ปฏิเสธ
ชายหนุ่มแซ่เฉินกลายเป็นหวาดกลัวเพราะข่าวลือของเซียนกระบี่ไร้รักนั้นมีนิสัยที่เย็นชาและโหดเหี้ยมอย่างมาก และมีบ่อยครั้งเมื่อนางลงมือนางมักจะขุดรากถอนโคลนศัตรูของนางออกทั้งหมด และในตอนนั้นเองหญิงสาวที่เป็นศิษย์ของหอกระบี่โบราณและมีพลังที่เทียบเท่ากับชายหนุ่มแซ่เฉินก็เดินมาอยู่ตรงหน้าอู่หมิงพร้อมกับหันไปทางชายหนุ่มแซ่เฉิน"เฉินหยาง การกระทำของเจ้าตั้งแต่มาถึงรวมถึงคนของเจ้าด้วยข้าได้บันทึกภาพทุกอย่างรวมถึงการกระทำของเจ้าทั้งหมดเอาไว้และสั่งไปให้กับผู้อาวุโสของหอกระบี่โบราณแล้ว อีกไม่นานก็คงจะมีคำสั่งลงมา เพราะงั้นตอนนี้เจ้าควรจะภาวนาขอให้โทษที่ตนเองจะได้รับนั้นเบาลงดีกว่า" หญิงสาวนามหยวนลู่กล่าวพร้อมกับหันไปทางเฉินหยาง"คุณชายอู่หมิงพวกข้าต้องขออภัยที่ปล่อยให้เฉินหยางทำตามใจและทำให้คุณชายหนุ่มขุ่นเคืองต่อหอกระบี่โบราณ แต่ข้าสามารถรับประกันได้ว่าทางหอกระบี่โบราณส่งพวกเรามาเพื่อเป็นกำลังเสริมจริงๆไม่ได้คิดจะมาก่อกวนแต่อย่างใด" หยวนลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงวไพเราะ"แล้วทางหอกระบี่โบราณของเจ้าจะชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรเพราะไม่นานมานี้ข้าได้ข่าวว่าสหายข้านามเสวี่ยอินได้หายสาบสูญเพราะเขา" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่เฉินหยางจิตสังหารก็ปะทุออกมาอย่างไม่ปิดบัง"แน่นอนเรื่องนี้ทางผู้อาวุโสของพวกเราจะเป็นคนชดใช้ให้กับพวกท่านเอง" หยวนลู่ยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นเคยและในตอนนั้นเองหินสีฟ้าที่อยู่ในเมือของหยวนลู่ก็เปล่งแสงออกมาพร้อมกับปรากฎร่างเงาของชายชราที่ทรงพลัง พวกศิษย์คนอื่นๆที่อยู่ข้างเฉินหยางกลายเป็นหวาดกลัวและคุกเข่าลงทันที"หยวนลู่สิ่งที่เจ้ารายงานมามันหมายความว่าอย่างไร" เสียงของชายชราดังขึ้นด้วยความโกรธ"ตามที่ภาพบันทึกที่ศิษย์ส่งไปทั้งหมด เฉินหยางตั้งแต่มาถึงหอกระบี่ที่ทวีปเทียนลู่ก็เริ่มวางอำนาจและใช้อำนาจข่มเหงศิษย์ของที่นี่และไม่นานมานี้มีศิษย์หลักที่มีพรสวรรค์คนหนึ่งหายสาบสูญไปและเมื่อสักครู่ เฉินหยางก็กำลังคิดจะแย่งชิงคนรักของอู่หมิงลูกหลานของเซียนกระบี่ไร้รักทำให้อู่หมิงเกิดความขุ่นเคืองต่อหอกระบี่โบราณ" หยวนลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ"นี่เจ้า!!!!!!!!!!" เฉินหยางกลายเป็นโกรธอย่างมาก"ไอ้เจ้าตัวบัดซบข้าให้เจ้าไปเป็นกำลังเสริมให้กับหอกระบี่ของที่นั่นไม่ใช่ให้ไปทำลาย เฉินหยางเจ้าฟังข้าให้ดี ภารกิจนี้เจ้าและคนของเจ้าจะต้องนำหัวของศิษย์พรรคอธรรมทั้งหมดที่ถูกส่งไปที่นั่นและนำกลับมายังหอกระบี่โบราณให้ได้ไม่อย่างงั้นโทษที่รอเจ้าอยู่คือความตาย และถ้าเจ้าเกิดหนีตระกูลเฉินทั้งบิดามารดาของเจ้าจะต้องรับผิดชอบ" เสียงของชายชรากล่าวด้วยความโกรธใบหน้าของเฉินหยางกลายเป็นบิดเบี้ยวและจ้องมองหยวนลู่ด้วยความเกลียดชัง เฉินหยางในที่สุดก็นึกได้ว่าในตอนแรกที่ตนเริ่มวางอำนาจและรังแกคนอื่นหยวนลู่กลับไม่เข้ามาห้ามตนแต่กลับติดตามตนไปทุกที่ ซึ่งที่แท้นางก็คอยติดตามไปบันทึกการกระทำของตนเพื่อส่งไปให้เบื้องบนเหล่าผู้อาวุโสของหอกระบี่พากันแสดงสีหน้าเย็นชา ซึ่งในตอนนี้ภาพลักษณ์ของหอกระบี่โบราณภายในจิตใจของพวกเขาเริ่มย่ำแย่ลงจนกระทั้งบางคนมีความเกลียดชังต่อหอกระบี่โบราณๆไปแล้ว เพราะตลอดหลายปีมานี้ทางหอกระบี่ได้ส่งสมบัติส่วนมากที่ทางหอกระบี่หาได้ในแต่ละปีให้กับหอกระบี่โบราณตลอดแต่ที่พวกเขาได้รับจากหอกระบี่โบราณคือความดูถูกและการกระทำที่โหดร้ายแล้วพวกเขาจะไม่โกรธเกลียดหอกระบี่โบราณได้อย่างไร"ขอข้าคุยกัยชายหนุ่มที่ชื่ออู่หมิงหน่อย" ผู้อาวุโสของหอกระบี่โบราณดังขึ้นอีกครั้งหยวนลู่หันหน้าไปทางอู่หมิงและยื่นหันสีฟ้าที่มีภาพของชายชราปรากฎออกมาไปทางอู่หมิงทันที"เจ้าเองสินะอู่หมิง ไม่เลวได้ข่าวว่าปีนี้เจ้าอายุ 18 ปีแล้ว ดูจากพลังของเจ้าตอนนี้คงสามารถต่อสู้กับปราณราชันขั้นสูงได้อย่างง่ายดายและต่อให้อีกฝ่ายเป็นราชันขั้นสุดยอดธรรมดาเจ้าก็น่าจะสู้ได้ใช่หรือไม่" ชายชรากล่าว"อย่างที่ท่านกล่าว" อู่หมิงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย"ยอดเยี่ยมเจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ขั้นสูงสุดไม่ผิดแน่ ถ้าเจ้าต้องการเจ้าสามารถกลายมาเป็นศิษย์หลักของหอกระบี่โบราณได้ทันที และเมื่อเจ้าตอบตกลงข้าก็จะส่งคนไปรับเจ้าอย่างอย่างรวดเร็ว" ชายชรากล่าวพวกเฉินหยางกลายเป็นตื่นตระหนกผู้อาวุโสของหอกระบี่โบราณจะให้อู่หมิงกลายเป็นศิษย์หลักงั้นหรือ สำหรับหอกระบี่โบราณการได้เป็นศิษย์หลักนั้นยากเย็นอย่างมากเพราะว่าข้อกำหนดของคนที่จะกลายเป็นศิษย์หลักนั้นจำเป็นจะต้องมีพรสวรรค์สูงส่งและมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นเซียน ซึ่งแม้แต่เฉินหยางก็เป็นได้แค่ศิษย์สายในเพราะทางหอกระบี่โบราณประเมิณไว้แล้วว่าด้วยพรสวรรค์ของเฉินหยางยากมากก็เป็นได้แค่จุดสูงสุดของปราณจักรพรรดิเท่านั้น"เป็นไปไม่ได้ ทำไมกันทำไมถึงเป็นเจ้าบ้านนอกนี่"เฉินหยางคำรามออกมาในใจ"ตอนแรกข้าเองก็คิดว่าหลังจากจัดการปัญหาของที่นี่ได้แล้วข้าก็จะสมัครเป็นศิษย์ของหอกระบี่โบราณ" อู่หมิงกล่าวชายชรากลายเป็นตื่นเต้นทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของอู่หมิง แต่คำพุดของอู่หมิงต่อมาทำให้ใบหน้าของชายชรามืดมนลง"แต่เมื่อข้าเห็นการกระทำของศิษย์หอกระบี่โบราณแล้วข้าจึงเปลี่ยนไจเพราะเส้นทางกระบี่ของข้ามันคงไม่เหมาะกับหอกระบี่โบราณสักเท่าไหร่" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยพวกจ้าวหอเฉินกลายเป็นอ้าปากค้างเพราะคำกล่าวของอู่หมิงฟังดูเผินๆเหมือนจะเป็นการปฏิเสธแต่จริงๆแล้วมันคือคำด่าของอู่หมิงที่บอกว่าอู่หมิงไม่สามารถทำตัวเลวทรามเหมือนคนของหอกระบี่โบราณได้ ซึ่งเรื่องนี้ชายชราก็เข้าใจดี ความดกรธที่ชายชรามีต่อเฉินหยางยิ่งทวีมากยิ่งขึ้นเพราะเฉินหยางเพียงคนเดียวกลับทำให้ชื่อเสียงของหอกระบี่โบราณต้องเสียหายอย่างหนักอู่หมิงไม่สนใจชายชราอีกและเริ่มให้เสี่ยวฮุ่ยออกตามหาเสวี่ยอินทันที หลังจากสืบมาแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่แค่เสวี่ยอินแต่บางคนในกลุ่มเหมันต์พิสุทธิ์เองก็หายไปอย่างเช่นองค์หญิงห้าเองก็หายตัวไปเช่นกันเห็นได้ชันว่ากลุ่มของเสวี่ยอินได้หลบหนีออกจากหอกระบี่ไไปแล้วและมีโอกาสที่จะหนีออกจากทวีปเทียนลู่ไปแล้ว"การต่อสู้ต่อตากนี้พวกเราคงมีโอกาสแพ้มากยิ่งขึ้น" อู่หมิงกล่าวเมื่อเห็นสภาพของหอกระบี่"เฮ้อ เป็นข้าผิดเองที่ยอมให้หอกระบี่โบราณส่งศิษย์เหล่านั้นมา" จ้าวหอเฉินกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง"จ้าวหอเฉินตัวข้าจะกลับไปอยู่กลับตระกูลอู่สักพักซึ่งข้าจะกลับมาอีกครั้งเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น" อู่หมิงกล่าวจ้าวหอเฉินทำได้เพียงพยักหน้ารับเพราะสภาพภายในหอกระบี่ตอนนี้นั้นไม่น่าอยู่เป็นอย่างมากและทั้งหมดก็เป็นเพราะพวกเฉินหยางทั้งหมด เหล่าศิษย์เมื่อเห็นกลุ่มของอู่หมิงเดินทางกลับตระกูลอู่พวกเขาเองก็เกิดความคิดและทำเรื่องเดินทางกลับตระกูลของตนเช่นกัน