โฮก...
ในที่สุดไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณก็หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
บอสตามธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหุบเขาสิ้นหวังตัวนี้ดูเหมือนจะมีความคิดเป็นของตัวเอง
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งรับมือได้ยากลำบากและหลอดเลือดของมันก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือไม่ถึง 4,000หน่วย
มันแทบไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว
มันอ้าปากกว้างแล้วคายร่างของลู่เซิ่งออกมาอย่างแรง
หลังจากทำเช่นนั้นมันก็รีบหันหลังกลับ กางขาสั้นอันบึกบึนทั้งสองข้างออกแล้วสับเท้าโกยไปยังหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลทันที ดูท่าทางมันตั้งใจจะหลบหนีไปดื้อๆ
“เฮ้ย ไอ้ตัวนี้มันรู้จักหนีด้วยเหรอเนี่ย?”
เมื่อเห็นรูปร่างที่เทอะทะและท่าทางการเคลื่อนไหวที่ดูตลกขบขันของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณลู่เซิ่งก็เกือบจะหลุดขำออกมา
แต่ในเมื่อเนื้อมาจ่ออยู่ถึงปากแล้วมีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ
“คิดจะหนีงั้นเหรอ? ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
ลู่เซิ่งยกยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปสั่งสวี่ซาซาและเฉาอวี่ที่กำลังยืนตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกอยู่ไม่ไกลว่า“เร็วเข้า! ไอ้นี่มันใกล้จะไม่ไหวแล้วพวกเราเข้าไปช่วยกันรุมปิดฉากมันกัน!”
“ได้เลย!”
ทั้งสองคนได้ยินดังนั้นถึงเพิ่งจะได้สติจากนั้นดวงตาก็เป็นประกายวาบ รีบพุ่งตัวไล่ตามไปโดยไม่ลังเลเพื่อร่วมมือกับลู่เซิ่งในการเปิดฉากโจมตีครั้งสุดท้ายใส่ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ
“ดาบเพชฌฆาตไร้กลัว!”
HP-427!
“พิพากษาคลั่ง!”
HP-597!
“ทัณฑ์แห่งแสง!”
HP-233!
HP-217!
HP-209!
......
ตัวเลขดาเมจยังคงเด้งขึ้นมาจากเหนือหัวของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณอย่างต่อเนื่อง
ช่างน่าเวทนานักเมื่อความหวาดกลัวเข้าครอบงำไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาหนีอย่างเดียวโดยไม่ได้คิดจะหันกลับมาต่อสู้ขัดขืนเป็นครั้งสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ
และภายใต้การระดมโจมตีจากคนทั้งสาม
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา
โฮก...
พร้อมกับเสียงคำรามแห่งความสิ้นหวังก่อนสิ้นใจ
บอสตามธรรมชาติที่เคยแผลงฤทธิ์อาละวาดอยู่ในหุบเขาสิ้นหวังมานานนับปีจนทำให้ผู้ใช้อาชีพทุกคนต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อกลับถูกพวกของลู่เซิ่งรุมถล่มจนเลือดเกลี้ยงหลอดก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงร่างอันมหึมาของมันกระแทกเข้ากับต้นไม้จนหักโค่นไปมากมาย และทำเอาฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณสังหารบอสตามธรรมชาติ ‘ไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ’สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 25,000 หน่วย!]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี เลเวลของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 55 ได้รับค่าสถานะพื้นฐาน5 หน่วย และค่าสถานะอิสระ 5 หน่วย!]
......
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวและเห็นแถบค่าประสบการณ์ของตัวเองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
วินาทีนี้ทั้งสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างพากันสับสนจนทำตัวไม่ถูกพวกเขาถึงกับต้องขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อและคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
นั่นก็เพราะสิ่งที่ลู่เซิ่งทำมันเหนือชั้นเกินไปอาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินกลับสามารถยื้อจนฆ่าบอสที่แข็งแกร่งที่สุดของหุบเขาสิ้นหวังอย่างไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณจนตายได้
นี่มันยังเป็นอาชีพที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ค่าบนดาวสีน้ำเงินอย่างพาลาดินสายพิพากษาอยู่จริงๆน่ะเหรอ?
