ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 138 ปะทะผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิ

            ต้องใช้ขั้นจักรพรรดิสองคนในการสังหารคนที่ดูเหมือนมีพลังขั้นราชันคนเดียว

            สิ่งนี้ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในทวีปหลิงโซ่ว

            ทว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเสิ่นเสวียน

            “ระวัง!”

            ราชามารตะวันตกที่กำลังต่อสู้กับขั้นราชันสามคนรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ของเสิ่นเสวียนจึงตะโกนเตือนออกไปทันที

            ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก

            พลังของขั้นจักรพรรดิสองคนนั้นแข็งแกร่งมากขนาดไหนระยะห่างหลายฉื่อเหมือนอยู่แค่เอื้อมพวกเขากระโจนมาถึงตรงหน้าเสิ่นเสวียนได้ในชั่วพริบตา

            จากนั้นพวกเขาต่างแสดงพลังฝ่ามือออกมาพร้อมกันโจมตีใส่หน้าอกและแผ่นหลังของเสิ่นเสวียนอย่างแม่นยำ

            ตึง!!!

            พลังรุนแรงกระจายออกไปทุกทิศทางโดยมีเสิ่นเสวียนเป็นจุดศูนย์กลางทำให้ฝุ่นตลบขึ้นมาปกคลุมอาณาเขตหลายฉื่อ

            ราชามารตะวันตกเห็นดังนั้นจึงอยากฝ่าวงล้อมออกไปแต่สุดท้ายก็โดนอีกฝ่ายรั้งไว้จนไปไหนไม่ได้เลย

            โดนขั้นจักรพรรดิสองคนโจมตีแม้แต่ผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิยังยากจะรับมือไหวยิ่งไปกว่านั้นเสิ่นเสวียนยังไม่ใช่ขั้นจักรพรรดิอีกต่างหาก

            สำหรับพวกเขาแล้วพลังยุทธ์เปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างอาจมีข้อยกเว้นพิเศษบางอย่างที่สามารถท้าทายข้ามระดับขั้นได้แต่ภายใต้สถานการณ์ที่พลังยุทธ์แตกต่างกันมากเกินไปไม่ว่าใครก็มิอาจฝ่าฝืนกฎธรรมชาติได้

            “แข็งแกร่งมาก!”

            คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นเสวียนมองอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริงพลังยุทธ์ของอีกฝ่ายอย่างมากก็แค่ขั้นราชัน ทำไมตนเองโจมตีใส่ร่างของอีกฝ่ายแล้ว ฝ่ายนั้นกลับไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเท่าไรนัก

            ร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแกร่งราวกำแพงเหล็กกล้าตนโจมตีใส่แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ร่างเนื้อ แต่เหมือนกับร่างไร้วิญญาณมากกว่า

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิที่ยืนอยู่ด้านหลังก็มีสีหน้าตื่นตกใจเช่นเดียวกัน

            ห่างออกไปบนท้องฟ้าทางทิศตะวันตกมีชายชราสวมชุดสีม่วงผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศเขานั่งลงบนบัลลังก์สีม่วง ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางด้วยสีหน้าสงสัย

            “แปลก...เขาแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”

            ชายชราชุดม่วงมองเสิ่นเสวียนที่อยู่ด้านล่างพลางกล่าวพึมพำ

            “หรือจะเป็นตาแก่นั่น”

            “ไม่เหมือนตาแก่นั่นไม่กล้าออกมาหรอก”

             

            ที่ด้านล่างฝ่ามือของทั้งสองคนตบลงไปบนหน้าอกและแผ่นหลังของเสิ่นเสวียนต้องการส่งพลังจากฝ่ามือเข้าไปภายในร่างของเสิ่นเสวียนเพื่อทำลายชีพจรของเขาให้สิ้นแต่ไม่ว่าพวกเขาจะส่งพลังเข้าไปอย่างไร กลับรู้สึกเหมือนโยนหินลงไปในมหาสมุทรเพราะมันเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            หลังจากลองอยู่หลายครั้งพวกเขาจึงเกิดความคิดจะล่าถอยออกไป

            ร่างของอีกฝ่ายไม่เหมือนกับร่างกายมนุษย์เลยแต่เหมือนเป็นภาชนะอย่างหนึ่งมากกว่า เป็นภาชนะที่บรรจุเข้าไปเท่าไรก็ไม่เต็มหากเป็นอย่างนี้ต่อไปพลังของพวกเขาต้องหมดสิ้นลงแน่

            “เป็นอะไรไปไม่กล้าแล้วหรือ”

            เสิ่นเสวียนก้มมองหน้าอกของตนเองเลือดไหลออกจากมุมปากของเขาเพียงเล็กน้อยเนื่องจากแรงกระแทกแต่เมื่อเทียบกับพลังโจมตีทั้งหมดแล้ว มันเป็นเพียงแรงเล็กน้อยเท่านั้น

            “เจ้ามีบางอย่างแปลกไป”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิที่อยู่ด้านหลังกล่าวกับเสิ่นเสวียนอย่างไม่แน่ใจ

            “คิดออกแล้วหรือตอนนี้อยากถอยออกไปก็ไม่มีโอกาสแล้ว” เสิ่นเสวียนกล่าวเตือนอีกฝ่าย

            “ถอยเร็ว!”

