หลังจากทุกคนกินไอติมถ้วยแรกหมดเฉินเฉินก็ยื่นถ้วยไปให้หลี่จินพร้อมกับพูดว่า "เอาอีก!…แต่ข้าก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าใช้ผลกระทิมันจะอร่อยกว่านี้ไหม..." ผลกะทิที่เฉินเฉินพูดถึงไม่ใช้มะพร้าวกะทิ แต่เป็นผลไม้ที่หายากและราคาแพงมากมากถึงขนาดที่ตระกูลชนชั้นสูงก็ไม่ได้กินบ่อยๆ
ส่วนหลี่จินก็รับถ้วยของเฉินเฉินมาและเติมให้จนเต็มถ้วย โชคดีที่หลินฟานเดินไปตักเองไม่งั้นเขาก็อาจจะกลายเป็นพนักงานบริการ…
หลังจากทุกคนกินจนพอใจหลี่จินก็สร้างที่ทุบน้ำแข็งแล้วกระแทกน้ำแข็งก้อนใหญ่ ออกเป็นก้อนเล็กๆ
เอาน้ำแข็งใส่แก้วไและใส่น้ำเปล่า 5 แก้ว น้ำมะพร้าว1แก้ว ซึ่งให้น้ำมะพร้าวกับซูเฟยจากนั้นให้น้ำเปล่ากับคนที่เหลือ
"นี้หลี่จิน ถ้าข้าจะเอาวิธีการทำไอติมไปทำซ้ำเจ้าจะว่าอะไรไหม" เฉินเฉินถามพลางจ้องหลี่จิน
หลี่จินกระพริบตาเมื่อเห็นเฉินเฉินจ้องมาอย่างข้อร้อง"ได้สิ..ได้เลย!" หลี่จินรีบตอบตกลง
เฉินเฉินดีใจอย่างออกนอกหน้าและจะเข้ามาขอบคุณหลี่จินใกล้ๆ ทำให้เขาต้องรีบโพล่งออกมา
"พวกเจ้ากินเสร็จกันแล้วใช้ไหมเรามาทอลองปืนกันเลย" พูดจบเขาก็เริ่มเดินเข้าไปในฐานหยิบเป้าเหล็กที่มีวงกลมหลายๆอันเรียงกันกับจอบออกมา
จากนั้นก็เดินไปขุดหลุมที่ห่างออกไปประมาณ 40 เมตรและใส่เป้าที่สูง 165ซม.ลงไปแล้วทมให้เรียบร้อย…ลุกขึ้นปัดเศษดินออกจากมือ
จากนั้นก็เอาปืนลููกโม่ออกจากซองบนเข็มขัด บรรจุกระสุนทีละนัดจนครบ 6 นัดแล้วเดินไปที่คนทั้ง4พร้อมกับกล่าวว่า
"ต่อไปนี้ข้าจะแสดงปืนลูกโม่ให้พวกเจ้าได้ชมกัน" หลี่จินกล่าวพร้อมกับชูปืนลูกโม่ขึ้นมาดันปลอกออก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี6นัด
สักพักก็ดันกลับเข้าไปและยื่นไปข้างหน้า "อ้อ...อย่าลืมปิดหูล่ะ" พูดจบหลี่จินก็เล็งและยิงไปที่เป้า 6 นัดลวดปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับควันดินปืนที่ลอยเต็มอากาศ "พวกเจ้าคิดเห็นยังไงบ้าง..." หลี่จินหันไปย้อนถามคนอีก 4 คน
"หลี่จินมันสะดวกกว่าปืนก่อนมาก! ยิงได้หกครั้งแบบนี้เวลาเจอศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งคงง่ายขึ้นเยอะ…แต่หลี่จินปืนอีก 2 แบบล่ะ!" หลินฟานถามออกมาเป็นคนแรก
"หลี่จิน! ทำไมเจ้าไม่ใช้ระบบนี้กับปืนใหญ่ล่ะ" เฉินเฉินถามต่อหลินฟาน
หลี่จินที่เห็นแบบนี้ก็รีบมองไปที่คนอีก 2 คนพร้อมกับโบกมือห้ามอย่าพึ่งถามและหันไปตอบหลินฟานกับเฉินเฉิน "ปืนใหญ่มันเป็นปืนที่มีระยะไกลและกระสุนใหญ่มากทำให้ต้องเล็งทีละลูก ส่วนปืนอีกสองแบบมันยังไม่เสร็จ"
หลินฟานกับเฉินเฉินพยักหน้าเมื่อได้รับคำตอบ
