หมอหญิงอัคคี

    ตอนที่ 57 เผาทุ่งหญ้า

    สักพักเดียวก็มีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ดวงตาสีแดงกลมโตเดินมาหาเรา เพื่อเชิญไปกินอาหาร ฉันจึงถามหญิงสาวคนนั้นว่าเป็นกระต่ายใช่หรือไม่ แต่นางกลับมองสบตากับเฟยเจินก่อนจะตอบว่าใช่ นางเป็นลูกสาวของราชากระต่าย เพราะมีอายุที่สามารถมีสามีจึงสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พร้อมกับยิ้มส่งสายตาเป็นนัยๆให้เฟยเจินบ่งบอกว่านางชอบเขา


    ฉันจึงหันไปมองเฟยเจินกำลังยิ้มให้กระต่ายสาว จึงใช้ศอกกระทุ้งที่แขนของเฟยเจินเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาดุว่าอย่าวอกแวกหลงเสน่ห์สาวกระต่าย เฟยเจินก็หันมายิ้มที่เห็นฉันมีอาการหวง แล้วเดินตามกระต่ายสาวไปยังโถงถ้ำ ก็พบกับชายร่างมนุษย์อายุประมาณสามสิบปีร่างกายกำยำ บนศรีษะสวมมงกุฎดอกหญ้า ทำให้รู้เลยว่าราชากระต่ายกลายร่างเป็นมนุษย์ ส่วนหญิงสาวผิวขาวจั๊ว กำลังนั่งคลอเคลียอยู่ข้างๆราชากระต่าย และกำลังส่งยิ้มมาให้เรานั่นก็คือภรรยาผู้เป็นราชินี


    จากนั้นราชากระต่ายก็เรียกให้สาวๆยกอาหารเข้ามาวางพร้อมด้วยเหล้า ทำเอาฉันร้องเอิ่ม! อยู่ในลำคอเพราะในถาดอาหารสีทองใบใหญ่หรูหราแต่มีสารพัดพืชผัก เช่นหัวมันดิบ กล้วย หัวไชเท้า ข้าวโพดดิบ และต้นหญ้า


    ฉันหยิบต้นหญ้าขึ้นมาดูแล้วพูดกับตัวเองในใจว่า มีต้นหญ้าด้วยมึ้งงง! แล้วหันไปมองในถาดอาหารของเฟยเจินกับหมอจง ก็เห็นว่าเป็นแบบเดียวกัน จึงเปิดดวงตาปีศาจมองดูในถาดอาหารของทุกคนนั้นไม่มีพิษ แต่ของเฟยเจินพิเศษกว่าคนอื่นนิดหนึ่งคือ มีองุ่นพวงใหญ่หนึ่งพวงวางอยู่ในถาด เพราะกระต่ายสาวตนนั้นเป็นคนยกมาให้


    ฉันจึงยกถ้วยเหล้าขึ้นดื่มเพื่อชิมดูว่าใช่เหล้าจริงไหม ค่อยยังชั่วที่เป็นเหล้าจริงและคงเป็นเหล้าของพวกโจร ราชากระต่ายก็บอกกับพวกเราว่า ช่วงนี้ผลไม้หายากสักหน่อย เพราะพวกนกอินทรีย์ดำมาอาละวาดก่อกวนบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน จนกระต่ายลดจำนวนลงไปมาก และกล่าวขออภัยที่ไม่มีเนื้อสัตว์มาเลี้ยงต้อนรับ เพราะพวกเขาไม่กินเนื้อสัตว์ แต่เขากับครอบครัวก็ยินดีและดีใจที่ได้ต้อนรับพวกเรา


    เราสามคนได้แต่แสร้งยิ้มว่าดีใจเช่นกันที่ได้มาเยือนที่นี่ ทั้งที่ในใจผิดหวังกับอาหาร ฉันจึงเลือกหยิบกินกล้วยและผักที่พอจะกินได้ ส่วนต้นหญ้านั้นไม่แตะเลยสักต้น ราชากระต่ายจึงถามเราว่ามาจากที่ไหน หมอจงก็ตอบแทนทุกคนว่ามาจากแคว้นจินชาง เฟยเจินเป็นพี่ชายของฉัน ส่วนเขากับฉันเป็นหมอ เรามาหาสมุนไพรไปรักษาคนป่วย


    แล้วราชากระต่ายก็ให้ลูกสาวกลุ่มหนึ่งออกมาเต้นรำเพื่อสร้างความบันเทิง ส่วนลูกสาวอีกกลุ่มหนึ่งก็ให้มาคอยรินเหล้าคลอเคลียเฟยเจินกับหมอจง ส่วนฉันก็มีกลุ่มลูกชายห้าตน มารินเหล้าส่งสายตาหวาน คอยป้อนผักป้อนเหล้า และพูดชักชวนให้ฉันอยู่ด้วยกันที่นี่


