ตอนที่ 11 แม่ดอกบัวขาวตัวดี
ระหว่างทาง เซิ่งอันหนิงไม่มีกะจิตกะใจชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างเลย เธอรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะแตกสลาย และในที่สุดพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาล
โรงพยาบาลในเมืองแห่งนี้เคยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และเมื่อผู้เชี่ยวชาญเ่าั้จากไป ตึกแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็โรงพยาบาล มันเป็สิ่งก่อสร้างแบบรัสเซีย พื้นหรือขั้นบันไดทั้งหมดทำมาจากไม้ เนื่องจากผ่านกาลเวลาอันยาวนานจึงทำให้พื้นไม้เ่าั้ไม่สม่ำเสมอ
เซิ่งอันหนิงมองดูด้วยความประหลาดใจ คำขวัญบนกำแพงที่ยังไม่ได้ลบออกไปทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่นขึ้นมา
เธอรีบตามจงจื้อกั๋วและซ่งข่ายเข้าไปในแผนกผู้ป่วยใน
โจวสือซวินพักอยู่ในห้องเดี๋ยว ด้านในเป็เตียงท่อเหล็กทาสี และข้าง ๆ เตียงมีตู้ไม้หนึ่งอัน เก้าอี้สองตัว ให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายมาก ๆ
เซิ่งอันหนิงเดินตามจงจื้อกั๋วเข้าไป ก็พบเข้ากับเซี่ยวเยี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียง ในมือของหล่อนถือผ้าเช็ดตัวและคอยเช็ดมือให้กับโจวสือซวินอย่างระมัดระวัง
จงจื้อกั๋วเองก็ไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด ถึงอย่างไรเซี่ยวเยี่ยนเองก็เป็หมอ พอเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยก็อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ “เป็เช่นไรบ้าง? ตอนนี้โจวสือซวินอาการเป็เช่นไรบ้าง?”
ดูเหมือนเซี่ยวเยี่ยนจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว จึงรีบลุกขึ้นมาและมองดูจงจื้อกั๋วด้วยดวงตาแดงก่ำ “เห็นว่าได้รับาเ็ที่เอวและขา ต้องรอให้เขาได้สติขึ้นมาจึงจะรู้ว่ายังสามารถยืนได้อยู่หรือเปล่าน่ะค่ะ”
ว่าพลางหล่อนก็เหลือบมองเซิ่งอันหนิง และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “เพราะฉัน เป็เพราะว่าพี่โจวเข้ามาช่วยฉันจึงได้รับาเ็”
เซิ่งอันหนิงยิ้มเยาะอย่างเ็าภายในใจ โชคดีที่ไม่ว่าจะเป็เธอเองหรือเ้าของร่างเดิมต่างก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับโจวสือซวิน ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเข้าใจผิดในคำพูดที่ชวนให้คิดของเซี่ยวเยี่ยนได้ง่าย ๆ
จงจื้อกั๋วขมวดคิ้วแน่น และตรงเข้าไปมองโจวสือซวินที่ยังไม่ได้สติ “จะต้องไม่เป็อะไร เ้าเด็กนี่ดวงแข็งตายชัก ปีนั้นเขาเข้าไปในพื้นที่พิพาทก็ยังไม่เป็อะไร เ็ปเล็กน้อยแค่นี้จะเป็อะไรได้”
คำพูดที่จงจื้อกั๋วเอ่ยขึ้นนั้น ดูเหมือนจะเป็คำพูดปลอบใจตนเอง และก็เหมือนจะปลอบใจเซิ่งอันหนิงด้วยเช่นกัน “อันหนิง เธอไม่ต้องเป็กังวลไปหรอก โจวสือซวินน่ะเป็แมวเก้าชีวิต ครั้งนี้จะต้องไม่เป็อะไร”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ฉันเองก็เชื่อว่าเขาจะต้องไม่เป็อะไรค่ะ”
จงจื้อกั๋วมองดูโจวสือซวินเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันไปกำชับเซิ่งอันหนิง “่นี้ก็คงจะลำบากคุณแล้วล่ะ อีกสักพักผมจะให้เสี่ยวซ่งเอาคูปองอาหารและเงินมาให้ หากว่าลำบากอะไร คุณก็บอกกับเขาได้เลย”
เซิ่งอันหนิงเข้าเมืองมาก่อนเวลา ยังไม่ทันจะได้มีความสุขอะไร แล้วจะให้เธอร้องขออะไรเล่า “ไม่เป็ไรค่ะ มันเป็หน้าที่ภรรยาที่สมควรต้องทำอยู่แล้ว”
จงจื้อกั๋วยังคงพูดต่ออีกไม่กี่ประโยค หลังจากนั้นจึงได้ออกไปกับซ่งข่ายเพื่อถามเื่อาการของโจวสือซวินกับคุณหมอโดยละเอียด
ทันใดนั้นในห้องก็เหลือเพียงแค่เซิ่งอันหนิงและเซี่ยวเยี่ยน และเซี่ยวเยี่ยนเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะออกไปอยู่แล้ว ยังคงมองเซิ่งอันหนิงด้วยสีหน้าที่ดูอบอุ่น “สะใภ้โจว ฉันจะอยู่ดูแลพี่โจวเป็เพื่อนเธอเอง ถึงอย่างไรพี่โจวก็ได้รับาเ็เพราะฉัน ยังดีที่ฉันเป็หมอ เลยพอที่จะรู้เื่อยู่บ้าง”
เซิ่งอันหนิงเบ้ปากและยิ้มเหน็บแนม “คงไม่จำเป็แล้วล่ะ จะว่าไปแล้วเธอก็ยังเป็หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน และต้องมาอยู่กับชายที่แต่งงานแล้ว หากคนอื่นได้ยินเื่นี้เข้าก็คงจะไม่ดี ฉันไม่อยากทำลายชื่อเสียงของเธอน่ะ”
เซี่ยวเยี่ยนสำลักจนพูดไม่ออก หญิงสาวกัดริมฝีปากและดวงตาก็เริ่มแดงก่ำ “ฉันกังวลว่าพี่โจว…”
เซิ่งอันหนิงไม่ได้สนใจจะมาทำาประสาทกับแม่ดอกบัวขาว(1) คนนี้ จึงได้เอ่ยปากไล่ “ไม่ต้องหรอก มีฉันคนเดียวก็พอแล้ว”
เมื่อโดนปฏิบัติด้วยท่าทีเฉยเมยเ็าที่ปฏิเสธได้ยาก เซี่ยวเยี่ยนก็ไม่ได้หน้าหนาพอที่จะทนอยู่ต่อ หล่อนหันกลับไปมองโจวสือซวิน ก่อนที่จะจากไปอย่างไม่เต็มใจนัก
เซิ่งอันหนิงถอนหายใจ ไหนหล่อนว่าจะไปช่วยชาวบ้าน ทำไมจึงกลายเป็ชายหนุ่มมาช่วยหล่อนแทน?
ถ้าไม่ติดว่าโจวสือซวินแต่งงานแล้ว ก็เกรงว่าเขาคงจะมอบหัวใจให้หล่อน
เซิ่งอันหนิงทิ้งความรู้สึกรังเกียจในใจไป เธอปิดประตูห้องและเดินไปตรวจดูอาการของโจวสือซวิน
หญิงสาวพลิกตัวชายหนุ่ม เมื่อเลิกเสื้อผ้าขึ้นก็พบกับรอยแผลและคราบเืบนแผ่นหลัง าแนั้นดูไม่รุนแรง แต่ดูเหมือนว่ากระดูกจะได้รับผลกระทบรุนแรง
เซิ่งอันหนิงยื่นมือไปคลำเอวของโจวสือซวิน จึงพบว่ามีแผลเป็ตามแผ่นหลังอีกมากมาย และพบว่าบริเวณข้างเอวของเขายังมีแผลเป็ที่ถูกของมีคมแทงเข้าไปจนลึกอีกหนึ่งแผล
หญิงสาวเองก็เคยเห็นาแที่ร้ายแรงของผู้ป่วยมามากมาย มีบางรายอาการดูรุนแรงกว่าโจวสือซวินมาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยทำให้เธอใได้เลย
แต่จู่ ๆ เธอกลับรู้สึกเ็ปใจต่อชายผู้เงียบขรึมคนนี้ เขาไม่เคยให้ครอบครัวรู้ถึงความทุกข์ยากที่ได้รับมาหลายปีขนาดนี้เลย
เซิ่งอันหนิงตั้งสมาธิ และค่อย ๆ กดเข้าไปที่กระดูกสันหลังของโจวสือซวิน และถอดกางเกงที่เกะกะออกจนหมด สีหน้าของเธอก็ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้นมา
หากอ้างอิงตามประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายปี บริเวณกระดูกก้นกบของโจวสือซวินนั้นไม่ได้มีปัญหา ในขณะที่เขาเองก็ยังไม่ได้สติ แล้วจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าชายหนุ่มนั้นาเ็ที่เอวและขา และวันข้างหน้าจะสามารถยืนได้หรือไม่?
เพื่อตรวจอาการของโจวสือซวิน เธอจึงพลิกตัวชายหนุ่มให้นอนหงายอีกครั้ง และกดตรงช่องท้องของชายหนุ่ม
ยิ่งคลำไปเท่าไรก็ยิ่งประหลาดใจ ยังไม่ทันจะใส่กางเกงให้ชายหนุ่มเรียบร้อยดี เธอก็รีบวิ่งออกไปตามหมอแล้ว
จงจื้อกั๋วและซ่งข่ายยังคงคุยกันเื่อาการของโจวสือซวินในห้องทำงานของคุณหมอ จู่ ๆ เซิ่งอันหนิงก็เปิดประตูเข้ามา “ในช่องท้องของโจวสือซวินกำลังตกเื ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน”
เดิมทีแล้วคุณหมอนั้นกำลังบอกอาการของโจวสือซวินให้กับจงจื้อกั๋วด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ เซิ่งอันหนิงได้พุ่งพรวดเข้ามา ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็โกรธเคืองขึ้นมาทันที “คุณเป็หมอ หรือว่าผมเป็หมอกันแน่!”
เซิ่งอันหนิงคร้านเกินกว่าที่จะสนใจหมอผู้นั้น จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากจงจื้อกั๋วโดยตรง “หัวหน้าคะ โจวสือซวินจะต้องได้รับการผ่าตัด ไม่เช่นนั้นเขาจะตกอยู่ในอันตราย หากว่าคุณไม่เชื่อ ก็ให้หัวหน้าแพทย์ของโรงพยาบาลตรวจดูก็ได้”
หมอผู้นั้นโกรธมากจึงตบโต๊ะและลุกยืนขึ้น “คุณเป็ใคร? จู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามา และยังจะบอกว่าเขาต้องได้รับการผ่าตัดอีก”
จงจื้อกั๋วขมวดคิ้วขึ้นทันที และหันไปสบตากับคุณหมอ และก็ได้หันไปเอ่ยกับซ่งข่าย “เร็วเข้า รีบพาโจวสือซวินไปที่โรงพยาบาลทหาร”
ซ่งข่ายตอบรับและวิ่งออกไปทันที
คุณหมอผู้นั้นตกตะลึงเป็อย่างมากและได้หยุดจงจื้อกั๋วเอาไว้ “พวกคุณจะทำอะไร ผมเป็หมอนะ พวกคุณต้องฟังผมสิ! การที่พวกคุณทำแบบนี้แสดงว่าพวกคุณไม่เคารพผมเลย ถ้าคนไข้มีปัญหาเพราะว่าพวกคุณพลิกเขาไปมา ก็อย่ามาโทษผมนะ”
จงจื้อกั๋วผลักหมอผู้นั้นออกไป และหันไปเอ่ยกับเซิ่งอันหนิง “ไป พวกเราต้องรีบไปแล้ว”
โจวสือซวินถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารอย่างเร่งรีบ จงจื้อกั๋วและโจวสือซวินเองก็นับได้ว่าเป็คนที่คุ้นเคยกันดีของที่นี่ ไม่นานชายหนุ่มก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที
เซิ่งอันหนิงได้ยินผลการตรวจของแพทย์ที่หน้าห้องผ่าตัด ซึ่งเป็ไปตามที่เธอคาดเอาไว้ เหตุของอาการโคม่าเกิดจากม้ามแตก ทำให้เกิดการตกเื ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าาแนั้นอยู่บริเวณใดของม้าม แต่ก็โชคดีที่มาได้ทันเวลา ทำให้คนไข้ยังไม่เข้าสู่ภาวะช็อก
เซิ่งอันหนิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถึงแม้ว่าการรักษาจะล้าหลังไปมาก ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะวินิจฉัยออกมาผิดพลาดได้เช่นนี้
ไหนจะเื่ที่พวกเขาต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับโรงพยาบาลทหาร แล้วทำไมจึงไม่ส่งโจวสือซวินมาั้แ่ตอนแรก แต่กลับส่งไปโรงพยาบาลในเมืองก่อน ทั้ง ๆ ที่มันก็ห่างจากโรงพยาบาลทหารเพียงแค่สองกิโลเมตรเท่านั้น?
สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอไม่เข้าใจเอามาก ๆ
จงจื้อกั๋วเองก็โล่งใจเช่นกัน เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าการวินิจฉัยจะผิดพลาดได้ถึงเพียงนี้ หากว่าเซิ่งอันหนิงสังเกตไม่ทัน ผลลัพธ์สุดท้ายก็น่าจะย่ำแย่มาก ๆ “ครั้งนี้ต้องขอบคุณเธอมาก ขอบคุณมากจริง ๆ”
เซิ่งอันหนิงส่ายหัว “นี่คือสิ่งที่ฉันสมควรทำ แล้วทำไมตอนแรกถึงไม่ส่งมาที่โรงพยาบาลทหารล่ะคะ? โรงพยาบาลนั้นรักษาได้แย่มาก ไม่มีหมอคนอื่นแล้วหรือคะ?”
ต่อให้ส่งไปในตอนกลางคืน ก็ยังมีหมอเวรอย่างน้อยหนึ่งคน แล้วตอนกลางวันล่ะ? ตอนกลางวันไม่มีหมอมาถามสักคำเลยหรือ?
แพทย์ที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานเช่นนี้ คาดไม่ถึงว่ายังจะสามารถมาเป็หมอได้ ต่อให้จะล้าหลังแค่ไหนก็ไม่ควรจะล้าหลังได้ถึงเพียงนี้!
…………………………………………………………………………………………………………………………
(1)ดอกบัวขาว เป็คำสแลงที่เกิดขึ้นใหม่ ใช้ในหมู่วัยรุ่นจีน ใช้ล้อเลียนหรือเปรียบเปรยผู้หญิงที่ทำตัวภายนอกดูซื่อใสบริสุทธิ์เหมือนดอกบัว แต่ที่จริงมีพฤติกรรมมัวหมอง
สารจากผู้แปล
เวรกรรม ม้ามแตก เป็บุญแล้วที่พี่โจวได้มาเจออันหนิง ไม่งั้นพี่โจวตายแน่ แม่ดอกบัวขาวนั่นก็คงจะรักษาอะไรไม่ได้หรอกดูท่า
ไหหม่า(海馬)