บทที่ 27 ศพ
ย้อนกลับไปตอนที่พวกนินมาถึงเมืองหลวงใหม่ๆ แต่เป็นมุมมองของวาสตอนนั้นวาสก็ตั้งหลักได้แล้วที่เมืองภูกาม อ้อยังจำวาสคนนี้ได้หรือไม่เธอคือคนที่พวกนินเจอในค่ายโจรนั่นเองหลังพวกนางหนีออกมาจากค่ายโจรทุกคนก็แยกย้ายกันไปวาสได้เข้าทำงานที่สำนักคุ้มกันสินค้าของเมืองภูกามและครั้งนี้พวกนางรับหน้าที่คุ้มกันสินค้าเดินทางไปยังเมืองสองแคว ต้องไม่ลืมว่าเมืองสองแควก็มีท่าเรือเหมือนกันแต่สินค้านี้ไม่ได้ส่งออกไปยังต่างประเทศแต่จะกระจายไปยังเมืองต่างๆ ส่วนมากจะเป็นพวกหนังสัตว์และของป่าหลายชนิดจำนวนหลายร้อยกิโลกรัม ยังมีเขาสัตว์และงาช้างด้วย ต้องอธิบายก่อนว่าสัตว์ในโลกนี้มีทั้งที่เราคุ้นหน้ากันดีและสัตว์เวทย์ มาว่ากันถึงสัตว์ป่าที่หน้าตาเราคุ้นเคยกันก่อนต้องไม่ลืมว่าในป่านั้นมีสมุนไพรและผลไม้ที่มีสรรพคุณพิเศษมากๆ เพราะได้รับพลังฟ้าและดินอยู่ด้วยและสัตว์ป่าเช่นแรด ช้าง เสือ และอื่นๆ ที่เป็นสัตว์ป่าได้กินพวกมันทำให้ในร่างกายของมันมีตัวยาเหล่านี้อยู่ด้วยดังนั้นสัตว์ทุกชนิดที่กินพวกมันเข้าไปก็จะได้รับความพิเศษไปด้วยเช่น แรด หน่อของมันมีสรรพคุณพิเศษกว่าปกติมากสามารถเอาไปเป็นสวนผสมของยาหลากหลายชนิด ดังนั้นของพวกนี้เมื่อนำไปขายจะมีราคาสูงมาก ขบวนสินค้าที่วาสคุ้มกันมีมูลค่าถึงหนึ่งล้านบาทเลยทีเดียวและมีคนจากสำนักคุ้มกันถังสี่สิบคนขบวนพ่อข้าอีกสิบคน แน่นอนว่ามาจากกลุ่มการค้าหลายสำนักรวมกัน โดยทีมพ่อค้ามีตัวแทนมาด้วยสามคนคือ พ่อค้าโจ พ่อค้า หวัง และพ่อค้าปอง พ่อค้าหวังเป็นชายวันสามสิบเห็นหัวหน้าคุ้มกันสาวสวยก็อดไม่ได้ที่จะจีบ
” แม่วาสเดี๋ยวส่งสินค้าเรียบร้อยเราไปดื่มกันหน่อยดีไหม “วาสยิ้มออกมา
วาส” ท่านหวังนี่เราเพิ่งจะออกมาจากภูกามท่านก็คิดที่จะชวนข้าดื่มแล้วหรือบอกก่อนนะว่าข้าคอแข็งมากท่านมอมเหล้าข้าไม่สำเร็จหรอก “พ่อค้าหวังเมื่อโดนเปิดเผยแผนการก็ไม่ได้รู้สึกอับอายอะไรเขายิ้มแล้วกล่าว
” เช่นนั้นเจ้ายอมไปดื่มกับพวกเราอย่างนั้นหรือ “วาสหัวเราะ
วาส “ถึงเมืองแล้วค่อยว่ากันเถอะ” พ่อค้าโจหัวเราะแล้วกล่าว
“ท่านหวังกว่าจะถีงสองแควมันยังอีกยาวไกลข้าว่าเราแวะดื่มที่เมืองพลนครก่อนที่กว่า” พ่อค้าปองขมวดคิ้ว
