครัวมากแค่ไหน.......

     

    “ท่านตาคิง! ที่ร้านนี้กำลังมีปัญหาอะไรหรือป่าว?ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินพี่ชายพูดว่ามีคนกลุ่มหนึ่งท่าทางไม่น่าไว้ใจอยู่ในร้านนี้ หากท่านตามีปัญหาอะไรก็บอกพี่ชายได้นะข้าเชื่อว่าพี่ชายจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือท่านอย่างแน่นอน!” ช่างเยวี่ยตัวน้อยอดไม่ได้ถามชายชราเกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้พร้อมทั้งพูดบังคับเจิ้งฟู่ในทางอ้อมอีกด้วย......

     

    อ๊ะ!!

     

    เจิ้งฟู่ถึงกับต้องหันไปมองที่เด็กสาวตัวน้อยอย่างช่วยไมได้เขาไม่คิดว่าเด็กสาวตัวน้อยจะเล่นเขาแบบนี้แต่ก็เอาเถอะยังไงเขาก็คิดที่จะช่วยชายชราอยู่แล้ว......

     

    “ถูกต้องแล้ว! หากท่านมีเรื่องใดเกิดขึ้นท่านสามารถบอกข้าได้ข้าจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่!”

     

    “ขอบคุณคุณชายทว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ปัญหาหนักหนาอะไร ข้าน้อยสามารถ.............”

     

    “ท่านตา!นี่ท่านยังบอกว่ามันไม่หนักหนาอีกอย่างนั้นเหรอพวกมันถึงกับขนาดที่ขู่จะฆ่าพวกเราแบบนี้มันยังไม่หนักพออีกอย่างนั้นเหรอ? ไหนๆนายน้อยก็ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราแล้วทำไมท่านตาถึงไม่บอกนายน้อยไปเลยละว่าพวกมันมาขู่ให้ท่านขายร้านแห่งนี้ให้กับพวกมัน!”ชายหนุ่มเสี่ยวเฮ้อทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วกำลังท่าทีหวาดกลัวและเป็นกังวลไม่กล้าที่จะพูดชายหนุ่มจึงได้พูดแทนชายชราคิงออกมาว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น......

     

    เสี่ยวเฮ้อ!

     

    “จริงด้วยท่านตา!ถึงแม้พวกเราจะไม่กลัวตาย แต่เด็กๆคนอื่นๆละ?ท่านไม่สงสารพวกเขาอย่างนั้นเหรอ พวกเขายินดีที่จะอยู่กับท่านที่ร้านอาหารแห่งนี้แล้วท่านยังเห็นแก่ตัวไม่คิดจะปกป้องพวกเขาอีกเหรอ? ทั้งๆที่นายน้อยก็พูดอยู่ว่าพวกเราเป็นคนกันเองและยังเสนอให้ความช่วยเหลือพวกเราอีกด้วยนั่นมันหนทางรอดของพวกเราไม่ใช่เหรอท่านตา?” ชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างกับเสี่ยวเฮ้อพูดขึ้นอีกคนเขาเอกก็ทนไม่ได้อยากที่จะพูดระบายออกมาเช่นกัน......

     

    เสี่ยวเหล่ย!

     

    “นี่พวกเจ้าสองคนพูดอะไรออกมากันพวกเจ้าก็รู้ดีว่าพวกเราสามารถแก้ปัญหานี้เองได้เพียงแค่ข้ายอมขายร้านอาหารนี้ให้กับพวกมัน และไปหาที่อื่นแล้วเปิดร้านอาหารใหม่ก็ได้เท่านั้นก็..........”

     

    “แล้วถ้าพวกมันยังตามไปร้านใหม่ของท่านละ?ท่านก็จะขายร้านนั้นให้กับมันและเปลี่ยนไปเปิดร้านที่อื่นแทนต่อใช่ไหม? และร้านต่อๆไปถ้ายังโดนแบบนี้ละ?คนเราสู้ได้ก็ควรสู้ ยอมได้ก็ควรที่จะยอม แต่เรื่องนี้ท่านไม่ควรที่จะยอมแพ้นะ เพราะมันยังมีหนทางที่ดีกว่านั้นดีกว่าการที่ต้องย้ายร้านหนีต่อไปอย่างที่ตัวท่านคิด แต่ข้าจะไม่ช่วยท่านหรอกนะ!เพราะท่านไม่ได้ขอให้ข้าช่วย”

     

    อ่า!!

     

    คำพูดของเจิ้งฟู่ทำให้ดวงตาของชายชราสว่างวาบขึ้นพร้อมทั้งตัวของเขาที่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ชายชราเองก็เคยคิดอย่างที่เจิ้งฟู่บอกเขาไม่ต้องการที่จะรบกวนใครเพราะเขารู้สึกเห็นใจ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะตัวเขาเองที่คิดว่าตัวเองสามารถแก้ไขปัญหาได้และเพราะแบบนี้ตัวเขาในอดีตถึงได้ทำผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วนและไม่กล้าที่จะไปขอร้องให้ใครช่วยอีกเลย......

     

    ตุบ!!

     

    “นายน้อย! ได้โปรดช่วยร้านอาหารแห่งนี้ด้วยถึงแม้ข้าน้อยจะพึ่งเปิดมันได้ไม่นาน แต่มันก็เป็นความฝันของข้าน้อยและเป็นที่พึ่งของเด็กๆกำพร้าเหล่านี้ข้าไม่ต้องการที่จะเสียมันไป นายน้อยได้โปรดให้ความช่วยเหลือด้วยขอรับ!!” ในที่สุดชายชราก็ยอมที่จะเปิดปากพูดขอร้องเขาคุกเข่าลงทั้งสองข้าและกล่าวของร้องต่อเจิ้งฟู่เพื่อให้ช่วยร้านอาหารแห่งนี้.......

     

    ท่านตา!?

     

    ท่านผู้เฒ่า!?

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์) ที่คุณอ่าน