[New Life] อิสระของชีวิต

    [93] วันว่างที่ขยัน

    [93] วันว่างที่ขยันมีเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน
    เซ็ทมีเวลาสองสัปดาห์ก่อนที่งานแฟชั่นโชว์จะเริ่ม โดยที่เขาไม่ได้ไปกลับนิวยอร์กกับไทยให้เสียเวลาเดินทาง หากแต่พักยาวอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลแอชลีย์แทน ซึ่งก่อนจะถึงวันงานเซ็ทก็ได้ซ้อมคิวเดินและได้ผ่านการซ้อมใหญ่ไปได้ด้วยดีแล้ว หรืออาจจะผ่านไปด้วยดีสำหรับเขาคนเดียว...เนื่องจากแมรี่ตัดสินใจให้เซ็ทเป็นคนเดินฟินาเล่ นายแบบที่ไม่เคยผ่านงานใดๆ ในสายงานเดียวกัน ไม่มีชื่อเสียง ทั้งยังเป็นลูกครึ่งชาวเอเชีย กลายเป็นประเด็นขัดแย้งร้อนแรงในหมู่ทีมงานและบรรดาผู้บริหาร ในบรรดานายแบบนางแบบที่รู้ข่าวเองต่างก็ไม่พอใจกันทั้งนั้น “ทำไมล่ะครับคุณแมรี่ กับคุณโจนส์พวกเรายังพอเข้าใจ แต่กับเด็กหนุ่มคนนี้เขาให้อะไรเราไม่ได้เลยนะครับ พิจารณาอีกครั้งเถอะ”“ใช่ค่ะ ต่อให้เป็นกระแสแต่แปปเดียวก็จาง เขาไม่ได้มีฐานอะไรขนาดนั้นนะคะ”“ฉันเลือกจากความเหมาะสมค่ะ คุณเห็นตอนเดินซ้อมแล้วนี่ว่าตัวตนของเขามันยิ่งใหญ่ เขาเหมาะสมกับชุดที่ใส่ทั้งยังดึงดูดสายตา ถ้าให้เขาเดินก่อนหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น?”“ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นแค่หน้าใหม่ ถ้าตำแหน่งทั่วไปเป็นปัญหาไม่สู้ปลดเขาออก รอเขาสั่งสมประสบการณ์เยอะๆ แล้วค่อย...”“อย่างที่เห็นๆ กันว่าเขาเป็นเพชรเม็ดงามที่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเด่นดัง ไม่ได้มีประสบการณ์โชกโชน แต่หากจะรอให้เขาโด่งดังด้วยตัวเอง มิสู้ใช้เวทีของเราสนับสนุนเขาให้ก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน เพื่อที่ว่าเราจะได้เกิดสัมพันธ์อันดีกับเขาไม่ดีกว่าเหรอคะ?”“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องยึดติดกับนายแบบหน้าใหม่ขนาดนี้ด้วย...?”“ไม่ใช่การยึดติดแต่เป็นการลงทุนค่ะ ฉันกำลังเสี่ยงเพื่อให้แบรนด์ของเราก้าวไปข้างหน้า พวกคุณนั่นแหละที่มัวแต่คิดมากกับอะไรเดิมๆ ยังไงงานนี้สิ่งที่เด่นก็คือเสื้อผ้า และฉันมั่นใจว่าฉันทำออกมาได้ดียิ่งกว่าครั้งไหนๆ นายแบบนางแบบไม่ได้สำคัญอะไรไปมากกว่าเสื้อผ้าเลยนะคะ”ทว่าสำหรับคนที่กลายเป็นหัวข้อไม่ออกมาพูดอะไร ไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ ปล่อยให้แมรี่ที่เป็นคนสร้างเรื่องเคลียร์ความไม่พอใจของคนอื่นเอาเอง แล้วท้ายที่สุดจะให้เขาเดินในฐานะไหนก็ค่อยบอกกันอีกที เพราะสำหรับเซ็ทแล้วเขาจะเดินตำแหน่งไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ...ถ้ามันจะมีปัญหาหรือมีเรื่องวุ่นวายนัก เซ็ทก็ตัดประเด็นด้วยการไม่เดินซะก็จบเรื่อง...“ไม่ไปลองดูงานหน่อยเหรอ ไปให้กำลังใจปู่ก็ได้นะ”“...