    อีกทั้งยังพูดแบบเดียวกับกระต่ายสาว ว่าพวกเขาถึงวัยพร้อมแล้วที่จะมีภรรยา และพูดเสนอกับฉันว่าพวกเขาทั้งห้าตนพร้อมจะเป็นสามีอยากสร้างครอบครัวใหญ่ และคืนนี้เขาทั้งห้าคนอยากอยู่ปรนนิบัติฉันด้วย โอยยย ได้ยินแล้วกลืนน้ำลายใจเต้นโครมครามแทบจะยกเหล้าซดดื่มทั้งไห


    ราชากระต่ายก็บอกเราว่า เขาจะให้ลูกชายกับลูกสาวคอยปรนนิบัติเราทั้งคืน ขอให้ดื่มกินกันตามสบาย หมอจงก็เลยพูดขึ้นทันทีว่าวันนี้รู้สึกเหนื่อยมากเพราะเดินทางมาทั้งวัน จึงอยากจะขอตัวไปพักผ่อนและไม่ต้องให้ใครไปปรนนิบัติ พร้อมกับส่งสายตาเป็นสัญญาณมาให้ฉัน พูดว่าฉันกับเฟยเจินก็ควรไปพักผ่อนด้วย เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกันอีก


    ฉันจึงรีบลุกขึ้นขอตัวลาไปนอน แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายนิดๆ แต่ก็ดึงแขนให้เฟยเจินลุกตามไปด้วย เฟยเจินจึงคว้าพวงองุ่นในถาดติดมือมาด้วยหนึ่งพวง เขาบอกว่าองุ่นพวงนี้เก็บเอาไว้ให้ฉันกิน เพราะเขาเห็นฉันกินผักไปนิดเดียวคงไม่อิ่มแน่ๆ ฉันจึงคว้าหยิบองุ่นมากินเพราะไม่อิ่มจริงๆนั่นแหละ


    เมื่อเรามาถึงที่พักหมอจงก็พูดว่าคืนนี้ให้อดทนไปก่อน พรุ่งนี้ตอนกลับค่อยแวะไปแถวลำธารหาปลามาย่างกินก่อนลงไปด้านล่าง จากนั้นเราก็นอนเรียงกันโดยมีเฟยเจินนอนคั่นกลางระหว่างฉันกับหมอจง ส่วนฉันก็นอนหนุนแขนเฟยเจินและกอดเขาไว้เพราะกลัวกระต่ายสาวย่องเข้าหาเฟยเจิน


      เช้านี้เราตื่นนอนกันแต่เช้าเพื่อไปเก็บดอกนกยูงแดงรำแพน ซึ่งราชากระต่ายก็ตื่นแต่เช้ารอเราอยู่แล้ว เขาพาเราเดินอ้อมไปด้านหลังถ้ำที่เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี เราถึงกับตื่นตะลึงเพราะมีดอกนกยูงแดงรำแพนสีแดงสดบานอยู่เต็มทุ่ง อวดความงดงามต่อผู้มาเยือน แม้เราจะไม่เคยเห็นดอกนกยูงกันมาก่อน แต่พอเห็นก็รู้ทันทีเพราะลักษณะดอกของมันเป็นสีแดง มีดวงสีเหลืองเป็นลวดลายบนกลีบดอก เหมือนนกยูงกำลังรำแพนเปี๊ยบ


    ราชากระต่ายบอกว่าอยากเก็บเท่าไหร่ก็เก็บไปเลยที่นี่มีเยอะ หมอจงจึงรีบเก็บด้วยความดีใจจนออกหน้าออกตา ฉันจึงเด็ดดอกนกยูงมาใส่ปากเคี้ยวกินเพราะอยากรู้ว่าล้างพิษได้จริงมั้ย แล้วก็ร้องว้าวออกมาทันที เพราะดอกนกยูงนั้นมีรสชาติเหมือนเนื้อไก่ และมีสรรพคุณขับพิษบำรุงไต เฟยเจินกับหมอจงก็เด็ดชิมบ้าง แล้วพูดเหมือนกันว่าเหมือนเนื้อไก่จริงๆ


    ราชากระต่ายก็ถามว่ารสชาติเหมือนเนื้อไก่จริงเหรอ ฉันตอบว่าใช่พร้อมกับยื่นดอกนกยูงให้ราชากระต่ายลองชิม แต่ราชากระต่ายส่ายหน้าบอกว่าไม่ชิม เพราะเขาไม่กินเนื้อสัตว์ จนเราเกือบหลุดหัวเราะกันออกมา