            เดิมทีเขาไม่คิดจะล่าถอยไปเร็วขนาดนี้แต่หลังจากได้ยินคำของเสิ่นเสวียน จึงกล่าวกับคนที่อยู่ด้านหลังผู้นั้นทันทีแล้วทั้งสองก็ถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด

            “แค่กๆ!”

            ทั้งสองคนถอยหลังไปไม่ได้ประคองพลังฝ่ามือเอาไว้ทำให้เสิ่นเสวียนไอออกมาอย่างรุนแรงจนกระอักเลือดออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่และการกระอักเลือดครั้งนี้ แม้จะฝึกฝนไปสิบวันก็มิอาจเติมเต็มกลับมาได้

            เสิ่นเสวียนสีหน้าเรียบเฉยแต่ภายในใจกลับเดือดพล่านอย่างที่สุด

            โชคดีที่จิตใจของเขาเหนือกว่าอีกฝ่ายมากจึงสามารถข่มขู่ฝ่ายนั้นได้

            ขั้นจักรพรรดิสองคนและยังแสดงพลังโจมตีออกมาด้วยพลังทั้งหมดหาใช่สิ่งที่เขาจะต้านทานได้ในตอนนี้

            เขาไม่ได้แสดงพลังร่างมนุษย์ร่างหยวนก่อกำเนิดรวมเป็นหนึ่งแต่แม้จะแสดงพลังออกมาแล้วก็ยังคงบาดเจ็บหนักได้อยู่ดีส่วนราชามารทิศเหนือกำลังอยู่ในช่วงสำคัญที่สุดของการรักษา เขายังมิอาจขยับร่างได้ทำได้เพียงปล่อยให้เสิ่นเสวียนโดนโจมตี

            สามารถต้านทานพลังโจมตีได้แต่ผลลัพธ์คือ หุ่นเชิดอย่างเหลยต้งและเผ่าอนธการผู้นั้นกลับถูกทำลายไป

            อีกฝ่ายเข้าโจมตีประชิดตัวเขาใช้การปรับเปลี่ยนตันเถียนที่เหนือกว่าคนทั่วไปทำให้พลังโจมตีถูกส่งต่อไปยังร่างหุ่นเชิดทั้งสอง

            ทำให้ดูเหมือนว่าเสิ่นเสวียนต้านทานพลังไว้ได้แต่ความจริงแล้วร่างหุ่นเชิดสองคนนั้นต่างหากที่รับพลังนั้นไว้

            ค่ายกลบนร่างของหุ่นเชิดทั้งสองถูกทำลายไปในกระบวนท่าเดียวไม่มีโอกาสสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้ว

            “ข้าขอเตือนเจ้าสักหน่อยไม่ว่าเจ้าจะแปลกประหลาดอย่างไร วันนี้เจ้ามีสองทางให้เดิน ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ต้องตาย”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิมองเสิ่นเสวียนใช้ความรู้สึกรบกวนจิตใจ ใช้เหตุผลให้เข้าใจ เสิ่นเสวียนแปลกมากจนเขามองไม่ออกและเมื่อมองไม่ออกจึงไม่กล้าโจมตีตามใจตนเอง แผนการของเขาคือโจมตีเข้าไปที่จิตใจ

            “ท่านเหนือพิษของท่านข้าช่วยขับออกให้หมดแล้ว มองดูพวกเขาสิ ศัตรูของท่านก็คือพวกเขา”

            เสิ่นเสวียนไม่สนใจอีกฝ่ายประคองราชามารทิศเหนือให้ลุกขึ้นยืน

            ก่อนหน้านี้เขาปกป้องราชามารทิศเหนืออยู่ตลอดไม่อย่างนั้นคงมีโอกาสหลบหลีกการโจมตีได้บ้าง

            ขอเพียงรักษาราชามารทิศเหนือได้จึงจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ราชามารทิศเหนือสามารถรั้งขั้นจักรพรรดิได้หนึ่งคนอีกคนหนึ่งที่เหลือก็จัดการได้ง่ายขึ้นแล้ว

            “ขอบใจมากสหายเสิ่น”

            ราชามารทิศเหนือลุกขึ้นยืนขยับแขนและขาเล็กน้อยพลังที่เหือดหายไปก่อนหน้านี้กำลังพุ่งเข้าไปรวมอยู่ภายในร่างกายไม่หยุดหย่อน

            “นี่คือยาเรียกลมปราณ”

            เสิ่นเสวียนเอายาเรียกลมปราณส่งให้เขาหนึ่งเม็ดราชามารทิศเหนือรับแล้วกินเข้าไปทันทีโดยไม่เกรงใจ

            “ข้าจัดการพวกเขาเองสหายเสิ่นไปพักเถอะ!”

