อาซันกับศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สี่ และ ศิษย์พี่แปด ทั้งหมดใช้เครื่องเคลื่อนย้ายระหว่างทวีป มาถึงทวีปกลาง แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงคือเมืองเซนต์คิงส์ ที่ว่ากันว่าที่นีคือ เมืองแห่งการแพทย์ เพราะที่นี่มีทุกสิ่ง ทุกอย่างเกี่ยวกับการแพทย์ทั้งหมด ตั้งแต่แพทย์แผนโบราณ จนถึงสมัยใหม่ ที่เมืองนี้มีหมด
โดยเฉพาะที่เมืองนี้มีอาจารย์ระดับจอมแพทย์โอสถ ก็อาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้ด้วย สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นที่จตุรัสยา ใจกลางเมืองเซนต์คิงส์ อีกสามวันข้างหน้า โดยวันนี้ทั้งหมดได้ไปพักโรงแรมไดมอนด์ ที่สามารถเดินไปที่จตุรัสยาได้เลย
“ วันนี้พวกเราจะไปเดินที่จตุรัสยา ที่นั้นมีสมุนไพร ยาเม็ด ขายตั้งแต่ร้านแผงลอยไปจนถึงร้านใหญ่โต ร้านยาเทพเซียนที่เป็นตลาดนัด ก็มีสาขาที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน” ศิษย์พี่แปดอธิบาย ทั้งหมดมาถึงจตุรัสยา ในเมืองเซนต์คิง ในใจกลางเมืองเช่นนี้กลับมีวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์เซนต์คิงส์ ตั้งอยู่ อาซันจะขอเข้าไปดูกลับ ถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูบอกว่า เข้าได้วันเดียวคือวันอาฑิตย์เท่านั้น สร้างความแปลกใจให้อาซันยิ่งนัก ทั้งหมดเดินมาดูพวกผลไม้ สมุนไพร ต่างๆ
ที่อยู่ตามแผงลอย โดยที่มีผู้คนเข้ามาที่นี่ เพื่อมาซื้อสมุนไพรกันเป็นจำนวนมาก โดยมีตั้งแต่ระดับ 1 ปีไปจนถึง 1 หมื่นปีก็มี
“ สมุนไพรที่นี่ต้องดูให้ดี บางทีหมออย่างเรายังถูกหลอกได้เลย พวกคนแถวนี้หลอกคนเก่งจริงๆ อาซันมือใหม้ต้องระวังตัวด้วย” ศิษย์พี่แปดกับอาซันแยกกันเดินกับศิษย์พี่อีกสามคน แล้วนัดเจอกันที่ร้านซุปโสมพันปี อาซันเดินมาที่ตลาดแผงลอยแห่งหนึ่ง เห็นยายคนหนึ่งแก่มากแล้ว ยังนั่งขายสมุนไพรอยู่กองหนึ่ง
ขายราคา 5 แสนเหรียญซึ่งอาซันสังเกตตั้งนานว่าทำไมสมุนไพรกองนี้ถึงได้ราคาแพงนัก และตัวเขาก็ไม่เคยเห็นสมุนไพรกองนี้ด้วย
“ ยายนี่คือสมุนไพรอะไร มีสรรพคุณอย่างไร” อาซันถามตรงๆ
“ นี่คือหญ้าแสงจันทร์ นำไปทำยาเม็ดโฉมสคราญ แต่ว่าผู้ทีปรุงยาต้องมีพลังจอมเทพระดับที่ 15 เท่านั้น พ่อหนุ่มอย่างเจ้า คงต้องรออีกนานกว่าจะหลอมยานี้ได้” ยายบอกตามตรง
“ ข้าอยากลอง ข้าขอซื้อก็แล้วกัน “ อาซันจ่ายให้ยายไป 5 แสนเหรียญทำเอาศิษย์พี่แปดต้องสะกิดเตือน เทียนได้แต่ยิ้มให้
“ พ่อหนุ่มยาเม็ดโฉมสคราญนี้ ถ้าผู้หลอมได้ความบริสุทธิ์ถึง90% สามารถทำให้หน้าคงความงามได้ถึง 20 ปี แต่ถ้าต่ำกว่านั้น ก็อาจจะได้แค่ 5-10ปีเท่านั้นข้าต้องบอกเจ้าเอาไว้ก่อน” ยายเอ่ยเตือน อาซันพยักหน้า แล้วเดินออกมา
“ ศิษย์น้องเล็กเจ้าไม่เคยรู้จัก แล้วก็ไม่เคยหลอมยาจะซื้อไปทำไมกัน”
