ตอนที่ 25 อัจฉริยะผู้ร่ำรวยและมั่งคั่ง
.......................................................................................................................
ผู้ฝึกบำเพ็ญตน(NPC)หรือผู้เล่นในระดับปราณเริ่มต้นซึ่งเข้าร่วมทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรเหล่านี้ต่างก็เดินทางมาจากหุบเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รายรอบเขตแดนด้านนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรผู้ฝึกบำเพ็ญตน (NPC) หรือผู้เล่นบางกลุ่มได้รวมกลุ่มฝึกฝนด้วยกันเป็นปาร์ตี้เล็กๆบางกลุ่มมาจากหมู่บ้านเล็กๆที่กลุ่มผู้เล่นอยู่อาศัยร่วมกับผู้ฝึกตนที่เป็น NPC บางคนเป็นผู้ฝึกตนหรือผู้เล่นอิสระที่อาศัยอยู่ตามหุบเขาเล็กๆหรือขุนเขาน้อยใหญ่เหมือนกับฟงอวิ๋น
ทุกคนมาที่นี่ด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาเพราะการได้รับเลือกให้เข้าร่วมเป็นสาวกภายนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรนั่นคือเกียรติยศระดับสูง ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็จะมีแต่คนที่ให้ความเกรงกลัวและเคารพเหมือนดั่งเทพเจ้า
"คนต่อไป เล่งฮู้ชง"
"ระยะฝึกฝนพลัง 11 เดือน 22 วัน ชั้นปราณเริ่มต้น ระดับ 1 ผ่านการประเมิน ระดับเยี่ยม! เตรียมตัวประเมินรอบต่อไป...”
ร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าหินประเมินสมรรถนะกำลังแสดงสีหน้าที่หยิ่งทะนง และภาคภูมิใจได้เรียกเสียงเชียร์และเสียงฮือฮาจากฝูงชนด้านล่างอย่างกึกก้องทุกคนต่างก็ส่งสายตาที่มีความชื่นชมและอิจฉาจ้องมองเขม็งอยู่บนร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าหินการประเมินอย่างท่วมท้น
"ดีมาก ภายใน 2ปีเจ้ามีคุณสมบัติสูงมากที่จะได้เข้าร่วมเป็นสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรได้"ชายชราที่รับผิดชอบการประเมินพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าเบาๆและยิ้มออกมาด้วยความชื่นชม
อ้า!
เมื่อฝูงชนได้ยินคำว่า"สาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกร”ใบหน้าของผู้ฝึกบำเพ็ญตน (NPC)หรือผู้เล่นในระดับปราณเริ่มต้นเกือบทั้งหมด ต่างก็เผยให้เห็นถึงความปรารถนาที่รุนแรงและความอิจฉา
ใครบ้างที่ไม่อยากจะกลายเป็นสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรเพราะในสำนักพยัคฆ์มังกรนั้นสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรจะมีตำแหน่งที่สูงมากเกือบเทียบเท่ากับตำแหน่งสาวกหลักของสำนักเลยทีเดียว
สิ่งนั้นหมายถึงอะไร!
นั่นคือทรัพยากรการฝึกฝนจำนวนมหาศาลที่สำนักพยัคฆ์มังกรจะมอบให้กับสาวกภายในอย่างน้อยเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของทรัพยากรของสำนักทั้งหมดที่ถูกเก็บรักษาไว้สำหรับสาวกภายในเพื่อฝึกฝน
ชายหนุ่มเล่งฮู้ชง ค่อยๆเอามือออกจากหินประเมินสมรรถนะบนใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนของความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นดวงตากวาดมองดูฝูงชนที่เข้าร่วมการประเมินอย่างเย่อหยิ่ง
"ผู้น้องเล่งฮู้ชง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปคงต้องขอรับคำแนะนำจำนวนมากมายจากทุกท่านที่ต้องการต่อสู้เพื่อกลายเป็นสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรแต่ว่าอย่างไรก็ตาม ตำแหน่งสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรนี้มีได้เพียงอัจฉริยะผู้ร่ำรวยและมั่งคั่งเท่านั้นดังนั้นย่างไรก็ตามผู้น้องคงต้องขอครอบครองหนึ่งในตำแหน่งนี้ก่อนอย่างแน่นอน"เล่งฮู้ชงกล่าวคำพูดกับเหล่าสาวกฝึกหัดที่ร่วมประเมินคล้ายดั่งคำว่าสาวกภายในได้แขวนอยู่บนใบหน้าของเขาแล้วอย่างแน่นอน
กิริยาและคำพูดของเล่งฮู้ชงนับว่ามีความภาคภูมิใจอย่างมากอย่างไรก็ตามในฐานะผู้ฝึกฝนพลังชั้นปราณเริ่มต้น ระดับ 1 ซึ่งมีระยะเวลาฝึกฝนพลังเพียง11 เดือน 22 วัน นับว่าเขามีสิทธิที่จะภาคภูมิใจจริงๆ
ทุกคนต่างก็พากันพูดคุยและอภิปรายเกี่ยวกับเล่งฮู้ชงอย่างเมามันปรากฏว่าเล่งฮู้ชงเป็นผู้เล่นที่มาจากสตูดิโอของนักเล่นเกมส์อาชีพในโลกจริงแห่งหนึ่งในจังหวัดแถบภาคกลางของไทย เขาเป็นสมาชิกระดับสูงที่เข้ามาเล่นเกมส์นี้ด้วยเวลาเพียงไม่นานซึ่งหัวหน้าสตูดิโอนี้ได้ทุ่มเททรัพยากรและเงินจำนวนมากเพื่อส่งเสริมตัวละครของเล่งฮู้ชง เรียกได้ว่าตำแหน่งสาวกหลักของสำนักพยัคฆ์มังกรเป็นเพียงทางผ่านไปสู่ความสำเร็จในอนาคตของเขาเท่านั้น
เพราะเป้าหมายของเล่งฮู้ชงคือการพิชิตเกมส์นั่นเอง!
