<คริมสันเฮลิกซ์ LV1>
-เหวี่ยงหอกไปรอบๆสร้างวงพายุรูปเกลียวสปริง
-แรงลมจากพายุแห่งไฟนอกจากจะผลักศัตรูโดยรอบให้กระเด็นแล้วยังสามารถดันตัวเองให้ลอยขึ้นเหนือพื้นด้วย (ความสามารถทั้ง2อย่างนี้สามารถควบคุมได้ดังใจนึก)
-สามารถคอมโบกับสกิลอื่นๆที่ใช้งานกลางอากาศได้โดยไม่ต้องร่ายชื่อสกิลต่อ
-ความเสียหาย 9,000%
-การโจมตีนี้สามารถตัดผ่ามิติได้
-ใช้พลังเวท 400
__________________________
สกิลแรก <คริมสันเฮลิกซ์> ด้านแอคชั่นสกิลนับว่าน่าสนใจมาก นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษสุดหายากอย่างผ่ามิติอีก นั่นเท่ากับว่าตอนนี้เรามีสกิลที่โจมตีทะลุมิติได้ถึง2สกิลแล้ว แม้ที่ผ่านมามันจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ก็เถอะ หากเทียบกับสกิลที่ลบล้างเวทมนตร์ได้ของเซเลน่าแล้ว ของยัยนั่นนับว่าดีกว่าเยอะ
ด้านดาเมจแม้จะแรงเมื่อเทียบกับสกิลLV1ด้วยกันอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับสกิลก่อนหน้านี้ที่อัพไปเกินLV1แล้วก็ยังนับว่าเบากว่ามาก ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วตอนนี้น่าใช้จะเป็นสกิลที่เอาไว้สร้างสถานการณ์มากกว่าสกิลพิฆาตในทีเดียวล่ะนะ
เอาล่ะ…เรามาดูสกิลต่อมากันเลย
__________________________
<ช็อคเวฟเคาเตอร์ LV1>
-เมื่ออาวุธ(อาร์ติเฟกซ์)หลุดมือจะสามารถเคาเตอร์ด้วยสกิลนี้ได้
-ระเบิดพลังเวทแล้วปล่อยออกมาเป็นคลื่นกระแทกอย่างรุนแรงรอบทิศทาง (รัศมี 5 m.)
-หอกศักดิ์สิทธิ์ที่หลุดมือไปจะหมุนค้างกลางอากาศแล้วยิงเลเซอร์อย่างรุนแรงใส่เป้าหมายที่กระเด็นออก(ความสามารถนี้จะทำงานต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ)
-หากช็อคเวฟที่ปล่อยออกไปไม่โดนศัตรู เลเซอร์อัตโนมัติก็จะไม่ทำงาน
-ความเสียหายจากคลื่นกระแทก 5000%
-ความเสียหายจากเลเซอร์ 11,000%
-ใช้พลังเวท 700
__________________________
สกิล<ช็อคเวฟเคาเตอร์>ดูเหมือนจะธรรมดา แต่นับว่าแหวกแนวอยู่พอสมควร..ไม่สิ..คงต้องบอกว่าโคตรเจ๋งเลยล่ะ เพราะโดยปกติแล้วหากอาร์ติเฟกซ์หลุดออกจากมือ เราจะไม่สามารถร่ายสกิลใดๆได้ ยกเว้นสกิล<เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติ> ซึ่งจะเรียกอาร์ติเฟกซ์ที่หลุดมือไปกลับมาที่มือเฉยๆเพื่อจะใช้สกิลอื่นๆต่อได้อีกครั้ง
แต่สกิล <ช็อคเวฟเคาเตอร์>นั้นแหกกฎตรงที่ว่าแม้จะไม่ได้เรียกอาวุธกลับมา ก็สามารถใช้สกิลนี้ได้…นั่นก็เท่ากับว่าอุปสรรค์ตรงนี้หมดไปอย่างสิ้นเชิง เท่านี้ก็ไม่ต้องมาเสี่ยงแพ้ตอนอาวุธหลุดมืออีกละ
ผมนึกถึงตอนที่สู้กับเซเลน่าเมื่อครั้งสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์เลย ตอนนั้นถูกยัยนั่นเตะอาวุธหลุดมืออยู่หลายรอบ..นั่นทำให้ผมต้องระวังอยู่พอสมควร เพราะอาร์ติเฟกซ์ของผมไม่ใช่อาร์ติเฟกซ์ที่ติดหนึบกับตัวเหมือนอย่างแว่นตา รองเท้า หรือถุงมือ ซึ่งหากอาวุธของผมหลุดมือเมื่อไหร่แล้วแก้สถานการณ์ไม่ได้ก็จบ
เอาล่ะ..การวิเคราะห์2สกิลที่ผ่านมาคงจบลงเท่านี้..แต่ยังเหลืออีก1สกิล..ซึ่งน่าจะเป็นสกิลที่แปลกที่สุดของวันนี้แล้ว…ไม่สิน่าจะแปลกที่สุดเท่าที่เคยปลดล็อคมาเลยมากกว่า
__________________________
<Counter Flare LV1>
-สกิลสายศักดิ์สิทธิ์(Holy Skill ลำดับที่1) →เป็นสกิลประจำเทวทัณฑ์ของหอกศักดิ์สิทธิ์โฮลี่เจวาลิน
-บทร่ายเริ่มต้นด้วย ‘FIRST ORDER HOLY FLAME MAGIC’ แล้วลงท้ายด้วย ‘Counter Flare’ (ต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น)
-เงื่อนไขการใช้สกิลคือ เก็บBlock Counter (BC) ได้ครบ10เกจ
→สกิลพิเศษ <Holy barrier>
-ไม่จำเป็นต้องร่ายและไม่จำเป็นต้องเรียกอาร์ติเฟกซ์
-สร้างบาเรียป้องกันการโจมตีเฉพาะส่วน(ควบคุมโดยจิตสำนึก) เมื่อป้องกันได้1ครั้งจะสามารถเก็บ BC ได้ 1 เกจ
-ความทนทานของบาเรีย 100% ของ HP
-ไม่ใช้พลังเวท
__________________________
อะไรกันฟะเนี่ยยยยย!!!…รายละเอียดเยอะชะมัน..Holy Skill อะไรกันฟะ…เงื่อนไขการใช้โคตรยุ่งยาก..แถมยังต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์อีก….ในชีวิตผมไม่เคยเห็นใครร่ายสกิลจากอาร์ติเฟกซ์ด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์มาก่อนเลย….
เพราะปกติภาษาศักดิ์สิทธิ์จะใช้เฉพาะเวลาสวดภาวนาในโบสถ์หรือวิหารเท่านั้น…มันมีไว้เพื่ออวยพร ,ภาวนา ,หรือขอขอบคุณต่อท่านเทพธิดา…ถึงจะอ่านออกแต่ก็ไม่ค่อยมีใครรู้ความหมายกันหรอก…และผมเองก็ไม่ได้ชอบไปโบสถ์นักด้วย…
เอ่อ..ช่างมันละกัน..แต่เอาเป็นว่าเงื่อนไขการใช้คือต้องเก็บ BC ให้ครบ10ครั้งก่อนงั้นหรอ..จากนั้นก็ร่ายสกิลด้วยภาษาศักดิสิทธิ์..
“ [FIRST ORDER HOLY FLAME MAGIC ] ” (เวทเพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่1)
‘Counter Flare’
“…”
ไม่มีอะไรออกมาแหะ…อย่างว่าแหละถ้าไม่เก็บ BC ให้ครบ10ครั้งก่อนก็คงใช้ไม่ได้ ว่าแต่เมื่อกี้นี้คงไม่ได้ร่ายผิดหรอกใช่ไหมนะ…ผมมองบรรยากาศรอบๆอันเงียบงันแล้วคิดแบบนั้น
“หือ?..เรเวลนายสวดภาวนาหรอ..”
รูอันหันมาถาม...เพราะอยู่ดีๆก็เห็นเรเวลร่ายบทสวดที่คล้ายๆกำลังภาวนาในโบสถ์ออกมา
“ฉันไม่ได้สวดภาวนาหรอก…แต่มันคือบทร่ายสกิลต่างหากล่ะ”
เรเวลโบกมือปฎิเสธอย่างแข็งขัน
“เอ๋!?…ร่ายสกิลเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์เนี่ยนะ?…มีงี้ด้วยหรอ…ถ้างั้นทำไมหลังร่ายสกิลแล้วไม่เห็นมีอะไรออกมาเลยล่ะ”
“ช่างมันเถอะ…เอาไว้เดี๋ยวก็มีเองแหละ”
ผมขี้เกียจอธิบาย..เลยตอบรูอันส่งๆไปแบบนั้น
“เห้ออ…อยู่ดันเจี้ยนนานคงเครียดสินะครับ…เอาไว้ขึ้นไปบนพื้น..เดี๋ยวผมเลี้ยงพาเฟต์ดีๆแล้วกันครับ…”
รูอันถอนหายใจแล้วเดินตามหลังผมมา
“เอิ่ม…นายไม่เชื่องั้นหรอ..”
“เชื่อก็โง่แล้วครับ”
“เออๆ..ช่างมันเถอะ..พอดีอาการจูนิเบียวสมัยเด็กๆมันกำเริบน่ะ…”
“…นานๆทีได้ปลดปล่อยออกมาบ้างก็ไม่เลวเหมือนกันครับ…ผมเข้าใจดี”
"อ่าๆ..ฮะๆ"
ผมพยักหน้าแบบฝืนๆเนื่องจากผมขี้เกียจเถียงกับรูอัน..จึงคิดจะปล่อยผ่านไป…ขนาดรูอันยังคิดว่าผมบ้าเลย…แล้วเซซิเลียกับเซเลน่าจะมองผมยังไงล่ะนิ…
ผมมองไปยังผู้หญิง2คนนั้นซึ่งตอนนี้กำลังยืนมองหน้าต่างสเตตัสตัวเองอยู่ไกลๆ
สีหน้าของพวกเธอทั้งคู่ตอนนี้ดูจริงจังสุดๆ คงเพราะต้องจำทั้งชื่อสกิล เงื่อนไข และรายละเอียดการใช้ให้ได้ในเวลาสั้นๆ เนื่องจากไม่มีเวลามากพอจะมาทดลองอะไรทั้งนั้นแล้ว และหากไม่รู้รายละเอียดสกิลใหม่ดีพอ อาจเกิดข้อผิดพลาดทำให้คนรอบๆโดนลูกหลงเอาได้ และหากเกิดสิ่งนั้นขณะสู้กับสัตว์ปีศาจ ก็อาจจะ….ช่างแมร่งเถอะ…ไม่น่าจะถึงตายอยู่แล้วมั้ง
“นี่พวกเธอ..พร้อมลุยกันต่อรึยัง?” เรเวลถาม
“อือ..พร้อมแล้วค่ะ”
เซซิเลียปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองลง
“ส่วนฉันก็ไปเป็นตัวล่อเหมือนเดิมสินะ”
เซเลน่าปิดหน้าต่างสเตตัสเหมือนกันพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆเล็กน้อย
“สเตตัสที่แท้จริงของพวกเราตอนนี้คือเลเวล36 แต่เพราะบัพสัตว์เทพทำให้พวกเรามีเลเวลเทียบเท่ากับ46 ซึ่งใกล้เคียงกับสกูร์ชิพที่มีเลเวล52อยู่พอสมควรแล้ว..บางทีอาจสู้ง่ายขึ้นแล้วจบไวขึ้นกว่าเดิมก็ได้..แต่ว่า.."
“เข้าใจละ..ฉันจะล่อมันมาอีก1ตัวก่อนก็แล้วกัน”
เซเลน่ากล่าวจบแล้วเดินออกไป
"เดี๋ยวก่อนครับ!…ท่านเซเลน่า..ผมขอฟื้นฟูพลังชีวิตของทุกคนให้เต็มก่อนรวมทั้งตัวท่านเซเลน่าเองด้วย"
“อืมๆ..เข้าใจแล้ว..รีบๆเข้าล่ะ”
เซเลน่าหันกลับมาแล้วเดินเข้ามาหารูอัน..จากนั้นรูอันก็เริ่มร่ายเวทรักษาให้ทีละคน
เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วก็ดำเนินการตามแผนแบบที่เคยทำเหมือนเดิม..คือเซเลน่าไปล่อนั่นเอง
.
ผ่านไปได้สักพักหนึ่ง
.
“หะ..เห้ยยยย…ทำไมคราวนี้มันมารวดเดียว3ตัวล่ะ!!!”
ทั้งผม เซซิเลีย รูอันพากันตกใจที่มีสกูร์ชิพวิ่งตามหลังเซเลน่ามาถึง3ตัว
“จะไปรู้หรอยะ!….”
“แต่เธอเป็นคนล่อมันมาเองนะ..จะไม่รู้ได้ยังไง…” เรเวลโวยวายขึ้นมา
ชิบหายละ..งวดนี้ไม่ได้ชาร์จสกิลนั่นเตรียมไว้ด้วย…เพราะคิดว่าตอนนี้ทุกคนเลเวลเทียบเท่า46กันหมดแล้ว ฉะนั้น4ต่อ1 กับเลเวล52 น่าจะสู้ได้ง่ายขึ้นมาก แต่บังเอิญเซเลน่าไปล่อมันอีท่าไหนก็ไม่รู้ถึงได้มาพร้อมกันตั้ง3ตัว นั่นเท่ากับว่าต้องสู้กันแบบ 4ต่อ3 เลยเรอะ!!!….ซึ่งหากตัดรูอันออกไปแล้ว มันก็จะเป็น 3ต่อ3 หรือพูดง่ายๆคือไม่ต่างจาก1ต่อ1เลย
เห้ยๆเดี๋ยวๆ!…1-1 กับเลเวล52เนี่ยนะ..จะไหวจริงๆเรอะ!?…
ผมส่ายหน้าตัวเองเบาๆ
"ชิ..ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องผจญภัยสินะ"
เอาเถอะ..ต้องพิสูจน์ให้เอลิเซ่เห็นกันหน่อยแล้ว..จะรอดไปให้ได้…แล้วทำให้เธอเสียใจที่หักอกฉันถึง2ครั้งเลยคอยดู!!
เรเวลตั้งท่ามุ่งมั่นพร้อมกับนึกถึงเด็กสาวผมทองตาทองคนหนึ่ง
“เซเลน่าล่อมันเข้ามาในสวนดอกไม้ของฉัน!!…”
“เข้าใจแล้วเซซิเลีย”
เซเลน่าวิ่งสุดชีวิตเข้ามายังกลางสวนดอกไม้ ซึ่งด้วยสเตตัสตอนนี้ทำให้วิ่งได้เร็วกว่าเดิมมากจึงทิ้งระยะห่างจากสกูร์ชิพได้พอสมควร
สกูร์ชิพที่ตามมาทีหลังเมื่อเหยียบ <อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้> ความเร็วจึงตกลงไปทันที
“แยกกันรับมือคนละตัว…”
เรเวลกล่าวแบบนั้น..แล้วพุ่งพรวดเข้าไปหาตัวขวาสุด
เซซิเลียรับมือตัวกลาง
เซเลน่ารับมือตัวซ้าย
ส่วนรูอันอยู่หลังสุด..แล้วคอยสนับสนุน
“ตอนนี้สเตตัสเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว แถมยังปลดล็อคสกิลใหม่อีก…เข้ามาเลยไอ้แกะหน้าเหมือนผี"
"กรรรร...."
สกูร์ชิพกระโจนเข้ามา..เซเลน่าง้างหมัดที่หุ้มด้วยถุงมือสีแดงแล้วกระโจนเข้าไปหาเช่นกัน
#คุยกับคนเขียน(ไรท์)#
แต่งไปแต่งมา..ให้เซเลน่าเป็นพระเอกเถอะ…หยอกๆ55555
ปล.จริงๆบทในSagaดันเจี้ยนนี้กะให้เรเวลกับเซเลน่าผลัดกัน OP