แสงจากผลึกเวทตรงกลางแท่นพลังยังคงส่องวูบไหว แม้ความไม่เสถียรในสนามพลังจะยังชัดเจน แต่การตอบสนองของ “กลจักรดูดพลัง” เครื่องแรกของหลิงเซียว กลับเป็นดั่งแสงไฟดวงเล็กในห้วงราตรีมืดมิด—สั่นไหว…ทว่าไม่ดับสิ้น
ในห้องเวิร์กช็อปซึ่งมีเพียงเสียงลมหายใจ กับแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ จากกลไกนั้น หลิงเซียวไม่พูดคำใด เขาจ้องมองผลลัพธ์เบื้องหน้าด้วยสายตาสงบอย่างผิดวิสัย
เฟิ่งเหยาเฝ้ามองเขาจากอีกฝั่งโต๊ะนานนับอึดใจ
“เจ้าจะปรับแต่งต่อเลยหรือไม่?” นางถามเบา ๆ
หลิงเซียวไม่ตอบในทันที เขายกมือแตะบริเวณผลึกกลางกลไก พลางโคจรพลังจิตเข้าตรวจสอบจุดศูนย์กลางของแรงต้าน
“ยังมีจุดคอขวดอยู่สามตำแหน่ง…วงแหวนชั้นที่สองหมุนผิดองศาไปหนึ่งในร้อย และช่องส่งถ่ายแรงกระแทกเบี่ยงศูนย์นิดเดียว” เขากล่าว
“เจ้ามองเห็นได้ละเอียดขนาดนั้นเชียว?” น้ำเสียงเฟิ่งเหยาเต็มไปด้วยความทึ่ง
หลิงเซียวพยักหน้าเบา ๆ
“ข้าไม่ได้ เห็น…แต่ข้า รู้สึก ได้”
นั่นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากเขาตื่นพลังจิต—สัมผัสที่แหลมคมในระดับเหนือมนุษย์
สัมผัสที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่โลกภายนอก…แต่รวมถึงโลก “ภายในกลไก”
…
ไม่นานนัก เสียงประตูบานใหญ่ของห้องเวิร์กช็อปก็เปิดออก พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ปักตราสัญลักษณ์รูปเกียร์สามชั้นบนอกซ้าย
“ศิษย์ใหม่หลิงเซียวใช่หรือไม่?” เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบ
“ขอรับ” หลิงเซียวขานรับพร้อมโค้งคำนับ
“ข้า—อาจารย์กู้เสวียน ผู้อำนวยการฝ่ายกลจักรประยุกต์ เจ้าได้รับการแจ้งมอบหมายให้เข้าร่วมเวิร์กช็อปพิเศษใน ‘แผนกทดลองไร้ใจ’”
“ไร้ใจ?” เฟิ่งเหยาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
กู้เสวียนหันมามองนางด้วยแววตาเฉียบคม
“แผนกนั้นรับผิดชอบกลจักรที่ไร้หัวใจมนุษย์—อาวุธ, สายลับ, กลไกต่อต้านเวท และระบบฆ่าล้างที่ไม่ต้องใช้ผู้ควบคุมโดยตรง” เขาพูดตรง
“เป็นส่วนที่…แม้แต่ศิษย์ปีสามหลายคนยังไม่กล้าย่างกรายเข้าไป”
เฟิ่งเหยาเบิกตากว้างเล็กน้อย
หลิงเซียวกลับนิ่ง
เขาเข้าใจทันที
แผนกนั้น…คือที่ซึ่ง “จิต” ของผู้สร้างจะถูกทดสอบอย่างแท้จริง
…
“ข้าจะไป” หลิงเซียวตอบเรียบ
“ดี” กู้เสวียนพยักหน้า “เตรียมตัวให้พร้อม บ่ายวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่มานำเจ้าไป”
…
เมื่ออีกฝ่ายจากไป เฟิ่งเหยาเงียบอยู่นาน ก่อนจะถามเสียงแผ่ว
“เจ้ารู้หรือไม่…ว่าเจ้าอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากเข้าไปในแผนกนั้น”
หลิงเซียวหันมาสบตานาง
“หากข้าหยุดอยู่กับเดิม…ข้าก็ไม่มีวันจะเปลี่ยนสิ่งใดได้เลย”
“บางครั้ง…ผู้สร้างที่แท้ อาจต้องยอมให้ความเย็นของกลจักรแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ”
เขายิ้ม…แม้แววตาจะหม่นกว่าเดิมเล็กน้อย
…
บ่ายวันนั้น
เมื่อเขาก้าวผ่านประตูของ “แผนกทดลองไร้ใจ” ไป—เสียงแรกที่เขาได้ยิน
ไม่ใช่เสียงของอาจารย์
ไม่ใช่เสียงของผู้ต้อนรับ
แต่คือเสียง กรีดร้องแผ่วเบา
จาก “กลจักร” บางสิ่ง…ซึ่งยังคงไม่อาจแยกออกว่ามาจากเครื่องจักร
หรือจากสิ่งที่เคยเป็นมนุษย์มาก่อน
…
[สถานะพลังล่าสุดของหลิงเซียว]
สัมผัสกลจักรในระดับจิตเริ่มเข้าสู่เส้นทาง “กลจักรไร้ใจ”
ความเปลี่ยนแปลง: เริ่มเรียนรู้จักรกลที่ไม่มีจิตมนุษย์ควบคุม