ปากทางเข้าหมู่บ้าน….
เทียนหยางกับฟางหรงยืนเถียงกันอยู่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน เทียนหยางไม่อยากจะไปบ้านฟางหรงแต่เธอก็จะลากเขาไปด้วยให้ได้
“ทำหน้าไม่พอใจหมายความว่ายังไง” ฟางหรงกอดอก
“ก็ฉันบอกเธอแล้วฉันไม่อยากไปเธอจะบังคับทำไม”
“ไปบ้านฉันแล้วมันเป็อะไรเหรอ”
“ไม่เป็ไรหรอกแค่ฉันเบื่อที่แม่เธอเอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่จะมีหลาน มันไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อยแต่แม่เธอไม่เห็นจะโทษเธอเลยทั้งๆ ที่ฉันมีลูกได้”
“หุบปากเสียๆ ของเธอเลยนะไม่ใช่ว่าแม่ฉันหวังดีกับเราเหรออยากให้เรามีลูกด้วยกัน เธอก็กินเหล้าให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ เพราะเธอกินเหล้ามากเราเลยไม่มีลูกกันไง” ฟางหรงโทษเขา
“นับวันเธอยิ่งเหมือนแม่เธอนะ”
“เธอก็เปลี่ยนไปเหมือนกันล่ะ ถ้ารู้ว่าเธอจะเป็แบบนี้ฉันไม่แต่งด้วยหรอก”
พวกเขาต่างนิ่งก่อนจะหันหน้าหนีไปคนละฝั่งเพื่อสงบสติอารมณ์
เทียนหยางเริ่มคิดว่าเขาตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่แต่งงาน ว่าเขากินแต่เหล้างั้นเหรอ? เพราะว่ามีเมียแบบนี้ไงเธอไม่พอใจเขาไปทุกเื่เธอหาเื่ด่าเขาได้ตลอดโดยเฉพาะระยะหลังๆ นี้เขาไม่เคยทำให้เธอพอใจได้เลย
ฟางหรงรำคาญที่สามีเธอห่วยแตกยิ่งเห็นเฉินเล่อที่กลับบ้านครั้งล่าสุดเธอยิ่งคิดว่าสามีเธอไม่ได้เื่ไม่มีอะไรเทียบเฉินเล่อได้เลย
สองสามีภรรยากำลังอารมณ์เสียรถโดยสารก็มาจอดใกล้ๆ พวกเขาก่อนที่จะเห็นอ้ายเหรินลงจากรถมา
หลังจากอ้ายเหรินเดินจากไปเทียนหยางก็พูดขึ้นมา
“เด็กคนนี้เก่งนะจับเฉินเล่อได้จริง ๆ ”
“ดูท่าทางเธอซิเธอก็รู้ว่าเราเป็เพื่อนสามีเธอแต่ทำเดินเชิดไม่ทักไม่ทายเราสักคำ”
“ก็เธอไม่รู้จักเรานี่อย่าไปว่าเธอเลย” เทียนหยางยิ้มกริ่ม
“เทียนหยางไอ้นิสัยเ้าชู้ของเธอกลับมาอีกแล้วเหรอ? มันก็แค่หน้าตาดีกว่าคนอื่นนิดหน่อยเธอเห็นแค่นี้ก็สันดานเดิมออกเลยเหรอ?”
“เปล่าสักหน่อยเมียเพื่อนฉันจะคิดอะไรได้ยังไง”
“คนแบบเธอทำได้มากกว่าที่คิดเทียนหยาง อย่ามานอกใจฉันนะอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
ฟางหรงหงุดหงิดจนไม่อยากไปบ้านแม่แล้วเธอเดินกลับบ้านไปทันที
เทียนหยางเดินตามเธอไปกลับบ้านก็ดีจะได้ไม่ต้องเจอหน้าแม่เธอเขาเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น
“เธอกลับบ้านไปก่อนนะฉันจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน” อ้ายเหรินปล่อยซิงซิงลงจากอ้อมแขน
“พี่อย่าลืมถามเื่เช่าที่ให้ฉันนะ” จ้าวเหว่ยเตือนเขาก่อนที่จะพาซิงซิงกลับบ้าน
สำนักงานหมู่บ้าน ….
“มาใช้โทรศัพท์ครับ” อ้ายเหรินบอกคนดูแล
เขาพยักหน้าให้ก่อนจะเอากุญแจไปปลดล็อกกลอนกรงที่วางโทรศัพท์ไว้
ตู๊ด…ตู๊ดดดดด
“ขอสายผู้หมวดหยางเฉินเล่อครับ”
“พูดอยู่ว่าไงอ้ายเหริน นายวางไปก่อนเดี๋ยวฉันโทรกลับไป”
อ้ายเหรินวางโทรศัพท์แล้วยืนรอพี่ชายโทรมา
“แกมีอะไร”
“ฉันโทรมาบอกเื่จ้าวเหว่ย”
อ้ายเหรินเล่าเื่ที่เกิดขึ้น เธอแบ่งเงินการขายของให้พ่อแม่ เธอจะทำอาหารวัว เธอจะเช่าที่รกร้าง เธอโดนพ่อตบ เธอส่งงานเขียนพู่กัน และวันนี้เธอพาหลานชายเข้าเมืองไปเที่ยวไปเดินซื้อของ
“เธอฝากบอกพี่ว่าเธอขอหย่าโดยเร็วที่สุด”
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
หลังจากฟังเื่ราวทั้งหมอเฉินเล่อตอบเพียงสั้น ๆ
อ้ายเหรินวางโทรศัพท์แล้วเขาก็ไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน
“ลุงครับที่รกร้างตรงชายหมู่บ้านมีคนเช่าไหมครับ”
“ผืนไหนรึ?”
“ผืนที่มีหญ้าขึ้นสูงน่ะครับ”
“ไม่มีหรอกเป็ที่รกร้างปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เธอถามไปทำไม”
“แค่อยากสอบถามดูครับ แล้วที่ตรงนั้นค่าเช่าเท่าไหร่ครับ”
หัวหน้าหมู่บ้านเดินไปหยิบเอกสารมาเปิดดูก่อนที่จะบอกเขา
“ที่ดินมันทำอะไรไม่ได้นะตรงนั้น เป็ดินทรายจะส่วนใหญ่แล้วก็มีพวกหินก้อนใหญ่ในพื้นที่อยู่หลายก้อน ถ้าเธอจะบุกเบิกมันจะไม่คุ้มเอานะแต่ถ้าเธออยากจะเช่า ที่ตรงนั้นทั้งหมดก็ค่าเช่าปีละห้าหยวนเท่านั้นล่ะ” เขาหมวดคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจที่ชายหนุ่มสนใจที่ตรงนี้
“เดี๋ยวผมขอตัดสินใจก่อนนะครับถ้าตัดสินใจได้แล้วผมจะมาทำเื่เอกสารอีกทีครับ” อ้ายเหรินตอบกลับอย่างสุภาพก่อนจะขอตัวกลับไป
ห้องพักค่ายทหาร…
เฉินเล่อที่นั่งอยู่บนเตียงนอนของเขา ตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดมากกับประโยคสุดท้ายที่น้องชายเขาบอก
หย่างั้นเหรอ?? จนกว่าฉันจะรู้ว่าเธอเป็ใครอย่าได้หวังเลยว่าจะไปจากฉัน เขานั่งทบทวนเื่ของเธอที่น้องชายเล่าให้ฟังโดยเฉพาะเื่มีปัญหากับที่ บ้านถ้าเธอไม่ใช่หลินจ้าวเหว่ยตัวจริงก็ไม่แปลกที่จะเกิดเื่นี้ขึ้น ตอนนี้จิตใจเขาว้าวุ่นไปหมดเพราะอยากหาความจริงเื่เธอ ถ้าเธอไม่ใช่ตัวจริงเขาก็อาจจะเชื่อใจเธอได้บ้างว่าไม่ได้หวังผลประโยชน์ แต่นี่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเธอเป็อะไรกันแน่
“แกเป็อะไรไปอีกล่ะ น้องชายโทรมาไม่ใช่เหรอหรือว่าที่บ้านมีเื่ถึงมาทำหน้าทำตาแบบนี้อยู่ที่นี่” หงอี้เข้าห้องมาสักพักแล้วแต่ดูเหมือนเพื่อนไม่ได้สนใจเขาเลย และเผลอๆ อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามา ขาดความระวังตัวได้ขนาดนี้เลยเหรอ? นี่ใช่เฉินเล่อเพื่อนเขาใช่ไหมเนี่ย?
