บทที่3
ตอนข้าได้เลือกสำนัก
ไป๋ชางหลินขมวดคิ้วพูดไม่ออกทำสีหน้าไม่ถูกไปชั่วขณะ
“เ้าสำนักใหญ่”
หลี่หยวนเหลือบตามองตามเสียงเรียกหน้าตาน่ารักน่าชังดวงตากลมโตรูปร่างผอมบางส่วนสูงพอเหมาะนั้นทำให้หลี่หยวนนึกขึ้นได้ว่าคนผู้นี้คือศิษย์น้องห้าฮุ่ยโม๋ ผู้ที่ชอบอยู่ติดกับตำราในห้องหอตำราเป็ชีวิตจิตใจเห็นสิ่งมีชีวิตาเ็ไม่ได้ต้องลงมือช่วยรักษาทันที
ฮุ่ยโม๋ส่งแววตาเป็เชิงบ่งบอกให้ไป๋ชางหลินตั้งสติ
“เ้าสำนักใหญ่เริ่มบททดสอบได้แล้ว”
เสียงกระซิบแ่เบานั้นเรียกให้ไป๋ชางหลินรู้ตัวว่าควรทำอะไรทว่าสายตาของชางหลินก็ยังคงจ้องหลี่หยวนอยู่ตลอด
“เ้าสำนักทั้งเจ็ดเตรียมพร้อม”
ฝ่ามือของเหล่าเทพทั้งแปดรวบรวมพลังเทพเพียงน้อยนิดก่อนจะปล่อยพลังเทพโจมตีพร้อมกันไปที่หลี่หยวนทุกคนเหมือนจะลังเลโดยเฉพาะไป๋ชางหลินที่ยามนี้พยายามกลั้นใจปล่อยพลังโจมตี
หลี่หยวนตั้งรับพลังเทพของทั้งแปดองค์อย่างทุลักทุเลมีเพียงพลังเซียนที่ฟื้นฟูมาตลอดหกหมื่นปีแทบจะเทียบกับพลังเทพอันน้อยนิดพวกนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไป๋ชางหลินแอบปล่อยพลังเทพบางส่วนััพลังต้นจิตภายในร่างกายของหลี่หยวนจนต้องขมวดคิ้วสงสัยแปลกใจมากกว่าเก่า
ไม่มีพลังเทพ…ไม่มีกลิ่นอายเทพไม่ใช่เขา…ไม่ใช่หลี่ชงหยวน แค่หน้าเหมือนเท่านั้นรึ…
ท่าทางสับสนของชางหลินช่างดึงดูดสายตาหลี่หยวนเป็ที่สุดสองสายตามองประสานทว่าในสมองของหลี่หยวนกำลังนึกถึงคำสอนของท่านอาจารย์ั้แ่เก่าก่อน
หลี่ชงหยวนเ้าพอจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ถ้าเกิดตนไม่มีพลังเทพแล้ว
ศิษย์อยู่โดยไร้พลังเทพไม่ได้ขอรับท่านอาจารย์
เขาจดจำได้ว่าตนเองตอบเช่นนั้นไปแทบจะทันที
ไม่ เ้าต้องอยู่โดยไร้พลังเทพให้ได้ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเ้าพลาดขึ้นมาจะได้ไม่ต้องหดหู่ถึงขั้นอยากตายข้าจะบอกความลับให้เ้า
อะไรขอรับท่านอาจารย์
หลี่ชงหยวนจำรอยยิ้มมุมปากของท่านอาจารย์ได้เป็อย่างดีรอยยิ้มนั้นเหมือนจะอบอุ่นแต่ก็เ้าเล่ห์เช่นกัน
