หลังจากที่หลิงเทียนได้แจ้งเจ้าตำหนักทั้งหมด ถึงคำสั่งโดยตรงจากเหล่าบรรพบุรุษ เจ้าตำหนักต่างๆ ที่ได้รับเคล็ดทักษะขั้นที่ 10 ของตำหนักตน ต่างก็แยกย้ายกันกลับไปยังตำหนักของตนทันที จะเหลือก็เพียงแค่ เจ้าตำหนักเหมันต์จันทราเท่านั้น ก่อนที่นางก็เตรียมจะไปสะสางงานของตน ก็พลันนึกขึ้นได้
"หลิงเทียน เจ้ายังไม่ผ่านการคัดเลือกศิษย์โดยสมบูรณ์นะ ฉะนั้นตอนนี้เจ้าจึงยังเป็นเพียงแค่ศิษย์สายนอก หากเจ้าต้องการออกนอกตำหนักนั้น จึงยังมีเงื่อนไขที่เจ้าต้องปฏิบัติตามอยู่"
"ห๊าาา!!? เงื่อนไขอะไรอีกล่ะนั่น" หลิงเทียน
"ก็ไม่ยาก เจ้าจะต้องก้าวเข้ามาเป็นศิษย์หลักให้ได้ แต่นั่นก็ต่อเมื่อเจ้าสามารถเอาชนะศิษย์หลัก 50 อันดับแรกได้ เจ้าถึงก็จะผ่านเงื่อนไขและกลายมาเป็นศิษย์หลักโดยตรง และสามารถใช้เงื่อนไขออกไปโลกภายนอก ได้ตามต้องการ แต่หากเจ้าพลาดพลั้งไม่ผ่านเงื่อนไขนี้ ก็จะมีบทลงโทษที่ร้ายแรงเช่นกัน เป็นกฏที่บรรพรุษตั้งขึ้นน่ะ"
"แล้วบทลงโทษคืออะไรกัน" หลิงเทียนได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจ
"อ่อ!! หากไม่ผ่านก็แค่ถูกขังในคุกนรกเหมันต์ 10 ปีเท่านั้น เสมือนกับการประกาศให้โลกรู้ว่า อย่าได้ลองดีกับตำหนัก อะไรประมาณนั้นล่ะนะ" เจ้าตำหนักทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยตอบ นางเองก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นการเป็นสักขีพยานในการประลอง เพื่อเข้าเป็นศิษย์หลักโดยตรงจึงมีเพียงรองเจ้าตำหนัก และสองผู้คุมกฏเท่านั้นที่รู้ดี
หลิงเทียนได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย ในใจได้แต่คิดว่า "นี่มันกฏบ้ากฏบออะไรกัน" ก่อนจะเริ่มถามสิ่งที่คาใจ "หากข้าแพ้ ก็ต้องโดนขัง 10 ปีด้วยหรอ ไม่มีข้อยกเว้นหรือ แล้วมีทางอื่นอีกไหม"
"ใช่ นี่คือหนทางที่รวดเร็วที่สุด ไม่มีข้อยกเว้น หรือมิเช่นนั้นเจ้าก็ต้องอยู่เป็นศิษย์สายนอก ราวสองเดือนถึงจะมีการสอบคัดเลือกเพื่อเป็นศิษย์สายใน หลังจากนั้นก็รออีกหกเดือนถึงจะสอบเข้าเป็นศิษย์หลักได้ เมื่อเจ้ากลายเป็นศิษย์หลัก จึงจะมีอภิสิทธิ์เข้านอกออกในได้ตามใจชอบ กลุ่มของเจ้าทั้งสามคนก็ผ่านเหตุการณ์เดียวกันนี้มาแล้ว"
"แล้วที่ผ่านมามีคนลองดีบ้างไหมครับ?"
"อืมมม!! ก็มีบ้างนะ แต่ทั้งหมดก็อยู่ในคุกล่ะนะ"
"ไม่เคยมีใครผ่านเลยหรอ?"
"ไม่มี"
"เฮ้อออออ!!? ข้าขอยอมเข้ารับการทดสอบละกัน"
หลิงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล เพราะเขาเองก็ไม่มีเวลามารอนานถึง 8 เดือนเป็นแน่ และเขาก็เริ่มจะพอเข้าใจในรอยยิ้มสุดท้ายของบรรพบุรุษสายเลือดเขา ก่อนจะปลดปล่อยห้วงจิตวิญญาณเขากลับมาแล้ว จึงได้แต่แอบสบถในใจ "ชิ อย่าให้ข้ามีโอกาสบ้างนะ ข้าจะเอาคืนให้สาแก่ใจเลยคอยดู"
เมื่อตกลงเงื่อนไขกันเสร็จสิ้น เจ้าตำหนักก็เรียกตัวรองเจ้าตำหนัก ผู้คุมกฏทั้งสอง และเหล่าอาวุโสมาเพื่อประกาศเรื่องหลิงเทียนท้าประลองอันดับ เข้าเป็นศิษย์หลักโดยตรง
ส่วนหลิงเทียนก็ออกไปพบกลุ่มของเขา แต่ทันทีที่เซียงเซียงหลังจากเห็นเจ้าตำหนักผละตัวกลับไป และเจ้าตำหนักเรียกประชุมอย่างเร่งด่วน ก็รีบเอ่ยถามขึ้นทันที
"หลิงเทียน เจ้าก่อเรื่องอะไรอีกแล้วงั้นรึ?"
"นี่เจ้าเห็นข้าชอบสร้างปัญหาขนาดนั้นเลยหรอ!!"
"ใช่"
"........!!?"
"ตกลงเจ้าไปทำอะไรมากันแน่"
"ก็แค่ท้าประลองเพื่อเข้าเป็นศิษย์หลักโดยตรงแค่นั้น"
"ว่าไงน้าาา!!!!?" เซียงเซียง หนิงเอ๋อร์ ไป๋หยุนเฟย ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน
"พวกเจ้าจะตกใจไปทำไมกัน?" หลิงเทียนถามอย่างสงสัย ด้วยสีหน้าซื่อๆ
"นี่เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" ไป๋หยุนเฟย
"เจ้าคิดว่าศิษย์หลัก 5 อันดับแรกแข็งแกร่งแค่ไหนกัน พวกเราสามคนยังมิอาจเอาชนะได้เลยนะ ขนาดเซียงเซียง ยังอยู่ในอันดับที่ 7 เอง ส่วนข้ากับหยุนเฟยยังไม่ติด 10 อันดับแรกเลยนะ" หนิงเอ๋อร์ กล่าวอย่างร้อนรน
"ช่างเถอะ!! เรื่องพวกนี้อธิบายไปหลิงเทียนก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ข้าอยากรู้เหตุผลมากกว่าว่าทำไม ต้องเข้าเป็นศิษย์หลักโดยตรง อย่างรวดเร็วเช่นนี้" เซียงเซียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปลงๆ
หลิงเทียนสะดุดกับคำพูดของเซียงเซียงเล็กน้อย เพราะมันเหมือนกับว่าเขานั้นโง่เกินกว่าที่จะเข้าใจ แต่ก็หาได้สนใจไม่ [เพราะมันคือความจริง] ก่อนจะกล่าวต่อ
"ก็เพราะข้าจะพาพวกเจ้าทั้งสามคนออกไปทำภารกิจที่บรรพบุรุษมอบหมายมาให้ยังไงล่ะ"
"ถ้าเรื่องนั้นก็พอเข้าใจได้ แต่ตอนนี้เจ้าหาทางรับมือกับการประลองแล้วอย่างนั้นหรือ?" เซียงเซียง
"ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ว่าที่สามีของเจ้าคนนี้ จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน!!" หลิงเทียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ แกมหยอกล้อนิดๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มที่กระชากใจ เพราะในช่วงเวลาที่เขาฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตายภายในห้วงจิตใจนั้น เมื่อถึงคราวที่ต้องเรียนรู้กับบรรพบุรุษเจ้าตำหนักเทพวายุอัสนี เขามักจะได้ยินบรรพบุรุษเจ้าตำหนักเทพวายุอัสนีเอ่ยเล่า ถึงรักครั้งแรกและประสบกาณ์ต่างๆ กับบรรพบุรุษเจ้าตำหนักวารีพิสุทธิ์ จนเขาจำมันได้แม่นมากกว่าทักษะยุทธที่ฝึกซะอีก ก็เลยทดลองเอามาใช้ดูบ้าง
เซียงเซียงที่ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับอึ้งจนเงียบใบ้ อารมณ์ที่เคยครุกกรุ่นในตอนแรก พลันสลายหายไปหมดในทันที พร้อมด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ แต่ก็ยังพยายามเก็บอาการท่าทางได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนหนิงเอ๋อร์นั้นกลับรู้สึกร่างกายสะท้านเล็กน้อย นางได้แต่ก้มหน้าก้มตา ไม่พูดไม่จาอีก ส่วนไป๋หยุนเฟยที่มองมาได้แต่ส่ายหัว ก่อนจะเริ่มเข้าประเด็นกันต่อ
"หลิงเทียน เจ้ามีแผนจะทำอย่างไร ในการประลองกับศิษย์หลัก 50 อันดับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้พวกเราสามคนจะขอยอมแพ้สละสิทธิ์ให้เจ้า ทว่าเจ้าเองก็ต้องรับมือกับคนถึง 47 คน เมื่อต้องเจอกับ 5 อันดับแรกเจ้าอาจจะไม่มีกำลังเหลือเพียงพอจะเอาชนะได้หรอกนะ" ไป๋หยุนเฟยกล่าวอย่างเป็นห่วง
"ข้ามีวิธีรับมืออยู่แล้ว ขอบใจพวกเจ้ามากนะที่เป็นห่วง"
----------------------------------------------------------
หลังจากพวกเขาได้คุยกันเข้าใจแล้ว เซียงเซียงก็ได้พาหลิงเทียนออกจากพื้นที่เฉพาะของศิษย์หลัก เพื่อตรงไปยังพื้นที่ของศิษย์สายนอก ระหว่างทางก็เป็นไป๋หยุนเฟยที่คอยอธิบายถึงกฏระเบียบต่างๆ รวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ภายในตำหนัก ให้กับหลิงเทียนฟังอย่างละเอียด
"หลิงเทียน ก่อนที่เจ้าจะเข้าร่วมการท้าประลองอันดับเพื่อขึ้นมาเป็นศิษย์หลักนั้น ในช่วงเวลานี้เจ้าก็จะต้องพักอยู่ภายในพื้นที่ของศิษย์สายนอก ซึ่งมันไม่มีที่พักให้หรอกนะ สิ่งที่เจ้าจะได้รับในช่วงแรกๆ นั้นมีเพียงแค่ชุดประจำตัวของตำหนัก เพียงหนึ่งชุดเท่านั้น เจ้าสามารถเลือกนอนมุมไหนก็ได้ หรือไม่ก็เมื่อเจ้าเห็นที่พักของสิบอันดับศิษย์สายนอก แล้วเจ้าอยากนอนพักผ่อนในนั้น ก็เพียงแค่ไปเคาะประตูขอท้าดวลเท่านั้น เมื่อเจ้าได้ที่พักแล้วหากมีใครมาท้าประลองก็เป็นเงื่อนไขเดียวกัน ในหนึ่งวันเจ้าสามารถท้าประลองได้เพียงสามครั้ง หากใช้สิทธิ์หมดก็จะท้าประลองไม่ได้อีก"
"แบบนี้ถ้ามีคนมาท้าประลองข้าทั้งคืน ก็ไม่ได้หลับได้นอนกันพอดีน่ะสิ" หลิงเทียน
"เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ สิบอันดับศิษย์สายนอกนั้นหาได้อ่อนแอไม่ และในการท้าประลอง การบาดเจ็บล้มตายเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แล้วเจ้ายังคิดว่าจะมีคนที่อ่อนแอที่จะเสี่ยงชีวิตมาเพื่อท้าประลอง พวกเราเองตอนเป็นศิษย์สายนอกก็เห็นพวกใจกล้าดีเดือดที่ไปท้าประลองมาแล้วแพ้ บางคนก็ต้องรักษาตัวหลายเดือน บางคนก็นอนตายกลายเป็นศพอยู่ตรงนั้น เจ้ายังคิดว่าจะมีคนกล้ามาท้าประลองอีกหรือไม่ละ" ไป๋หยุนเฟย
"อ่อ!!! พอเข้าใจล่ะ แล้วในช่วงเวลานั้นพวกเจ้าทำอย่างไรกันละ?" หลิงเทียนรีบถามต่อทันที
"ในตอนนั้นแม้พวกเราจะได้รับการรักษาจากอาวุโสภายตำหนักแล้ว แต่ว่าพลังฟื้นฟูได้เพียงแค่ 6 ส่วนเท่านั้น ข้าเองก็อยากให้พวกนางได้พักผ่อนกัน ก็เลยท้าประลองอันดับ 10 และก็พ่ายแพ้ไปน่ะ สุดท้ายก็เลยต้องให้พวกนางนอนใต้ต้นไม้ที่ว่าง แล้วข้าก็คอยคุ้มกันแทน หลังจากนั้น 10 พวกเราจึงท้าประลองอีกครั้งและเซียงเซียงก็ได้ห้องพักอันดับ 7 หนิงเอ๋อร์ได้ห้องพักอันดับ 8 ส่วนข้าอันดับ 10 น่ะ" ไป๋หยุนเฟยเอ่ยตอบอย่างรู้สึกผิด ที่ไม่อาจจะดูแลเซียงเซียงกับหนิงเอ๋อร์ ในช่วงเวลาที่หลิงเทียนไม่อยู่ได้ดี
หลิงเทียนมีสีหน้าที่หม่นหมองลง ก่อนจะจับจ้องไปทางเซียงซียง ในช่วงเวลานั้นนางเอง ก็คงจะลำบากเป็นอย่างมาก แต่ทว่านางกลับไม่เคยปริปากบ่น หรือต่อว่าเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาเริ่มมีความรู้สึกผิดกับนางเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากไม่สามารถดูแลนางให้ได้ดีแล้ว ยังพาให้นางต้องคอยลำบากไปด้วย และก่อนหน้านี้เขาเพียงเห็นแค่ความสามารถของนางจึงคิดหาทางใช้ประโยชน์จากนางเท่านั้น ก่อนจะรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วเอ่ยภายในใจราวกับเป็นคำมั่นสัญญา
"เซียงเซียง จากนี้ไปข้าจะคอยดูแลเจ้าเป็นอย่างดี ข้าสัญญา"