“ไม่มีอะไรหรอกที่บ้านสบายดี”
“เื่เมียแกซินะ อาเล่อฉันขอพูดตามตรงเลยนะ ฉันอยู่กับแกั้แ่วันแรกที่เราฝึกทหารจนตอนนี้แกเป็ผู้หมวดไปแล้ว เื่ของแกฉันก็รู้ทุกเื่แกควรตัดใจได้แล้วนะเพื่อน มันไม่ใช่ความผิดแกทั้งหมดสำหรับเื่นั้น แกควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้แล้วผ่านมากี่ปีแล้วเนี่ย? แล้วสุดท้ายนะแกถามตัวเองดีๆ เถอะว่าที่แกเป็อยู่แบบนี้เป็เพราะแกรักแฟนเก่าแกมากจนรักใครไม่ได้.. หรือว่าแกแค่รู้สึกผิดกับเธอเท่านั้น..”
หงอี้ตบบ่าเพื่อนเพื่อให้กำลังใจก่อนจะออกจากห้องไปให้เขาใช้ความคิดเงียบๆ คนเดียว
เฉินเล่อนั่งคิดทบทวนกับตัวเองเขารู้ว่าตัวเขาคิดอะไรอยู่ เขาโตจนป่านนี้แล้วถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมีคนรักใหม่แต่เขาก็รู้ว่าระหว่างเขากับเยว่ซินในตอนนั้นมันเป็ความชอบแบบเด็กวัยรุ่นเท่านั้นเองมันไม่ใช่ความรักหรอก และสิ่งที่เขาทำมาตลอดมันไม่ใช่เพราะเขารักเธอมากมันเป็การชดใช้ความผิดที่เขาทำไว้กับเธอเท่านั้นเอง
แล้วสถานการณ์ที่บ้านเขาเป็อย่างนี้ด้วยเขายิ่งไม่ควรลากใครมาลำบากไปกับเขาด้วย ตแนนี้เหมือนว่าพวกเขาจะเป็อิสระแล้วหลังจากพ่อไม่ใช่นักโทษการเมืองแต่มันก็ไม่ต่างอะไร พวกเขาก็ยังไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตอยู่ดีแล้วเขาจะรักใครได้ยังไง... เขาเห็นแก่ตัวมาแล้วครั้งหนึ่งเขาไม่ขอเห็นแก่ตัวกับใครอีก
เฉินเล่อหยิบกระดาษมาเขียนจดหมายกลับบ้านหลังจากทบทวนความคิดตัวเองแล้ว
บ้านตระกูลหยาง…
พอถึงบ้านซิงซิงก็รีบวิ่งไปหาปู่กับย่าทันทีด้วยความตื่นเต้น
“ปู่ฮะ ย่าฮะ ผมกลับมาแล้วฮะ” ซิงซิง วิ่งเข้าไปหาทั้งสองคน
“ไปเที่ยวมาสนุกไหม”
“สนุกมาเลยฮะ แม่ซื้อของมาให้ผมเยอะแยะเลยฮะย่า มีของเล่นขนมหนังสือด้วยแล้วก็ชุดใหม่” ซิงซิงรีบอวดทันที
จ้าวเหว่ยเดินเข้ามาในห้องก่อนที่จะวางของที่ซื้อมาไว้ที่โต๊ะ เธอเอาเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ซื้อให้พวกเขาออกมา
“นี่ชุดของซิงซิงนะคะฉันซื้อให้เขาใหม่สองชุด แล้วนี่ก็ชุดของพ่อแม่แล้วก็พี่อ้ายเหรินคนละชุดค่ะ”
“เธอไม่น่าเสียเงินซื้อมาเลย” พ่อสามีเกรงใจเธอ
“ของก็ซื้อมาแล้วคืนก็ไม่ได้พ่อแม่ก็ช่วยเอาไปใส่เถอะค่ะ”
“แม่ครับผมไปหาเสี่ยวเป่าได้ไหม” ซิงซิงเอ่ยถาม
“ได้จ้ะเอาขนมไปฝากเสี่ยวเป่าด้วยนะ” จ้าวเหว่ยแกะลูกอมแบ่งให้เขาไปสี่เม็ดเพื่อไปแบ่งเพื่อนของเขา เขาขอบคุณเธอแล้ววิ่งออกจากบ้านไปทันที
“วันหลังเธอไม่ต้องสิ้นเปลืองขนาดนี้แล้วนะ” พ่อสามีเอ่ยเตือน
“ไม่ได้ไปบ่อยๆ สักหน่อยค่ะ นานๆ พาเขาไปเที่ยวสักทีไม่เป็ไรหรอกค่ะ แล้วพ่อไปดูลูกวัวมาหรือยังคะ”
“เพื่อนพ่อบอกว่า หมู่บ้านข้างๆ มีลูกวัวเกิดใหม่ไม่นานอยู่ พรุ่งนี้พ่อว่าจะไปดูสักหน่อย”
“เราต้องทำคอกวัวด้วยใช่ไหมคะ ฉันนี่แย่จริงๆ เลยหางานให้พ่อทำอีกแล้วลืมเื่นี้ไปเลย”
“พ่อไปตัดไม้มาแล้วล่ะ เราจะทำคอกวัวไว้ข้างหลังบ้านเลยบ้านเรามีพื้นที่ว่างตั้งเยอะ รออ้ายเหรินกลับมาจากเรียนก่อนจะเอาเพิงเก็บของเก่าทำเป็คอกวัวแทน”
“พี่อ้ายเหรินไปสำนักงานของหมู่บ้านค่ะ เขากลับมาพร้อมพวกฉันเดี๋ยวเขาก็คงกลับบ้านมาแล้วค่ะ”
“แล้วไปเจอกันได้ยังไงหน้าหมู่บ้านเหรอ”
“ซิงซิงอยากไปดูวิทยาลัยของอาเขา ฉันเลยพาเขาไปรอพี่อ้ายเหรินเลิกเรียนค่ะ”
อ้ายเหรินเดินเข้าบ้านมาแล้วเข้ามาคุยกับคนที่บ้านภายในห้อง เขาบอกเื่ค่าเช่าที่ให้จ้าวเหว่ยฟังพ่อกับแม่ไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนก็สอบถามเื่นี้ทันที จ้าวเหว่ยก็บอกเื่หญ้าที่เธอเคยบอกพี่ชายกับอ้ายเหรินก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเื่หญ้าหมักที่เธอคิดจะทำ
“เพราะเื่นี้ด้วยหรือเปล่า เหว่ยเอ๋อร์เลยอยากซื้อวัว”
“ใช่แล้วค่ะ ก็ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้ซื้อเพราะตามใจซิงซิงเท่านั้นถ้าทดลองสำเร็จแล้วไม่มีใครสนใจพ่อกับแม่ก็เอาให้วัวที่บ้านเรากินได้ มันไม่ได้เสียหายตรงไหนเลยค่ะฉันยังมีสูตรอาหารไก่ด้วยนะคะ ถ้าพ่อแม่เชื่อใจฉัน ฉันก็จะทำให้พ่อแม่เลี้ยงไก่ด้วย” จ้าวเหว่ยยิ้มทะเล้น
ในวันที่เธอไปจากที่นี่แล้วเธอก็หวังว่าของพวกนี้ที่เธอบอกพวกเขามันจะทำให้พวกเขามีรายได้ที่ดีขึ้นได้ แล้ววันหนึ่งจะสามารถใช้หนี้ได้หมดตามที่พวกเขาตั้งใจไว้คงมีเพียงเท่านี้ที่เธอจะทิ้งไว้ให้พวกเขาได้
โลกนิยายตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากโลกความจริงที่เธอจากมา ตัวละครในนิยายก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกันแต่เธอไม่ให้อภัยหลินเจียงพ่อของหลินจ้าวเหว่ยเด็ดขาด แม่เธอยังไม่เคยตบหน้าเธอสักครั้งเลยนะแค้นนี้เธอจำไม่ลืมแน่นอน