"คนต่อไป ฟงอวิ๋น" เสียงของชายชราดังขึ้นอีกครั้ง
ฟงอวิ๋นเดินขึ้นเวทีแล้วไปหยุดยืนอยู่หน้าหินประเมินสมรรถนะจากนั้นก็ยื่นฝ่ามือขวาของเขากดลงไปที่หินประเมินสมรรถนะ จากนั้นไม่นานหินประเมินก็เปล่งแสงพร้อมข้อความทันที
"ระยะฝึกฝนพลัง 2 ปี 2 เดือน 12 วัน ชั้นปราณเริ่มต้น ระดับ 2 ผ่านการประเมิน ระดับ..อ้า!...ยอดเยี่ยมอย่างสูง! เตรียมตัวประเมินรอบต่อไป...”
“อ้า!..”
หลังจากที่ชายชราตะโกนแจ้งผลของการประเมินเสียงฮือฮาก็ระเบิดดังลั่นออกมาจากฝูงชนอย่างดุเดือดสายตาของทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่ร่างของฟงอวิ๋นด้วยความประหลาดใจหลายๆครั้งถึงกับยังดุเดือดและรุนแรงยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นกับเล่งฮู้ชงเสียอีก
ก่อนหน้านี้เล่งฮู้ชงได้ทำให้ทุกคนต้องร้องอุทานด้วยความอิจฉาแต่คราวนี้ฟงอวิ๋นกลับอยู่ในชั้นปราณเริ่มต้นที่มีระดับสูงกว่าเล่งฮู้ชงเสียอีก ถึงแม้จะมีความแตกต่างของระยะเวลาของฟงอวิ๋นที่มากกว่าเล่งฮู้ชงถึง 1 ปีกับอีก 1 เดือนกว่าๆแต่ระดับปราณเริ่มต้นที่แตกต่างกันถึง 1 ระดับนั้นนับว่ามีความแตกต่างกันดั่งผืนฟ้ากับพื้นดินเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าเล่งฮู้ชงจะสำเร็จชั้นปราณเริ่มต้น ระดับที่ 1 ด้วยระยะเวลา 11 เดือน 22วัน แต่ฟงอวิ๋นที่สำเร็จชั้นปราณเริ่มต้นระดับ 2 ด้วยระยะเวลาเพียง 2 ปี 2 เดือนกว่าๆนั้นต้องถือว่าเป็นอัจฉริยะผู้ร่ำรวยและมั่งคั่งไปด้วยเงินทองระดับมหาเศรษฐีมากกว่า
อ้า!..ใครบ้างจะไม่อิจฉาตาร้อน!
พวกลูกคนรวย...ชัดๆ!
นี่มันอัจฉริยะผู้ร่ำรวยและมั่งคั่ง...ที่แท้จริง!
การแสดงออกบนใบหน้าของเล่งฮู้ชงซึ่งกำลังยิ้มแย้มจนหน้าบานเท่ากระด้งที่กำลังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับตัวเองก็หุบลงทันทีดวงตาทั้งสองของเขาจ้องมองไปที่ผลการประเมินของฟงอวิ๋นอย่างมึนงงเขาก็ไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง
มันจะเป็นไปได้อย่างไร!
ชายคนนี้คือใคร?
ดวงตาของเล่งฮู้ชงค่อยๆร้อนขึ้น ร้อนมากขึ้นเรื่อยๆมันเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา!
"โอ้!..ชั้นปราณเริ่มต้น ระดับ 2 ที่ใช้ระยะฝึกฝนพลังเพียงแค่ 2 ปี 2เดือนกับอีก 12 วัน ยอดเยี่ยมๆ !"ชายสูงอายุผู้ควบคุมการประเมินกล่าวขึ้นพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชมเชย”
"เจ้าเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด สำหรับผู้ที่เข้ารับการประเมินทั้งหมดในวันนี้ถ้าเจ้าสามารถรักษาระดับการพัฒนาตนเองของเจ้าเอาไว้ได้เพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้นเจ้าก็สามารถกลายเป็นสาวกภายในของสำนักพยัคฆ์มังกรได้อย่างแน่นอน"ชายสูงอายุผู้ควบคุมการประเมินกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนเต็มใบหน้าของเขา
ฟงอวิ๋นพยักหน้าและเดินเข้าไปในกลุ่มของคนที่ผ่านการประเมินด้วยท่าทางสงบ
"เขาเป็นใคร?”