ปอง” นั่นมันผิดกฎการค้านะเมื่อของยังไม่ถึงจุดหมายห้ามดื่มและเที่ยวหอโคมเขียว “พ่อค้าโจยิ้ม
” ท่านก็อย่างเคร่งครัดไปเลยน่าจะเกิดเรื่องได้อย่างไรเราเดินทางกันมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว “วาสเอ่ยขึ้น
วาส” ข้าว่าท่านปองพูดถูกแล้วการที่ขบวนสินค้ามีกฎแบบนี้ย่อมมีความหมาย “พ่อค้าป่องพยักหน้า
ปอง “แน่นอนสมัยก่อนพ่อค้ามักแวะดื่มหรือเดียวหอโคมเขียวบ่อยครั้งสุดท้ายก็ต้องพบกับหายนะกันหมดทำไมน่ะหรือเพราะของที่พวกเขาขนมานั้นมีราคาไม่น้อยมันกระตุ้นความโลภของคนขึ้นมาได้หากว่าท่านเมาจนคุยโม้เรื่องของที่ขนมาคิดหรือว่าคนที่ได้ยินจะอยู่เฉย” เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
“ส่วนหอโคมเขียวยิ่งแล้วเลยพวกเจ้าคิดว่าลูกค้ารายใหญ่ของที่นั่นคือใครก็โจรน่ะสิพวกมันจะซื้อข่าวจากพวกนางและพวกนางจะหลอกถามจากลูกค้าไงว่ามาทำไมจะเดินทางไปไหน “ทั้งสองรู้กฎดีทว่าพวกเขาไม่ใส่ใจสักนิดพ่อค้าหวังกล่าว
” เอาน่าพี่ปองตอนนี้ก็ยังไม่เกิดเรื่องสักหน่อยไม่ใช่หรือ “ทุกคนเดินทางต่ออีกสามวันต้องผ่านป่าหนาทึบ
วาส” เกรงว่าเราคงต้องพักกันที่นี่แล้วล่ะ “ทุกคนจึงขนของลงเพื่อตั้งแคมป์ในคืนนี้ดูสงบมากเมฆก็เปิดทำให้แสงจันทร์สาดลงมามองขึ้นไปก็เห็นหมู่ดาวพร่างพรายสวยงามอย่างยิ่ง ในระหว่างที่พวกเขากำลังกินข้าวกันอยู่นั้นเองวาสก็ได้ยินเสียงแปลกๆ มันเหมือนเสียงของคนกำลังกัดฟันและหายใจรุนแรงผ่านปากมากกว่าทางจมูก
วาส” ได้ยินเสียอะไรไหม “ทุกคนส่ายหน้า
” หัวหน้าได้ยินอะไรหรือขอรับ “ลูกน้องในขบวนคุ้มกันของนางถามอย่างสงสัย
วาส” ไม่รู้สิข้าจะออกไปดูสักหน่อย “นางเปิดกระโจมออกไปแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินออกไปตามเสียง เมื่อเดินมาไกลพอสมควรจึงเห็นเนินเตี้ยๆ น่าจะสูงสองถึงสามเมตรนางจึงเดินขึ้นไปเมืองนางมองลงไปด้านล่างแสงจันทร์สาดลงมองพอดีนางจึงเห็นค่อนข้างชัดทว่านางก็ต้องรีบเอามือปิดตัวเองไว้แล้วหมอบลงดวงตานางเปิดกว้างสิ่งที่นางเห็นคือคนจำนวนมากนางไม่รู้ว่ามีกี่คนทว่าเกินร้อยแน่นอนห่างจากนางไปยี่สิบกว่าเมตรเท่านั้นแต่สิ่งที่นางตกใจไม่ใช่จำนวน นางมั่นใจว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนที่มีชีวิตแต่มันคือศพที่ยังขยับได้เสียงที่นางได้ยินมาจากพวกมันที่พลังกัดฟันตัวเองแล้วพยายามหายใจทางปากพวกมันเหมือนว่ายืนล้อมบางอย่างอยู่แต่นางไม่เห็นว่าเป็นอะไร อย่างไรก็ตามมีเสียงดังมาจากด้านหลัง