    จากนั้นเราก็ช่วยกันเก็บดอกนกยูงใส่ในกระเป๋าผ้าที่หมอจงเตรียมมาจนเต็มถุง ฉันจึงดึงต้นนกยูงออกมาทั้งรากเพื่อจะนำไปปลูกไว้ทำยาล้างพิษที่ป่าไผ่เขียวด้วย แต่แล้วก็มีกระต่ายหนุ่มตัวหนึ่งวิ่งหน้าตั้งกระหืดกระหอบมาหาเรา ส่งเสียงร้องโหวกเหวกว่านกอินทรีย์ดำมาบุกอีกแล้ว กำลังเผาทุ่งหญ้าตรงบริเวณที่พวกกระต่ายเด็กกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ และมีพวกเด็กๆติดอยู่ในกองไฟ


    ราชากระต่ายส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ พูดขึ้นก่อนจะรีบวิ่งตามกระต่ายหนุ่มไปว่า “มันกล้าบุกเข้ามาถึงในอาณาเขตข้าเลยรึ?!!” พวกเราจึงรีบหอบหิ้วถุงดอกนกยูงวิ่งตามราชากระต่ายไปที่หน้าถ้ำ ก็เห็นพวกกระต่ายอยู่ในอาการหวาดกลัวลนลาน ราชากระต่ายรีบสั่งกระต่ายราชินีกับกระต่ายผู้หญิงว่าให้ดูแลเด็กๆให้อยู่แต่ในถ้ำ ส่วนพวกกระต่ายผู้ชายให้รีบไปช่วยเด็กๆและช่วยกันดับไฟ


    เราจึงรีบวางถุงดอกนกยูงไว้ที่หน้าถ้ำ มองไปทางที่พวกกระต่ายวิ่งไปก็เห็นควันไฟลอยโขมง และเห็นนกเหยี่ยวของเฟยเจินกำลังบินวนอยู่บนฟ้าตรงจุดที่มีไฟไหม้ เราจึงรีบวิ่งตามพวกกระต่ายไปช่วยดับไฟ ซึ่งมีกระต่ายหลายตนวิ่งมากับเราด้วย โดยมีกระต่ายตัวหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้เราฟังไปด้วยวิ่งไปด้วยว่า เขาเห็นพวกเด็กๆออกไปวิ่งเล่น แต่แล้วพวกนกอินทรีย์ดำบินมาด้วยความเร็ว พร้อมกับพ่นไฟเผาทุ่งหญ้าทันที พวกเด็กๆจึงวิ่งหนีออกมาไม่ทันและติดอยู่ในนั้น


    เมื่อพวกเราวิ่งมาถึงตรวจุดที่เกิดไฟไหม้ควันลอยโขมงเพราะไฟกำลังลุกโหมแรง นกเหยี่ยวก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นทันที เฟยเจินจึงบอกเราว่านกเหยี่ยวกำลังบอกจุดตรงที่พวกเด็กๆอยู่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เรายืนไกลในระยะหนึ่ง กระต่ายตัวหนึ่งก็บอกว่าตรงนั้นมีต้นไม้ใหญ่ พวกเด็กๆอาจจะวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในโพรงไม้


    ฉันจึงหันไปมองราชากระต่ายเห็นเขากับพวกกระต่ายตนอื่นๆ กำลังช่วยกันใช้กิ่งไม้ตบที่เปลวไฟให้ดับ แล้วราชากระต่ายก็ทำท่าจะวิ่งฝ่าเปลวไฟที่กำลังโหมไหม้เข้าไปช่วยเด็กๆ แต่พวกกระต่ายตนอื่นช่วยกันจับไว้เพราะไฟโหมไหม้แรง ต่อให้ราชากระต่ายจะแข็งแรงแต่มันก็อันตรายเกินไป


    แต่ทันไดนั้นเราก็ได้ยินเสียงนกเหยี่ยวร้องเสียงดังขึ้นกว่าเดิม เราจึงเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า ก็เห็นนกอินทรีย์สีดำตัวใหญ่หลายตัว กำลังบินมาด้วยความเร็วพุ่งเข้ารุมโจมตีนกเหยี่ยวทันที พร้อมกับพ่นไฟเติมใส่กองไฟเพื่อให้ไฟโหมแรงขึ้น


    เฟยเจินไม่รอช้ากลายร่างเป็นนกอินทรีย์ทองปีกใหญ่ บินขึ้นไปบนฟ้าพุ่งเข้าไปช่วยนกเหยี่ยวของเขาทันที ด้วยการพ่นไฟใส่นกอินทรีย์ดำที่บินอยู่บนฟ้า ร่วงตกลงมาตายพร้อมกันสองตัว กลายเป็นสงครามนกไล่จิกตีพ่นไฟใส่กันอยู่บนฟ้า ทั้งหมอจงและพวกกระต่ายต่างยืนมองตกตะลึงกับสิ่งเห็น