ไม่เอา ไม่ไปเด็ดขาด”เซ็ทที่มีเวลาว่างเกือบจะถูกปู่ลากไปประชุมกับบรรดาบอร์ดบริหารเพื่อคุยเรื่องโครงการที่เซ็ทเป็นคนนำมาเสนอ แต่หากกระทำเช่นนั้นมันก็ไม่ต่างจากเซ็ทไปเปิดตัวว่าเป็นหลานของแอนโทนี่ ดังนั้นเซ็ทจึงปฏิเสธไปแบบไม่ต้องคิด ปล่อยให้ปู่ทำงานหนักไปคนเดียวก็พอ“หลานอะไรใจร้าย...” แน่นอนว่าคำปฏิเสธจากหลานได้ของตอบแทนเป็นใบหน้าน้อยใจจากแอนโทนี่กลับมา ซึ่งเซ็ทก็ต้องขอโทษขอโพยไปตามประสา ไม่วายยกคำกล่าวอ้างว่าปู่จะยังยอมให้เขามีอิสระในการทำอะไรตามใจไปอีกพักใหญ่ การจะเอาเขาไปเปิดตัวก่อนเวลานั้นถือว่าผิดคำพูด แอนโทนี่จึงได้แต่ยอมรับด้วยใบหน้าหงอยๆ หากผู้บริหารคนอื่นมาเห็นเข้าคงหมดความน่าเชื่อถือไปในบัดดลเซ็ทใช้เวลาว่างที่มีหมกตัวอยู่ในห้องของตัวเอง เขาอ้างกับปู่และบรรดาคนรับใช้ว่ากำลังอ่านหนังสือที่สนใจและทำการบ้านที่ค้างไว้ไม่จำเป็นห้ามเข้ามารบกวน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเซ็ทนั้นหายเขาในมิติแล้วฝึกฝนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ขนาดที่ว่าถ้าใครมาเห็นเข้าคงหวาดกลัวระคนเป็นห่วงโวยวายหนักจนเสียเรื่อง อย่างไรก็ตามเซ็ทไม่ได้หายไปเฉยๆ หากแต่ปล่อยให้โรในคอมพิวเตอร์คอยเฝ้าเวลามีคนมาเคาะประตูห้องแล้วค่อยแจ้งให้เขารู้อีกที (ฉลาดแกมโกงดีแท้)ซึ่งหลังจากเสนอโครงการยักษ์กับปู่ไปจนครบทุกโครงการที่เตรียมไว้ พื้นที่มิติของเซ็ทก็จัดได้ว่าโล่งขึ้นมากพอสมควร เพราะเซ็ทเขามาเคลียร์เศษซากไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถึงจะบอกว่าโล่งขึ้นแต่ภายในไม่กี่วันมันก็กลับมารกด้วยสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เซ็ททำขึ้นมาเพิ่ม จนปัจจุบันเซ็ทต้องแบ่งพื้นที่ห้องออกเป็นสองฟาก คือฝั่งไว้ทำงานเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ กับฝั่งที่ปล่อยพื้นที่ให้โล่งไว้ฝึก (ทรมาน) ร่างกายได้สะดวกฉัวะ!!“...อึก...อ๊าก...”เลือดสดๆ ไหลรินออกจากปากแผลไม่ขาดสาย เนื้อเยื่อผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูกที่ขาดออกจากกันเป็นชิ้นๆ ค่อยๆ ฟื้นสภาพจนเหมือนเก่า เส้นเลือดเนื้อเยื่อต่างๆ กระดุกกระดิกเบาๆ เสมือนในหนังสยองขวัญ พวกมันขยับไปมาราวกับมีชีวิต ก่อนจะพยายามกลับมาโยงติดกันกับอวัยวะที่ขาดไปอีกหนเสียงร้องแหบพร่าที่ดังออกมาจากในลำคอไม่ต่างจากเสียงร้องโหยหวนของสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ แม้จะอดกลั้นเต็มที่แต่ก็ไม่วายเผลอร้องออกมาเบาๆ อย่างคนที่อดทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ร่างสูงนอนทิ้งตัวลงกับพื้น ขยับตัวไปมาช้าๆ อย่างยากลำบาก ก่อนจะแน่นิ่งไปซะเฉยๆใบหน้าของเซ็ทซีดขาวไร้สีเลือด คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนแทบจะมัดติดกัน ดวงตาคมหลังเปลือกตาปิดสนิทคล้ายไม่ต้องการให้ใครเห็นความอ่อนแอ ฟันขาวกัดเข้าที่ริมฝีปากอย่างแรงจนเลือดสดๆ ไหลรินตามมุมปาก มันกลายเป็นแผลแล้วก็รักษาสลับอยู่อย่างนั้นราวกับไม่มีวันหาย {4.543 นาที เมื่อเหนื่อยล้าหรือเกิดการทำซ้ำจะทำให้ความเร็วในการฟื้นฟูลดต่ำลง เปอร์เซ็นต์การฟื้นฟูที่ลดต่ำลงที่สุดเท่าที่คำนวนได้ในตอนนี้อยู่ที่ 94%}“...