“เขาต้องเป็นลูกชายของครอบครัวมหาเศรษฐีแน่นอน”
“น่าจะเป็นนักเล่นเกมส์อาชีพ ระดับท็อปของประเทศมากกว่านะ”
“อ้า!..บางทีเขาอาจเป็นเจ้าชายแอบปลอมตัวมาเล่นเกมส์หรือเปล่า?”
“ได้ข่าวว่าเขาเป็นลูกสุลต่านจากประเทศดูไบที่แอบหนีมาเที่ยวที่เมืองไทยล่ะ”
“ผิดแล้วเขาคือเจ้าชายจากประเทศแถบยุโรปต่างหาก!”
เหล่าผู้คนต่างก็ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ต่างก็วิเคราะห์และคาดการณ์กันไปต่างๆนาๆเพราะนอกจากมหาเศรษฐีหรือสโมสรของนักเล่นเกมส์และสตูดิโอนักเล่นเกมส์ระดับใหญ่ๆแล้วจะมีใครบ้างที่สามารถสร้างอัจฉริยะระดับสุดยอดอัจฉริยะแบบนี้มาได้
ต้องเป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่หรือสตูดิโอนักเล่นเกมส์ระดับท็อป10 เท่านั้นที่จะมีเงินทองและทรัพยากรมากมายพอที่จะส่งเสริมตัวละครของอัจฉริยะได้
หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานคนอื่นๆในกลุ่มของฟงอวิ๋นต่างก็ได้รับการประเมินสมรรถนะจนครบทุกคนจากผู้เสนอขอเข้ารับการประเมินหนึ่ง 100 คน มีคนที่ผ่านการประเมินเพียง 41คนเท่านั้น เพราะมาตรฐานของสำนักพยัคฆ์มังกรนั้นสูงเกินไป
.....................................................................................................................
การทดสอบขั้นตอนที่สองการประเมินสมรรถนะการต่อสู้
ชายผู้สูงอายุผู้ควบคุมการทดสอบเดินขึ้นไปบนเวทีจากนั้นก็เหลือบตามองดูคนที่สามารถผ่านการประเมินในรอบแรกจนพวกเขารู้สึกหนาวๆร้อนๆไปทั้งตัว
"การประเมินสมรรถนะด้านการต่อสู้ในรอบที่สองนี้เป็นการทดสอบที่แท้จริงพวกเจ้าควรเข้าใจว่าการประเมินรอบแรกนั้นเป็นเพียงการคัดแยกขยะทิ้งไปเท่านั้น"ชายผู้สูงอายุพูดด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
“อ้า!..”ผู้เข้ารับการทดสอบต่างก็พากันอุทานด้วยความสยดสยองการประเมินครั้งที่สองยังโหดหินกว่าครั้งที่หนึ่งมากนัก
"ระดับความแข็งแรงที่แท้จริงของผู้ฝึกตนไม่ได้หมายถึงมีระดับของชั้นพลังปราณสูงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นสาวกภายนอกที่สำนักพยัคฆ์มังกรต้องการคือคนที่โดดเด่นที่สุดของผู้ฝึกบำเพ็ญตนไม่เพียงต้องเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกฝนเท่านั้นแต่จะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งด้านการต่อสู้ด้วยเพราะอัจฉริยะที่แท้จริงนั้นไม่เพียงแต่จะมีความสามารถครอบครองชัยชนะเหนือคู่แข่งที่มีพลังเท่าเทียมกันเท่านั้นแต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถท้าทายคนที่มีอันดับชั้นพลังปราณสูงกว่าตนเองเกินหนึ่งระดับหรือแม้แต่สองระดับที่สูงกว่าระดับของตนเองบางคนที่มีความเข้มแข็งของชั้นพลังปราณสูงเพียงอย่างเดียวแต่ไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไร เฮอะ! มันผู้นั้นเป็นได้เพียงสิ่งของที่ไร้ค่าเท่านั้นดังนั้นในรอบที่สองของการทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบความสามารถในการใช้และควบคุมพลังปราณของพวกเจ้าทุกคน...จากนั้นก็ปล่อยให้รอบที่สองของการทดสอบความสามารถในการต่อสู้เริ่มต้นเถอะ!"ชายผู้สูงอายุผู้ควบคุมการทดสอบอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
คำพูดของชายชราผู้ควบคุมการทดสอบทำให้คนส่วนใหญ่ในกลุ่มแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆเนื่องจากคนที่ผ่านการประเมินรอบแรกมีเพียง 41คนเท่านั้นและในรอบที่สองอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของ 41คนจะถูกคัดออกแม้ว่ายังสามารถเป็นสาวกภายนอกได้แต่ก็อยู่ในระดับที่ต่ำลงกว่าคนที่ผ่านการประเมินซึ่งหมายถึงทรัพยากรที่จะได้รับก็จะน้อยตามไปด้วยนั่นเอง