"นี้หลี่จิน! ข้าขอลองปืนลูกโม่ของเจ้าได้หรือไม่" หลินฟานพูดและเดินเข้ามาใกล้หลี่จิน
หลี่จินที่ได้ยินก็บรรจุกระสุนใส่ปืนลูกโม่และยื่นไปให้หลินฟาน หลินฟานรับเอาไว้และเดินไปจุดที่หลี่จินใช้ยิง
"ระวังแรงดีดจากปืนที่จะกระเด้งตอนที่ยิงลูกกระสุนจับปืนทั้งสองข้ามเวลายิง โดยใช้มือหนึ่งข้างรองปืนอีกข้างจับปืนให้แน่นยือมือออกไปให้สุดและยิงทีละนัด" หลี่จินบอกหลักการที่ถูกต้องในการยิงปืน
หลินฟานพยักหน้าอบรับและเล็งอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ยิงลูกกระสุนแรกออกมาปัง! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับปืนที่กระเด้งขึ้น ทำให้ไม่มีเสียงกระสุนกระแทกเป้าเหล็กเนื่องจากไม่เข้าเป้า
ตัวหลินฟานที่ยิงนัดแรกเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาหาหลี่จิน
"ตอนแรกข้าคิดว่าปืนนี้มันจะใช้ง่าย แต่ว่ามันกลับยิงยากกว่าที่คิด"หลินฟานพูดพร้อมกลับยื่นปืนกลับไปให้หลี่จิน
หลี่จินรับเอาไว้และกำลังจะเอากระสุนออกการรังเพลิง
ทำให้ซูเฟยลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากและเดินมาพูดกับหลี่จิน "ข้าขอลองดูหน่อยได้รึไม่" ซูเฟยถาม
"ไม่ได้หรอกซูเฟยเจ้าพึ่งวิ่งมาถ้าใช้ปืนนี้อีกมันจะสร้างภาระต่อแขนและไหล่ ตอนนี้สิ่งที่เจ้าควรทำก็คือการพักผ่อนเพราะยังมีอะไรแบบนี้ให้ทำอีกเยอะ"หลี่จินกล่าวพร้อมกับเอากระสุนออกจากรังเพลิงไปใส่ที่ฟาดไหล่
"ทำไมล่ะ!ข้าไม่คิดว่า..."ซูเฟยพยายามแย้งแต่ซูเหม่ยเหม่ยก็เข้ามาขัด ก่อนจะอธิบายสิ่งต่างๆที่หลี่จินเคยพูดให้ฟัง
รอให้ซูเหม่ยเหม่นอธิบายจบซูเฟยก็มองหน้าหลี่จินพร้อมพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นก็เดินไปที่ผ้าปูพื้นและนั่งพักอย่างสงบ...
หลี่จินเก็บปืนไปไว้ในซองปืนและหันหน้าไปทางซูเหม่ยเหม่ย "ซูเหม่ยเหม่ยเจ้าช่วยแสดงมิราสของเจ้าให้ข้าดูได้หรือเปล่า"
ซูเหม่ยเหม่ยขมวดคิ้วและถาม "ทำไมรึ? เจ้าจะทำอะไรกัน"
"ข้าแค่อยากรู้ว่าจะช่วยอะไรเกี่ยวกับมิราสของเจ้าได้ไหม" หลี่จินพูด
ซูเหม่ยเหม่ยมองไปที่หลี่จินแล้วเสกแกนสร้างออกมา จากนั้นก็ควบคุมให้มันให้มันพ่นก้อนแสงสีเหลืองที่มีหนวดยื่นออกมาตามส่วนต่างแล้วสลายหายไป จากนั้นก็ยื่นออกมาและสลายหายไปซ้ำๆ
ถายตรงหน้าทำเอาหลี่จินสงสัยว่าหนวดที่โผล่ออกมาหลายเส้น แต่ก็สลายหายไปหลังจากเวลาผ่านไปเป็นกระบวนการซ้ำๆแบบนี้ไปเรื่อยจนหลี่จินต้องถามออกมา
"เออ...เจ้าเคยทดลองใช้แบบไหนบ้างเช่นเคยเอาไปปาใส่ใคร หรือให้สิ่งมีชีวิตสัมผัสหนวกนี้หรือเปล่า" หลี่จินถามพร้อมกับเอามือเท้าคาง
ซูเหม่ยเหม่ยที่ได้ยินก็ก้มหน้า ซึ่งหลินฟานที่เห็นว่าเธออึดอัดก็รีบอธิบายแทน