ต่อให้เป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะหรือผู้ใช้อาชีพลับก็คงจะทำได้ประมาณนี้เหมือนกันนั่นแหละ
“ผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะงั้นเหรอ?”
ในตอนนั้นเองสวี่ซาซาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เธอจ้องมองลู่เซิ่งพลางเอ่ยถามด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า“ลู่เซิ่ง... นาย...อย่าบอกนะว่านายเป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะจริงๆ น่ะ?”
“ผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะงั้นเหรอ?”
พอคำนี้หลุดออกมาเฉาอวี่ที่อยู่ข้างๆ ก็พลอยตกใจไปด้วย
แม้แต่หลี่ว์อันที่เอาแต่เงียบมาตลอดก็ยังแอบเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็กำลังรอคอยคำตอบจากปากของลู่เซิ่ง
“สุดยอดอาชีพงั้นเหรอ...”
ลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเองอยู่พักหนึ่งในใจก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอย่างไรดี
เพราะเกณฑ์การตัดสินอาชีพระดับอัจฉริยะนั้นอย่างน้อยต้องมีพรสวรรค์การต่อสู้ ระดับ A ขึ้นไป
แต่พรสวรรค์ของเขานั้นสูงถึงระดับSSSซึ่งสูงกว่าพวกที่มีอาชีพระดับอัจฉริยะทั่วไปถึงสามขั้น
ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้หากจะพูดแบบไม่เกรงใจเลยก็คือพวกผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะทั่วไปไม่มีค่าพอแม้แต่จะมาเช็ดรองเท้าให้เขาด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเรื่องนี้คือความลับของลู่เซิ่งและเขาไม่มีทางป่าวประกาศบอกคนนอกสุ่มสี่สุ่มห้าแน่
ทว่าสถานะผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะนี้เองที่น่าจะเป็นฉากบังหน้าอันสมบูรณ์แบบให้กับเขาซึ่งตอนนี้เริ่มมีพลังรบที่โดดเด่นขึ้นมาแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งจึงตัดสินใจพยักหน้ายอมรับไปตามน้ำ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า“ใช่แล้วล่ะ ฉันคือผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะจริงๆ”
“อะไรนะ? เป็นอาชีพระดับอัจฉริยะจริงๆ ด้วยเหรอ?”
สวี่ซาซาได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็นประกายรีบพูดต่อทันทีว่า “ลู่เซิ่งนายปิดบังฉันได้แนบเนียนจริงๆ เลยนะ”
“นั่นสิลู่เซิ่ง ถ้าฉันรู้ว่านายเก่งกาจขนาดนี้ พวกเราจะต้องกลัวอะไรกันอีกสู้บุกตะลุยฆ่าล้างทั้งหุบเขาสิ้นหวังเข้ามาแบบเปิดเผยเลยไม่ดีกว่าเหรอ?” เฉาอวี่ช่วยเสริมขึ้นมาพร้อมหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“คือว่า... อันที่จริงฉันก็ไม่ได้มีเจตนาจะปกปิดหรอกนะ...”
ลู่เซิ่งยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองด้วยความกระอักกระอ่วนใจพยายามจะหาข้ออ้างมาแก้ตัว
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก นายไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น พวกเราเข้าใจดี ก็แหงล่ะพวกเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานการที่นายจะยังไม่ไว้ใจพวกเรามันก็เป็นเรื่องธรรมดา” เฉาอวี่กล่าวปลอบใจพร้อมรอยยิ้ม
“ใช่แล้วลู่เซิ่ง ถ้าฉันตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับนายฉันก็คงไม่ยอมเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนอื่นรู้ง่ายๆ เหมือนกัน” สวี่ซาซากล่าวเสริมด้วยท่าทีเห็นใจ
“ขอบคุณที่เข้าใจนะ”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมีความจริงใจและไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใดลู่เซิ่งก็รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาและนั่นยิ่งทำให้เขามั่นใจที่จะคบค้าสมาคมกับคนทั้งคู่ต่อไป
“หึ! ที่แท้ก็ชอบแกล้งเป็นหมูหลอกกินเสือนี่เอง!”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งกลายเป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งหลี่ว์อันก็ดูเหมือนจะยอมอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เขาเดินออกมาข้างหน้าแล้วพูดกับลู่เซิ่งว่า “ก็ได้ในเมื่อเห็นว่านายพอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง เรื่องบาดหมางระหว่างเราก่อนหน้านี้ฉันจะยอมยกโทษให้แล้วกัน”
พูดจบเขาก็เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างหยิ่งยโสราวกับว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปนั้นเป็นการประทานความเมตตาอันใหญ่หลวงให้กับลู่เซิ่ง
“ไสหัวไปไกลๆ เลย ไอ้โง่เอ๊ย เห็นหน้าแกแล้วฉันคลื่นไส้!”
ลู่เซิ่งเห็นท่าทางแบบนั้นก็แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเขาตอกกลับไปทันทีด้วยคำด่าทออย่างไม่ไว้หน้า
“หือ? เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ?”
หลี่ว์อันได้ยินดังนั้นดวงตาพลันวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นกลิ่นอายรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันทีเขาจ้องมองลู่เซิ่งพลางตวาดด้วยเสียงอันเหี้ยมเกรียมว่า“ถ้าแน่จริง แกก็ลองพูดสิ่งที่แกเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ออกมาอีกรอบดูสิ!”
“ไอ้โง่!”
ลู่เซิ่งไม่รอช้าจัดการแจกคำด่าส่งคืนไปให้เขาอีกหนึ่งประโยคถ้วน
“นี่แก...”
พอประโยคนี้หลุดออกมาสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่นพวกเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะกลั้นหัวเราะเอาไว้
“แก!”
ฝ่ายหลี่ว์อันนั้นโกรธจนหน้าเปลี่ยนสีเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าลู่เซิ่งจะกล้าหักหน้าเขาถึงขนาดนี้และกำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมา
ทว่าในวินาทีถัดมาเขากลับต้องชะงักไป
เพราะจู่ๆเขาก็ฉุกใจนึกถึงพลังรบอันน่าเหลือเชื่อที่ลู่เซิ่งแสดงออกมาตอนต่อสู้กับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณขึ้นมาได้
พาลาดินสายพิพากษาที่เต็มไปด้วยปริศนาคนนี้ไม่เพียงแต่จะมีพลังโจมตีที่รุนแรงและพลังระเบิดที่มหาศาลเท่านั้นแม้แต่พลังป้องกันของเขาก็ยังแข็งแกร่งจนน่าตกใจ
ซึ่งหลี่ว์อันเองก็แอบถามตัวเองในใจว่าต่อให้เขาจะมีเลเวลสูงถึง 91 ซึ่งสูงกว่าลู่เซิ่งเกือบ 40เลเวลก็ตาม
แต่ถ้าต้องให้เขาไปเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณเพียงลำพังนอกจากจะโกยแน่บเพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว เขาก็แทบไม่มีโอกาสเลยที่จะเอาชนะมันได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลี่ว์อันจึงจำต้องสะกดข่มความโกรธแค้นในใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
และในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาวิธีกู้หน้าคืนมาอยู่นั้นเอง
“เอ๊ะ? เร็วเข้า ดูนั่นสิเหมือนว่าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณจะดรอปอุปกรณ์ออกมาด้วยนะ”
จู่ๆเฉาอวี่ก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา เหมือนว่าเขาจะค้นพบอะไรบางอย่างจึงรีบชี้นิ้วไปยังทิศทางนั้นทันที