ไอร้อนระอุจากพื้นดินในตัวอำเภอเมฆาคล้อยทวีความรุนแรงจนมองเห็นอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ภัยแล้งครั้งใหญ่ทำเอาพ่อค้าแม่ค้าของหวานพากันถอดใจปิดร้านไปเกือบหมด ทว่าธงรบสีแดงฉานของ "สำนักไหมฟ้า ล่าวิญญาณ" ยังคงปักตระหง่านท้าทายลมแล้ง หลินเสี่ยวฟานก้าวขึ้นมานับยอดพลพรรคที่จะร่วมเดินทางบุกป่าฝ่าดงมุ่งสู่ "หุบเขาอัคคีลึกลับ" ชายแดนท้ายอำเภอ
"พี่ใหญ่สง เจ้าน้อยกู้... การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อปากท้อง แต่เพื่อกระพริ้งหน้าอันหล่อเท่ของพวกเราทุกคน! ข้าสืบมาแล้วว่าที่หุบเขาอัคคีแห่งนั้น มีวัตถุดิบในตำนานที่เติบโตได้ท่ามกลางธารลาวาและดินที่แห้งแล้ง มันคือ 'ราชาแตงโมเพลิงพันปี' มีเปลือกสีแดงลายเพลิง เนื้อในฉ่ำน้ำรสหวานจัด ดับร้อนในทรวงได้ชะงัดนัก ข้าต้องได้มันมาทำเมนูขิงคน!" เสี่ยวฟานตะโกนปลุกใจพลางควงสากไม้เหล็กไหลคู่ใจ
"โอ้โห... เสี่ยวฟาน แกบ้าไปแล้วจริง ๆ หุบเขานั่นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและอันตรายเพียบ แค่ไม่มีผลไม้ขาย แกถึงกับต้องเอาชีวิตไปทิ้งเลยเหรอวะ?!" นายน้อยกู้ (กู้เทียนเหว่ย) บ่นอุบหน้าถอดสีในชุดบัณฑิตหลวงที่ตอนนี้หลุดลุ่ย ทว่ามันขัดใจเพื่อนรักไม่ได้ และที่สำคัญ... ศักดิ์ศรีหุ้นส่วนใหญ่ของร้านมันค้ำคออยู่เช่นกัน!
"เจ้าน้อยกู้ แกมันใจปลาซิว! คนอย่างหลินเสี่ยวฟาน ขาดทุนชีวิตช่างมัน แต่ถ้าต้องปิดร้านหนีเพราะไม่มีวัตถุดิบ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! พี่ใหญ่สง นำขบวน!" เสี่ยวฟานประกาศลั่น
ขบวนเดินทางบุกป่าฝ่าดงเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าเกรงขามผสมความฮา หลินเสี่ยวฟานลากรถศึกเสบียงสวรรค์ มาร์ค ทู ที่ว่างเปล่า นายน้อยกู้เดินบ่นกระปอดกระแปดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ ส่วน พี่ใหญ่สง และกองกำลังผู้พิทักษ์อดีตแก๊งขวานซิ่งอีกยี่สิบคน แบกอาวุธและถังน้ำไม้ก้าวสับเท้าฉับ ๆ มุ่งหน้าเข้าสู่พงไพรลึกที่เต็มไปด้วยไอความร้อนแผ่ซ่าน
ยี่สิบสี่ชั่วโมงของการเดินทางฝ่าความแห้งแล้ง ต้นไม้รอบกายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำทมิฬ บรรยากาศรอบด้านระอุขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังเดินเข้าสู่เตาหลอม ยิ่งเข้าใกล้ปากทางเข้าหุบเขาอัคคี ไอความร้อนสีส้มจาง ๆ ก็ลอยม้วนขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นดิน ทำเอาทุกคนเหงื่อท่วมกายจนเสื้อผ้าป่านเปียกชุ่ม
"พี่ใหญ่เสี่ยวฟานขอรับ ข้างหน้าคือปากทางเข้าหุบเขาอัคคีแล้วขอรับ ทว่ากลิ่นอายแถวนี้มันแปลก ๆ เหมือนมีพลังงานบางอย่างจ้องมองพวกเราอยู่..." พี่ใหญ่สงเอ่ยเตือนพลางเงื้อขวานเล่มโตขึ้นตั้งท่าอารักขา
เสี่ยวฟานหยุดรถเข็นกึก ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นประดุจน้ำในสระมรกต (ฝืนทำเท่ข่มความกลัว) "เหอะ... จะเป็นปีศาจหรือสัตว์อสูรหน้าไหน ข้าก็ไม่สน! ใครกล้ามาขวางทางกู้หน้าตาของข้า ข้าจะเอาสากกะเบือกระแทกหน้ามันให้หมด!" ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียงประกาศอันองอาจ เสียงคำรามก้องกังวานปานฟ้าผ่าสะท้อนโลกก็ดังสนั่นมาจากป่าลึกเบื้องหน้า ทำเอาแผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่น!