พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันได้ แต่ว่าที่ลูกเขยอย่างฮั่วเฉินซีกลับต้องนั่งอยู่กลางวงล้อมท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองไปที่เขา
“เอ่อ...ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการอีกครั้งนะครับ ผมชื่อฮั่วเฉินซี คุณอาเหอเคยถามผมว่าผมใช่คุณชายใหญ่ฮั่วที่ถูกคนตระกูลฮั่วไล่ออกจากตระกูลหรือเปล่า ผมขอบอกว่าผมคือคนคนนั้น ก็เท่ากับผมกับตระกูลฮั่วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณอาจะโกรธหรือเกลียดคนตระกูลฮั่ว หรือคุณอาอยากเอาคืนฮั่วเฉินหยวน ทุกเื่ก็ไม่เกี่ยวกับผมครับ” ฮั่วเฉินซีแนะนำตัวและยังขีดเส้นความสัมพันธ์ของเขากับตระกูลฮั่วไว้อย่างชัดเจน
“คุณพ่อคะ เฉินซีกับตระกูลฮั่วตัดสัมพันธ์กันไปหลายปีแล้วค่ะ แล้วเื่ที่ฮั่วเฉินหยวนกับโจวเชี่ยนเชี่ยนทำก็ไม่เกี่ยวกับเขา คุณพ่ออย่ามีอคติกับเขาเลยนะคะ” เหอหลี่น่าออกหน้าแทนคนรัก
คุณพ่อยังมองไปที่ฮั่วเฉินซี “ในเมื่อนายไม่มีสถานะเป็คุณชายใหญ่ตระกูลฮั่ว แล้วนายมั่นใจได้ยังไงว่านายจะเลี้ยงดูลูกสาวฉันได้ จริงอยู่ว่าเวลานี้ตระกูลเหอของเราไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวของฉันต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากแน่นอน”
“คุณพ่อคะ คุณพ่อรู้จักบริษัท...” เหอหลี่น่ากำลังจะพูด แต่เธอก็ถูกคนรักห้ามไว้
“นาน่าครับ เดี๋ยวผมตอบคำถามคุณพ่อเอง ผมเชื่อว่าคุณพ่อมีเหตุผล คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ” ฮั่วเฉินซีบอกกับคนรัก จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มให้คุณพ่อเหอ “คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะครับ ผมขอสัญญาว่าผมจะทำให้นาน่าอยู่อย่างสุขสบายและเธอจะเป็ผู้หญิงที่คนทั้งโลกต้องอิจฉา”
“แล้วนายจะทำยังไงที่จะทำให้เธอมีความสุข”
“คุณพ่อเคยได้ยินชื่อบริษัทรุ่ยจื้อหรือเปล่าครับ”
“แน่นอนว่าฉันเคยได้ยิน บริษัทรุ่ยจื้อเป็ดาวเด่นที่ทุกคนต่างจับตามอง นายถามเื่นี้ทำไม”
“บริษัทรุ่ยจื้อเป็ของผมกับเสี่ยวฟาน ผมถือหุ้นอยู่หกสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนเสี่ยวฟานถือหุ้นอยู่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
จางฟานที่นั่งอยู่ด้วยกันก็แอบหันไปมองเหอหลี่จิ้ง
“บริษัทรุ่ยจื้อเป็ของนายอย่างนั้นเหรอ?” คุณพ่อเหอถามขึ้นอย่างใ หลังจากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว ได้คนหนุ่มอนาคตไกลและมีความสามารถอย่างนายมาดูแลลูกสาว ฉันก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว”
“เฉินซี ฉันได้ยินจากนาน่าว่าพวกเธอซื้อบ้านอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ” คุณแม่เหอทำหน้าลำบากใจ “แล้วพวกเธอไม่คิดจะจัดงานแต่งให้เป็เื่เป็ราวหน่อยหรือ ฉันไม่ได้อยากจะกดดันเธอนะ เพียงแต่ฉันไม่อยากให้คนพูดถึงลูกสาวฉันในทางที่ไม่ดี”
“แม่คะ ฉันกับเฉินซีไม่อยากจัดงานแต่งใหญ่โต เราจัดงานเลี้ยงเฉพาะคนในครอบครัวของเราก็พอมั้งคะ” เหอหลี่น่ารีบบอก
“แต่ถ้าเราไม่จัดงานแล้วประกาศให้คนอื่นรู้บ้าง พวกเขาก็จะมองลูกไม่ดี แม่เป็ห่วงชื่อเสียงของลูกนะ”
“ใครจะมองยังไงฉันก็ไม่สนใจหรอกค่ะ โดยเฉพาะญาติพี่น้องที่ไม่จริงใจพวกนั้น ดูอย่างตอนที่บ้านเราประสบปัญหา ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีญาติคนไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ มิหนำซ้ำพวกเขายังตัดช่องทางการติดต่อเราไปจนหมด” เหอหลี่น่าจับมือคุณแม่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณแม่คะ แค่ให้คนในครอบครัวของเรารับรู้และแสดงความยินดีกับฉัน เท่านี้ฉันก็พอใจแล้วค่ะ”
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ฉันเห็นด้วยกับพี่นาน่านะคะ ยังไงคนพวกนั้นก็ประกาศตัดขาดกับเราไปตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็ที่เราจะต้องเชิญให้พวกเขามาร่วมงาน อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเต็มใจจะมาร่วมแสดงความยินดีกับเราหรือเปล่า ให้พี่นาน่ากับพี่เขยไปทำเื่จดทะเบียน จากนั้นเราก็จัดงานเลี้ยงฉลองเฉพาะคนในครอบครัว รวมถึงคุณน้าลี่อิงกับคุณจางฟานด้วย เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วนะคะ” เหอหลี่จิ้งเสนอ
จางฟานแอบหันไปมองเหอหลี่จิ้งเป็ครั้งที่สอง และคราวนี้เขาก็เผลอยิ้มที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว ‘เธอไม่ลืมที่จะนับว่าฉันเป็คนในครอบครัวด้วย’
“คุณพ่อคุณแม่ตกลงตามนี้นะคะ ฉันกับเฉินซีจะไปที่สำนักกิจการพลเรือนเพื่อทำเื่จดทะเบียนสมรสกันตอนนี้เลย ส่วนทางนี้ฝากให้คุณน้าลี่อิงช่วยจัดการด้วยนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันกับเฉินซีจะกลับมาค่ะ” เหอหลี่น่ากะพริบตาเพื่อส่งสัญญาณให้หวังลี่อิง เพราะตอนที่จางฟานแอบมองไปทางเหอหลี่จิ้ง เหอหลี่น่ากับหวังลี่อิงก็เห็นเข้าพอดี
หวังลี่อิงรู้ความหมายจึงรีบรับลูกต่อ เธอไม่ได้รู้จักกับจางฟานมาก่อน แต่ในเมื่อเหอหลี่น่าเห็นว่าจางฟานเป็คนดี อีกทั้งเธอก็รู้จักกับเหอหลี่จิ้งมาได้หลายปีจึงรู้ว่าเด็กสาวคนนี้มีอุปนิสัยค่อนข้างเงียบขรึมและเป็คนจริงจัง หากได้คนที่พูดเก่งและช่างเอาอกเอาใจอย่างจางฟานมาดูแลก็น่าจะดีไม่น้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เสี่ยวฟานอยู่ช่วยน้าก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยพาน้ากับจิ้งจิ้งไปตลาดก็ยังดี”
“ได้เลยครับ! คุณน้าจะให้ผมพาไปที่ไหนผมพาไปได้ทั้งนั้น วันนี้ผมจะทำหน้าที่เป็คนขับรถให้คุณน้ากับน้องจิ้งจิ้งเองครับ” จางฟานรีบขันอาสา
“ไม่เป็ไรหรอก ให้เสี่ยวฟานกลับไปทำงานของเขาก็ได้ ที่นี่แม่กับพ่อจะอยู่ช่วยลี่อิงเอง” แม่เหอรีบบอก งานทำอาหารแค่เธอกับหวังลี่อิงทำก็ได้แล้ว ยิ่งรู้ว่าว่าที่ลูกเขยกับเสี่ยวฟานเป็เ้าของบริษัทที่มีชื่อเสียงขนาดนั้น เธอก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาพวกเขา ให้พวกเขามาร่วมงานเลี้ยงฉลองก็พอ
หวังลี่อิงเดินเข้าไปหาคุณแม่เหอก่อนกระซิบบางอย่าง คุณแม่เหอรีบมองไปที่จางฟานอย่างพิจารณา จากนั้นเธอก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่ไม่มีใครคาดเดาได้
จางฟานที่ถูกคุณแม่เหอมองมาด้วยสายตาแปลกๆ ก็เริ่มทำตัวไม่ถูก แต่ด้วยความที่เขาเป็คนง่ายๆ เขาจึงไม่ได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจ และเขายังพูดคุยกับทุกคนอย่างเป็ธรรมชาติเหมือนเดิม
ณ ตระกูลฮั่ว
“คุณพ่อครับ คุณพ่อรู้ไหมครับว่าฮั่วเฉินซีกลับมาแล้ว” ฮั่วเฉินหยวนพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“กลับมาเหรอ? แล้วก่อนหน้านั้นมันหายหัวไปอยู่ที่ไหน” คุณพ่อฮั่วถาม
“เขาเดินทางไปประเทศ S เพื่อวางระบบอัจฉริยะรอบเกาะ ส่วนฮั่วกรุ๊ปของเรารับงานวางโครงสร้างพื้นฐาน งานนั้นถือเป็งานใหญ่ระดับประเทศเลยนะครับ พ่อลืมไปแล้วเหรอ”
“ฉันไม่ได้ลืม แต่งานนั้นมันเกี่ยวกับฮั่วเฉินซียังไง”
ฮั่วเฉินหยวนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหมดแรง “คุณพ่อรู้ไหมครับว่าฮั่วเฉินซีเป็ถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทรุ่ยจื้อ”
“แกว่ายังไงนะ! ฮั่วเฉินซีเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทรุ่ยจื้อ นั่นไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในการประมูลโครงการเครือข่ายอัจฉริยะของภาครัฐหรอกเหรอ”
“ใช่แล้วล่ะครับ บริษัทนั้นเป็ของฮั่วเฉินซี แล้วทีนี้จะทำยังไงดีครับพ่อ เขาเคยรับวางเครือข่ายให้กับประเทศ S มาแล้ว ซึ่งถือเป็โปรเจคที่ได้รับคำชื่นชมเป็อย่างมาก อีกทั้งชื่อเสียงของรุ่ยจื้อเทคโนโลยีก็ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลาย หากรัฐเปิดประมูลโครงการเครือข่ายอัจฉริยะขึ้นมาเมื่อไหร่ รุ่ยจื้อต้องได้รับเลือก แล้วฮั่วกรุ๊ปของเราล่ะครับจะทำยังไง ผู้ถือหุ้นพวกนั้นคงไม่ขอเปิดประชุมวาระพิเศษเพื่อปลดตำแหน่งประธานของพ่ออีกหรอกนะ”
คุณพ่อฮั่วขมวดคิ้วคิดหนัก ั้แ่เข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร เขาถูกผู้ถือหุ้นขอเปิดประชุมวาระพิเศษเพื่อที่จะปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานมาสองครั้งแล้ว หากครั้งนี้เขาถูกผู้ถือหุ้นขอเปิดประชุมขึ้นอีกครั้ง มีหวังตำแหน่งประธานที่เขาหวงแหนคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
“เฉินหยวนไปกับพ่อ เราต้องเอาเื่นี้ไปปรึกษากับคุณปู่”
“พ่อจะเอาเื่นี้ไปปรึกษากับคุณปู่! ไม่ได้นะครับ!” ฮั่วเฉินหยวนรีบปฏิเสธ
“ทำไมจะไม่ได้ เราก็แค่ให้คุณปู่ออกหน้าไปบอกให้ฮั่วเฉินซีถอนตัวจากการประมูล เท่านี้บริษัทเราก็จะไม่มีคู่แข่งแล้วไม่ใช่เหรอ”
“พ่อทำเหมือนไม่รู้จักนิสัยของคุณปู่ ถ้าคุณปู่รู้ว่าฮั่วเฉินซีมีความสามารถขนาดนั้น พ่อไม่กลัวคุณปู่จะให้เขามาแทนที่พ่อเหรอ”
คุณพ่อฮั่วหน้าเครียดกว่าเดิม “แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงถ้าไม่ให้ฉันไปขอความช่วยเหลือจากคุณปู่”
“ผมก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้พ่อไปขอความช่วยเหลือจากคุณปู่”
“แกพูดอะไรฉันไม่เห็นจะเข้าใจ เดี๋ยวก็ให้ไปเดี๋ยวก็ไม่ให้ไป ตกลงแกจะให้ฉันทำยังไงกันแน่”
“ที่ผมห้ามเพราะผมไม่อยากให้พ่อไปขอความช่วยเหลือจากคุณปู่เฉยๆ แต่ผมอยากให้พ่อเตรียมข้อมูลเพื่อไปเสนอกับคุณปู่ว่าพ่อจะยึดรุ่ยจื้อให้มาเป็บริษัทย่อยของเรา พ่อต้องต่อรองกับคุณปู่ให้ได้ว่าถ้าพ่อทำเื่นี้สำเร็จ คุณปู่จะต้องช่วยให้พ่อนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานบริหารตลอดไป” ฮั่วเฉินหยวนเสนอ เพราะเขารู้ว่าคุณปู่ของเขาทำได้ทุกวิถีทางอยู่แล้วที่จะให้ฮั่วกรุ๊ปขึ้นเป็เบอร์หนึ่งของวงการ หากได้รุ่ยจื้อมาเป็ตัวสนับสนุน มีหรือที่คุณปู่จะไม่เห็นด้วย อีกอย่างเขาก็รู้ด้วยว่าแม้คุณปู่จะชอบคนมีความสามารถ แต่คุณปู่ไม่ได้ชอบลูกสะใภ้ของเขาคนนั้น แล้วคุณปู่ยังจะยอมให้หลานชายที่เกิดจากลูกสะใภ้คนนั้นมารับตำแหน่งใหญ่ในบริษัทอีกหรือ สุดท้ายฮั่วกรุ๊ปก็มีแต่เขากับพ่อเท่านั้นที่สามารถนั่งในตำแหน่งประธานบริหารได้
“ถ้าอย่างนั้นแกก็มาช่วยพ่อคิดว่าเราจะทำยังไงถึงจะยึดเอารุ่ยจื้อให้มาเป็ของเรา”