~ แกร๊ก แอ๊ด ~~~
หญิงสาวที่นั่งพักสายตาอยู่ตรงม้านั่งข้างประตูทางเข้าดาดฟ้าลืมตาขึ้นช้า ๆ หลังจากปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับเื่ราวในอดีตมาสักพัก
ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่เดินผ่านประตูนั้นเข้ามา ซึ่งก็คือเด็กใหม่ของทีม แชยองรีบลุกขึ้นเพื่อจะเดินกลับลงไปที่ห้องทำงาน
ร่างสูงที่เพิ่งขึ้นมาเห็นคนที่อยู่ก่อนทำท่าทางจะเดินสวนออกไป จึงรีบเอ่ยปากรั้ง
“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” เสียงทุ้มแต่ก็นุ่มลึกในคราเดียวกันของซองซูสามารถหยุดสองเท้าของแชยองได้ทันที
เธอไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันทำไมถึงมักจะปฏิเสธคำขอของคนตรงหน้าไม่ได้เลยสักครั้งแม้เวลาจะผ่านมาเนินนานถึงเพียงนี้แล้ว
“ได้อยู่แล้ว มีอะไรก็รีบว่ามาเลย” แชยองพยามใช้น้ำเสียงห้วน ๆ กับคนตรงหน้า เมื่ออยู่กันสองคนเธอไม่จำเป็ต้องรักษาบรรยากาศอีกต่อไป
“นั่งลงก่อนสิ อึดอัดมากขนาดนั้นเลยเหรอ เธอทำหน้าตาเหมือนไม่อยากเห็นหน้าฉันยังไงยังงั้น” ชายหนุ่มมองไปที่ม้านั่ง เพื่อขอให้เธอนั่งลงคุยกับเขาก่อน
“มีอะไรก็รีบว่ามา ก็อย่างที่หัวหน้าพูดทีมเรามีงานเยอะ ฉันไม่มีเวลามาคุยเื่ไร้สาระกับนายหรอกนะ” หญิงสาวยอมเดินกลับมานั่งที่เดิมเพื่อคุยกับคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“เธอเป็ยังไงบ้าง”
“จะถามว่าที่ผ่านมาฉันสบายดีไหมอย่างงั้นเหรอ ดูมีน้ำใจจังนะ” แชยองอดไม่ได้ที่จะประชดประชันคนถาม
เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขา้าคำตอบแบบไหน ทำไมต้องอยากรู้ว่าเธอจะสบายดีหรือไม่สบายดี ทั้งที่เขาเป็คนทำให้ทุกอย่างเป็แบบนี้
“ก็อย่างที่เห็น ฉันสบายดี ขอบใจที่ถาม แล้วนายล่ะกับผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ด้วยกันไหม” หญิงสาวถามพลางเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตาคู่สนทนา
“เธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่ฉันกับนาบีเรายังเป็เพื่อนกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ เผื่อเธอคิดถึงตอนนี้นาบีเขามาเปิดคลินิกอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้แหละ”
สายตาชายหนุ่มจ้องมองไปที่หญิงสาวซึ่งไม่ยอมแม้แต่จะสบตาเขา ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏ ไม่มีใครรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของชายหนุ่มคนนี้นอกจากตัวเขา ว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง
“ห่างกันไม่ได้ขนาดนั้นเลย” แชยองพึมพำกับตัวเองแต่ก็ยังพอให้อีกฝ่ายได้ยิน ก่อนเธอจะพูดต่อ
“ไม่ล่ะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ถ้านายจะถามคำถามส่วนตัวฉันไม่มีอะไรที่อยากจะบอกนาย เพราะฉะนั้นเลิกถามไปได้เลย” หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นจะเดินกลับลงไปอีกครั้ง แต่ก็เปลี่ยนใจและหันมาพูดกับอีกฝ่ายต่อ
“นี่ ไหน ๆ เราก็ต้องทำงานทีมเดียวกันแล้ว ฉันไม่อยากให้เรามีท่าทางที่...ที่อึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน มันจะพาลทำให้คนอื่น ๆ ในทีมทำตัวไม่ถูกไปด้วย ฉันขอพูดกับนายตรง ๆ เลยนะว่าเื่ระหว่างเรามันผ่านมานานมากแล้ว นานซะจนฉันเองก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้วเพราะฉะนั้นต่อไปเรามาเป็เพื่อนที่ดีต่อกันเถอะ”
หญิงสาวกลั้นใจพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเองออกไปและยื่นมือออกมาเพื่อจับมืออีกฝ่ายอย่างเป็ทางการอีกครั้ง
“ไม่รู้สินะ ถึงฉันไม่ค่อยจะอยากทำแบบนั้นแต่ถ้าเธอยืนยัน้าแบบนั้น ฉันก็จะไม่ปฏิเสธ เอาตามที่เธอตัดสินใจเลย”
คนร่างสูงยังคงพูดด้วยเสียงเรียบและยื่นมือที่สวมถุงมือสีดำออกมาจับมือหญิงสาวตรงหน้าไว้แน่น ก่อนอีกฝ่ายจะรีบดึงมือกลับและหันหลังเดินจากไป
“ฉันดีใจนะ ที่ได้เจอเธออีกครั้ง” เขายังคงพูดตามหลังคนที่เดินจากไป
ซองซูรู้ว่าเธอจะได้ยินสิ่งที่เขาพูดแน่นอนถึงแม้มองไม่เห็นหลังของหญิงสาวแล้วก็ตาม
แชยองที่กลับมาถึงห้องทำงาน เดินเข้ามาที่โต๊ะของตัวเอง หญิงสาวบอกกับตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเธอจะต้องแยกให้ออกระหว่างเื่ส่วนตัวกับเื่งาน ไม่ให้เื่ในอดีตมาส่งผลต่อการทำงานที่เธอรักเด็ดขาด
แค่เป็เพื่อนกับคนที่ทำให้เธอหัวใจเต้นตลอดเวลาเธอทำได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่คนอย่างเธอทำไม่ได้ถ้าพยายาม เมื่อตัดสินใจอย่างแนวแน่เธอก็ก้มหน้าลงสู้กับแฟ้มคดีอีกครั้ง
‘ฉันดีใจนะ ที่ได้เจอเธออีก’
“เขาจะมาไม้ไหนกันแน่” หญิงสาวเผลอหลุดปากพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของคนที่อยู่บนดาดฟ้า ก่อนจะใช้มือตบแก้มตัวเองไปหนึ่งที เพื่อเรียกสติให้กลับมาอยู่ที่แฟ้มคดีตรงหน้า
“บ่นอะไรอยู่คนเดียว อะนี่กาแฟคังซูฝากมาให้” แชยองถึงกับสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรเย็น ๆ มาโดนที่แก้มของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าไปเห็นจองวอนที่ยื่นกาแฟมาให้
“หะ...อะไรนะ...เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ โทษทีพอดีฉันคิดเื่คดีอยู่น่ะ”
เธอรีบถามคนตรงหน้าอีกครั้ง จริง ๆ แล้วเมื่อกี้เธอเอาแต่คิดเื่คำพูดของคนที่อยู่บนดาดฟ้าจนไม่ได้ยินคำพูดของเพื่อนชายเลย
“ไม่มีอะไรนี่ แค่บอกว่าคังซูฝากกาแฟมาให้”
“อ่อ ขอบใจ นี่! นายเองก็เลิกทำตัวแบบนั้นกับซองซูซะ แยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวด้วยเข้าใจไหม”
“เหอะ บอกตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ ตอนนี้ใจเธออยู่ที่คดีหรือมันกันแน่ โอ๊ย~” แชยองชกไปที่ท้องเพื่อนอย่างออมแรงอยู่บางเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกแขวะเธอสักที
“พูดไม่เข้าหู กลับไปทำงานได้แล้ว ถ้าวันนี้ฉันยังจับคนร้ายไม่ได้ นายไม่ได้กลับบ้านแน่” หญิงสาวทำเสียงแข็งใส่เพื่อน
“เธอนี่มันบ้างานจริง ๆ ไม่มีเวลาส่องกระจกบ้างเลยใช่ไหม ผมยุ่งไปหมดแล้วเนี้ย” ว่าแล้วเขาก็ใช้มือจัดผมที่ยุ่งเหยิงของคนตรงหน้าอย่างเบามือ พร้อมกับลูบผมเธออย่างอ่อนโยนหวังให้คนที่เข้ามาได้เห็นอะไรบาดตาบาดใจ
“ไปทำงานได้แล้ว” แชยองไม่เห็นคนที่เพิ่งลงมาจากดาดฟ้า เธอปัดมือเพื่อนออกเบา ๆ และก้มลงอ่านแฟ้มข้อมูลต่อ อีกฝ่ายก็ยอมกลับไปนั่งโต๊ะทำงานด้านหลังเธอ
“ฉันยังไม่มีโต๊ะทำงาน” แชยองเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มข้อมูลอีกครั้ง มองคนที่เพิ่งเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ โต๊ะทำงานของเธอ
หญิงสาวหันไปมองรอบ ๆ ห้อง ใช่ อย่างที่เขาบอก ไม่มีโต๊ะสำหรับเขาเพราะไม่มีการแจ้งเื่มาให้ทีมทราบก่อน
“นายไปนั่งกับจองวอนก่อนไป จะได้ช่วยเขาดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย ไว้พรุ่งนี้ฉันจะให้คนเอาโต๊ะเข้ามาให้” หญิงสาวพูดพลางก้มหน้าอ่านแฟ้มข้อมูลต่อ
“ทำไมต้องมานั่งกับฉันด้วย นี่ยองกวังขยับให้หมอนี่นั่งด้วยซิ” เสียงไม่พอใจดังขึ้นจากคนที่นั่งด้านหลังของแชยองทันที
“นายนั้นแหละ นายก็เห็นว่าพี่มุนอากับยองกวังกำลังช่วยกันหาข้อมูลอยู่หรือนายจะให้เขามานั่งกับฉัน” แชยองหันหลังมาเจรจาเสียงเข้มกับเพื่อนชาย
“ก็ได้ ๆ ไปเอาเก้าอี้มานั่งตรงนี้ อย่าเข้ามาใกล้นะเว้ย”
“พวกเขาต้องมีเื่อะไรกันแน่ ๆ พี่ก็สงสัยเหมือนกันใช่ไหม” เสียงยองกวังซุบซิบกับหญิงสาวผมสั้นประบ่าที่นั่งทำงานด้วยกัน
‘ร้านเนื้อย่าง บุฟเฟ่’
สุดท้ายหัวหน้าก็เลือกร้านเนื้อย่างใกล้ ๆ ที่ทำงานของพวกเขา เพื่อเลี้ยงต้อนรับซองซู
ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเล ใกล้ ๆ มีท่าเรือขนาดใหญ่ ทำให้ร้านนี้มีลูกค้าไม่ขาดสาย ทั้งนักท่องเที่ยว และคนที่มารอรับผู้โดยสารจากท่าเรือ
“ผมน่ะรู้ใจหัวหน้าที่สุดรู้ไหมครับ ผมรู้ว่ายังไงหัวหน้าก็ต้องเลือกร้านเนื้อย่าง” ยองกวังเด็กหนุ่มร่าเริงของทีมแซวหัวหน้าั้แ่ทุกคนเริ่มนั่ง
“ไปขอบคุณหัวหน้าทีมนายสิ เธอมาติดสินบนฉันเพราะนายบอกว่าอยากกินเลยนะ” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับพยักหน้าไปทางหลานสาวของตน
“ขอบคุณครับพี่แชยองคนสวย แบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับที่โดนพี่จิกหัวใช้งานซะจนไม่ได้กลับบ้านหน่อย”
คำพูดของน้องเล็กในทีมทำเอาทุกคนถึงกับหลุดหัวเราะพร้อมกัน เพราะไม่ผิดจากที่เด็กหนุ่มพูดเลย หัวหน้าทีมของพวกเขาบ้างานซะจนทำให้พวกเขาแทบไม่ได้พักกันเลยทีเดียว่อาทิตย์ที่ผ่านมา
“ไอ้เด็กนี่” หญิงสาวใช้ตะเกียบในมือเคาะตะเกียบของยองกวังที่กำลังจะครีบเนื้อบนเตาย่างด้วยความหมั่นไส้
“ที่นี่อากาศดีสุด ๆ ไปเลยนะคะ ข้างนอกลมสบายมากเลย กินเสร็จแล้วไปเดินเล่นริมทะเลน่าจะช่วยย่อยอาหารได้ดีเลย” มุนอาพูดพร้อมกับรินเครื่องดื่มยื่นให้คนอื่น ๆ
~1 ชั่วโมงผ่านไป ~
่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาสมาชิกทีมอาชญากรรม A ก้มหน้าก้มตากินกันอย่างจริงจัง จนคนเลี้ยงอดคิดไม่ได้ว่า ‘โชคดีที่พามาร้านนี้’
ถ้าไม่ใช่ร้านบุปเฟ่เขาคงล้มละลายแน่วันนี้ ขณะนี้นาฬิกาบอกเวลาใกล้จะ 5 โมงเย็น ทุกคนเริ่มอิ่มและวางตะเกียบยอมแพ้กันสักพักแล้ว หัวหน้าจึงตัดสินใจเรียกคิดเงิน
“อิ่มมากกกกก ขอบคุณมากนะครับหัวหน้า ขอบคุณพี่แชยองด้วยที่ทำให้เราได้กินเนื้อย่างแสนอร่อย” กวังยองกล่าวเมื่อทุกคนเดินออกมาหน้าร้านและโค้งตัวขอบคุณทั้งสองคน จากนั้นคนที่เหลือก็โค้งตัวขอบคุณหัวหน้าที่พามาเลี้ยง
“ต่อไปก็ตั้งใจทำงานให้เหมือนเดิมล่ะ ค่อยมาเลี้ยงกันอีก”
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้แยกย้ายกัน มีเสียงะโดังลั่นมาจากทางท่าเรือ ผู้คนบางส่วนวิ่งตรงไปบริเวณนั้นราวกับมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
สมาชิกทีมอาชญากรรม A มองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนที่ทุกคนจะรีบวิ่งไปทันทีเหมือนเป็สัญชาตญาณของคนที่เป็ตำรวจ
“เกิดอะไรขึ้น” หัวหน้าชองชิลคว้าแขนชายที่วิ่งสวนมา เพื่อถามเหตุการณ์
“เรือโดยสารที่กำลังจะเข้าเทียบท่าล่มครับ ตอนนี้เรือกำลังจะจม ผู้โดยสารบางส่วนเริ่มแตกตื่น พากันะโลงทะเลแล้วครับ บางคนก็ว่ายน้ำไม่เป็ ทางเราติดต่อทีมกู้ภัยไปแล้ว โชคร้ายที่วันนี้เขาดันไปอีกเมือง ตอนนี้กำลังรีบกลับมา ว่าแต่มีใครว่ายน้ำเป็บ้างครับเราต้องรีบหาคนลงไปช่วยผู้โดยสาร ผมกำลังจะไปเอาเสื้อชูชีพมาให้อาสาสมัครคนอื่น ๆ” ชายที่แต่งตัวด้วยชุดของท่าเรือเล่าเหตุการณ์ด้วยความรีบร้อน
“พวกเราว่ายเป็หมดทุกคน รีบไปเอาเสื้อมา” แชยองที่มองประเมินสถานการณ์ขณะที่อีกฝ่ายบอกเล่าเื่ราว เธอมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมของเธอสามารถว่ายไปช่วยผู้โดยสารได้ ก่อนจะหันมาพูดต่อ
“พี่มุนอา พี่อยู่คอยเตรียมรับคนขึ้นบกในระหว่างที่รถพยาบาลกำลังมา ส่วนนายซองซูอยู่ช่วยพี่มุนอาอย่าแม้แต่จะคิดที่จะลงไปเด็ดขาด ถ้านายไม่มั่นใจว่าจะช่วยคนขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ปลอดภัยทั้งคนที่นายช่วยแล้วก็ตัวนาย” หญิงสาวจ้องตาร่างสูงที่ยืนข้าง ๆ อย่างจริงจัง
เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายว่ายน้ำไม่เก่งเท่าไหร่ ก่อนตัวเธอจะเริ่มวิ่งไปที่ชายหาดที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ ผู้โดยสารบางคนที่ว่ายน้ำเป็ก็เริ่มทยอยว่ายขึ้นฝั่ง
แชยองวิ่งไปพร้อมกับสังเกตสถานการณ์ เรือห่างออกไปค่อนข้างไกลคงมีหลายคนที่ว่ายกับเข้าฝั่งลำบาก
มีเสียงร้องให้ช่วยมาจากในทะเลตลอดเวลาและสายตาเธอก็สังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ลอยไปไกลจากกลุ่ม เธอจึงตัดสินใจะโลงไปช่วยเด็กก่อนโดยไม่รอเสื้อชูชีพ
มีอาสาสมัครที่ว่ายน้ำเป็หลายคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้โดยสาร ทุกคนต่างทยอยว่ายไปที่เรือเพื่อช่วยคนที่ว่ายน้ำไม่เป็ทีละคน
“ช่วยด้วย! ช่วยหนูด้วย!”
“ได้ตัวแล้ว ไม่ต้องในะ อยู่นิ่ง ๆ” แชยองคว้าตัวเด็กจากด้านหลังก่อนจะเอื้อมมือไปแกะมือเด็กที่จับกระเป๋าไว้แน่น และว่ายน้ำพาเด็กขึ้นฝั่งก่อนจะส่งเด็กหญิงตัวเล็กให้มุนอา
ตัวเธอหันหลังกลับเพื่อลงทะเลไปอีกครั้ง ก่อนจะมีมือหนาจับที่บ่าของเธอและดึงให้หันหลังกลับมา
“เดี๋ยวก่อน ใส่นี่ด้วยแล้วฉันจะยอมอยู่แต่ข้างบนนี้” ซองซูยื่นเสื้อชูชีพให้เธอ เมื่อได้ฟังข้อเสนอของเขา แชยองก็รีบใส่เสื้อและรีบกลับลงไปช่วยผู้โดยสารที่ยังเหลืออยู่ คนแล้วคนเล่า
ขณะนี้แสงบนท้องฟ้าใกล้หมดลง แชยองว่ายมาดูเป็ครั้งสุดท้าย ดูเหมือนกับว่าไม่เหลือใครแล้ว มีแต่ซากเรือที่ใกล้จะจมเต็มที
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
ก่อนที่แชยองจะตัดสินใจจะว่ายกลับเพราะะโถามก็ไม่มีเสียงตอบกลับแล้ว มองหาก็ไม่เจอใคร คนอื่น ๆ ก็กลับขึ้นฝั่งกันหมด เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือมาจากบนเรือ ด้วยเสียงที่แ่เบา
แชยองว่ายกลับไปใกล้เรืออีกครั้ง เธอพยายามพยุงตัวขึ้นไปบนเรือ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และเธอก็เจอหญิงสาวร่างเล็ก หน้าตาพิมพ์เดียวกับเพื่อนชายของเธอนอนสลบอยู่บนพื้นเรือห่างออกไปไม่ไกล เธอรีบเข้าไปหาร่างเล็ก
“จองอาลืมตาไว้นะ” เธอพยายามเรียกสติอีกฝ่าย
“พี่แชยองจริง ๆ ใช่ไหม” ร่างเล็กพูดด้วยเสียงเบาราวกับคนไม่มีแรง เปลือกตาของเธอใกล้ปิดเต็มที
“ยังมีใครอยู่บนเรืออีกไหม ตอบหน่อย” แชยองะโถามเผื่อยังมีใครติดอยู่บนนี้ ไม่มีเสียงตอบกลับ เธอจึงตัดสินใจลากร่างเล็กลงทะเล และใช้แขนกอดร่างนั้นจากด้านหลัง ก่อนจะว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง
“แชยอง จองอา! เฮ้เธอเป็ยังไงบ้าง” จองวอนที่รีบวิ่งมาดูเพื่อนซึ่งขึ้นฝั่งมาคนเป็สุดท้าย ต้องใเมื่อพบว่าร่างที่เพื่อนพามาคือน้องสาวของตน
เขารีบวิ่งเข้ามาเพื่อเรียกสติน้องสาว ร่างเล็กในอ้อมแขนไม่ตอบสนอง เขาจึงรีบอุ้มเธอขึ้นและวิ่งไปที่รถพยาบาลด้วยความร้อนรน
“ช่วยน้องสาวผมด้วยครับคุณหมอ”
เมื่อส่งตัวจองอาให้พี่ชายเธอแล้ว แชยองยังไม่ยอมลุกขึ้นยืนเพราะว่าเธอเริ่มหมดแรงจากการว่ายน้ำไป-กลับหลายรอบ
“ช่วยด้วย แชยอง” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น แชยองหันไปตามเสียงเรียกก็ต้องพบกับคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุด ผู้หญิงผมบลอนด์ทอง ผิวขาวซีด แชยองยังไม่ทันตอบอะไร คนวิ่งก็มาล้มที่หน้าเธอและใช้มือเกาะแขนเสื้อเธอแน่น
“ซองซู...ซองซูเขายังไม่ขึ้นมาเลย ช่วยด้วย”
“หมายความว่ายังไง ยังไม่ขึ้นมา เขาบอกว่าจะอยู่แต่ข้างบนนี้นี่” แชยองเริ่มถามอีกฝ่ายด้วยความร้อนใจบ้าง
“มีเด็กมาขอให้เขาช่วยลูกแมวของเธอ ตรงนั้น” คนพูดชี้ตำแหน่งให้แชยองดู เธอเห็นแต่กระเป๋าใบหนึ่งที่ลอยอยู่ แชยองเริ่มมองไม่ชัดเพราะว่าตอนนี้ฟ้าเริ่มจะมืดลงแล้ว