แฮ่กๆ ...การทำงานล่ะ?”{อัตราการตอบสนองลดต่ำลงกว่า 70% ความคล่องตัวในการขยับลดลงกว่า 85% ความรู้สึกเจ็บปวดตกค้างกว่า 81.3% ไม่อยู่ในสภาพที่สมควรจะใช้งานในการต่อสู้ได้}“...งั้นเหรอ...ได้แค่นี้เองสินะ แย่จริงๆ”{หยุดความคิดไร้สาระของคุณเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่แค่แขนขาขาดนะเซ็ท คุณตัดมันซ้ำๆ มาเป็นสิบๆ รอบแล้ว ถ้าเป็นคนธรรมดาคงขาดใจตายไปนานแล้ว}“...มันยังใช้ไม่ได้หรอกโร”เซ็ทที่นอนแน่นิ่งพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่ง สั่งให้ร่างกายค่อยๆ ขยับปลายนิ้วอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมีดประดิษฐ์แสนคมแบบเดียวกับที่ให้ปู่แอนโทนี่ไปเป็นตัวอย่างขึ้นมาถือ เซ็ทสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ให้ใบหน้าที่ไร้สีเลือดมีท่าทีดีขึ้นมาบ้าง{เซ็ท หยุดเดี๋ยวนี้ มันถึงขีดจำกัดในการฟื้นฟูตัวเองของคุณแล้วนะ}“...อย่าบ้าน่าโร ขีดจำกัดของฉัน ฉันรู้ดีที่สุด!”ฉึก!...ฉัวะ!!มีดแทงตัดเข้าไปในกระดูกก่อนจะถูกกระชากออกมาจนเนื้อและกระดูกส่วนต้นแขนขาดรุ่งริ่งไปซะครึ่ง เลือดสดๆ ที่เลอะเทอะไปทั่วทั้งแขน ทั้งยังเป็นน้ำและแห้งกรัง เซ็ทกัดฟันข่มกลั้นความเจ็บปวดก่อนจะเงื้อมีดขึ้นมาอีกหน ส่วนที่ยังไม่ขาดก็ถูกตัดจนขาดตามไป...ตุ้บ...เคร้งทันทีที่แขนหลุดร่วงลงไปกับพื้น เซ็ทก็ปล่อยมีดที่กำไว้ตาม เสียงหอบหายใจหนักดังออกมาจากในลำคอก่อนที่เซ็ทจะใช้มือที่สั่นเทาหยิบแขนข้างที่ขาดของตัวเองขึ้นมาถือ เซ็ทจ่อส่วนที่ขาดเข้ากับปากแผลไว้ได้ไม่นาน มือที่สั่นระริกก็ร่วงผล็อยลงข้างลำตัว“...อุ๊...ให้ตายสิ ...แค่ถือยังไม่ไหวเหรอเนี่ย”{บอกแล้วไงว่าคุณฝืนร่างกายมากเกินไปแล้ว}เซ็ทกำลังจะไถลตัวลงไปนอนกับพื้นอีกหนเพื่อให้ต้นแขนส่วนที่ขาดกลับไปเชื่อมกับส่วนที่ขาดไปแล้วได้สะดวกโดยไม่ต้องงอกใหม่ หากแต่ยังไม่ทันล้มตัวนอนเจ้าอเล็กซ์ที่นอนพุงกางมาตลอดก็วิ่งเข้ามาใกล้ มันอ้าปากกว้างๆ งับเข้าที่ส่วนข้อศอกของเซ็ทอย่างรวดเร็วจนเซ็ทไม่ทันห้ามปราม“มุกิกิ้ว~”“...กินไม่ได้นะอเล็กซ์ คายออกมาซะ”“อุอิ้ว~ อุอิอิอิ้วๆ...”ตัวเหี้ยกลายพันธุ์มีขนสีฟ้า (?) มีความยาวเมตรกว่าๆ ส่วนลำตัวหนาไม้บรรทัดครึ่ง พุงป่องติดพื้นเพราะกินเยอะ อเล็กซ์ขยับปากร้องอู้อี้ยามคาบแขนเซ็ทขึ้นมาแล้วยืดตัวขึ้นสูง จ่อแขนส่วนที่ขาดออกจากกันเข้าที่ปากแผลแล้วยืนอยู่นิ่งๆ ให้เซ็ทอย่างรู้ความ เซ็ทถอนหายใจยาวเมื่ออเล็กซ์ไม่กลืนชิ้นส่วนแขนขาของเขาเข้าปากแบบตอนที่ฝึกแรกๆ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ตัวเขาในตอนนี้คงงอกแขนทดแทนแขนที่ขาดไปไม่ไหว