            ราชามารทิศเหนือรับรู้ได้ว่าพลังภายในร่างกายฟื้นฟูกลับมาราวแปดส่วนแล้วสามารถจัดการอีกฝ่ายได้

            “คนข้างหลังนั่นให้ท่านจัดการเลยแล้วกัน”

            เสิ่นเสวียนยิ้มน้อยๆจากนั้นก็ก้าวเท้าเดินหน้าไปโจมตีใส่แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิที่อยู่ด้านหน้าคนนั้น

            ราชามารทิศเหนือไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยเขาหันกลับไปด้านหลังและกระโจนเข้าสังหารแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิคนนั้นทันที

            ราชามารทิศเหนือได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งหุบเขาสุขาวดีแน่นอนว่าต้องมีเหตุผล เขาเป็นผู้นำของราชามารที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่แน่นอนว่าไม่ได้เป็นแค่ชื่อหากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจว่าเหลยป้าเทียนจะลอบทำร้ายเขาคงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

            ตอนนี้ราชาได้กลับมาแล้วเสือได้กลับเข้าป่าลึก

            พลังที่แข็งแกร่งปะทุออกมาจากกำปั้นของเขาอย่างต่อเนื่องทำให้ขั้นจักรพรรดิคนนั้นถอยหลังไปเรื่อยๆ มิอาจตอบโต้กลับได้เลย

            เขาคือผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวในหุบเขาสุขาวดีเป็นบุรุษที่สามารถเอาชนะราชามารยุคก่อนและทำให้อีกฝ่ายล่าถอยไปได้

            เขตกู่ซวีในตอนนี้วุ่นวายไปหมดแล้ว

            มีคนบาดเจ็บล้มตายต่อเนื่องราวใบไม้ร่วงในจำนวนนั้นมีแม่ทัพเทพตายไปแล้วสามคน คนหนึ่งโดนสี่เซี่ยงจากสำนักจตุรเทพสังหารส่วนอีกสองคนโดนเจ็ดศิษย์จากสำนักต่อสู้เป่ยโต้วสังหาร

            อำนาจเหล่านี้ดูเหมือนไม่ค่อยแสดงตัวสักเท่าไรทว่าเมื่อแสดงพลังออกมาแล้วกลับไม่อาจดูถูกได้เลย

            ส่วนทางฝั่งสำนักนาคาแม้จะต่อสู้ได้อย่างช่ำชองกลับไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ซึ่งไม่สอดคล้องกับพลังของสำนักนาคาเอาเสียเลย

            “ข้าชื่นชมเจ้ามากแต่ข้าขอเตือนให้เจ้ายอมแพ้ เจ้าไม่มีทางชนะหรอก”

            เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนเดินเข้ามาหาตนเองแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิคนนั้นยังคงกล่าวกับเสิ่นเสวียนต่อไปเขารู้ว่าเสิ่นเสวียนไม่มีโอกาส และตนเองไม่อยากเสี่ยงด้วยเช่นกัน

            “เจ้าเชื่อมั่นในเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังของเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ”

            เสิ่นเสวียนเดินเข้าไปจนอยู่ห่างจากอีกฝ่ายราวหกจั้งแล้วหยุดเท้าลง

            “พลังของนายท่านไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะจินตนาการได้ยอมแพ้คือโอกาสเดียวของเจ้า”

            ชายชราชุดม่วงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีม่วงบนท้องฟ้ามองเสิ่นเสวียนด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

            ด้านล่างมีผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้แต่คนที่เข้าตาเขามีเพียงเสิ่นเสวียนคนเดียว

            “เจ้าเชื่อมั่นในตัวเจ้านายของเจ้าขนาดนี้ถ้าเจ้านายเจ้าสังหารเจ้าจะทำอย่างไร คนชุดดำในสุสานผู้นั้นเจ้าน่าจะรู้จักใช่ไหมเมื่อเขาต้องการให้ตายก็ต้องตาย”

            “ชีวิตของพวกข้าเป็นของนายท่านนายท่านอยากได้เมื่อไรก็เอาไปได้เลย”

            “หากเป็นเช่นนี้ถ้าข้ายอมแพ้ก็เท่ากับข้ายอมมอบตัวให้กับพวกเจ้าเพื่อให้พวกเจ้าสังหารข้าอย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นเสวียนทำท่าแบมือยักไหล่พลางมองอีกฝ่ายราวกับเป็นพวกโง่เขลา

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน