ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 176 เหตุการณ์น่าสงสัย
ขบวนเดินทางยังคงเดินต่อกันมาเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่เหล่าคนถูกล่ามเอาไว้กลับดูอิดโรยเต็มที่ บางคนก็มีบาดแผลฟกช้ำตามตัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากกลุ่มคนชุดเทาที่อยู่รอบๆ เท่าไหร่
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ คนที่แก้ผ้าล่อนจ้อนเหล่านั้นต่างเป็นเยาวชนทั้งสิ้น จากใบหน้าและสภาพร่างกายที่ดูอ่อนเยาว์ น่าจะไม่มีใครที่อายุมากกว่าสามสิบสักคน และส่วนใหญ่อาจมีอายุน้อยกว่ายี่สิบด้วยซ้ำ
กลุ่มคนในชุดเทาพูดคุยสื่อสารกันเป็นระยะ ในขณะที่กลุ่มคนวัยเยาว์ที่แก้ผ้าล่อนจ้อนล้วนแต่กรีดร้องขอความเมตตา
หากจินได้มาเห็นภาพเหล่านี้จะต้องจดจำได้ทันทีว่าคนเหล่านี้มีลักษณ์เหมือนกับตัวตนทรงพลังทั้งสองที่ประมือกันทั้งวันทั้งคืนก่อนหน้านี้ ภาพลักษณ์โดยรวมแทบไม่ต่างไปจากมนุษย์เพียงแต่ค่าเฉลี่ยของส่วนสูงนั้นน้อยกว่ามาก
ส่วนภาษาที่กลุ่มคนชุดเทาใช้พูดคุยกัน ต่อให้จินเดินขนาบข้างไปกับขบวนเดินทางกลุ่มนี้ อย่างไรก็ไม่มีทางเข้าใจ ดูเหมือนว่ารากฐานทางภาษาของโลกนี้จะแตกต่างจากโลกมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปเป็นวัน จากกลางวันสู่กลางคืน จากกลางคืนสู่เช้าวันใหม่ ตอนนี้กลุ่มคนนับร้อยก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่ที่แสนจะเงียบเชียบ รอบข้างเต็มไปด้วยเศษซากอาคารหักพังมากมาย ไม้เลื้อยขึ้นรกชัฏเกาะเกี่ยวไปตามเศษหินที่กองอยู่ตามพื้น
ชายชราในชุดคลุมสีเทาด้านหน้าขบวนยืนนิ่ง ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นส่งสัญญาณให้คนที่ตามมาด้านหลังหยุดเดิน
สายตาของมันจ้องมองไปยังถ้ำหินเบื้องหน้า มีโพรงหินทอดยาวเข้าไปด้านใน หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีประตูบานใหญ่ขนาดพอๆ กับปากถ้ำตั้งอยู่
มันเป็นประตูหินสภาพไม่สมบูรณ์ รู้ได้ทันทีว่าคงผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานจึงได้มีสภาพเช่นนี้ จริงอยู่ที่ลวดลายและการประดับตกแต่งได้เผยให้เห็นความรุ่งโรจน์ในอดีต แต่ด้วยรูปลักษณ์ในปัจจุบันกลับลดความน่าเกรงขามของวงกบประตูหินนี้ไปได้มากกว่าครึ่ง
“ไป ขนเครื่องเซ่นสังเวยพวกนี้เข้าไปให้หมด ดูแลให้ดีอย่าให้มีใครหลบหนี ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย” ชายชราพูดเบาๆ แต่เสียงของมันได้ยินไกลไปถึงหูคนชุดเทาทุกคน
กลุ่มคนชุดเทาค่อยๆ ผลักหนุ่มสาวที่ถูกล่ามเอาไว้ให้เดินเข้าไป บางคนถึงกับต้องฉุดกระชากลากถูเพื่อที่จะให้คนเปลือยเหล่านี้เข้าไปด้านใน
“วิ่ง!” ขณะที่กลุ่มคนชุดเทากำลังลำเลียงเครื่องสังเวยให้เดินเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ตะโกนออกมาพร้อมกับรั้งเชือกที่คอเอาไว้ให้คนอื่นๆ ที่ถูกผูกติดกับตัวเองตื่นตัว
ชายหนุ่มร่างเตี้ยคนนี้คงเฝ้ารอจังหวะมานานแล้ว เมื่อสบโอกาสอันดี เห็นกลุ่มคนชุดเทากำลังให้ความสนใจกับคนอื่นๆ ด้านหน้า จึงลงมือ
กลุ่มคนหนุ่มสาวสี่ห้าคนที่ถูกผูกติดเอาไว้กับชายคนนี้ก็ตื่นตัวทันที เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น รีบพุ่งตัวตามอีกฝ่ายไปทันทีเพื่อไม่ให้เป็นภาระ เพราะหากคนใดคนหนึ่งล้มลง พวกเขาคงจบเห่กันทั้งหมด
ชายหนุ่มคนแรกออกวิ่ง คนอื่นๆ ที่ถูกมัดไว้ด้วยกันก็วิ่งตามไปทันที ความเร็วของพวกเขาไม่แย่เลย อย่างน้อยก็ไม่ช้าไปกว่าอเวกระดับสูง
เมื่อเห็นว่ามีคนวิ่ง กลุ่มคนร่างเปลือยทั้งหลายก็เริ่มแตกตื่น อยากจะวิ่งหนีบ้าง แต่เนื่องจากร่างกายที่อ่อนล้าของพวกมันทำให้กลุ่มชายชุดเทาเข้ามาสกัดได้ทันเวลา
ฝับ!
“อ๊า!” ท่อนขาของหญิงสาวที่วิ่งรั้งท้ายกลุ่มหลบหนี ถูกของมีคมฟันเข้าใส่จนขาข้างนั้นเกือบจะหลุดออกจากร่าง
กลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ด้านหน้าเสียจังหวะไปเล็กน้อย รีบหันกลับมามอง และช่วยกันแบกร่างหญิงสาวให้กับชายที่อยู่รั้งท้ายรองจากหญิงสาวเป็นผู้รับภาระพานางวิ่งต่อไป ดีที่พวกเขาคาดเดาว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วจึงได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ล้มระเนระนาดกันไปหมด
“หยุด! ใครบอกให้แกตัดขามัน!” เสียงโกรธขึ้งดังมาจากด้านหน้าของถ้ำหิน เป็นชายชราชุดเทาที่คอยคุมขบวนเดินทางในครั้งนี้มาโดยตลอดที่ตะโกนออกมา
มันพุ่งทะยานร่างออกไปด้วยความรวดเร็วผิดกับท่าทางที่ดูแก่หง่อมก่อนหน้านี้
ฟิ้ว
ปักๆๆๆๆ
เพียงไม่นานมันก็ตามกลุ่มเยาวชนที่หลบหนีไปได้จนทัน จากนั้นจึงฟาดฝ่ามือออกไปรัวๆ เพื่อทำให้คนเหล่านั้นล้มลงกับพื้น
เป็นการใช้แรงอย่างพอเหมาะพอเจาะเพื่อไม่ให้กลุ่มคนตรงหน้าได้รับบาดเจ็บมากเกินไป แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนพวกนี้หมดสติไป
หากดูจากความว่องไวของอีกฝ่าย อย่างน้อยๆ พลังของมันก็น่าจะอยู่ระดับเดียวกับอีโวลระดับที่หนึ่ง จินที่เฝ้ามองอยู่จากภายในมิติประดิษฐ์ค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดเป็นปมออกจากกัน อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดภายในขบวนเดินทางกลุ่มนี้ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าตนเอง
จริงๆ จินมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้สักพักใหญ่แล้ว มันคือสถานที่สุดท้ายที่ระบุสัญลักษณ์ไว้บนแผนที่ที่ได้มาจากซากโบราณสถาน
สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือขบวนมนุษย์ตัวเตี้ยที่ค่อนข้างแปลกประหลาด มันเป็นการผสมกันระหว่างมนุษย์ตัวเตี้ยที่ใส่ผ้าคลุมสีเทา กับมนุษย์ตัวเตี้ยที่เปลือยกายล่อนจ้อน
คนที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ถูกล่ามและลากจูงไปราวกับสัตว์ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือทุกคนที่ถูกล่ามไว้นั้นดูอ่อนเยาว์กันทุกคน จินไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ตรงหน้านั้นนับอายุกันอย่างไร แต่ไม่มีใครในกลุ่มคนเปลือยกายที่มีร่องรอยความแก่ชราเหมือนคนในชุดคลุมสีเทาเลย
ขบวนเดินทางนี้เองที่เป็นเหตุให้จินหยุดอยู่ตรงนี้ เฝ้ามองกลุ่มคนพวกนั้นด้วยความสงสัยใคร่รู้
นี่เป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างแปลกประหลาดและคงไม่มีโอกาสเห็นได้ง่ายๆ บนโลกมนุษย์ ด้วยความที่จินเป็นคนต่างถิ่น เขาจึงไม่เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมิติแห่งนี้หรือไม่ หรือเขากำลังเจอเรื่องที่ผิดปกติอยู่?
ชายชราชุดเทาสั่งให้คนอื่นๆ เข้ามาลากตัวคนที่คิดหนีเข้าไปในถ้ำ จากนั้นจึงตบสั่งสอนชายที่ตัดขาเครื่องสังเวยไปหนึ่งที
“ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งห๊ะ! ว่าครั้งนี้เราได้ของมาจำนวนไม่มาก นี่เจ้ากำลังทำให้ของพวกนี้ไม่สมบูรณ์ ไปยืนสำนึกผิดซะ และวันนี้เจ้าจะต้องมอบนิ้วก้อยของเจ้าไปกับพิธีด้วย หวังว่านั่นจะทำให้เจ้าสำนึกนะ!” ชายชราตะคอกด้วยความเดือดดาล ก่อนจะเดินจากไป
จินเฝ้ามองฉากตรงหน้าอยู่นาน ตั้งแต่กลุ่มคนเดินทางมา เกิดความวุ่นวาย และทุกคนพากันทยอยเข้าไปด้านในถ้ำหินแห่งนั้น ไม่เข้าใจคำพูดที่แต่ละคนสื่อสารกัน แต่เข้าใจหลายๆ อย่างผ่านการกระทำ
ด้วยการตรวจสอบของมิติประดิษฐ์ จินรับรู้ได้ทันทีว่าถ้ำหินตรงหน้าไม่ปกติ แม้ภายนอกจะดูเป็นธรรมชาติแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ดูตั้งใจสร้างมากเกินไป
จากหลายๆ จุดทำให้จินรู้ว่านี่ไม่ใช่ถ้ำหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และจะสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร...ก็คงเพื่อปกปิดบางสิ่งที่อยู่ด้านในกระมัง แม้ระบบการตรวจสอบจะทำได้ไม่ดีนักในมิติแห่งนี้ แต่ถ้ำหินแห่งนี้ก็มีช่องให้คลื่นตรวจสอบแทรกผ่านเข้าไปได้
จินเคลื่อนมิติประดิษฐ์ช้าๆ ให้เข้าใกล้ปากถ้ำมากที่สุด แต่ผลการตรวจสอบก็ยังค่อนข้างจำกัด ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอแสดงผลเผยให้เห็นอาคารหลังใหญ่ แต่เนื่องจากสถานที่นี้มีหลายชั้น การตรวจสอบของมิติประดิษฐ์จึงไม่สามารถเห็นสภาพด้านในได้ทั้งหมด
จินเห็นวงกบประตูขนาดใหญ่ที่ดูเก่าแก่ อาจจะพอๆ กับซากโบราณสถานที่ไปโผล่บนโลกมนุษย์หรือไม่ก็เก่าแก่กว่านั้น เหมือนว่ามีคนจงใจปกปิดสถานที่แห่งนี้เอาไว้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงรอดพ้นจากการถูกทำลายมาได้
ภาพโครงร่างภายในคร่าวๆ ส่งมาบนหน้าจอแสดงผล กลุ่มคนที่ถูกจับล่ามเอาไว้โดนพาตัวเข้าไปด้านใน ทิ้งคนชุดเทาให้เฝ้าโถงส่วนนอกเอาไว้สองสามคนเท่านั้น ด้วยความสามารถของมิติประดิษฐ์ในตอนนี้ จินไม่สามารถแอบดูสภาพความเป็นไปในชั้นที่ลึกไปกว่านี้ได้อีก
จินครุ่นคิดอยู่กับตัวเองถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มคนชุดเทาดูเหมือนจะจับเผ่าพันธุ์เดียวกับตนเองมาราวกับเป็นทาส ทั้งยังคัดเลือกเฉพาะคนที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ หากสังเกตชายหนุ่มที่วิ่งหนีไปในตอนแรก จะเห็นได้ว่าความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นไม่อ่อนแอเลยแม้จะอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บและอ่อนล้าเต็มทนก็ตาม อย่างน้อยๆ ก็ไม่อ่อนแอไปกว่าคาลอส สมาชิกรุ่นที่แปดของตระกูลพีไรซ์
นี่หมายความว่าเช่นไร? หมายความว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้ต่างก็เป็นคนที่แข็งแกร่งในช่วงอายุของตนเอง ถ้าอยู่บนโลกมนุษย์ก็เปรียบได้กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ และต่อให้เป็นในมิติแห่งนี้ จินก็เชื่อว่าระดับพลังเท่านี้ก็ไม่นับว่าเลวร้ายเลยเมื่อเทียบกับอายุ
สมมติฐานมากมายปรากฏขึ้นในใจของวิญญาณชายหนุ่ม เห็นได้ชัดว่าหนุ่มสาวเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้มาด้วยความเต็มใจ ทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร
บางคนกระวนกระวายใจ บางคนสิ้นหวัง บางคนต้องการจะต่อต้าน แต่ก็หนีไม่รอดอยู่ดี
เยาวชนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งในช่วงวัยของตน และสำหรับคนที่ไม่แข็งแกร่ง จินก็รู้สึกได้ถึงความพิเศษบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างในพันธนาการเหล่านั้น
เหมือนว่ากลุ่มคนชุดเทาเหล่านั้นจงใจลักพาตัวเยาวชนที่มีพื้นฐานดี หรือมีความพิเศษโดยเฉพาะอย่างนั้นหรือ? แต่มันทำไปเพื่ออะไรกันเล่า?
จินทอดสายตามองไปที่ปากถ้ำ เขาไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนหนุ่มสาวเหล่านั้น แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก เพราะคนชุดเทาดูเหมือนจะไม่ได้สนใจไยดีในความเป็นอยู่ของพวกเขาเลย ดูแลแย่เสียยิ่งกว่าสัตว์ และการประคบประหงมของชายชราชุดเทาที่ไม่ยอมให้คนเหล่านั้นต้องตายก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะมาจากความเมตตาแม้แต่น้อย จะต้องมีจุดประสงค์สำคัญบางอย่าง
ยิ่งมองจินก็ยิ่งสงสัย ด้านในนั้นมีอะไรกันแน่ และกลุ่มคนชุดเทากำลังพยายามจะทำอะไร?
ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งสุดท้ายนี้จะมีความลับซ่อนอยู่ และจินก็มาพบเหตุการณ์น่าสนใจเข้าพอดี มันยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของวิญญาณชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี
ใจหนึ่งเขาก็อยากจะเข้าไปตรวจสอบดู แต่อีกใจก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ลึกลับมาก จะมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ บางทีอาจจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าชายชราชุดเทาอยู่ภายในนั้นก็เป็นได้
จินพยายามท่องว่าตนเองนั้นมาทำภารกิจ เขาจะต้องหาร่างที่เหมาะสมให้เจอโดยเร็วที่สุด
'แต่ว่า...ภายในสถานที่แห่งนี้ก็อาจจะมีสิ่งที่ข้าต้องการรออยู่ไม่ใช่หรือ?' จินคิด
เขารู้สึกว่าหากเขาเลือกที่จะล้มเลิกการสำรวจที่นี่เพียงเพราะกลัวอันตราย เขาจะพลาดสิ่งดีๆ ไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่ามันมีอะไรอยู่กันแน่
หลังจากขบคิดอยู่นาน ในที่สุดจินก็ตัดสินใจ...