” แม่วาสอยู่ไหนจ๊ะเจ้าส่งสัญญาณให้ข้าใช่หรือไม่ถึงได้ออกมาคนเดียวแบบนี้แต่ว่าทำไมมาไกลขนาดนี้กัน “หนังหัวของวาสชาหนึบทันทีศพที่ยืนอยู่เบื้องล่างหันมาพร้อมกัน พรืบบบ มันทำให้นางขนลุกไปทั้งตัวจากนั้นปากของพวกมันก็อ้าออกเผยให้เห็นเขี้ยวที่แหลมยาวน่ากลัวมากดวงตาพวกมันเรืองแสงราวกับพวกสัตว์ป่า จากนั้นร่างของพวกมันก็พุ่งมาทางพวกเขาอย่างรุนแรงมันรวดเร็วมากก้าวหนึ่งของมันยาวถึงหนึ่งเมตรเลยทีเดียว
วาส “ไอ้พ่อค้าเชี่ยหนีเร็ว” นางคว้าคอเสื้อของพ่อค้าหวังแล้วลากมันไปยังกลุ่มของนางที่อยู่ห่างราวๆ สามสิบกว่าเมตรนางรีบส่งเสียง
วาส “ทุกคนเก็บของออกเดินทางเร็ว” ทุกคนออกมาจากกระโจมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังวิ่งมาด้วยความรุนแรงจำนวนมาก ตึกๆๆๆๆ
วาส “ยังยืนดูเชี่ยอะไรอีกอยากตายหรือไงหนีไปเร็วเราโดนโจมตี” ทุกคนตื่นตัวขึ้นมาแล้วรีบเก็บของ
วาส “ไม่ต้องเก็บแล้วเอาแค่สินค้าไปไม่งั้นตายกันหมดแน่” ในคนกลุ่มนั้นมีคนคุ้มกันมีประสบการณ์ควบขบวนสินค้าออกไปหลายคันพ่อค้าโจยังยืนงงอยู่ก็โดนพ่อค้าปองกระชากขึ้นรถ ทว่า พรืบบบ หัวของเขาขาดไปแล้ว
ปอง “เชี่ย” ร่างเงาของศพออกมาจากสองฝั่งของแนวป่ายี่สิบกว่าคน เคร้งๆๆ คนจากสำนักคุ้มกันชักดาบออกมา
“ไปก่อนเลยเราจะล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่ง” พวกเขาพยักหน้าแล้วรีบไปส่วนพวกที่ชักอาวุธออกมาก็ควบม้าแล้วหนีไปคนละทาง
วาสที่ลากร่างของพ่อค้าหวังมาด้วยหันกลับไปดูก็พบว่าร่างของเขาเหลือเพียงครึ่งตัวไปแล้วสีหน้าของนางตกใจมาก
วาส “ตั้งแต่เมื่อไรกัน” นางจึงโยนร่างพ่อค้าหวังเข้าไปในฝูงพวกมันที่ไล่ล่านางพวกมันรุมกันฉีกกระชากร่างของพ่อค้าหวังทว่าภาพที่นางเห็นสยองมากนางใช้พลังทั้งหมดที่มีหนีสุดชีวิตมือข้างหนึ่งที่มีเล็บแหลมคมคว้าที่ไหล่ของนาง ทว่านางหลบได้แล้วใช้ดาบฟันไปที่ร่างของมัน เคร้งงงง สีหน้าของวาสเหมือนคนเห็นผี
วาส” ดาบอาคมใช้ไม่ได้หรือ “นางดีดตัวขึ้นต้นๆ ไม้พวกมันก็โถมเข้ามา พรืบบบ ต้นไม้ทั้งต้นเต็มไปด้วยร่างของศพที่กระโดดตามนางมากจนต้นไม้หักล้มลงมา