ต่อให้เ้าไร้พลังเทพอย่างน้อยก็ยังหลงเหลือพลังลมปราณยิ่งถ้าเ้ามีพลังเซียนหรือมารอยู่ในตัวสักหน่อย ลองใช้ลมปราณและพลังเซียนหรือมารรวมกันสิ เชื่อข้าผลลัพธ์ออกมาประหนึ่งอาหารรสเด็ดเลยทีเดียว
ลองทำดูศิษย์ข้า
หลี่ชงหยวนจำได้ว่าตนเคยลองทำอยู่เพียงสองหนแต่เป็สองหนที่เกือบทำต้นไม้หักเป็สองท่อน
แต่ถ้าข้าไม่ลองใช้วิธีนั้นในบททดสอบนี้เกรงว่าคงได้ตายอนาถก่อนได้แก้แค้นเป็แน่
หลี่หยวนลองรวบรวมพลังเซียนและลมปราณเข้าด้วยกันก่อนพลิกฝ่ามือหมุนกายวาดวงแขนประหนึ่งกอบโกยพลังเทพไม่ให้โจมตีถูกตน เซียนหนุ่มใช้วิชาตัวเบาเหินขึ้นเหนือสายตาสองฝ่ามือยังคงเก็บรวมพลังเทพที่ถูกส่งมาโจมตีตนเสื้อผ้าอาภรณ์สีเข้มนั้นพริ้วไหวตามลมช่างสง่าดั่งเทพในตำนานไม่มีผิด
ทุกคนต่างเงยหน้ามองอ้าปากค้างอึ้งกับความสง่าตรงหน้าไม่น้อยเหล่าเทพทั้งแปดต่างทำตัวไม่ถูกบ้างก็สงสัย วิชาเซียนเช่นนี้ั้แ่ร่ำเรียนมาพวกตนยังมิเคยพบเห็น
ไป๋ชางหลินใจหายวูบตนพอจะคาดเดาได้ว่าขบวนท่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นเขายังไม่ทันได้กล่าวเตือนเทพเจ็ดองค์ที่เหลือเซียนหนุ่มผู้นั้นพลันตั้งท่าลงสู่พื้นลานประลอง ฝ่ามือข้างขวาปะทะพื้นหินพลังเทพที่กอบโกยไว้แตกกระจาย พื้นหินปะทุแตกเสียหายพลังเทพที่สะท้อนออกไปนั้นทำให้เหล่าเทพตั้งรับแทบไม่ทัน
แต่ยิ่งไปกว่านั้นพลังเซียนลมปราณในฝ่ามือหลี่หยวนยังหลงเหลืออยู่เ้าตัวไม่รอช้ารีบยืนขึ้นพร้อมรวบกำหมัดฝ่ามือขวากระทันหัน
เศษลมปราณที่ปล่อยต้านพลังเทพเป็วงกว้างนั้นจู่ๆก็ย้อนกลับมาหาเหล่าเทพทันใดเหล่าเทพทั้งแปดที่ยังไม่ทันตั้งตัวดีกลับถูกพลังปราณกระแทกใส่เื้ัอย่างจัง
ร่างของเทพบางองค์ถึงกับเซล้มไป๋ชางหลินถูกพลังปราณปะทะใส่จนร่างลอยไปกระแทกคนผู้หนึ่ง
ใบหน้าหล่อเหลารูปงามของไป๋ชางหลินกระแทกแผ่นอกของหลี่หยวนไป๋ชางหลินพ่นลมหายใจออกมาช้าๆทว่ากลับสร้างความอุ่นร้อนให้หลี่หยวนสติกระเจิงอย่างยิ่ง
ออกไปให้ห่างจากข้าเดี๋ยวนี้!ตัวเ้าไม่มีค่าพอที่จะมาซบข้า!