    ราชากระต่ายจึงพูดกับฉันด้วยความร้อนอกร้อนใจว่า เขาฝากฉันกับหมอจงช่วยดับไฟทางนี้ด้วยเพราะเขาจะฝ่าเปลวไฟเข้าไปช่วยเด็กๆ ฉันจึงบอกว่าจะเข้าไปกับเขาด้วย หมอจงก็รีบห้ามทันทีว่าให้ฉันช่วยดับไฟด้านนอก เขาจะเข้าไปกับราชากระต่ายเอง


    ฉันก็พูดสวนทันทีว่างั้นเข้าไปด้วยกันทั้งสามคนเลย พร้อมกับเรียกแสงโล่ออกมาที่มือ บอกพวกเขาว่าให้เดินตามมาเพราะแสงโล่กันไฟ หมอจงก็อ้าปากค้างอีกครั้งพูดว่าฉันทำได้ยังไง ฉันก็ตอบว่าเป็นความสามารถพิเศษ พร้อมกับเร่งให้ทั้งสองเดินตามมา แล้วฉัรก็เดินนำหน้าฝ่าเปลวไฟเข้าไปทันที


    เราสามคนเดินฝ่าเปลวไฟที่โหมไหม้ร้อนจนแสบผิว พร้อมกับใช้กิ่งไม้ตบเปลวไฟที่พื้นเพื่อดับไฟไปด้วย จนกิ่งไม้สดมีรอยไหม้ไฟเป็นสีดำหลุดร่วงไปบางกิ่ง เราเดินไปตามทางที่ราชากระต่ายบอก จนกระทั่งเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่มีโพลงขนาดใหญ่โคนต้น และพบพวกกระต่ายเด็กๆกำลังหลบอยู่ในโพรงไม้


    เรารีบช่วยกันอุ้มกระต่ายเด็กออกมาจากโพรงไม้ทั้งหมดห้าตน เด็กทั้งหมดมีอาการสำลักควันไฟ แต่มีกระต่ายเด็กตัวหนึ่งที่หมอจงอุ้มอยู่นั้นมีอาการหายใจผิดปกติ ราชากระต่ายรีบถามพวกเด็กๆทันทีว่ายังมีกระต่ายตนอื่นๆอีกมั้ยที่ติดอยู่ในเปลวไฟ เด็กคนหนึ่งที่ยังพอมีสติก็ตอบว่าไม่มี มีเพียงพวกเขาที่หลบอยู่ในโพรงไม้ เราจึงรีบอุ้มพวกเด็กๆออกมาให้พ้นเปลวไฟและควันที่ลอยโขมงจนแทบหายใจไม่ออก


    เรารีบวางเด็กๆลงให้ห่างควันและเปลวไฟ แล้วให้พวกกระต่ายมาช่วยกันใช้ใบไม้พัดโบกให้มีลมเพื่อให้อากาศถ่ายเทจากควันไฟ และให้ช่วยกันปฐมพยาบาลเด็กที่สำลักควันไฟอาการไม่หนัก หมอจงก็บอกฉันว่าเด็กตนนี้อาการไม่ดี หายใจติดขัดและเสียงแหบ ฉันก็บอกเขาว่าต้องให้ลมหายใจกับกระต่ายน้อยโดยเร็ว


    หมอจงก็มองฉันด้วยสายตาประมาณว่าจะให้เขาผายปอดให้กระต่ายเหรอ ฉันมองตอบด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าใช่ หมอจงก็กระซิบพูดออกมาเบาๆว่า เขาไม่เคยรักษากระต่าย ฉันกระซิบตอบทันทีว่าจะได้รักษากระต่ายครั้งนี้แหละ พร้อมกับเร่งให้เขารีบเป่าปากเผาปอดน้องกระต่าย หมอจงแม้จะมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ที่ต้องเป่าปากผายปอดให้กระต่าย แต่เขาก็รีบทำตามขั้นตอนที่ฉันเคยสอนไว้ทันที


    พวกเราที่นั่งลุ้นยืนล้นให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย ขอให้หมอจงช่วยกระต่ายน้อยได้สำเร็จ และภาวนาขอให้กระต่ายน้อยหายใจได้ปกติ ซึ่งหมอจงผายปอดอยู่ครู่เดียวกระต่ายน้อยก็เริ่มหายใจปกติไม่ติดขัด พวกเราที่ลุ้นกันอยู่ก็ร้องเฮดีใจที่กระต่ายน้อยปลอดภัย

    คล้ายกับเรื่องหมอหญิงอัคคี ที่คุณอ่าน