วาส” นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย “นางรีบกระโดดไปบนต้นไม้อีกต้นทันทีอย่างไรก็ตามพวกมันตามนางอย่างไม่คิดชีวิตนึกภาพดูพวกมันเหมือนฝูงมดที่ตอมน้ำตาลมันน่ากลัวมาก
วาส “ข้าจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เด็ดขาด” นางเริ่มหอบหายใจรุนแรงระยะทางที่นางวิ่งหนีมานี่เกือบจะหนึ่งกิโลได้แล้วนางล้าสุดๆ เคร้งงงง นางใช้ดาบกันร่างของศพที่พุ่งเขามามือของมันจับดาบนางเอาไว้
วาส “เวรแล้ว” นางปล่อยดาบแล้วถีบร่างมันเพื่อดีดตัวหนีจากนั้นพวกมันก็กระโดดถมเข้ามาที่ร่างของนางดีนะที่นางตัดสินใจปล่อยดาบไม่งั้นตายไปแล้ว
วาส “ทางไหนข้าควรจะหนีไปทางไหนดี” นางวิ่งไม่คิดชีวิตพร้อมหลบหลีกการไล่ล่าของศพอย่างไรก็ตามความซวยก็มาแบบไม่คาดคิดนางวิ่งมาเจอกับหน้าผาเขาเสียนี่ไม่มีเวลาให้นางคิดนางตัดสินใจกระโดดลงไปข้างล่างทันทีแล้วหันกลับไปมองด้านบนว่าพวกมันกระโดดตามมาหรือไม่
วาส “ตกหน้าผาตายดีกว่าโดดพวกมึงกินไอ้สารเลว” อย่างไรก็ตามเมื่อนางมองขึ้นไปก็พบว่ามีร่างเงาของคนยืนอยู่ใจกลางฝูงศพกำลังยิ้มออกมามันถือดาบอาคมของนางไว้แล้วปามันลงมา สวบบบ ดาบเสียบร่างของนาง พรวดดด
วาส” ใครกันทำไมถึง… “จากนั้นเสียงกระดิ่งดังขึ้นศพพวกนี้หันหลังแล้วกลับไปทันทีจากนั้นภาพของนางก็ตัด กลับมาที่ปัจจุบันหลังจากคุณหญิงอบเชยกลับมาถึงบ้านแล้วสองแม่ลูกก็คุยกัน
จัน “คุณแม่ว่าพิมโดนของหรือไม่เจ้าคะหรือโดนกันทั้งบ้านเลยเจ้าค่ะ… “คุณหญิงอบเชยหน้ากระตุก
” ลูกเลิกอ่านพวกนิยายเสียทีเถอะเดาอะไรวุ่นวายไปหมด “นางกล่าวต่อ
จัน” แม้ว่านินจะดูดีบ้างแต่ก็สู้หนุ่มพระนครไม่ได้ใช่ไหมเจ้าคะแถมยังทำของแปลกๆ ออกมาอีก “พูดถึงของแปลกๆ ออกมาคุณหญิงอบเชยก็เดินไปหยิบมาแล้วเดินไปที่ท่าน้ำ
จัน “คุณแม่จะไปไหนคะ “คุณหญิงอบเชยหันมาตอบ
“ก็จะไปลองของแปลกๆ ไงไหมแก้วก็ใช้นี่แม่เลยอยากลองดูบ้าง” จินกระทืบเท้า
จัน “ไปใช้ของเขาระวังโดนของนะเจ้าคะเจ้าคนนั้นไม่น่าไว้ใจเลยนี่เจ้าคะ” แน่นอนว่าคุณหญิงอบเชยไม่ฟังลูกสาวไหมแก้วเป็นคนอย่างไรนางรู้ดีหากของไม่ดีจริงคงไม่แนะนำให้นางหรอกนางจึงทดลองทำแบบที่นินสอนทีแรกก็แปลกใหม่เพราะรสยาสีฟันไม่เหมือนอย่างที่นางเคยชินแต่ต่อมาก็ต้องประหลาดในเพราะมันสดชื่นมากเมื่อล้างปากก็พบว่ามันแตกต่างจากผงขัดฟันมากรู้สึกได้เลยว่ามันสะอาดกว่าจริงๆ แค่แปรงครั้งเดียว ปกติผงขัดฟันต้องใช้ถึงสองถึงสามครั้งแต่นี่มันต่างไปแถมมันยังมีฟองทำให้รู้สึกว่าสะอาดขึ้นอย่างบอกไม่ถูกนางทดสอบกลิ่นปากพบว่าหอมสดชื่นมาก
อบเชย” ของนี่ต่อไปต้องมาแทนที่ผงขัดฟันอย่างแน่นอน “นางคิดสักพัก
อบเชย “พ่อนินคนนี้ไม่ใช่คนไร้ความสามารถจริงๆ ด้วย” เมื่อกลับมาที่เรือนอบเชยเห็นลูกสาวที่ทำหน้าไม่พอใจจึงยิ้มออกมา
อบเชย “แม่รู้แล้วว่าทำไมท่านเจ้าคุณถึงให้แม่พิมแต่งกับพ่อนิน” นางตาโตถาม
จัน “ทำไมเจ้าคะ” อบเชยยิ้ม
อบเชย “ลูกไปแปรงฟันดูก็จะเข้าใจ” สีหน้าของจันเหมือนคนที่กำลังโดนทุบหัวเพราะมึนกับคำพูดของแม่ตัวเอง
อบเชยยิ้มออกมา
“ไปลองดูก็จะรู้เอง” ภายใต้การเร่งเร้าของแม่นางจึงจำใจไปลองและหลังจากนั้นนางก็เข้าใจคำพูดของแม่ตัวเอง
จัน “นี่มันของวิเศษชัดๆ” นางรู้ทันทีว่ายาสีฟันนี้ต่อไปจะกระจายออกไปยังทั่วประเทศไทยอย่างแน่นอน
จัน “มิน่าเล่าทำไมคุณลุงถึงให้พิมแต่งงานกับเขาช่างร้ายกาจนัก “ส่วนนินตอนนี้กำลังกินขนมต้มที่คุณหญิงอบเชยทำมาส่งให้เมื่อเช้า
นิน” ใช้ได้พวกนายลองกินดู “เขาส่งขนมให้ฟักและขมรวมถึงแสงด้วย
แสง” แต่นี่คุณหญิงแบ่งมาให้ท่านเขยนะเจ้าคะ “นินกลอกตา
นิน” ฉันให้กินก็กินเถอะน่าเยอะขนาดนี้ฉันจะไปกินคนเดียวหมดได้ไง “ทั้งสามเลยกินแบบไม่เกรงใจ
นิน” อ้อจริงสิเอาไปให้ลูกพี่แสนสักสี่ลูกนะ “ขมพยักหน้าแล้วห่อใส่ใบตองแล้วกระโดดลงจากรถม้าวิ่งไปทางรถพี่แสน
ขม” พี่แสนท่านเขยฝากขนมมาให้เจ้านัทครับ “แสนรับมาแล้วกล่าว
แสน “ฝากขอบใจไอ้นินด้วยแล้วกัน” เมียเขาดึงหู
มะลิ” ข้ารู้ว่าท่านเขยไม่ถือตัวแต่ต่อหน้าคนอื่นพี่ก็ต้องให้เกียรติท่านเขยบ้างจะเรียกเสมอนายได้อย่างไร “ขมหัวเราะ
แสน” จ้าๆ ข้าผิดไปแล้วอย่าดึงหูพี่ต่อหน้าไอ้ขมมันสิต่อไปมันจะเคารพพี่ได้ไงเนี่ย “นางปล่อยหูแล้วเอาขนมให้ลูกชาย ทองหัวเราะออกมา
แสน “หัวเราะข้าหรือเอ็งก็กลัวเมียเหมือนกันนั่นแหละ” ทองไม่สนใจเพราะเมียเขาไม่ได้มาด้วย
การเดินทางไปสามโคกต้องใช้เวลาสองวันหนึ่งคืนดังนั้นคืนนี้พวกเขาจะต้องนอนที่จุดพักม้าหนึ่งคืนอย่างไรก็ตามพวกเขามีทหารมาด้วยจึงไม่น่ากลัวอะไรเมื่อตกค่ำก็กางกระโจมแล้วนั่งทานอาหารกัน นินมันพวกอยู่ไม่เฉยอยู่แล้วตอนนี้นินขาดตัวยาสำคัญอย่างหนึ่งคือมิ้นต์ตอนนี้เขาใช้ใบสะระแหน่ในตัวยาสีฟันแม้จะเป็นพืชตระกูลเดียวกันแต่กลิ่นและความหอมสดชื่นต่างกันมากถ้าเขาพบว่าล่ะก็จะช่วยให้เขามีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันถึงสองชนิดเลยทีเดียวและมิ้นต์ที่เขาอยากได้ที่สุดคือ เปปเปอร์มินต์มันจะให้กลิ่นหอมเย็นแรง มีเมนทอลสูง ให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ
นิน “ผมจะออกไปดูในป่ารอบๆ หน่อยนะอาจเจอของดี” นินเชื่อว่าในโลกแห่งนี้อาจมีอะไรที่คล้ายๆ มิ้นต์ในไทยก็ได้เขาจึงพาฟังและขมไปด้วย
พิม” ระวังตัวด้วยนะ “นินหันมายิ้ม
นิน” หรือว่าคุณจะเป็นห่วงผมกัน “พิมหน้าตึง
พิม” ข้าก็แค่ให้ระวังตัวเป็นคนอื่นข้าก็จะพูดแบบนี้ “นินหัวเราะ
ลิน “ปากแข็งจริงๆ พี่สาวเรา” พิมถลึงตาใส่น้องสาว
นิน” ผมไปไม่ไกลหรอกน่าอีกอย่างป่าแถวนี้ก็ไม่มีสัตว์ใหญ่อยู่แล้วจะมีก็แค่ “นินทำเสียงเย็นเบาราวกระซิบ
นิน” ผีไง “เขาพูดเสียงดังจนพิมตกใจร้องออกมานินก็วิ่งเผ่นหนีไป
พิม” ไอ้บ้า” ทั้งสองบ่าวก็โค้งให้พิมก่อนจะวิ่งตามไป ท่านเจ้าคุณกลอกตา
“ไอ้นี้หน้าตาดีเสียเปล่าจีบสาวไม่เป็น “ไหมแก้วถามขึ้น
ไหมแก้ว “คูณพี่จีบสาวเก่งมากหรือเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณชะงักไปหันไปทางแสน
“เอ็งจีบสาวเก่งนี่สอนไอ้นินมันหน่อยเพราะข้าอ่อนประสบการณ์มากทั้งชีวิตข้าเคยจีบแต่คุณหญิงคนเดียว “แสนอยากจะร้องไห้
แสน” ท่านเจ้าคุณขอรับเมตตาผมด้วยเถอะ “มะลิแค่นเสียง
มะลิ “จีบเก่งจริงเจ้าค่ะข้าเป็นพยานได้นี่ถ้าไม่มีกฎหมายข้าคงต้องนอนร้องไห้ไปแล้ว “ทองหัวเราะท้องแข็งดีนะเขานั่งห่างออกมาจึงไม่โดนกระสุนปืนของท่านเจ้าคุณ ไหมแก้วแค่นเสียงพวกภาหัวเราะคิกคัก นินเดินขึ้นไปทางภูเขาด้านหลังโรงพักม้าข้างบนเต็มไปด้วยพืชนาๆ ชนิดทั้งที่เขารู้จักและไม่รู้จัก
นิน “มันมีหนังสือที่รวมสมุนไพรบางไหม” ฟักกล่าวออกมา
“เหมือนจะมีนะขอรับแต่ว่าส่วนมากจะอยู่กับพวกหมอหนังสือประเภทนี้หายากมาก” นินคิดสักพัก
นิน “ท่านลุงอจะขอยืมได้ไหมนะ” ขมคิดสักพัก