เมื่อโล่งอกขึ้นมาบ้างแล้วเซ็ทจึงหลับตาลงทำสมาธิข่มกลั้นความเจ็บปวดที่ได้รับต่อ เลือดเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาท กระดูกกล้ามเนื้อจากต้นแขนค่อยๆ ขยับเลื้อยเชื่อมโยงกับส่วนแขน มันค่อยๆ ประสานอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งผิวหนังด้านนอกเองก็กลับมาเป็นปกติไร้รอยแผลให้สังเกตุเห็น หากล้างคราบเลือดออกไปแขนของเซ็ทก็ไม่มีทีท่าว่าเคยขาดมาก่อน“...ฟุ...มุกิ้ว!”เจ้าอเล็กซ์ที่ยืนค้างท่าเดิมจนกระทั่งแขนของเจ้านายประสานกันดีส่งเสียงร้องอย่างพึงพอใจ มันถูไถส่วนหัวเข้ากับต้นแขนเซ็ทอย่างออดอ้อนรอรับคำชมเชย{7.32 นาทีกว่าที่เซลล์ประสาททุกส่วนจะเชื่อมกันดังเดิม}“...เจ็ดนาทีเลยเหรอ นานจริงๆ ...ขอบใจอเล็กซ์ แต่จะดีกว่านี้นะถ้าไม่กัดเนื้อฉันแหว่งไปน่ะ”“มุกิ้ว!”ตัวเหี้ยไม่น้อยที่ทำความดีและกำลังรอรับคำชมสะดุ้งโหยง กระโจนหนีไปยังริมกำแพงอีกฝั่งด้วยกลัวว่าเซ็ทจะโกรธ ทว่าเซ็ทที่อ่อนแรงนั้นไม่คิดจะโกรธกับเรื่องเล็กๆ เพราะยังไงตอนนี้มันก็หายดีแล้ว เซ็ทหลับตาพักผ่อนร่างกายที่ใช้งานอย่างหนักหน่วงแทนการพูดมาก แต่ดูเหมือนโรจะไม่ได้ต้องการให้เขาได้พักสักเท่าไหร่ ผู้ช่วยคู่ใจถึได้บ่นเอาๆ{หยุดใช้งานร่างกายแบบเกินขีดจำกัดสักทีเถอะ นี่คุณอยากตายก่อนแก่จริงๆ ใช่มั้ย?}“...เลิกบ่นเถอะน่าโร ฉันไม่ได้คิดจะตายสักหน่อย...”{ถ้าคุณตัดอีกทีมีโอกาสที่ร่างกายคุณจะฟื้นตัวไม่ทัน แล้วคุณก็จะกลายเป็นไอ้ด้วนแขนเดียวไปพักใหญ่ คิดจะเป็นเอี้ยก้วยตามหาเซียวเหล่งนึ่งรึไง?}“...ถึงขนาดเอาหนังจีนมาแดกดันแทนอนิเมะ...พัฒนาขึ้นอีกแล้วนะโร...”{ไม่รู้สึกว่ากำลังได้รับคำชมเลยครับ}เซ็ทหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เจ้าอเล็กซ์ที่หลบดูอยู่ไกลๆ เห็นว่าเจ้านายไม่ได้มีท่าทางโกรธเคืองจึงได้ค่อยๆ คลานเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะซุกตัวนอนอยู่ข้างๆ เซ็ท ไม่วายแอบเลียเลือกที่ยังไหลออกจากปากแผลบนหน้าท้องของเซ็ทไปเรื่อย{ดึงมีดออกมาจากพุงได้แล้วเซ็ท วันนี้คุณให้อาหารอเล็กซ์เยอะเกินไปแล้ว}“...อา...ลืมสนิทเลย”มือหนาที่ยังสั่นระริกคว้าด้ามจับของมีดที่ส่วนคมฝังอยู่ตรงหน้าท้อง ความเจ็บจนชา เจ็บจนเคยชินไปในระดับหนึ่งทำให้เซ็ทดึงมันออกรวดเดียวโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา เลือดมากมายพุ่งกระฉูดราวก๊อกน้ำแตก ทำให้อเล็กซ์อ้าปากรอกินน้ำพุเลือดอย่างอเร็ดอร่อย “มุกิ้ว...”ไม่นานท้องที่เป็นรูโหว่ก็สมานตัวเข้าหากัน เลือดที่ทะลักออกมาก็หยุดไป เจ้าอเล็กซ์ที่กำลังอร่อยถึงกับร้องเสียงหงอย ฟุบหน้านอนราวกับกำลังงอน แต่หากให้เซ็ทเอาใจอเล็กซ์ด้วยการได้แผลและเสียเลือดมากไปกว่านี้ เขาคงได้สลบกลางอากาศกันอีกสักหนแหละ“...ไว้คราวหน้าค่อยกินใหม่แล้วกันนะอเล็กซ์ ไว้จะเลี้ยงแขนกับขานายอีกสักข้างก็แล้วกัน”“มุกิ้ววว!”ตัวเหี้ยวตัวไม่น้อยทำตาเป็นประกายซุกไซร้ร่างกายเซ็ทอย่างอารมณ์ดี ทว่าหากว่ากันตามจริงแล้วท่าทางของมันไม่ได้น่ารักเลยในเมื่อมันอารมณ์ดีจากการได้คำสัญญาว่าจะได้กินแขนขาของเจ้าของ แม้ว่ามันจะดีที่ซากที่เหลือจากการฝึกฝนจะมีประโยชน์ใช้เลี้ยงอเล็กซ์ได้ก็เถอะ แต่ถ้าวันดีคืนดีมันเขมือบเซ็ทลงท้องไปทั้งตัวก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย{จะฝึกก็ช่วยค่อยเป็นค่อยไปหน่อยเถอะ ไม่ใช่เลี้ยงอาหารอเล็กซ์แบบไม่บันยะบันยังจนตัวเองจะตายเอา คุณฝืนเกินไปนะ}“...โร ถ้าเทียบเมื่อก่อนกับตอนนี้ นายเห็นความแตกต่างถึงตายรึเปล่า” {...}เซ็ทว่าในขณะที่กำมือช้าๆ อย่างไรก็ตามโรที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิตรู้คำตอบกันดีอยู่แล้ว แต่มันเป็นคำตอบที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะหากพูดออกไปเซ็ทคงไม่วายฝืนตัวเองหนักกว่าความสามารถที่เลิศล้ำมากพอจะเป็นหมายเลขศูนย์ เก่งกาจเหนือขั้นจนไม่จำเป็นต้องเทียบเคียงกับลำดับอื่นๆ ในตารางจัดอันดับ หากว่ากันตามความเป็นจริง ท้ายที่สุดแล้วความสามารถของเซ็ทก็เป็นแค่การฟื้นฟูตนเองกับการวาร์ปกึ่งเทเลพอร์ต ไม่ได้มีความรุนแรงถล่มพื้นที่หรือมีความสามารถพิเศษแบบเหนือขั้นกว่าใครๆ เพียงแต่เซ็ทสามารถใช้สิ่งที่ตนเองมีได้ถึงขีดสุดจนสามารถเก่งกาจกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น...เซ็ทในตอนนี้ยังไม่ได้ครึ่งของชีวิตก่อนด้วยซ้ำ ถ้าเป็นตัวเขาคนเดิมต่อให้ตัวขาดครึ่งก็ยังต่อติดกันได้ในไม่กี่วิ ถ้าแค่แขนขาขาดแค่เสี้ยววิก็เชื่อมติดแล้ว การงอกอวัยวะขึ้นมาใหม่กินเวลามากสุดก็แค่สิบวิ แต่นี่แค่แขนขาขาดยังใช้เวลาตั้งหลายนาทีกว่าจะเชื่อมติด ในการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตความสามารถครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้คงได้ตายเข้าสักวันจริงๆ...ตายแบบไม่มีโอกาสแก้ตัวใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น เซ็ทในตอนนี้ยังอยากมีชีวิต และเขาจะไม่ยอมตายถึงได้ต้องโหมฝึกหนักทุกครั้งที่มีเวลาว่างยิ่งปัจจุบันรู้สึกเจ็บปวดการเคลื่อนไหวก็ยิ่งทื่อลง หากแต่เซ็ทไม่ได้ต้องการตัดความรู้สึกทิ้งจนกลายเป็นแค่อาวุธมีชีวิตเหมือนเมื่อก่อน เซ็ทเพียงแค่ต้องการเคยชินกับมัน และถ้าให้ดีที่สุดก็ต้องเคลื่อนไหวได้ตามปกติแม้จะพึ่งรักษาตัวเองจากอาการปางตายหลายสิบหนก็ตาม{...ผมล่ะอยากให้คุณขี้เกียจกับเรื่องนี้บ้างแล้วล่ะ}“ถ้าให้ฉันขี้เกียจพัฒนาตัวเอง แปลว่านายอยากให้ฉันพลาดท่าตายโง่ๆ รึยังไง?”{ผมรู้ดีว่าคุณสามารถประเมินความสามารถของตัวเองกับศัตรูได้ ในกรณีสุ่มเสี่ยงคุณก็ไม่ได้จำเป็นต้องเข้าต่อสู้เสมอไปเสียหน่อย}“นั่นก็ถูก แต่เมื่อมีกรณีที่จำเป็นต้องสู้ หรือใช้วิธีหนีไม่ได้ การเพิ่มระดับความสามารถให้มากที่สุดก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ฉันรอดตายได้มากที่สุดเช่นกัน”เซ็ทลุกขึ้นยืนเร็วๆ จนอเล็กซ์ที่นอนซุกอยู่ไร้ที่พิงกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่มุมกำแพงแล้วหลับต่อ เซ็ทยืนสูดหายใจเข้าออกลึกๆ อยู่หลายหน ปรับท่าทางการแสดงออกและสีหน้าให้เป็นปกติราวกับไม่ได้บาดเจ็บ เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาดูก่อนจะถอนหายใจยาว“...จริงๆ ฉันอยากขี้เกียจกับไอ้นี่มากกว่านะ”{ก็ขี้เกียจซะสิ ไม่ทำก็ไม่เห็นเป็นไร}ตัวระบบที่ขึ้นว่ากำลังอัพเดททำให้ไม่สามารถใช้งานในส่วนที่กำลังอัพเดทได้ ถ้าพูดให้ถูกคือใช้งานไม่ได้สักส่วนนอกจากส่วนข้อมูลค่าสถานะกับหน้าจอภารกิจรายวันที่เพิ่มความโหดขึ้นมาเล็กน้อย และเพิ่มฟังก์ชั้นไม่ยอมรับให้ปฏิเสธภารกิจ หากทำไม่สำเร็จในระยะเวลาที่กำหนดก็จะโดนลงโทษอ่า...แต่มันก็เล็กน้อยจริงๆ ก็แค่ตารางออกกำลังกายที่หนักกว่าเดิมสามเท่า ไม่ได้ทำให้เซ็ทเหนื่อยมากขึ้นสักเท่าไหร่ ที่ฝึกให้ตัวเองทุกวันนี้ยังหนักกว่าตารางที่ระบบออกให้เลย เพียงแต่ให้เมินไม่ทำตามภารกิจคงไม่ได้ เพราะดูเหมือนระบบมันจะรู้ทันว่าบทลงโทษโหดๆ ไม่สามารถทำให้เซ็ทรู้สึกกลัวเท่าบทลงโทษน่าอาย (เนื่องจากเมินจนโดนลงโทษไปตะลุยกับผีเครื่องออกกำลังกายในมิติพิเศษบ้าบอมาแล้ว และก็ผ่านมาแบบชิวๆ) อย่างการไม่ยอมทำภารกิจในเวลาที่กำหนดต้องร้องเมี้ยวต่อท้ายประโยคตลอดหนึ่งวันเต็ม“อ๋อเหรอ ไม่เป็นไรเลยเนอะ?” ...โรเสนอให้เขาลองไม่ทำภารกิจดูว่าระบบมันจะบังคับเขาได้จริงมั้ย แต่เซ็ทไม่คิดเสี่ยงไปพูดเมี้ยวใส่หน้าแอนโทนี่ให้โดนขำเล่นแน่นอน ดังนั้นจากวันนั้นเซ็ทเลยต้องมานั่งออกกำลังกายตามที่ระบบสั่ง แน่นอนว่าโรยังขยี้เขาต่อโดยการล้อเลียนว่าเขาเริ่มรู้จักอายบ้างแล้วด้วยน้ำเสียงยินดีจนน่าถีบ...ทำท่าจูนิเบียวเลียนแบบการ์ตูนแบบเล่นๆ กับร้องเมี้ยวทุกประโยคคำพูดแบบโดนบังคับ ความรู้สึกที่ได้รับมันต่างกันนะโร{ทำตามมันให้เสร็จแล้วออกไปข้างนอกก่อนเถอะ ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ปู่คุณอาจจะกลับมากินข้าวด้วยก็ได้}“เข้าใจล่ะ”แล้วเซ็ทก็ฝืนสังขารใช้ร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรงทำตามตารางจนเสร็จเหมือนกับหลายๆ วันที่ผ่านมา พอครบตารางเซ็ทก็ถอดเสื้อผ้าเก่าๆ โทรมๆ ที่ใส่ในการฝึกออกจากตัว ก่อนจะเดินออกจากมิติอเนกประสงค์ไปอาบน้ำในห้องน้ำกว้างตามกิจวัตรประจำวันที่ทำอยู่ทุกๆ วัน“แล้วก็หมดไปอีกวันสินะ... เฮ้อ...”เจ้าอเล็กซ์ที่กินอิ่มนอนหลับตื่นมาไม่เจอใครได้แต่ทำหน้างอ เดินเตาะแตะไปนอนกองอยู่บนซากเสื้อผ้าของเจ้านายแล้วหลับต่อด้วยความน้อยใจ เพียงแต่คำสัญญาที่ว่าคราวหน้ามันจะได้กิน ก็ทำให้อเล็กซ์น้อยนอนหลับไปพร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่ปากเคี้ยวเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของเซ็ทเล่นหยุบหยับ“มุกิ้ว...งั่บๆ...”


    “ไอ้เหี้ยเอ๊ย- ยัยน้องเวรนั่น จนตอนนี้ยังไม่คิดจะมาขอโทษกูเลย!!”“หงุดหงิดไร แดกอีกสักแก้วดิ ดับ ‘รมณ์ได้”“ไม่แดก เอาไปให้พ้นหน้ากู!”เพล้ง!!ขวดเหล้าราคาแพงลอยละลิ่วตกลงมาจากด้านบน กระแทกกำแพงบนเวทีแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วกระเด็นกระดอนบาดขาพริตตี้สาวหลายคนที่กำลังเอนเตอร์เทนแขก มีคนทำท่าจะโวยวาย แต่เมื่อเห็นทิศทางของขวดแก้วที่ปามาคนเหล่านั้นไม่กล้าพูดอะไร พวกเธอทำเพียงขยับหลบบริเวณพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว แล้วทำเป็นสนุกกับบรรดาแขกคนอื่นๆ หน้าเวทีไปตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกแขกเองก็เต้นดื่มกันสนุกสนานราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่ได้ขัดจังหวะสนุกของตัวเองบนชั้นสองโซนวีไอพีที่เงียบสงบกว่าชั้นล่าง อันเป็นสถานที่ที่ขวดเหล้าราคาแพงถูกปาตกลงไปทางพื้นเวทีชั้นหนึ่ง กลุ่มคนหน้าเดิมๆ จับจองพื้นที่โซนตัวเองกันตามเคย บรรดาชายหนุ่มหอบหิ้วหญิงสาวหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้มนุ่งน้อยห่มน้อยจนเกือบเปลือยกันเต็มสองมือ แม้เสียงเพลงจะดังกระหึ่มและไฟเธคสว่างวูบวาบไม่ต่างจากชั้นล่าง หากแต่บรรยากาศโดยรอบต่างกันสุดขั้วโดยสาเหตุก็คือเจ้าคนปาขวดเหล้าที่ยังหัวร้อนไม่เลิกรา หมดเหล้าไปหลายขวดอารมณ์โกรธก็ยังปะทุพร้อมระเบิดอยู่ทุกค่ำคืน“ปกติมึงปาทิ้งข้างบนไม่ใช่รึไงวะ นี่คิดไงปาไปชั้นล่างเนี่ย ดีไม่โดนหัวใครเขา ฮ่าๆ”“เงียบปากไป เงินกู กูจะปาทิ้งตรงไหนก็เรื่องของกู!”“โว้ว ใจเย็นเพื่อน ยัยนั่นไม่สนใจมึง มึงก็ไม่เห็นต้องแคร์”“ใช่ๆ แม่น้องสาวคนเก่งของมึงก็ไม่เคยเห็นหัวมึงอยู่แล้วไม่ใช่รึไงวะ แล้วจะมาโวยวายไปให้หมดสนุกทำไม ปล่อยไปตามเดิมนั่นแหละน่า”“ว่าไงก็ว่ากัน แทนที่จะสนใจน้องสาวผู้แสนเพอร์เฟ็กต์ของมึง สนสาวน้อยในอ้อมแขนมึงไม่ดีกว่ารึไงน่ารักขี้อ้อนกว่ากันตั้งเยอะ ออกจะน่าย่ำยีนะมึง”คำปลอบที่มาพร้อมการชักชวนทำให้แม็กซ์ เวอร์มิลเลี่ยนที่อารมณ์เสียก้มหน้ามองผู้หญิงที่มาเป็นที่ระบายอารมณ์ของเขาคืนนี้ เห็นท่าทีตื่นกลัวราวลูกแมวน้อยสายตาคมของแม็กซ์ก็พราวระยับก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าคมคายของนายแบบหนุ่มให้ความรู้สึกร้ายกาจจนหญิงสาวในอ้อมแขนลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ“...คะ-คือ...แบบว่า...ว้าย!”หญิงสาวเผลอร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาล้วงเข้ามาในสาบเสื้อตัวบางของเธอ ฝ่ามือกว้างจับหมับเข้าที่เนินเนื้อนิ่มบีบเคล้นจนเธอรู้สึกอึดอัด ปลายนิ้วสากบดขยี้ยอดอกของเธอจนเจ็บแสบหากแต่เธอไม่กล้าทักท้วง ปล่อยให้เขาเล่นกับร่างกายของเธออย่างที่อยากทำ“ไง รู้สึกดีมั้ย?”“...ค่ะ...ดีมากค่ะ”แม้จะรู้สึกเจ็บระบมหากแต่ส่วนอ่อนไหวก็ชูชัน เสื้อสายเดี่ยวตัวบางถูกดึงรั้งจนหน้าอกอิ่มออกมาต้องลมแอร์ที่เย็นเฉียบ แม้ยามปกติจะเปิดโชว์จนไม่รู้สึกกระดากอาย แต่ตอนนี้ที่เธอกลายมาเป็นทาสอารมณ์ของชายหนุ่มท่ามกลางสายตาพวกเพื่อนๆ อีกหลายชีวิตก็ทำให้เธออดรู้สึกแย่ไม่ได้“มานั่งนี่”คำสั่งสั้นๆ ทำให้หญิงสาวต้องลุกไปนั่งคร่อมอยู่ที่หน้าตักหนา เธอก้มหน้าลงซุกกับโซฟากว้างปิดบังสีหน้ารังเกียจของตัวเอง ปล่อยให้ริมฝีปากและฝ่ามือของอีกฝ่ายลากไล้เล่นกับร่างกายของเธอตามที่เขาอยากทำ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรหญิงสาวก็หลับตาเม้มปากนั่งนิ่งราวกับคนตาย“แล้วเรื่องนั้นมึงจะเอาไงวะ แม่นั่นไม่ยอมเจอมึงสองต่อสองเลยนี่หว่า นัดเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมมาเจอ แล้วมึงจะปล้ำเขายังไงไม่ทราบ”“...เหอะ ก็หลบกูได้อีกไม่กี่วันหรอก วันงานเดินแบบยังไงแม่นั่นก็ต้องโผล่หน้ามา”“งานที่มึงไปหาเรื่องน้องสาวจนโดนปลดอ่ะเหรอ?”“หุบปากซะ” เสียงหัวเราะของเพื่อนเรียกสีหน้าโกรธจัดจากแม็กซ์ แต่ไม่กี่นาทีก็กลับมานิ่งเรียบตามปกติ “แต่ก็ใช่ งานนั้นแหละ ไลล่าก็มาเดินแบบด้วย เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องได้เจอ”“มึงโดนปลดแล้วมึงจะเข้างานได้เหรอวะ พวกกูเองก็ไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องนะเว้ย การ์ดบ้านมึงแน่นขนาดนั้นคงหาทางแอบเข้าไปได้หรอก”“แอบทำเพื่อ พวกมึงก็เข้าไปกับกูนี่ล่ะ ต่อให้กูโดนปลดจากงาน แต่ตึกบริษัทก็ยังเป็นตึกบ้านกู พวกนั้นไม่มีสิทธิห้ามกูเข้าอยู่แล้ว”“เอาแน่นะ ทำไปแล้วถอยกลับไม่ได้นะเว้ย”แม็กซ์หัวเราะในลำคอ เอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดก ดวงตาคมเหม่อมองไปภาพในอนาคต ภาพที่เขาได้มีครอบครัวแล้วมีความสุขอยู่กับคนที่รักท่ามกลางกองเงินกองทองอันสมควรมี กับทารกตัวน้อยๆ ที่เป็นพยานรักของเขาและเธออย่างเพ้อฝัน“ก็พวกมึงบอกเองว่า ...ถ้านางท้องยังไงก็ต้องรับกูเป็นพ่อเด็ก แล้วกูก็จะได้เป็นสามีไลล่าอย่างถูกกฏหมาย”“มันก็ใช่ แต่เป็นผัวเขาก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะรักมึงนะเว้ย”“ไลล่าเป็นของกู ยังไงก็ต้องอยู่กับกู แล้วกูจะทำให้เธอรักกูให้ได้ในสักวัน”...ไลล่าต้องรักเขา แบบที่เขารักเธอ...“เป็นเอามากนะไอ้แม็กซ์เนี่ย หึๆ”ตรรกะป่วยๆ ของเพื่อนกินในกลุ่มเป็นอะไรที่ทุกคนรับรู้กันดีอยู่แล้ว ทว่าด้วยความที่ตรรกะของทุกคนก็ป่วยไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ความบ้าและความป่วยจิตของเพื่อนจึงไม่เคยถูกยับยั้ง ทั้งยังมีแต่จะถูกส่งเสริม กลุ่มคนเลวๆ จะให้มีคนดีหลงมาอยู่ด้วยเป็นสิบๆ ปีก็คงจะยาก ต่อให้มีสีขาวที่บริสุทธิ์และเปื้อนง่ายก็ต้องถูกย้อมไปด้วยสีดำอันสกปรกโสโครกของความเลวทรามอยู่ดี
    ‘โดยทั่วไปแล้วนิสัยของแต่ละคนบ่มเพาะมาจากสังคมรอบตัว’
    ------------เซ็ทยังคงไม่หยุดทรมานตัวเอง อเล็กซ์เริ่มน่ากลัวเข้าไปทุกที ส่วนแม็กซ์ก็ตรรกะป่วยเช่นเดิมเมื่อวันศุกร์แมวไม่ได้ลงเนื่องมาจากว่าอ่านนิยายยันเช้า ทีนี้ง่วงจ้า แต่ที่สำคัญคือภาษามันติดสมองอ่ะ รูปประโยคือจีนจ๋ามาเลยจ้า (ถ้าภาษามันโบราณๆ หลุดมาบ้างอย่าแปลกใจนะ) มาวันนี้คือต้องไปอ่านนิยายแนวปจบ.ล้างตา แต่ดันเป็นแนวโรแมนซ์ //ปัญหาของคนเขียนคืออ่านแนวไหนมาจะอยากเขียนแนวนั้น มาแต่งเรื่องเซ็ททีนี่คือความรักแทบเป็นศูนย์ ฉากรักๆ ใคร่ๆ คือไม่มีเลย แมวไปอ่านแมวเลยอยากแต่งไงแต่เรื่องนี้ไม่มีที่ให้แต่ง พล็อตนิยายเรื่องใหม่เลยมายาวเต็มหัวเลยแง
    error loadedเป๋าตังทำหน้าเบื่อ //บ่นไรเจ้าทาส (อวดเจ้านายเก่งงง)