ขณะที่องค์ชายฮั่วซาน ปรากฏกายในสภาพทุเรศเช่นนั้น ก็มี ชายแต่งชุดพราหมณ์วัยกลางคน เดินมากับศิษย์อีก สามคน เห็นสภาพขององค์ชายก็ช่วยกันไปประคองเอาไว้ มีเสียงหัวเราะเยาะอีกด้วย
“ องค์ชาย เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้” ชายแต่งชุดสีขาวเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้าทำงานที่ท่านอาจารย์สั่งไม่สำเร็จ ถูกเด็กจากโลกชั้นต่ำ ใช้เล่ห์โกง ทำให้ข้าตกเวทีประลอง น่าขายหน้ายิ่งนัก”
“ เด็กจากโลกมนุษย์ ฝีมือมันคงร้ายกาจมากเลยใช่ไหม ถึงได้ทำน้องสามตกในสภาพเช่นนี้ได้” องค์ชายรองอดกลั้นหัวเราะไม่ได้
“ พี่รองอย่าได้ซ้ำเติมกัน มันมีพลังแค่ ขั้นวิญญาณระดับ 6 เท่านั้น แต่มันเจ้าเล่ห์ยิ่ง” องค์ชายสามมองที่เป้าของตนอย่างไม่พอใจ
“ ท่านอาจารย์ แค่คัมภีร์วิญญาณ ของแดนวิญญาณเล่มเดียว ไม่เห็นให้น้องสามต้องลงมือด้วยตนเองเลยนะขอรับ”
องค์ชายรองหยุดหัวเราะเยาะน้องชาย หันมาถาม อาจารย์
“ นั่นไม่ใช่คัมภีร์ทั่วไป อาจารย์รอนแรม สืบหามาตั้งนาน กว่าจะพบว่า คัมภีร์เล่นนี้
เป็นคัมภีร์ที่เขียนโดย ท่านเทพองค์หนึ่ง ดังนั้น หากใครฝึกคัมภีร์เล่มนี้ได้ พลังย่อมไม่ธรรมดาแน่”
“ เทพองค์ใดกัน เขียนคัมภีร์พลังเท้าช้างเช่นนี้ แค่ฟังชื่อก็ไม่มีใครสนใจแล้ว”
“ ท่านเทพพิฆเนศวร บุตรแห่งมหาเทพศิวะ กับ พระแม่กาลี”
“ หากเป็นเช่นนั้น พวกเรารอให้มันศึกษาครบเวลาแล้ว เราค่อยไปนำออกมาไม่ได้รึ?” องค์ชายใหญ่ฮั่วอี้ ยืนนิ่งอยู่นานก็เอ่ยขึ้น
“ คงไม่ได้แล้ว เพราะคัมภีร์วิเศษนี้ หากใครได้ฝึก พลังจากคัมภีร์ จะไหลเข้าไปในร่างของ ผู้ฝึกฝน ทำให้คัมภีร์ที่เหลือ จะกลายเป็นคัมภีร์ธรรมดาไป”ทั้งหมดจึงได้แต่เสียดายยิ่ง
“ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าต้องตามหามัน เพื่อแก้แค้นให้ได้” องค์ชายฮั่วซานเอ่ยด้วยความแค้นฝังอก
ส่วนหยางเทียนพอได้สัมผัส กับคัมภีร์พลังเท้าช้าง ก็เกิดแสงสว่างสีทองเปล่งประกาย แสงสีทอง กับ เคล็ดวิชาในคัมภีร์ก็หลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาจนหมด แล้วหลังจากนั้น คัมภีร์ ก็หมดแสงลงไป หยางเทียนเอามือออกมา
“ ที่นี่จะเป็นสถานที่ฝึกฝนให้กับเจ้าเป็นเวลา 1 ปี แต่เวลาภายนอกเท่ากับผ่านไปแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น” เสียงของผู้พิทักษ์คัมภีร์เอ่ยออกมา
ภายในสภาพห้องที่หยางเทียนอยู่ ก็เปลี่ยนสภาพเป็น ห้องฝึกตนขนาดใหญ่
หยางเทียนเริ่มท่องบทสวดตามคัมภีร์ ขาของหยางเทียนก็คล้ายใหญ่ขึ้นเหมือนเท้าช้าง
“ เฮ้ย นี่มันอะไรวะเนี่ย?” หยางเทียนศึกษาต่อไปก็พบว่า ต้องฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายตามคัมภีร์ ซึ่งมองภาพแล้วคล้ายกับการฝึกวิชาโยคะ ผสมกับ วิชามวยไทยเลย หลังจากนั้นหยางเทียนก็เคลื่อนไหวเท้าช้างนี้ทุกวัน ตามตำราเป็นเวลาสามเดือน จนเท้าช้างที่ใหญ่ก็ค่อยๆ เล็กลง จนกลับคืนสู่เท้าปกติ แล้วหยางเทียนก็ลองกระทืบที่พื้น พบว่า พื้นศิลากลับแตกละเอียด
“ โอ้โฮ ไม่ธรรมดาเลย วิชาพลังเท้าช้างนี่ ” หยางเทียนฝึกกระโดดเคลื่อนไหว ก็สามารถเคลื่อนไหวเร็วกว่าเดิมเสียอีก แต่คัมภีร์บทสุดท้ายกล่าวถึง วิธีการอัญเชิญเทพพิฆเนศวร ออกมาเข้าร่าง ซึ่งระดับพลังของหยางเทียน เพียงอัญเชิญท่านมาได้แค่ 3 วินาทีเท่านั้น หากมีพลังวิญญาณสูงขึ้นกว่านี้ จะทำให้สามารถเชิญพลังเทพได้มากกว่านี้ หยางเทียน ฝึกฝนพลังเท้าช้าง จนได้เวลาในห้องฝึกฝนครบ 1 ปี พลังวิญญาณของหยางเทียนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ระดับ เป็น ขั้นวิญญาณระดับที่ 7 แล้ว
หยางเทียนกลับสู่โลกมนุษย์ ต่อหน้า ท่านผอ.เฉียนคงอีกครั้ง
“ ไม่เลว ขั้นพลังเพิ่มขึ้นอีก 1 ระดับด้วย ว่าแต่เธอฝึกวิชาอะไรมาล่ะ”
“ พลังเท้าช้างครับ”
“ ฮ่า ฮ่า พลังเท้าช้าง ที่ไหนมี ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“ เอาเถอะครับ ไม่มีงานอะไร ผมกลับก่อนละกัน” หยางเทียนก็ไม่อยากอธิบายมาก
“ เดี๋ยวก่อน พรุ่งนี้ เก้าโมงเช้า จะมีนักร้องเคป๊อบ ชื่อ อาบีเกล เดินทางมาถ่ายโฆษณา ที่เมืองม่านกู่ 7 วัน สำนักงานเซ็นสัญญา อารักขาลูกค้ารายนี้ตลอด 24 ชั่วโมง พรุ่งนี้ 8 โมงเช้าไปกับต้าสงสองคนก็พอ เพราะลูกค้ามี การ์ดมาด้วยแปดคน”
“ ได้ครับ”
ที่สนามบินแห่งชาติอาเซี่ยน หยางเทียนกับ ต้าสง เข้ามารออยู่ที่ห้องวีไอพีที่สนามบิน เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินบอกว่า คุณอาบีเกล จากออกทางนี้ แล้วขึ้นรถออกไปเลย หยางเทียนเห็นแฟนคลับ อาบีเกลมารอที่ทางออกสนามบินจนแน่นไปหมด ทำให้สงสัยว่า นักร้องดังระดับนี้ จะมาจ้างพวกเขาทำไมกันนะ ทั้งที่มี บอดี้การ์ดอยู่แล้วเกือบสิบคน
พออาบีเกลเดินออกมา หยางเทียนก็เห็น ความมีออร่าของเธอส่องประกายออกมาแม้เห็นหน้าไม่ชัด เพราะสวมแมสปิดหน้าเอาไว้ แต่แมสแค่นี้ไม่อาจซ่อนความงามของเธอได้เลย การ์ดที่พาเธอออกมา ล้วนเป็นชายร่างใหญ่ ชาวเกาหลีทั้งหมดมีผู้จัดการเดินตามมาอีกคน แต่ละคนดูหน้าโหดเหมือน จะกลืนกินแฟนๆ ที่จะเข้ามาขอลายเซ็นของเธอ แต่ในใจคิดว่า บอดี้การ์ดพวกนี้ไม่น่าวางใจสักคน หยางเทียนเข้าไปยืนด้านหน้า ขณะที่เธอกำลังตรวจพาสปอร์ตจะออกจากห้อง วีไอพีมา พอเห็นหยางเทียน เธอก็กวักมือเรียกทันที
จากนั้นก็คว้าแขนหยางเทียน แล้วขึ้นรถเก๋งคันใหญ่ ที่มีเฉพาะ คนขับรถ กับ หยางเทียนและ อาบีเกลเท่านั้น สร้างความมึนงง ให้กับผู้จัดการส่วนตัว และ บอดี้การ์ดเกาหลี และ ต้าสงยิ่งนัก แต่ก็ต้องรีบนั่งรถตาม เธอไปอย่างเร็ว แฟนได้แต่ยืนงงเช่นกัน ที่ได้แค่เห็นหน้าแวบเดียว และรู้สึกเศร้าใจ ที่เธอไม่เดินมาทักทายเหมือนเช่นเคย
“ สวัสดีคุณหยางเทียน คุณนี่เหมือนกับรูปถ่ายเลยนะคะ”
“ มีรูปถ่ายผมด้วยหรือครับ” หยางเทียนสงสัย ยิ่ง ที่อาบีเกลเอ่ยเช่นนี้
“ ซานญ่า เป็นคนแนะนำคุณให้มาช่วยคุ้มครองฉันค่ะ”
หยางเทียนเข้าใจทันที ที่แท้ ซานญ่า ที่เจอกันที่งานแสดงเพชรสีชมพูนี่เอง
“ แต่ว่า คุณอาบีเกลไม่เห็นต้องจ้างผมก็ได้นี่ ผมเห็นบอดี้การ์ดคุณมีเป็นขโยง”
“ คุณยังไม่รู้อะไร ฉันใกล้จะหมดสัญญา กับทางค่าย ไดนาไมค์แล้ว ช่วงนี้ ค่ายเลยหางานให้ฉันแบบ ลดแลก แจกแถม คิดว่าฉันคงไม่ต่อสัญญาแน่”
“ แต่ทางค่ายจัดบอดี้การ์ดให้คุณอย่างดีนี่”
“ เปล่าเลย คนพวกนี้ฉันจ้างมาเองทั้งนั้น ค่ายไม่ยอมจ่ายเงินแม้แต่แดงเดียว ทั้งๆ ที่รู้ว่า มีแอนตี้แฟน ขู่ว่า จะฆ่าฉัน”
“ แอนตี้แฟนของคุณนี่ โหดขนาดนี้เลยหรือครับ”
“ พวกเขาบ้าคลั่งกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
“ คนที่แอนตึ้ ส่วนใหญ่เป็นคนชาติอะไรครับ”
“ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนเกาหลี เป็นส่วนใหญ่ หากว่าฉันไม่มีแฟนคลับจากต่างประเทศช่วยเหลือ ช่วยซับพอร์ตฉัน ป่านนี้ ฉันคงถูกเจ้าของค่าย ส่งไปบำเรอกามให้กับ ผู้มีอิทธิพลไปแล้ว”
“ ชั่วช้าจริงๆ ทำไมคนเกาหลีถึงได้ ไม่ชอบคนเกาหลีด้วยกันถึงขนาดนี้”
“ ฉันไม่ใช่คนเกาหลี ฉันคือ คนอาเซียน เป็นเด็กม่านกู่ตะวันตก ได้เดบิวต์ตั้งแต่เด็ก นี่ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วที่จะหมดสัญญา”
“ พวกเหยียดเชื้อชาติอย่างนั้นหรือ?”
“ ฉันไม่รู้”
“ ทำใจเถอะครับ พวกเขาเองก็ถูกปลูกฝังกันมาตั้งแต่เกิด แม้แต่ชาติเดียวกัน ยังถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศเลย”
ถึงโรงแรมมูนสตาร์ หยางเทียนก็กลายเป็นบอดี้การ์ดคนเดียวที่ยืนติดกับ อาบีเกลมาตลอด มีแฟนคลับบางกลุ่มมารอที่หน้าโรงแรม หยางเทียน ให้อาบีเกล ทักทายแฟนกลุ่มนี้ได้ เพราะสำรวจแล้วปลอดภัย หลังจากนั้นก็หยางเทียนก็พาอาบีเกลไปสำรวจห้องพัก ปล่อยให้บอดี้การ์ด และ ผู้จัดการแยกย้ายไปพักกันตามห้องของตน
ณ ห้องพักโรมแรมมูนสตาร์ มีชาย เก้าคนกำลังประชุมกัน มีผู้จัดการส่วนตัวของ อาบีเกล กับ บอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้ง 8คน
“ เธอจ้างบอดี้การ์จากม่านกู่เพิ่มอีกสองคน รู้สึกว่า จะไว้ใจมากกว่าพวกเรานะครับ”
“ เจ้าของค่ายไดนาไมค์ สั่งมาแล้วว่า ให้จัดการวางยาอาบีเกล แล้วมอบให้ท่านวุฒิสมาชิก จัดการเธอจนกว่าจะพอใจ ต่อด้วยฉันอีกคน จากนั้น ก็ให้พวกนายทุกคนจัดการเรียงคิวเธอ แล้วถ่ายวิดีโอเอาไว้ ต่อไปนี้เธอก็ไม่กล้าหือหรือยกเลิกสัญญากับเจ้าของค่ายอีก ดังนั้น
คืนนี้ พวกนายมอมยาเธอซะให้เรียบร้อย บอดี้การ์ดจากม่านกู่สองคนนั่น ก็จัดการซะด้วยอย่าให้มีปัญหาล่ะ ฉันจะรออยู่ที่ห้องท่านวุฒิสมาชิก” ผู้จัดการของอาบีเกลเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม
บอดี้การ์ดแปดคน ส่งสายตาหื่นกระหาย ออกมา ช่างน่าเกลียดยิ่งนัก
หยางเทียน ยังคงอยู่ในห้องของ อาบีเกลเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ส่วน ต้าสงนั้นหยางเทียนให้ไป ทำเรื่องเปิดห้องที่ใกล้ที่สุด แต่ว่า ชั้นที่อยู่นี้เต็ม เลยต้องไปอยู่อีกชั้นหนึ่ง
“ ผมรู้สึกว่า งานโฆษณาที่จะเริ่มถ่ายในวันพรุ่งนี้ อยู่กลางชุมนุมชน มันจะเป็นอันตรายนะครับ” หยางเทียนดูตารางงานแล้ว เอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ คงไม่มีอะไร ทางทีมงานเขาเตรียมการเอาไว้หลายวันแล้ว ฉันไม่อยากให้ตัวฉันเป็นคนที่ทำให้งาน พวกเขาเสียหาย”
“ คืนนี้ ผมจะยืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องคุณเอง ไม่ต้องห่วงนะ” หยางเทียนคิดว่าจะให้ผอ. ส่งคนมาเพิ่มอีกสี่คน เพราะรู้สึกว่า มีอันตรายรายล้อมอยู่
“ ไมต้องก็ได้ พวกบอดี้การ์ดที่ฉันจ้างมา พวกเขาก็นอนห้องข้างๆ ฉันทั้งหมด ไม่น่ามีอะไรนะ”
นั่นแหละ น่ากลัวที่สุด หยางเทียนคิดในใจ แต่ไม่เอ่ยออกมา
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเคาะห้อง มีคนนำอาหารมาส่ง โดยมีบอดี้การ์ด เดินคุมมาด้วยสี่คน
“ ผมตรวจสอบหมดแล้ว ปลอดภัยครับ” บอดี้การ์ดพูดออกมา หยางเทียนเห็นดวงตามันมองเหลือบไปที่ อาหารครู่ หนึ่ง ก็มั่นใจว่า ไอ้หมอนี่โกหก
“ พวกคุณออกไปก่อน ขอให้คุณอาบีเกล ทานอาหารเป็นการส่วนตัวด้วยครับ”
หยางเทียนไล่พวกมันออกไป สร้างความไม่พอใจกับ บอดี้การ์ดเกาหลีเหล่านี้ยิ่งนัก
“ โอ้โห น่ากินจังเลย ฉันกินก่อนนะ” อาบีเกลกำลังจะกินอาหาร แต่หยางเทียนจับมือเอาไว้ แล้วสั่นหัว
“ ผมสงสัยว่า อาหารนี้จะมียาสลบ คอยดูนะ”
หยางเทียนนำอาหารเททิ้งจนหมด แล้วก็บอกให้ อาบีเกลไปแอบที่ในห้องครัว
แล้วหยางเทียนก็ เข็นอาหารออกไปด้านนอก เจอบอดี้การ์ดสี่คนยืนเฝ้าไม่ห่าง
“ ผมจะไปหาเพื่อนสักครู่ เดี๋ยวจะขึ้นมา ฝากคุณอาบีเกลด้วย ตอนนี้เธอง่วงมาก อย่ารบกวนเธอ” หยางเทียนเดินออกไปลับตาแล้ว ทั้งสี่คนก็เรียกพรรคพวกมาทั้งหมด แล้วใช้คีย์การ์ดของโรงแรม ที่เตรียมเอาไว้ แล้วเปิดเข้าไปในห้อง แล้วเข้าไปหาอาบีเกลที่ห้องนอน แต่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอ ทั้งหมดหงุดหงิดมาก
แล้วแล้วหยางเทียนก็เดินเข้ามา
“ ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าห้ามเข้ามา คุณอาบีเกลอยากพักผ่อน”
“ บอกมา อาบีเกลอยู่ไหน”
“ พวกแกนี่มีพิรุธนะเนี่ย คิดรวมหัวกันทำร้ายคุณอาบีเกลใช่ไหม”
“ ไอ้บ้านี้ พูดมากไปแล้ว อัดแม่งเลย”
ไอ้คนที่พูด ลุยเข้าใส่หยางเทียน ที่ตัวเล็กกว่ามาก หยางเทียน ใช้เท้าถีบเข้าหน้าอกของมัน จนกระดูกหัก ลงไปนอน กุมหน้าอกแล้วสิ้นสติไป ที่เหลือก็ไม่รอแล้ว รุมอัดหยางเทียนเพียงคนเดียว เสียงดัง ตูมตาม โครมคราม อยู่สักพัก
อาบีเกลก็โผล่หน้าออกมาจากที่ซ่อน พบบอดี้การ์ดเกาหลีของเธอ 8 คน ลงไปนอนกับพื้น ร้องโอดโอย ไม่มีใครลุกขึ้นแม้แต่น้อย
“ บอกแผนของพวกแกมา” หยางเทียนเอ่ยช้า ๆ
“ คุณอาบีเกล พวกเราแค่มาคุ้มครองคุณ ไม่ได้คิดทำร้ายคุณเลย แต่มัน...”
พูดได้เท่านี้ ก็ถูกหยางเทียนใช้พลังเท้าช้าง กระทืบเข้าที่ปาก จนกรามโย้ ก้มฟุบไปนอนกับพื้น เป็นตายไม่รู้
“ คนต่อไปใครดี” หยางเทียน เดินมาถึงอีกคน ไม่ทันที่มันจะเอ่ยปาก หยางเทียนก็กระทืบที่ขาจนหักผิดรูปไป พอร้องเสียงดัง ก็ถูกเตะเข้าที่ปาก จนหลับไปอีกคน
“ คนที่สาม แกละกัน” มันพยายามจะอ้าปากพูด แต่ช้าไปแล้ว โดนตีนเข้าปลายคางหงายหลัง ตาเหลือกลอย สติหลุดหายไป ฟันหลุดร่วงกลาดเกลื่อน
อาบีเกลปิดตา ไม่อยากเห็น หยางเทียนหยุดดื่มน้ำ 1 แก้ว แล้วหันไปทางคนที่สี่
“ ยอมแล้วมี ผู้จัดการ กับ ท่านวุฒิสมาชิก เปิดห้องสูทรออยู่ หากพวกเราวางยาคุณอาบีเกลเสร็จ ก็ให้อุ้มไปที่ห้องนั้นทันที”
“ มีใครร่วมวางแผนนี้อีกไหม?”
“ มีหัวหน้าค่ายเพลงไดนาไมค์ ก็ร่วมด้วย ”
อาบีเกลได้ฟัง น้ำตาก็ไหลออกมาทันที ไม่รู้เสียใจ ที่ไว้ใจคนพวกนี้มาตลอด หรือว่า อัดอั้นมาตั้งนานเพิ่งจะรู้ความจริงอันโหดร้ายเช่นนี้
หยางเทียนเตะกวาดพวกที่เหลือจนสลบเหมือด แล้วโทรบอก ต้าสงช่วยขึ้นมาจัดการ บอดี้การ์ดพวกนี้
“ ส่งทีมกวาดล้างมา” หยางเทียนเอ่ยเช่นนี้ พวกบอดี้การ์ดทั้งแปดคงพบจุดจบไม่ดีแน่
“ ไว้ใจผมไหม” หยางเทียนหันมามองหน้าอาบีเกล แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ หลับตาซะ ผมบอกใหลืมตาเมื่อไรก็ค่อยลืม”
หยางเทียนไม่รอให้อาบีเกลหลับตา ก็ช้อนร่างของเธอขึ้นมาในอ้อมอก แล้วเดินออกไปจากห้อง มุ่งหน้าสู่ห้องเชือด ที่วุฒิสมาชิก กับ พวกสุมหัวกันอยู่........