ขม “ท่านเจ้าคุณมีสหายที่อยู่สำนักหมอหลวงอยู่นะขอรับ” นินดวงตาเป็นประกาย
นิน “งั้นหรือแบบนี้ก็ง่ายแล้ว “ฟักกล่าวขัด
ฟัก” แต่ว่าการยืมของจากพวกเขาไม่ง่ายเลยขอรับพวกเขาหวงวิชาและตำรากันมาก “นินกลอกตา
นิน” เพราะแบบนี้ไงการแพทย์เราจึงไม่ได้แพร่หลายในอนาคตนี่เหมือนพวกคนจีนเลยมัวแต่หวงวิชาประจำตระกูลสุดท้ายมันหายไปตามกาลเวลาสูตรยาต่างๆ กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในนิยายไปเพราะพวกเห็นแก่ตัวแบบนี้นั่นแหละ “ทั้งสองฟังด้วยความสับสนงุนงง นินเดินหาใบมิ้นต์หรือสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมแต่ไม่พบเลย
นิน “หรือต้องขึ้นไปสูงกว่านี้” เขาเดินบนเขามาราวๆ ชั่วโมงหนึ่งแล้วโดยไม่พักเลยทั้งสองถึงกับหน้ากระตุก
“ท่านเขยขอรับนี่เราปีนขึ้นมาเป็นชั่วโมงแล้วนะขอรับ “นินยิ้มออกมา
นิน” พวกนายไม่ไหวแล้วหรือร่างกายอ่อนแอจริงๆ “ทั้งสองถึงกับหน้ากระตุกพวกเขาอ่อนแอหรือเขาฝึกดาบทุกวันแถมฝึกร่างกายและอาคมด้วยจะอ่อนแอได้อย่างไรร่างกายท่านเขยต่างหากที่มีปัญหา อันที่จริงนี่ก็แปลกเช่นกันเพราะฝึกอาคมก็ไม่น่าจะมีร่างกายเช่นนี้ตั้งแต่ตอนไล่ตามโจรแล้วนินวิ่งเป็นกิโลตามม้าแต่ไม่มีอาการเหนื่อยเลยจริงๆ นินปีนขึ้นไปอีกจนถึงยอดเขาส่วนฟักกับขมเลิกตามแล้วทั้งสองรออยู่ด้านล่างนินมองไปรอบๆ อากาศของเดือนพฤศจิกายนนี้หนาวกว่าปกติมากโดยแกติแล้วอากาศจะอยู่ที่ 20 - 23 องศาเซลเซียส ส่วนหน้าหนาวหรือปลายเดือน 11 อากาศจะอยู่ที่ต่ำกว่า 18 องศา ขึ้นอยู่กับภูมิภาคด้วยทว่าภาคกลางตอนนี้อากาศก็เริ่มหนาวแล้วเช่นกันบนยอดเขาที่นินขึ้นมาสัมผัสกับอากาศหนาวให้ชัดเจน นินไม่แน่ใจที่อากาศเย็นสบายแบบนี้เป็นเพราะธรรมชาติที่สมบูรณ์เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่าแต่เขาเคยได้ยินพวกตาแก่ในกองทัพในโลกเดิมของเขาบอกว่าสมัยก่อนหน้าหนาวของไทยหนาวจนมีควันออกปากเลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อมาอยู่ที่นี่นินไม่คิดถึงแอร์เลยเพราะอากาศมันเย็นจนต้องห่มผ้า เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขานินก็มองไปรอบๆ ก็พบว่ามีต้นไม้ที่แตกต่างกว่าตรงตีนเขาหลายอย่างเนื่องจากสภาพอากาศ สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม่ต้นหนึ่งเมื่อเขาไปดูก็พบว่าใบของมันคล้ายกับมิ้นต์มากเขาจึงเด็ดมันขึ้นมาดม
นิน “ไม่ใช่มิ้นต์แต่กลิ่นคล้ายมากแม้จะอ่อนกว่าทว่าความรู้สึกเย็นสดชื่นนี่ใช้ได้เลยมีเมนทอลสูง กว่าเปปเปอร์มินต์แน่นอนเขาจะเรียกมันว่ามินต์ป่าแล้วกันง่ายดี
นิน “ใช่ไอ้นี่ก็ได้นี่หว่า” เขาเอาปักคบเพลิงบนพื้นแล้วเอาผ้ามาวางแล้วใช่มีดขุดต้นมิ้นต์ขึ้นมาวางไว้หลายต้น นินมองไปก็เห็นลูกไม้บนพื้นเต็มไปหมด
นิน “นี่ลูกอะไร” เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วดมมันจากนั้นคลั่งหนังสือที่เขาเคยอ่านก็เปิดออก
นิน “เชี่ยกาแฟ…มีกาแฟขึ้นที่ภาคกลางเนี่ยนะ “นินดูรอบๆ ก็พบว่าบนยอดเขานี้เต็มไปด้วยต้นกาแฟรวมๆ แล้วนับสิบต้น
นิน “เอาต้องเอาไป” จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมา
“ท่านเขยท่านยังอยู่ไหม” นินยืนขึ้นแล้วหันไปดู
นิน “ทางนี้” แสนและทองเดินขึ้นมาพร้อมกับหอบเบาๆ
แสน “เอ็งขึ้นมาทำอะไรถึงตรงนี้วะ” นินกล่าวขึ้นอย่างดีใจ
นิน “รวยแล้วฉันรวยแล้ว” ทั้งสองกลอกตา
แสน “เองเพ้ออะไรรีบลงไปเถอะคุณหญิงเป็นห่วงเลยให้เราขึ้นมาตาม” นินยิ้มออกมา
นิน” จะห่วงอะไรขนาดโจรยังทำอะไรผมไม่ได้เลย “ทั้งสองกลอกตา
ทอง” โจรฆ่าเอ็งไม่ได้แต่งูเกือบฆ่าเอ็งมาสองครั้งแล้วนะ “นินหน้ากระตุกนั่นก็จริง
นิน” พี่สองคนมาก็ดีแล้วผมอยากขุดต้นไม้พวกนี้ไปด้วย “ทั้งสองหัวเราะ
ทอง” เอ็งจะขุดไปทำไมบนที่ดินท่านเจ้าคุณมีเพียบมันกินไม่ได้ชาวบ้านนี้ตัดมันทิ้งบ่อยไป “นินแทบเป็นลม
นิน” บ้าจริงเสียของสิ้นดี” นินเอามิ้นต์ป่าให้แสนดู
นิน “มีไอ้นี่ด้วยไหม” ทั้งสองหัวเราะ
ทอง “มีสิเต็มเลยใต้ต้นอาหารนกนี่แหละชาวบ้านมักเอามาทำยาหอมเอาไว้ดมให้สดชื่น” นินตาโต
นิน “ทำไมฉันลืมคิดเรื่องยาดมไปได้เนี่ย…ช่างก่อนในเมื่อมีในหมูบ้านก็สบายแล้ว” ระหว่างที่ทั้งสามจะลงเขาหางตานินก็มองด้านล่างน่าจะห่างห้าถึงสิบกิโลเมตรเขามองจากมุมที่สุงกว่าข้างล่างตรงนั้นเป็นป่าทึบทว่ามีดวงไฟตรงนั้นหลายจุด
นิน “พี่แสนตรงนั้นมีหมู่บ้านหรือเปล่า” แสนมองลงไปก็ชะงัก
แสน “ไม่มีนะเส้นทางนี้ไม่มีหมู่บ้านอื่นเพราะเป็นเขตสงวนล่าสัตว์หาของป่าได้แต่ห้ามอยู่อาศัยแล้วถ้าคนมาพักในป่ามีต้องแจ้งหลวงก่อน “นินหรี่ตาลง…