"หลี่จินข้าจะบอกเอง…อันที่เหม่ยเหม่ยเรียนและมีประโยชน์ที่่สุดก็คือตอนที่ผู้เชี่ยญชาญเซบารอนจากอาณาจักรข้างๆแนะนำให้ มันเป็นตอนที่พวกเราไปประลองในงานที่สามอาณาจักรข้างเคียงประเภทอายุไม่ถึง 15 ปี ซึ่งมันเป็นการประลองที่เก็บเป็นความลับจากคนทั่วไป
พวกเราก็เลยให้เซบารอนผู้เชียญชาญที่โด่งดังในอาณาจักรนั้นประเมินมิราสของทั้งสองให้ ของซูเฟยไม่มีความคืบหน้าเหมือนเดิม แต่ของเหม่ยเหม่ยเซบารอนให้เธอลองวางเทจิลงบนศพของสัตว์เวทและมิราสก็มีการตอบสนอง" หลินฟานหยุดพักจิบน้ำเย็นค่อยพูดต่อ
‘เทจิคือสิ่งทีเกิดจากการใช้มิราสสินะ’ หลี่จินคิดเพราะเขาไม่รู้เลยว่าของที่สร้างจากมิราสของเขาจะนับเป็นเทจิไหมเพราะมันเกิดจากการที่เขาใช้เหล็กเป็นตัวหลัก…
ส่วนหลินฟานที่จิบน้ำเสร็จก็เล่าต่อ "ทันทีที่มันสัมผัสศพก้อนแสงสีเหลืองนั้นก็พยายามแทรกซึมศพของหมีกรงเล็บเพลิง…ไม่นานมันก็กลายเป็นสีแดงไฟพร้อมกับสลายหายไป
หลังจากถามก็รู้ว่าเหม่ยหม่ยรู้สึกเหมือนได้'บันทึก'ศพนั้นไว้ที่ไหนสักที่ในจิตใจ" จบประโยชน์นี้หลินฟานก็หยุดพูดและเดินไปนั่งลงข้างๆซูเฟย
"บันทึกหรอ?แล้วมีอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า" หลี่จินถามข้อมูลเพิ่ม
"ไม่มีหรอก…และถึงจะลองเอาก้อนสีแดงไฟกับก้อนสีเหลืองไปกระทบศพเดิมหรือศพใหม่ก็ไม่มีอะไรตอบสนอง นั้นรวมถึงไป...ตอนที่ยังไม่ตายก็ด้วย"
ครั้งนี้ไม่ใช้หลินฟาตอบแต่เป็นซูเหม่ยเหม่ยที่ตอบ พร้อมกับควบคุมให้แกนสร้างสร้างก้อนแสงสีแดงไฟที่เหมือนอันก่อนทุกประการยกเว้นสี
เห็นหลี่จินขวดคิ้วซูเหม่ยเหม่ยก็พูดต่อ "เจ้าอย่าเข้าใจผิดพวกเราไม่ใช่คนที่ทำร้ายใครไปทั่วทุกที่ ตัวที่ใช่ทดลองเป็นสัตว์เวทที่ทำร้ายมนุษย์แล้วตระกูลของเฉินเฉินก็เป็นตระกูลที่ช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต"
นั้นทำให้หลี่จินโล่งใจ สัตว์เวทเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าจะมีสติปัญญาไม่ควรฆ่าเพราะความกลัว…ส่นคำพูดว่าตระกูลของเฉินเฉินก็เป็นตระกูลที่ช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตนั้นจะเป็นจริงไหมก็อีกเรื่อง
"การ'บันทึก'นี้มันทำให้เจ้าทราบข้อมูลของสัตว์เวทหรือเปล่า" หลี่จินถาม ตอนแรกเขาเกือบถามไปว่าโครงสร้างสรีระและอวัยวะภายในของหมีกรงเล็บไฟเป็นแบบไหน มันเหมือนหมีปกติรึเปล่า
"ไม่..มันแค่สามารถสร้างก้อนแสงสีแดงได้" ซูเหม่ยเหม่ยกล่าว
หลี่คิดไปสักพักก็นึกถึงอะไรบางอย่างได้ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนที่สัมผัสกับสิ่งมีชีวิต แต่ถ้าลองสัมผัสกับสิ่งไม่มีชีวิตล่ะหลักการคล้ายๆ 'โกเล็ม’