สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สามสิบเจ็ด เน้นไปที่พี่กล้าม

    ตอนที่สามสิบเจ็ด เน้นไปที่พี่กล้าม

    ในนโยบายของผมผมคิดว่าจะเน้นไปที่การสร้างพี่กล้ามให้มากขึ้นในช่วงแรกๆ

    ทำไมถึงเน้นไปที่พี่กล้ามน่ะหรือ?ก็เพราะว่ามันเล่นง่ายที่สุดไงล่ะ

    แม้กระทั่งคนที่เซ่อที่สุดก็ยากที่จะอัพสกิลของพี่กล้ามที่ผิดพลาดไปได้

    แผนการเล่นพี่กล้ามก็แค่

    “เดินประชิดศัตรูให้พี่กล้ามกระทืบศัตรูคนนั้น”

    ผมเป็นคนไม่ฉลาดเท่าไรเลยคิดว่าลดความซับซ้อนของแผนการน่าจะเป็นสิ่งที่ผมถนัดมากที่สุด

    คนอาจจะคิดเรื่องราวซับซ้อนผมคิดว่าจะเริ่มจากกลยุทธที่เรียบง่ายที่สุดในการสร้างกองทัพของผมนี่ล่ะโดยการเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนพี่กล้ามในกองทัพ

    เรียบง่าย เดาได้ง่ายแต่อย่างน้อยก็เรียกว่าผิดพลาดได้ยากที่สุดด้วย

    บางครั้งคนเราอาจจะต้องการแค่นั้นหากมีฝีมือไม่มากพอก็แค่สร้างรูปแบบของทีมที่ทำเรื่องผิดพลาดได้น้อยที่สุดเท่านั้นเอง

    “พวกเจ้าคือสมบัติที่ล้ำค่าของข้าขอให้พวกเจ้าดูนักรบที่เข้มแข็งพวกนี้ไว้เป็นแบบอย่างด้วย”

    เหล่าพี่กล้ามได้ยืดอกเบ่งกล้ามแสดงความแข็งแรงท่ามกลางสายตาของผู้คนกับคำชมของผม

    เอ่อจะว่ามันทำได้ตามทที่ผมคิดก็ใช่อยู่

    “ข้าจะจัดอาหารการกินเพื่อมาฉลองให้กับพวกเราและเตรียมการฝึกซ้อมอย่างหนักให้กับพวกเราแต่ละคนประจำที่ที่ข้าบอก”

    การฝึกของผมกำลังจะเริ่มแล้ว

    ..

    ผมให้เสมียนยื่นกระดาษให้กับทุกคนที่ต่อสู้เมื่อวาน

    “เขียนสิ่งที่คิดว่าเมื่อวานเจ้าทำได้ไม่ดีหรืออะไรที่ทำดีแล้วหรือสิ่งที่เจ้าต้องการให้มีกมากขึ้น”ผมรู้สึกวสว่ามันเป็นอะไรที่แปลกๆแต่เกมส์ปัจจุบันมีการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตแต่แม้โลกนี้จะมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ทำให้หญิงสาวได้ทานเครปเที่ยวสวนสนุกกับเจ้าชายสุดหล่อ ในโรงแรมและแก้วไวน์ แต่สถานที่ท่องเที่ยวพวกนั้นเป็นระดับเมืองหลวงหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

    ส่วนคนธรรมดาภายนอกก็อย่างที่เห็นเขียนหนังสือยังแทบไมได้ อ่านหนังสือไม่ออก

    แต่เสียใจด้วยนะเรื่องนั้นผมเตรียมใจไว้แล้ว

    โดยเสมียนของผมช่วยในการเขียนหนังสือให้กับพวกที่อ่านหนังสือไม่ออกดด้วยความรวดเร็วโดยอาศัยเพียงแค่การให้กำลังใจจากผมเท่านั้นเอง

     

    “Command ทำงานเอกสาร”

    ทำให้เหล่าเสมียนช่วยพี่กล้ามในการเขียนหนังสือและเหล่าเด็กหนุ่มช่างฝันที่พกดาบออกจากบ้านที่ยังเขียนหนังสือไม่คล่อง

    ส่วนอาชีพประเภทนักบวช นักเวทย์นักดนตรี คือสายที่ใช้ความรู้มีความสามารถในการอ่านเขียนหนังสืออยู่แล้วนั่นเอง

    ที่สเตริโอไทป์ว่านักดาบเป็นพวกโง่นั้นก็มีเหตุผลอยู่พอสมควร

    แต่แน่นอน ความโง่นั้นใช้ไม่ได้กับพวกขุนนางที่ใช้ดาบเพราพวกนี้ได้รับการศึกษาที่สูงจากติวเตอร์ส่วนตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว

    อืม แต่ก็ดันมีเหล่าตัวละครที่จีบได้เป็นพวกนักดาบเลือดร้อนเพื่อให้ครบเสป็คของกลุ่มผู้เล่นเกมส์นี้นี่หว่าแต่เอาเถอะ โดยรวมๆก็คือ

    พี่กล้ามหลายคนมาจากชนเผ่านักรบพวกเขาใช้ระบบการถ่ายทอดความรู้ทางวาจา

    แต่ไม่ต้องห่วง มีผมมาแล้วผมจะเปลี่ยนให้พวกพี่กล้ามกลายเป็นโคแนน...ยอดคนเถื่อนนะครับไม่ใช่ยอดนักสืบ

    หลายคนอาจจมองว่าโคแนนเป็นพวกด้อยปัญญาแต่ไม่ใช่เลย ด้วยสาเหตุประการใดก็ไม่รู้ที่พี่แกมาจากเป่าป่าเถื่อนแต่แกเก่งด้านภาษาหลายภาษา แม้กระทั่งภาษาโบราณที่บัณฑิตยังพูดไม่ได้แกก็ยังพูดได้ไขปริศนาค่ายกลอะไรต่างๆได้มากมาย

     

    แต่ทำอย่างนั้นอาจจะยากต่อพวกพี่กล้ามที่ไม่ใช่คนเทพในตำนานอย่างโคแนนไปหน่อย

    ผมจึงเอาแบบคุณสมบัติรองลงมาที่พี่กล้ามเข้าใจได้ก่อน

    คือปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วของพี่กล้ามโคแนน

    ที่ไม่ใช่กล้ามทื่อๆเชื่องช้าแต่น่าเกรงขาม อันตรายที่จะกระโจรเข้ามาด้วยความรวดเร็วราวเสือชีต้าที่นอกจากมีพลังแล้วยังมีความรวดเร็ว ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวของพี่กล้ามด้วยนั่นเอง

     

    ฝึกเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวของพี่กล้ามที่จะได้ประชิดตัวเป้าหมายให้เร็วที่สุด

    “ให้พี่กล้ามประชิดตัวศัตรูและกระทบศัตรู”อาจจะดูเรียบง่ายแต่ก็มีหลายอย่างที่พัฒนาให้กลยุทธนั้นมีความน่ากลัวและประสิทธิภาพสูงได้มากขึ้น

    “อืมไม่นึกว่าต้องมาเขียนหนังสืออีกแล้ว”

    เด็กหนุ่มนักดาบคนที่ผมเคยคุยด้วยบ่น

    โป๊ก

    ผมเขกหัวเขา

    “อย่าบน หากวันหนึ่งเจ้าได้หนังสือบันทึกตำราสกิลดาบแต่เจ้าอ่านหนังสือที่อยู่ในนั้นไม่ออกเจ้าจะทำอย่างไรหือ? บอกข้าสิ”

    เด็กหนุ่มทำหน้าอึ้ง

    “โอ๊ย เจ็บท่านดยุกเบามือหน่อยก็บอกให้นักบวชหรือจอมเวทย์หรือเสมียน บัณฑิตอ่านให้..?”

    เด็กหนุ่มกล่าว

    ผมถอนหายใจพวกนี้มันไม่อยากเรียนกันจริงๆสินะ

    “หากเจ้าต้องเลือกตำราที่สลักไว้ด้วยตัวอักษรโบราณและต้องเลือกเพียงไม่กี่อย่าง เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าตำราที่เจ้าเอามานั้นเป็นตำราวิชาดาบไม่ใช่ตำราการสร้างเครื่องครัวล่ะ หือ”

     

    การสร้างแรงบันดาลใจให้ไอ้พวกนี้เรียนหนังสือนี่มันลำบากจริงๆ

    มิน่ามาเรียที่ขยันเรียนได้ทุนถึงทางเทคนิคเป็นคนแปลกๆ

    ขุนนางรังเกียจคนธรรมดาว่าโง่เขลาไร้อารยะธรรมก็เพราะอย่างนี้

    “บอกต่อเจ้าให้นะข้ายังเสียดายไม่หายเลย ว่าหากข้าขยันได้มากกว่านี้อีกนิดข้าคงได้ที่หนึ่งไปแล้วไม่ได้แค่ที่สามหรอก เฮ้อ”

    ผมถอนหายใจลุบหัวเจ้าเด็กนักดาบ

    “ค่อยๆถามเสมียนไปเจ้าเด็กโง่สักวันเจ้าจะได้อ่านตำราหายากที่ข้าเอามาให้เจ้าได้”

    เด็กหนุ่มตาลุกวาวทันที

    “จริงหรือท่านดยุก”

    “จริงสิข้าจะพัฒนาให้เจ้าเป็นนักดาบที่เก่งอย่างที่เจ้าต้องการให้ได้ “

    ผมกล่าว เพราะนั่นก็คือเป้าหมายในการสร้างสถานที่ฝึกซ้อมให้กับพวกนี้อยู่แล้ว

    การให้พวกเขาเขียนหนังสือก็เป็นขั้นตอนของการค้นคว้าเรื่องกลยุทธtactic นั่นเอง

    ผมพอมีกลยุทธในเกมส์มาบ้างแต่จะลองดัดแปลงดูว่าอย่างไหนที่พอปรับเข้ากับสถานการณ์จริงได้บ้างและอย่างไหนปรับเข้าไม่ได้

    อืมเราคงต้องเน้นพวกเสมียนไปพร้อมกับพี่กล้ามด้วยสินะ

    เราต้องมีนักวิเคราะห์ข้อมูล แบบที่E-Sport เขาทำกันแบบเป็นระบบ