The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่124 บุกดันเจี้ยน27 (Holy Skill)

    <คริมสันเฮลิกซ์ LV1>

    -เหวี่ยงหอกไปรอบๆสร้างวงพายุรูปเกลียวสปริง 

    -แรงลมจากพายุแห่งไฟนอกจากจะผลักศัตรูโดยรอบให้กระเด็นแล้วยังสามารถดันตัวเองให้ลอยขึ้นเหนือพื้นด้วย (ความสามารถทั้ง2อย่างนี้สามารถควบคุมได้ดังใจนึก)

    -สามารถคอมโบกับสกิลอื่นๆที่ใช้งานกลางอากาศได้โดยไม่ต้องร่ายชื่อสกิลต่อ

    -ความเสียหาย 9,000%

    -การโจมตีนี้สามารถตัดผ่ามิติได้

    -ใช้พลังเวท 400 

    __________________________

              สกิลแรก <คริมสันเฮลิกซ์> ด้านแอคชั่นสกิลนับว่าน่าสนใจมาก นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษสุดหายากอย่างผ่ามิติอีก นั่นเท่ากับว่าตอนนี้เรามีสกิลที่โจมตีทะลุมิติได้ถึง2สกิลแล้ว แม้ที่ผ่านมามันจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ก็เถอะ หากเทียบกับสกิลที่ลบล้างเวทมนตร์ได้ของเซเลน่าแล้ว ของยัยนั่นนับว่าดีกว่าเยอะ

              ด้านดาเมจแม้จะแรงเมื่อเทียบกับสกิลLV1ด้วยกันอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับสกิลก่อนหน้านี้ที่อัพไปเกินLV1แล้วก็ยังนับว่าเบากว่ามาก ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วตอนนี้น่าใช้จะเป็นสกิลที่เอาไว้สร้างสถานการณ์มากกว่าสกิลพิฆาตในทีเดียวล่ะนะ

              เอาล่ะ…เรามาดูสกิลต่อมากันเลย

    __________________________

    <ช็อคเวฟเคาเตอร์ LV1> 

    -เมื่ออาวุธ(อาร์ติเฟกซ์)หลุดมือจะสามารถเคาเตอร์ด้วยสกิลนี้ได้

    -ระเบิดพลังเวทแล้วปล่อยออกมาเป็นคลื่นกระแทกอย่างรุนแรงรอบทิศทาง (รัศมี 5 m.)

    -หอกศักดิ์สิทธิ์ที่หลุดมือไปจะหมุนค้างกลางอากาศแล้วยิงเลเซอร์อย่างรุนแรงใส่เป้าหมายที่กระเด็นออก(ความสามารถนี้จะทำงานต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ)

    -หากช็อคเวฟที่ปล่อยออกไปไม่โดนศัตรู เลเซอร์อัตโนมัติก็จะไม่ทำงาน

    -ความเสียหายจากคลื่นกระแทก 5000%

    -ความเสียหายจากเลเซอร์ 11,000% 

    -ใช้พลังเวท 700

    __________________________

              สกิล<ช็อคเวฟเคาเตอร์>ดูเหมือนจะธรรมดา แต่นับว่าแหวกแนวอยู่พอสมควร..ไม่สิ..คงต้องบอกว่าโคตรเจ๋งเลยล่ะ เพราะโดยปกติแล้วหากอาร์ติเฟกซ์หลุดออกจากมือ เราจะไม่สามารถร่ายสกิลใดๆได้ ยกเว้นสกิล<เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติ> ซึ่งจะเรียกอาร์ติเฟกซ์ที่หลุดมือไปกลับมาที่มือเฉยๆเพื่อจะใช้สกิลอื่นๆต่อได้อีกครั้ง

              แต่สกิล <ช็อคเวฟเคาเตอร์>นั้นแหกกฎตรงที่ว่าแม้จะไม่ได้เรียกอาวุธกลับมา ก็สามารถใช้สกิลนี้ได้…นั่นก็เท่ากับว่าอุปสรรค์ตรงนี้หมดไปอย่างสิ้นเชิง เท่านี้ก็ไม่ต้องมาเสี่ยงแพ้ตอนอาวุธหลุดมืออีกละ 

              ผมนึกถึงตอนที่สู้กับเซเลน่าเมื่อครั้งสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์เลย ตอนนั้นถูกยัยนั่นเตะอาวุธหลุดมืออยู่หลายรอบ..นั่นทำให้ผมต้องระวังอยู่พอสมควร เพราะอาร์ติเฟกซ์ของผมไม่ใช่อาร์ติเฟกซ์ที่ติดหนึบกับตัวเหมือนอย่างแว่นตา รองเท้า หรือถุงมือ ซึ่งหากอาวุธของผมหลุดมือเมื่อไหร่แล้วแก้สถานการณ์ไม่ได้ก็จบ

              เอาล่ะ..การวิเคราะห์2สกิลที่ผ่านมาคงจบลงเท่านี้..แต่ยังเหลืออีก1สกิล..ซึ่งน่าจะเป็นสกิลที่แปลกที่สุดของวันนี้แล้ว…ไม่สิน่าจะแปลกที่สุดเท่าที่เคยปลดล็อคมาเลยมากกว่า

    __________________________

    <Counter Flare LV1> 

    -สกิลสายศักดิ์สิทธิ์(Holy Skill ลำดับที่1) →เป็นสกิลประจำเทวทัณฑ์ของหอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน

    -บทร่ายเริ่มต้นด้วย ‘FIRST ORDER HOLY FLAME MAGIC’ แล้วลงท้ายด้วย ‘Counter Flare’ (ต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น)

    -เงื่อนไขการใช้สกิลคือ เก็บBlock Counter (BC) ได้ครบ10เกจ 

    →สกิลพิเศษ <Holy barrier> 

    -ไม่จำเป็นต้องร่ายและไม่จำเป็นต้องเรียกอาร์ติเฟกซ์

    -สร้างบาเรียป้องกันการโจมตีเฉพาะส่วน(ควบคุมโดยจิตสำนึก) เมื่อป้องกันได้1ครั้งจะสามารถเก็บ BC ได้ 1 เกจ

    -ความทนทานของบาเรีย 100% ของ HP

    -ไม่ใช้พลังเวท 

    __________________________

              อะไรกันฟะเนี่ยยยยย!!!…รายละเอียดเยอะชะมัน..Holy Skill อะไรกันฟะ…เงื่อนไขการใช้โคตรยุ่งยาก..แถมยังต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์อีก….ในชีวิตผมไม่เคยเห็นใครร่ายสกิลจากอาร์ติเฟกซ์ด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์มาก่อนเลย….

              เพราะปกติภาษาศักดิ์สิทธิ์จะใช้เฉพาะเวลาสวดภาวนาในโบสถ์หรือวิหารเท่านั้น…มันมีไว้เพื่ออวยพร ,ภาวนา ,หรือขอขอบคุณต่อท่านเทพธิดา…ถึงจะอ่านออกแต่ก็ไม่ค่อยมีใครรู้ความหมายกันหรอก…และผมเองก็ไม่ได้ชอบไปโบสถ์นักด้วย…

              เอ่อ..ช่างมันละกัน..แต่เอาเป็นว่าเงื่อนไขการใช้คือต้องเก็บ BC ให้ครบ10ครั้งก่อนงั้นหรอ..จากนั้นก็ร่ายสกิลด้วยภาษาศักดิสิทธิ์..

              “ [FIRST ORDER HOLY FLAME MAGIC ] ” (เวทเพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่1)

              ‘Counter Flare’

              “…”

              ไม่มีอะไรออกมาแหะ…อย่างว่าแหละถ้าไม่เก็บ BC ให้ครบ10ครั้งก่อนก็คงใช้ไม่ได้ ว่าแต่เมื่อกี้นี้คงไม่ได้ร่ายผิดหรอกใช่ไหมนะ…ผมมองบรรยากาศรอบๆอันเงียบงันแล้วคิดแบบนั้น          

              “หือ?..เรเวลนายสวดภาวนาหรอ..” 

              รูอันหันมาถาม...เพราะอยู่ดีๆก็เห็นเรเวลร่ายบทสวดที่คล้ายๆกำลังภาวนาในโบสถ์ออกมา

              “ฉันไม่ได้สวดภาวนาหรอก…แต่มันคือบทร่ายสกิลต่างหากล่ะ”

              เรเวลโบกมือปฎิเสธอย่างแข็งขัน

              “เอ๋!?…ร่ายสกิลเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์เนี่ยนะ?…มีงี้ด้วยหรอ…ถ้างั้นทำไมหลังร่ายสกิลแล้วไม่เห็นมีอะไรออกมาเลยล่ะ”

              “ช่างมันเถอะ…เอาไว้เดี๋ยวก็มีเองแหละ”

              ผมขี้เกียจอธิบาย..เลยตอบรูอันส่งๆไปแบบนั้น

              “เห้ออ…อยู่ดันเจี้ยนนานคงเครียดสินะครับ…เอาไว้ขึ้นไปบนพื้น..เดี๋ยวผมเลี้ยงพาเฟต์ดีๆแล้วกันครับ…”

              รูอันถอนหายใจแล้วเดินตามหลังผมมา

              “เอิ่ม…นายไม่เชื่องั้นหรอ..”

              “เชื่อก็โง่แล้วครับ”

              “เออๆ..ช่างมันเถอะ..พอดีอาการจูนิเบียวสมัยเด็กๆมันกำเริบน่ะ…”

              “…นานๆทีได้ปลดปล่อยออกมาบ้างก็ไม่เลวเหมือนกันครับ…ผมเข้าใจดี”

              "อ่าๆ..ฮะๆ"

              ผมพยักหน้าแบบฝืนๆเนื่องจากผมขี้เกียจเถียงกับรูอัน..จึงคิดจะปล่อยผ่านไป…ขนาดรูอันยังคิดว่าผมบ้าเลย…แล้วเซซิเลียกับเซเลน่าจะมองผมยังไงล่ะนิ…

              ผมมองไปยังผู้หญิง2คนนั้นซึ่งตอนนี้กำลังยืนมองหน้าต่างสเตตัสตัวเองอยู่ไกลๆ 

              สีหน้าของพวกเธอทั้งคู่ตอนนี้ดูจริงจังสุดๆ คงเพราะต้องจำทั้งชื่อสกิล เงื่อนไข และรายละเอียดการใช้ให้ได้ในเวลาสั้นๆ เนื่องจากไม่มีเวลามากพอจะมาทดลองอะไรทั้งนั้นแล้ว และหากไม่รู้รายละเอียดสกิลใหม่ดีพอ อาจเกิดข้อผิดพลาดทำให้คนรอบๆโดนลูกหลงเอาได้ และหากเกิดสิ่งนั้นขณะสู้กับสัตว์ปีศาจ ก็อาจจะ….ช่างแมร่งเถอะ…ไม่น่าจะถึงตายอยู่แล้วมั้ง

              “นี่พวกเธอ..พร้อมลุยกันต่อรึยัง?” เรเวลถาม

              “อือ..พร้อมแล้วค่ะ”    

              เซซิเลียปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองลง

              “ส่วนฉันก็ไปเป็นตัวล่อเหมือนเดิมสินะ”

              เซเลน่าปิดหน้าต่างสเตตัสเหมือนกันพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆเล็กน้อย

              “สเตตัสที่แท้จริงของพวกเราตอนนี้คือเลเวล36 แต่เพราะบัพสัตว์เทพทำให้พวกเรามีเลเวลเทียบเท่ากับ46 ซึ่งใกล้เคียงกับสกูร์ชิพที่มีเลเวล52อยู่พอสมควรแล้ว..บางทีอาจสู้ง่ายขึ้นแล้วจบไวขึ้นกว่าเดิมก็ได้..แต่ว่า.."

              “เข้าใจละ..ฉันจะล่อมันมาอีก1ตัวก่อนก็แล้วกัน”

              เซเลน่ากล่าวจบแล้วเดินออกไป

              "เดี๋ยวก่อนครับ!…ท่านเซเลน่า..ผมขอฟื้นฟูพลังชีวิตของทุกคนให้เต็มก่อนรวมทั้งตัวท่านเซเลน่าเองด้วย"

              “อืมๆ..เข้าใจแล้ว..รีบๆเข้าล่ะ”

              เซเลน่าหันกลับมาแล้วเดินเข้ามาหารูอัน..จากนั้นรูอันก็เริ่มร่ายเวทรักษาให้ทีละคน

              เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วก็ดำเนินการตามแผนแบบที่เคยทำเหมือนเดิม..คือเซเลน่าไปล่อนั่นเอง

             .

              ผ่านไปได้สักพักหนึ่ง        

             .

              “หะ..เห้ยยยย…ทำไมคราวนี้มันมารวดเดียว3ตัวล่ะ!!!”

              ทั้งผม เซซิเลีย รูอันพากันตกใจที่มีสกูร์ชิพวิ่งตามหลังเซเลน่ามาถึง3ตัว

              “จะไปรู้หรอยะ!….”

              “แต่เธอเป็นคนล่อมันมาเองนะ..จะไม่รู้ได้ยังไง…” เรเวลโวยวายขึ้นมา

              ชิบหายละ..งวดนี้ไม่ได้ชาร์จสกิลนั่นเตรียมไว้ด้วย…เพราะคิดว่าตอนนี้ทุกคนเลเวลเทียบเท่า46กันหมดแล้ว ฉะนั้น4ต่อ1 กับเลเวล52 น่าจะสู้ได้ง่ายขึ้นมาก  แต่บังเอิญเซเลน่าไปล่อมันอีท่าไหนก็ไม่รู้ถึงได้มาพร้อมกันตั้ง3ตัว นั่นเท่ากับว่าต้องสู้กันแบบ 4ต่อ3 เลยเรอะ!!!….ซึ่งหากตัดรูอันออกไปแล้ว มันก็จะเป็น 3ต่อ3 หรือพูดง่ายๆคือไม่ต่างจาก1ต่อ1เลย

              เห้ยๆเดี๋ยวๆ!…1-1 กับเลเวล52เนี่ยนะ..จะไหวจริงๆเรอะ!?…

              ผมส่ายหน้าตัวเองเบาๆ

              "ชิ..ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผจญภัยสินะ"

              เอาเถอะ..ต้องพิสูจน์ให้เอลิเซ่เห็นกันหน่อยแล้ว..จะรอดไปให้ได้…แล้วทำให้เธอเสียใจที่หักอกฉันถึง2ครั้งเลยคอยดู!!

              เรเวลตั้งท่ามุ่งมั่นพร้อมกับนึกถึงเด็กสาวผมทองตาทองคนหนึ่ง

              “เซเลน่าล่อมันเข้ามาในสวนดอกไม้ของฉัน!!…”

              “เข้าใจแล้วเซซิเลีย”

              เซเลน่าวิ่งสุดชีวิตเข้ามายังกลางสวนดอกไม้ ซึ่งด้วยสเตตัสตอนนี้ทำให้วิ่งได้เร็วกว่าเดิมมากจึงทิ้งระยะห่างจากสกูร์ชิพได้พอสมควร

              สกูร์ชิพที่ตามมาทีหลังเมื่อเหยียบ <อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้> ความเร็วจึงตกลงไปทันที

              “แยกกันรับมือคนละตัว…”

              เรเวลกล่าวแบบนั้น..แล้วพุ่งพรวดเข้าไปหาตัวขวาสุด

              เซซิเลียรับมือตัวกลาง

              เซเลน่ารับมือตัวซ้าย

              ส่วนรูอันอยู่หลังสุด..แล้วคอยสนับสนุน

              “ตอนนี้สเตตัสเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว แถมยังปลดล็อคสกิลใหม่อีก…เข้ามาเลยไอ้แกะหน้าเหมือนผี"

              "กรรรร...."

              สกูร์ชิพกระโจนเข้ามา..เซเลน่าง้างหมัดที่หุ้มด้วยถุงมือสีแดงแล้วกระโจนเข้าไปหาเช่นกัน

               

     

     

              #คุยกับคนเขียน(ไรท์)#

              แต่งไปแต่งมา..ให้เซเลน่าเป็นพระเอกเถอะ…หยอกๆ55555  

              ปล.จริงๆบทในSagaดันเจี้ยนนี้กะให้เรเวลกับเซเลน่าผลัดกัน OP