“ ข้าต้องการลองฝึกหลอมยาบ้างเท่านั้นเอง” อาซันบอกไปอาซันมาถึงแผงลอยแผงหนึ่ง มีสมุนไพรไม่เยอะแล้วก็ เป็นสมุนไพรที่ไม่ค่อยมีราคาเท่าไร แต่ว่าเด็กสองคนทียืนขายอยู่นั้น ทำให้อาซันสนใจ เพราะทั้งคู่เป็นเด็กฝาแฝดชายหญิง วัย 4-5 ขวบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเริ่มเปื่อยแล้ว ยืนร้องขายสมุนไพร ส่งเสียงร้องน่ารักน่าชัง
“ เด็กน้อย พ่อกับแม่ ไปไหน ทำไม ถึงปล่อยให้เจ้าสองคนมาขายกันเพียงลำพังแบบนี้” อาซันลองถามดู
“ พ่อไปสวรรค์ แม่ไม่สบาย พวกเรามาหาเงินไปรักษาแม่ “ เด็กชายเอ่ยปากก่อน
“ จริงหรือ หาหมอต้องมีเงินด้วยหรือ” อาซันสงสัย นึกว่ารักษาฟรีเสียอีก
“ ต้องใช้เงินเยอะเลย หมอบอกมาแบบนี้” เด็กหญิงบอกออกมาเช่นกัน
“ ถ้าเช่นนั้น พี่ชายก็เป็นหมอ จะไปรักษาแม่เจ้าทั้งสองคน โดยไม่เก็บเงินดีไหม”
อาซันบอกเด็กๆ ทั้งสอง ซึ่งทั้งสองร้องเย้ดีใจกันทั้งสองคน แล้วทั้งสองคนก็ค่อยบรรจงเก็บ สมุนไพรที่ไม่มีค่าอะไร เก็บไว้ในถุงผ้า แล้วค่อยอุ้มๆกลับบ้าน กลัวมันจะช้ำ แล้วจะขายต่อไม่ได้อีก อาซันกับศิษย์พี่แปด เดินตามเด็กทั้งสองคน ไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเดินทางค่อนข้างไกลสำหรับเด็ก เห็นบ้านเก่าๆ หลังหนึ่งไม่มีแม้แต่ประตู หลังคาก็คงจะรั่วเพราะเห็นคราบน้ำอยู่บนหลังคา มีเสียงหญิงสาวไอดังออกมา อาซันเดินเข้ามาถึงก็มีเสียงหญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียที่อ่อนแรง
“ ข้าวต้ม ข้าวฟ่าง ลูกกลับมาแล้วหรือ แล้วพาใครมาด้วยล่ะ”
“ ท่านแม่พวกเราพาพี่หมอมารักษาแม่แล้ว” ข้าวต้มพี่ชายรีบเอ่ยก่อน
“ ข้าวฟ่างก็เป็นคนพามาด้วยนะ” อาซันเดินเข้าไปใกล้หญิงสาววัย ไม่เกินสามสิบปี หน้าตาหมองคล้ำ คงถูกเคี่ยวกลำทำงานหนักมาก ถึงได้เจ็บไข้ ได้ป่วยขนาดนี้
อาซันจับชีพจรดูภายในร่างกายแล้วใช้สายตามองไปทั่วร่างกาย เป็นโรคขาดสารอาหาร ร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน พอเจออากาศเย็นก็เป็นไข้ทันที อาซันหยิบน้ำทิพย์ออกมาให้กินไป 1 ขวด แล้วร่างกายของเธอก็เริ่มดีขึ้นทันที ผิวพรรณเริ่มมีเลือดฝาด มือเท้าเริ่มมีกำลัง และกลับแข็งแรงเหมือนเก่า สร้างความตกตะลึงให้กับเธอยิ่งนัก เด็กทั้งสองคนกระโดดกอดแม่พร้อมกันทั้งสองคน แล้วร้องไห้ดีใจ กันทั้งสามคนแม่ลูก
“ ขอบคุณท่านหมอ ขอบคุณจริงๆ แต่ว่าเราไม่มีเงินทองจะจ่ายค่ารักษา”
“ ไม่ต้องพูดเรื่องนั้น ข้าขอถาม พวกท่านเลี้ยงชีพด้วยการขายสมุนไพรนี่นะหรือ” อาซันถาม แม่ข้าวต้มกับข้าวฟ่างพยักหน้า
“ ตั้งแต่พ่อของเด็กเสียไปข้าก็ออกไปหาสมุนไพรมาขาย พอได้กินได้ใช้ แต่ว่าพอไม่สบายร่างกายไม่ไหว เด็กจึงต้องออกไปเก็บสมุนไพรมาขายแทน ข้าสงสารลูกยิ่งนัก แต่ว่าร่างกายมันไม่มีแรงจริงๆ ก็เลยให้พวกเขาไปขายกัน รอว่าหายเมื่อไร ค่อยไปขายเอง” แม่ของเด็กๆ เล่าด้วยน้ำตานองหน้า ข้างฟ่างต้องเอานิ้วเล็กๆ มาเช็ดน้ำตาให้แม่
“ ต่อไปพวกเจ้าสามคนแม่ลูกไม่ต้องลำบากเรื่องหากิน อีกต่อไป ข้าจะพาพวกเจ้าไปอยู่ที่บ้านข้า ที่นั่นมีของเล่นให้เด็กทั้งสองได้เล่น แล้วมีเพื่อนๆที่เป็นฝาแฝดเหมือนกันอีกด้วย ไปไหม” อาซันหันไปมองเด็กทั้งสองคนที่พอฟังว่ามีของเล่นสายตาเริ่มบอกว่าอยากไป แต่ไม่กล้าพูดออกมา หันไปกอดแม่แทน
“ ขอบคุณท่านหมอ ชีวิตของข้านี้เป็นของท่านหมอจะให้ไปไหนทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง” แม่เด็กพูดจบ อาซันก็พาทั้งสามคนเข้าไปในมิติสีเงิน แล้วพาไปพบกับราชาวดี แล้วก็เล่าเรื่องที่พบเจอเด็กๆให้ฟัง ราชาวดีบอกว่าจะจัดการเอง อาซันไม่ต้องเป็นห่วง อาซันสบายใจแล้วก็ออกมาทันที ศิษย์พี่แปดยืนรออยู
“ น่าสงสารจริงๆ “ ศิษย์พี่แปดเอ่ยเบาๆ
“ พวกเราไปหาพวกศิษย์พี่กันเถอะ”
ทั้งหมดนัดเจอกันที่ร้านซุปโสม ที่ขึ้นชื่อของร้านก็คือโสมพันปีที่นำมาทำเป็นน้ำซุปให้ดี่มกัน พอเจอกันทุกคนก็จองโต๊ะริมระเบียงด้านใน มีคนรับออเดอร์มาทันที
“ รับอาหารอะไรกันดีครับนายท่าน”
“ ไหนลองแนะนำอาหารให้ฟังหน่อย” ศิษย์พี่แปดเอ่ยก่อนใคร
“ ได้ครับ ที่นี่อาหารขึ้นชื่อของเราก็คือโสมที่นีเรามีโสมให้ท่านเลือกมามาย ตั้งแต่โสม 100ปีไปจนถึง 1หมื่นปีเลยก็มี โสมทุกต้นพวกเรานำมาตุ๋นอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 24 ชม. เพื่อให้คุณค่าและพลังงานในตัวโสมมันออกมา ที่นี่มีโสมแดงเหมาะสำหรับคนความดันต่ำ โสมขาวเหมาะสำหรับคนที่ความดันสูง ถ้านายท่านไม่เป็นโรคอะไร ก็เลือกกินได้ทั้งสองอย่างเลย ยิ่งตอนท้องว่างจะมีให้คุณประโยชน์สูงกว่าปกติ”
“ไปเอาโสมระดับ 500 ปี กับ 1,000ปี มาลองกินกันก่อน” ศิษย์พี่ใหญ่สั่งแทนทุกคน จากนั้นไม่นานก็มี ซุปโสมมาสองหม้อใหญ่ ภายในไม่ใช่แค่มีแต่โสมเท่านั้น ยังมีพวกวัตถุดิบบำรุงอีกหลายอย่าง เช่น หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล กระเพาะปลาสด รากไม้ และสมุนไพรจีนอีกหลายตัว หม้อนี้คือ ซุปโสม 1 พันปี
ส่วนอีกหม้อคือซุปโสม 500 ปี ตุ๋นมากับไก๋ดำ และเพิ่มสมุนไพรจีน ทั้งหมดลงมือกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ร่างกายที่กำลังท้องว่างเกิดมีพลังงานจากโสมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้สดชื่นขึ้นทันที ทั้งหมดกินกันไปเกือบหมด อาซันเพิ่งจะสังเกตเห็น มีคนกลุ่มหนึ่งมองมาแบบมีพิรุธ พอมองไปอีกทีก็จำได้ ว่าพวกนี้คือ โจทย์เก่าที่เคยอยู่ในดินแดนเซียนลึกลับ ที่มาจากมหาทวีปกลางนี่เอง สงสัยกำลังตัดสินใจจะทำอย่างไรดีที่เจออาซันที่นี่ แต่พอเห็นอาซันมองมาเป็นครั้งที่สอง ทั้งหมดเลยรีบลุกออกไปทันที ไม่กล้าอยู่ต่อ ทำให้ ศิษย์พี่ทั้งหมดสงสัย
“ เจ้ารู้จักคนพวกนี้ด้วยหรือ” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยถามทันที
“ ไม่รู้จัก แต่ว่าข้าเคยสังหารพวกมันในดินแดนเซียนลึกลับ ของทวีปกลาง พวกมันคงจะแค้นข้ามาก “ อาซันตอบเรียบๆ แต่ทุกคนถึงกับสะดุ้ง ไม่คิดว่าอาซันจะมีศัตรูที่นี่ด้วย
“ ช่างเถอะพวกเราเป็นหมอ มาเพื่อแข่งขัน ทางการที่ให้ความคุ้มครองพวกหมอที่มาแข่งขัน เป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงกังวลให้มากนัก” ศิษย์พี่ใหญ่พูดให้ทุกคนสบายใจ จากนั้นทั้งหมดก็กลับโรงแรมไดมอนด์ อาซันเข้าไปในมิติส่วนตัวแล้วนำสมุนไพร หญ้าแสงจันทร์ ไปให้ติงติงกินทันที แต่ว่าติงติงหลับไปแล้ว อาซันเลยฝากให้ราชาวดี เก็บเอาไว้ แล้วราชาวดีก็นำกล่องยาเม็ดหลายสิบกล่อง
นำมาให้อาซัน เพราะที่ผ่านมาอาซันไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่เท่าไหร่ อาซัน นำสวนสมุนไพร 1 พันปีที่ซื้อไว้ นำมาปลูกไว้ที่ในมิตินี้เพิ่มอีกแห่งหนึ่ง แล้วบอกราชาวดีให้เป็นคนจัดการให้ติงติง เพราะรู้สึกว่า สวนสมุนไพร 500 ปีเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว อาซันนั่งคุยกับราชาวดีแล้วถามถึงเด็กฝาแฝดที่มาใหม่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“ ข้าวต้มกับข้าวฟ่าง เป็นเด็กน่ารักมาก เข้ากันกับ ลูกแก้วลูกขวัญได้ดี ไม่มีปัญหา แต่ทั้งสองคนยังไม่ค่อยกล้าแสดงออกอะไรมาก ยังคงเด็กอยู่ คงเจอเรื่องลำบากมาเยอะ จะทำอะไร ต้องคอยมองหน้าแม่ก่อนเสมอ” ราชาวดีอธิบาย
“ ใช่ พวกเขาสามคนแม่ลูกลำบากมาก่อนจริงๆ ให้เวลาเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง”
อาซันอยู่กับราชาวดี ไม่นานก็เข้าไปฝึกปรุงยาเม็ดจอมเทพ ดูอีกครั้ง เพราะเวลานี้เขามีพลังจอมเทพระดับ 12 แล้ว น่าจะทำได้ดีกว่าแต่ก่อน อาซันเข้ามาในมิติเวลา
แล้วฝึกปรุงยานับร้อย นับพันครั้ง แต่สุดท้าย ยังได้แค่เม็ดยา ที่มีความบริสุทธิ์เพียงแค่ 80 %เท่านั้น เม็ดยาฝึกฝนเหล่านี้เลยมีเต็มห้องไปหมด นับพันเม็ดเลยก็ว่าได้ มีทั้งเม็ดยาคืนชีพ เม็ดยาตานเซินม่วงแดง เม็ดยาจอมเทพ ทั้งหมดนี้ อาซันใช้ พลังสุริยันฝังเป็นตราดวงอาฑิตย์ครึ่งดวงเอาไว้ แล้วนำไปฝากให้ราชาวดี เผื่อให้ติงติงไว้กินเล่นเป็นอาหารว่าง คืนนี้อาซันนอนค้างกับราชาวดีในมิติส่วนตัว รุ่งเช้าก็ออกไปด้านนอกทันที เพราะ ศิษย์พี่แปดมาเรียกแต่เช้า
“ ศิษย์น้องเล็ก มีคนมาหาเจ้า พวกเขารอที่ล็อบบี้โรงแรม ศิษย์พี่ใหญ่กำลังคุยกับพวกเขาอยู่” ศิษย์พี่แปดรีบพาอาซันลงไป อาซันไม่ทันถามเลยว่าพวกเขาเป็นใครกัน พอมาถึงล็อบบี้ ก็เห็นหญิงชาย สามคนกำลังเจรจากับศิษย์พี่ใหญ่
พอเห็นอาซันก็รีบมาทักทายด้วยทันที
“ อาซันนี่คือ ท่านเจียงไค เป็นศิษย์อันดับ 1 ของท่านจอมแพทย์โอสถ และศิษย์น้องทั้งสองคน พวกเขามาเชิญพวกเราไปที่สำนักจอมแพทย์โอสถ บอกว่า อาจารย์ของเขา อยากพบเจ้า” ศิษย์พี่ใหญ่กล่างแนะนำ อาซันก็รีบคำนับตอบไป
“ ไม่ทราบว่าท่านจอมแพทย์โอสถ ต้องการพบข้าด้วยเรื่องอันใด” อาซันเอ่ยถามด้วยความสงสัย