“เขาว่ายไปตรงจุดก่อนถึงกระเป๋าแล้วก็หายลงไปเลย เขายังไม่กลับขึ้นมา” คนเล่ายังคงพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ
เมื่อได้ยินแบบนั้นแชยองรีบลุกขึ้น วิ่งตรงไปที่ชายคนหนึ่งที่สวมไฟฉายคาดศีรษะสำหรับดำน้ำที่ยืนอยู่ใกล้รถพยาบาล
“ขอยืมก่อนนะ” เธอไม่ทันได้รอคำตอบจากเ้าของ หญิงสาวก็ดึงมันออกจากศีรษะคนตรงหน้าและรีบวิ่งลงทะเลไป
มือเรียวแกะเสื้อชูชีพออกเพราะมันทำให้เธอว่ายน้ำลึกลำบาก ก่อนจะคาดไฟฉายและะโลงทะเลไปอย่างร้อนใจ
ขอร้องล่ะอย่าเป็อะไรนะ
เธอได้แต่ภาวนากับตัวเอง ร่างกายยังคงว่ายลึกลงไปและสุดท้ายเธอก็พบร่างของชายหนุ่มที่เธอตามหา เขากำลังจมลงไปเรื่อย ๆ หน้าตาเริ่มซีดขาว แชยองรีบกลับตัวว่ายลึกลงไป
หญิงสาวว่ายลงมาใกล้ร่างที่จมอยู่ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างไปคว้าใบหน้าของชายหนุ่มและดึงเข้ามาใกล้
ตอนนี้เธอรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แผ่ไปทั่วทั้งฝ่ามือของตัวเองอย่างชัดเจนแต่เธอก็ไม่สนใจ หญิงสาวดึงหน้าเขาเข้ามาใกล้ ก่อนจะประกบริมฝีปากของตัวเองกับริมฝีปากของคนตรงหน้า เพื่อเป่าลมเข้าไปในตัวคนที่ไม่ได้สติ
แม้ตอนนี้กระแสไฟฟ้าจะแผ่ไปทั่วฝ่ามือและริมฝีปาก แต่แชยองก็ยังพยายามทำต่อไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย หญิงสาวจึงรีบดึงตัวคนตัวโตกว่าขึ้นให้พ้นเหนือผิวน้ำทะเล ก่อนจะพยายามว่ายพาร่างในอ้อมแขนกลับขึ้นฝั่ง
“แชยอง” จองวอนที่เห็นไฟจากไฟฉายใกล้เข้ามาเขารีบวิ่งลงไป เพื่อช่วยหญิงสาวดึงร่างซองซูขึ้นมา
“ซองซู” นาบีรีบวิ่งมาคุกเข่าลงข้างร่างชายหนุ่มที่ไม่ได้สติ ก่อนจะถูกคนข้าง ๆ อีกคนกระตุกแขนเสื้อ
“ช่วย..ช่วยเขาซะ เธอเป็หมอนี่” แชยองขอร้องนาบี พร้อมกับหอบเหนื่อย ตอนนี้ริมฝีปากของเธอเริ่มขยับไม่ได้ มือของเธอเองก็เริ่มชาจนเหมือนจะขยับไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“เธอเป็อะไรไหม” จองวอนที่วิ่งไปเอาผ้าห่มจากเ้าหน้าที่ เมื่อได้มาเขารีบเอามาห่มให้แชยองที่ยังนั่งอยู่ข้างร่างของชายที่เธอเพิ่งช่วยชีวิตไว้
ไม่มีคำตอบจากหญิงสาว เธอเพียงแค่สายหัวไป-มาแทนคำตอบ ก่อนที่ร่างบางจะล้มลงนอนกับพื้นทราย
ภาพสุดท้ายที่แชยองเห็นคือหญิงสาวผมบลอนด์พยายามกดหน้าอกคนตรงหน้าและก้มลงประกบริมฝีปากลงที่ริมฝีปากชายหนุ่มที่ไม่ได้สติเพื่อช่วยชีวิตเขา
“ฟื้นสิ” เสียงแ่เบาหลุดออกจากริมฝีปากบางของแชยองก่อนเธอจะฝืนลืมตาที่หนักอึ้งต่อไปไม่ไหวและหมดสติไปในที่สุด
“แชยอง แชยองฟื้นสิ อย่าเป็อะไรนะ” จองวอนใเมื่อเห็นแชยองล้มลงต่อหน้า
เขารีบอุ้มร่างเธอวิ่งไปที่รถพยาบาลด้วยความเป็กังวล และเอาแต่เรียกคนในอ้อมแขนตลอดทาง