เซียนหนุ่มรีบจับไหล่สองข้างของไป๋ชางหลินแล้วดันออกให้ห่างจากตัวให้ได้มากที่สุด
ไป๋ชางหลินถูกดันจนใแต่แล้วจู่ๆกลับมีใครบางคนเข้ามากระแทกแผ่นหลังหลี่หยวนอย่างแรงทำให้หลี่หยวนประคองตัวไม่อยู่เซคว้าร่างบางมากอดไว้แน่น
ใบหน้าไป๋ชางหลินซบซอกคอแกร่งของอีกฝ่ายเข้าอย่างจังกลิ่นกายบุรุษผู้พร่ำฝึกวิชาโชยเข้าจมูกชางหลินเต็มปอดจนทำตัวไม่ถูกใบหน้าร้อนผ่าวช่างน่าอายนัก
เหล่าเทพที่ชมบททดสอบต่างอึ้งตลึงในความกล้าตายของเซียนหนุ่มผู้นี้เป็ที่สุดที่หาญกล้าคว้าเทพผู้นั้นเข้ามากอดเต็มอกและไหนจะก่อนหน้านี้ที่เทพไป๋ชางหลินก็พลาดกอดเซียนหนุ่มเช่นกัน
ผลสรุปจากเหล่าเทพเห็นตรงกันว่าคนคู่นี้ช่างศีลเสมอกันเสียจริงหาได้ยากยิ่ง
ไป๋ชางหลินรีบผลักเซียนหนุ่มออกก่อนจะจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ตนเองพร้อมมองหน้าหลี่หยวนอย่างไม่เป็มิตรนัก
หลี่หยวนเห็นสีหน้าไม่พอใจของไป๋ชางหลินพลันรีบแก้ตัวถ้าไม่รีบแก้ ตนคงไม่สามารถเสนอหน้าขออยู่สำนักใหญ่ได้แน่แผนการที่จะได้อยู่ใกล้ไป๋ชางหลินเพื่อแก้แค้นคงเกิดขึ้นได้ยาก
“ท่านเทพท่านอย่าเข้าใจข้าผิดเขากระแทกใส่หลังข้า ข้าแค่พลาดท่าเข้ากอดท่านเท่านั้น”
หลี่หยวนหันมองคนข้างหลังตนพร้อมเลิกคิ้วก่อนนึกขึ้นได้ว่าคนผู้นี้คือศิษย์น้องรอง จิงเซียนคนผู้นี้เก่งกาจยิ่งนักเื่ยาพิษ ใบหน้ามีเสน่ห์น่ามองแต่ก็มิอาจเทียบไป๋ชางหลิน
ข้าหวังเพียงว่าเขาคงไม่นำยาพิษอะไรมาป้ายหลังข้านะ
“ฮึ!…ไม่ต้องมาแก้ตัวและอย่าเข้าใกล้ข้า”ไป๋ชางหลินเค้นเสียงไม่พอใจ
หลี่หยวนหันมองไป๋หลินพลางกล่าวว่าในใจ
ทำมาเป็หวงเนื้อหวงตัวทีก่อนข้าตายเ้ายังมานั่งคร่อมกายข้าอยู่เลย!แล้วทำมาเป็พูด!
ข้าอยากอยู่ใกล้เ้าตายแหละถ้าให้ข้าเลือกระหว่างกอดเ้ากับกอดคมกระบี่ข้าเลือกคมกระบี่ยังดีกว่าเลือกเ้าอีก!
“เชิญเ้าสำนักเทพทั้งแปดหารือรับศิษย์หลี่หยวน”
หลี่หยวนยืนมองเทพทั้งแปดที่นั่งนิ่งไม่ยอมลุกจากเก้าอี้สำนักของตัวเองทุกคนดูแปลกใจกับท่าทางของเทพทั้งแปดจนไป๋ชางหลินสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อส่งข้อความบางอย่างไปให้แก่เทพเจ็ดองค์ที่เหลือเมื่อได้อ่านสีหน้าเทพแต่ละองค์พลันดูแปลกใจในตัวเซียนหนุ่มผู้นี้ยิ่งกว่าเก่า
ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อยังคงไร้วี่แววของเทพทั้งแปดว่าเซียนผู้นั้นจะรับหลี่หยวนเข้าสำนักหรือไม่
หลี่หยวนไม่ได้สนใจมองสำนักใดนอกจากสำนักใหญ่มี่เตี่ยนไป๋ชางหลินสบตาเข้ากับหลี่หยวนอย่างจังอีกครั้งในเมื่อเขาจ้องตนก็จ้องกลับไม่มีใครยอมใคร
สายตาที่ใครก็ว่าไม่เห็นมีพิษภัยยิ่งมาจากเผ่าเซียนที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็เทพยิ่งไม่ต้องหวาดกลัวแต่ไป๋ชางหลินกลับรู้สึกได้ว่าเซียนผู้นี้ไม่ธรรมดาสายตาที่ไม่มีอะไรของเขานั้นค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ดุดันอย่างช้าๆ
หลี่หยวนตั้งใจให้ไป๋ชางหลินรับรู้ถึงสายตาก่อนตนจะสิ้นใจในครั้งก่อนเพื่อให้ศิษย์น้องไป๋รู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจบ้างแต่สายตาเช่นนี้กลับทำให้ไป๋ชางหลินขมวดคิ้วมากกว่าเก่าหนำซ้ำยังสงสัยงุนงงมากขึ้นด้วย
“ดวงตาเ้ามีปัญหารึ?”
ไป๋ชางหลินถามขึ้นอย่างเหลืออด
นี้เ้าลืมสายตาพิฆาตของข้าก่อนตายไปแล้วรึ?!
ไป๋ชางหลินเห็นหลี่หยวนยืนเงียบสีหน้าอึมครึมเล็กน้อย “สรุปดวงตาเ้ามีปัญหาหรือไม่?”
หลี่หยวนรีบส่ายหน้า “ไม่มีขอรับ”
“อืมเอาเถิดถึงเป็อะไรขึ้นมาข้าก็ไม่ช่วยเ้าอยู่ดี” ไป๋ชางหลินกล่าวอย่างไร้เยื่อใย“เหล่าเทพแปดสำนักไม่มีผู้ใดเอ่ยชวนเ้าเข้าสำนักเช่นนั้นเ้าก็เป็ผู้เลือกเองเถิด”
เข้าทางข้า!
“ข้าเลือกเข้าสำนักเทพมี่เตี่ยนขอรับ”หลี่หยวนพูดเต็มเสียงท่าทางอย่างมั่นอกมั่นใจ่มองยิ่ง
“ข้าไม่รับ” ไป๋ชางหลินตัดแผนในอนาคตของหลี่หยวนทันควัน
หลี่หยวนอ้าปากค้างไปชั่วขณะ
“แต่ท่านให้ข้าเลือก”
“แต่ข้าไม่ได้บอกว่าจะรับเ้า”
เ้าไม่รับข้า!หรือต้องให้ข้าคุกเข่าขอร้องฝันไปเถิด!เพียงแค่นึกภาพว่าต้องกราบเ้าเป็อาจารย์ข้าก็ขยาดแล้ว!ข้าไม่ทำไม่เหมาะอย่างยิ่ง…รับไม่ได้…แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้…แต่…
หลี่หยวนคุกเข่าลงทันใดพร้อมประสานมือกล่าวขอร้องให้ไป๋ชางหลินรับเข้าสำนัก “ท่านเทพไป๋ชางหลินข้าเซียนผู้น้อยขยันฝึกฝนรอคอยมานานที่จะได้เข้าสำนักมี่เตี่ยนร่ำเรียนวิชากับท่านได้โปรดท่านรับข้าเถิดขอรับ”
ขยาดปากที่สุด!
เซียนหนุ่มยังคงตีหน้าสงสารไม่ลดละ
“ต่อให้เ้าขอร้องข้าให้ตายข้าก็ไม่รับ”ไป๋ชางหลินตอกหน้าปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลยสักนิดเดียว
“ทำไมล่ะขอรับทำไมท่านถึงไม่รับข้า”
“ข้าเกรงว่าถ้าเ้าเข้ามาอยู่ในสำนักมี่เตี่ยนจะไม่ปลอดภัย”
หลี่หยวนเลิกคิ้วแปลกใจไม่คิดว่าศิษย์น้องจะแสดงความเป็ห่วงชัดเจนปานนี้
“ท่านเป็ห่วงข้าหรือขอรับ”
“เปล่าข้าเป็ห่วงตัวเองว่าจะไม่ปลอดภัยจากเ้า” ไป๋ชางหลินขยายความจริงจนกระจ่างทำเอาหลี่หยวนลอบถอนหายใจเหลือกตามองบนทันควันเหล่าศิษย์ชายหญิงสำนักมี่เตี่ยนพากันหัวเราะคิกคัก “เพราะเ้ามองข้าเหมือนจะสังหารข้าได้ทุกเมื่อและข้าก็เห็นว่าเซียนเช่นเ้าเก่งกาจเช่นนี้จะไปอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ไม่จำเป็ต้องมาอยู่ในสำนักมี่เตี่ยนส่วนอีกความเห็นส่วนตัวของข้า…ข้าไม่ชอบหน้าเ้า เ้าฟังชัดเจนครบถ้วนหรือไม่”
นั้นอย่างไรล่ะ ไม่เคยจะมีอะไรง่ายตามใจข้าสักอย่างั้แ่ชีวิตที่แล้วยันชีวิตนี้เขาก็ไม่เคยพอใจอะไรในตัวข้า…
หลี่หยวนหน้าชาจนทำอะไรไม่ถูกทำได้แค่เพียงข่มอารมณ์เอาไว้พร้อมตอบกลับไป “ชัดเจนขอรับ”
“เอาละๆ” จิงเซียนกล่าวขึ้นหยุดอารมณ์ร้อนระหว่างทั้งสองคนทันควัน “ศิษย์น้องไป๋ถ้าเ้าไม่อยากรับเขาก็ไม่ต้องรับเดี๋ยวข้าจะรับเขาเป็ศิษย์ในสำนักของข้าเอง”
“เ้าเห็นเป็อย่างไรหลี่หยวน”จิงเซียนกางพัดกระดาษลายจิ้งจอกแดงในมือเล่น
หลี่หยวนหันมองจิงเซียนนิ่งทว่าในใจกลับคิดหนักประหนึ่งจะไปออกศึกศิษย์น้องจิงผู้นี้ตนรู้จักเป็อย่างดีถึงแม้เมื่อก่อนตนไม่ค่อยอยากจะไปสุงสิงด้วยเพราะศิษย์น้องผู้นี้ชอบหาปัญหามาให้ศิษย์พี่อย่างเขาแก้อยู่เรื่อยไม่ว่าจะเื่สตรีบ้านอื่นหรือบุรุษบ้านอื่นชงหยวนก็ต้องแบกหน้าไปแก้ปัญหาที่จิงเซียนทำทิ้งไว้หนำซ้ำตนยังโดนศิษย์น้องผู้นี้เกี้ยวพาราสีทุกครั้งเมื่ออยูใกล้
ข้าอยู่สำนักเดียวกับจิงเซียนต้องโดนเกี้ยวพาราสีทุกวันเป็แน่เฮ้อ…หนักใจ หรือศิษย์น้องผู้นี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้แล้วดูเหมือนว่าจะไม่มีศิษย์น้องคนไหนอยากจะรับข้าเข้าสำนักเลยสักคน…ตัวข้าช่างน่าสงสารยิ่งนัก
“ข้าหลี่หยวนจะกราบท่านเทพจิงเซียนเป็อาจารย์ขอรับ”น้ำเสียงหนักแน่นคงเดิม
“งั้นก็ตามนั้น”
“ต่อจากนี้เป็ต้นไปเซียนหลี่หยวนเข้าร่ำเรียนสำนักฟางหรู”
สำนักฟางหรู…ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าพิษที่ข้าโดนก่อนตายก็มาจากสำนักฟางหรูฮึ…ก็ดีที่ได้อยู่สำนักฟางหรูข้าจะได้สืบค้นว่ามีผู้ใดให้ความร่วมในเหตุครั้งนั้นบ้างข้าจะได้ถอนรากถอนโคนในคราเดียว
หลี่หยวนปั้นหน้าอมยิ้มเดินไปยังเขตลานสำนักฟางหรูอย่างสง่าผ่าเผยยิ้มให้จิงเซียนพอเป็พิธี จิงเซียนยิ้มตอบเช่นกัน
ศิษย์ในสำนักฟางหรูยืนต้อนรับยิ้มกว้างดีใจออกนอกหน้าหลี่หยวนไล่สายตามองแต่ละคนก่อนถามอย่างสงสัย
“ศิษย์พี่ทั้งสี่แล้วศิษย์คนอื่นในสำนักเล่าขอรับ”
“อ่อศิษย์ในสำนักมีกันเท่านี้แหละรวมเ้าก็เป็ห้าคน รวมท่านอาจารย์อีกก็เป็หกคน”
“…” หลี่หยวนรีบหันไปมองเจ็ดสำนักก่อนหน้าที่มีศิษย์มากกว่าสิบคนขึ้นไป“เหตุใดถึง…”
“เอาเถิด” ศิษย์ในสำนักฟางหรูรีบตัดบท “เดี๋ยวกลับไปสำนักแล้วพวกข้าจะเล่าให้ฟังคิดเสียว่าอย่างน้อยก็มีศิษย์ตั้งห้าคนดีว่าสำนักิจิวที่ไม่มีทั้งศิษย์และอาจารย์”
ทุกคนในสำนักต่างหันมองไปยังลานสำนักอันว่างเปล่าข้างๆ
หลี่หยวนมองตาละห้อยก่อนจะกล่าวขึ้นมาอย่างแ่เบา “ข้าเชื่อว่าสักวันสำนักิจิวจะไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป”