ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 32 บททดสอบที่หนึ่ง?

                 เทียร่าเมื่อไม่นานนี้ยังคงตื่นเต้นกับการปรากฎตัวของเคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งแต่ก็มีเจ้าพวกบ้าไร้สมองห้าตัวมาขวางทางเธอจนต้องทำให้อารมณที่กำลังเบิกบานพลันหายไปในทันที


              เทียร่าเดินเข้ามาจนหยุดที่ประตูบานหนึ่งที่เป็นทางเข้ารับบททดสอบ ประตูสีขาวบริสุทธิ์ปนด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะติดอยู่กับประตูเล็กน้อยด้านข้างมีชายชรายืนทำหน้าที่เปิดประตูบททดสอบให้แก่ผู้ที่จะเข้าร่วมบททดสอบ
    เทียร่าประสานมือขึ้นเหนือหัวโค้งคำนับเล็กน้อย "ผู้อาวุโส ข้าต้องการเข้าร่วมการทดสอบ"
    ชายชราพยักหน้าวาดมือเบาๆประตูสีขาวบริสุทธิ์ที่ปิดสนิทก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า เทียร่าก้าวเท้าเดินมุ่งหาเข้าหาประตูเพื่อเดินเข้าร่วมบททดสอบ
    ชายชราที่นิ่งเงียบมานานก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม "เจ้าจงเชื่อมั่นในความตั้งใจของตนเองภายในภายภาคหน้าทุกอย่างที่เจ้าต้องการมันก็จะมาหาเจ้าเอง"
    เทียร่าหันหน้ากลับมาโค้งคำนับทีหนึง "ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะเส้นทาง"
    จากนั้นเทียร่าก็ก้าวเดินต่อไปจนก้าวเข้าไปข้างในประตูในที่สุด
    ...........
              ร่างของเทียร่าได้เข้ามาในบททดสอบเป็นที่เรียบร้อย แสงเจิดจ้าสีขาวส่องกระทบสายตาจนเทียร่าต้องบังคับดวงตาให้หลับลงโดยการตอบสนองของร่างกาย ผ่านไปเพียงชั่วครู่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมองรอบบริเวณจุดที่เธอยืนอยู่ภายในบททดสอบก็ปรากฎโลกสีขาวโพลนไกลจนสุดลูกหูลูกตา ทั่วบริเวณไม่พบแม้แต่สิ่งก่อสร้างใดๆเพราะมันราบเรียบไปหมด บรรยากาศเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก

                "เจ้าสินะที่จะมาสืบทอดเคล็ดวิชาวารีลื่นไหลของข้าผู้เป็นวีรชน" เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมร่างกายที่ปรากฎออกมาจากอากาศธาตุอย่างช้าๆ ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดขาวทั้งร่างใบหน้าสวมหน้ากากหมาป่าน้ำแข็งเอาไว้
                 เทียร่าประสานมือขึ้นเหนือหัวโค้งคำนับเล็กน้อย "ท่านผู้อาวุโสวารีลื่นไหลขออภัยที่ข้ารบกวนท่านเพียงแต่ข้าไม่ได้มาเพื่อสืบทอดเคล็ดวิชาวารีลื่นไหลของท่านแต่เป็นเคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งของอสูรวิณญาณบรรพกาล"
                วีรชนวารีลื่นไหลแสดงสีหน้าตกตะลึงงันเด็กสาวผู้นี้เสาะแสวงหาเคล็ดวิชานั่นเพื่อสืบทอดแต่ไม่ได้มาเพื่อสืบทอดวิชาของเขา "เจ้ารู้มาจากที่ไหนว่าที่แห่งนี้มีเคล็ดวิชาที่ว่านั่น"
    "ท่านผู้อาวุโสวารีลื่นไหล ข้ารู้มาจากเพื่อนคนสนิทของข้าคนหนึ่งที่มีความสามารถในการสืบข้อมูลที่สูง" เทียร่ากล่าว

    วีรชนวารีลื่นไหนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าว "เจ้ากล่าวว่าเจ้าจะสืบทอดมันแล้วเจ้ารู้เกี่ยวกับมันมากน้อยเพียงใด"
                 "ท่านผู้อาวุโสวารีลื่นไหล เรื่องที่ข้ารู้เกี่ยวกับเคล็ดวิชานี้มีไม่มากนักรับรู้แค่เพียงแค่ว่ามันคือ เคล็ดวิชารากฐานหลักของอสูรวิณญาณบรรพกาลที่มีพลังทัดเทียมเทียบเท่าเทพแท้จริงในยุคบรรพกาล เคล็ดวิชานี้ยังกอปรด้วยพลังทางธาตุน้ำที่สูงส่งที่สุดของสายธาตุ" เทียร่ากล่าว
                "ฮ่า ฮ่า …....." วีรชนวารีลื่นไหลหัวเราะออกมาเสียงดังไม่นานก็หยุดลง กล่าวต่อ "เคล็ดวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาของอสูรวิณญาณบรรพกาลจริงและอสูรตนนั้นมีชื่อว่าเทพมังกรน้ำแข็ง ในสายธาตุน้ำทั้งหมดมันยืนอยู่จุดนี้จริงและแข็งแกร่งไร้ทัดเทียมแต่มันก็ไม่เคยมีผู้สืบทอดของตัวมันเองเลยแม้แต่คนเดียว...นั่นเพราะวิชาของมันไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนสามารถฝึกฝนมันได้แม้แต่คนเดียว ผู้ที่ฝึกฝนจะโดนน้ำแข็งนิรันดร์แช่แข็งจนสลายกลายเป็นเศษฝุ่นละอองไปทุกราย"
               !!!!

                ………….

            
               เทียร่าเมื่อได้รับรู้ความจริงเธอจึงได้รู้ว่าตำนานการเล่าขานบันทึกต่างๆที่บ่งบอกถึงตัวของเทพมังกรน้ำแข็งไม่เคยมีผู้สืบทอดมาก่อนถ้าเอามาเชื่อมกับคำพูดของวีรชนวารีลื่นไหลที่ไม่มีทางโกหกแล้วดูท่าจะเป็นความจริง
                "เมื่อรู้แล้วเจ้ายังจะสืบทอดพลังของมันหรือไม่"
                  เมื่อวีรชนวารีลื่นไหลกล่าวถามความแน่ใจกับเธอทำให้เทียร่าแตกตื่นไปครั้งหนึ่งเท้าขวาก็เผลอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยเพียงแต่ยังไม่ทันที่จะถึงพื้นเธอก็กัดฟันลากมันก้าวไปข้างหน้าทันที พลังนี้สามารถพลิกผันชีวิตของเธอได้ตลอดกาลถ้าเธอยอมแพ้เธอก็ไม่มีวันล้างแค้นให้กับหมู่บ้านของเธอในวันนั้นได้อย่างแน่นอน เพราะฉนั้นต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตเธอก็ต้องทำเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น
                เทียร่ากล่าวพร้อมกับสีหน้าท่าทางเปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่นเจิดจรัสราวกับเธอจะสามารถสืบทอดมันได้จริง "ท่านผู้อาวุโสวารีลื่นไหลให้ข้าได้รับสืบทอดพลังนั่นเถอะ"
                 วีรชนวารีลื่นไหลได้เห็นสีหน้าท่าทางพร้อมกำลังใจที่เต็มเปี่ยมของเทียร่าก็ยกยิ้มขึ้น "ถ้าเจ้ากล่าวเช่นนั้นก็เข้าไปเถอะ"
                 วีรชนวารีลื่นไหนโบกสะบัดมือเล็กน้อย ด้านหน้าของเทียร่าก็ได้กลายเป็นทางลากยาวไปจนไม่อาจมองเห็นปลายทางได้
                "ผู้อาวุโสนี่คือ…"
                "มันคือบททดสอบที่หนึ่งของเคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็ง จงตามหาประตูทางเข้าของเส้นทางตรงหน้าให้พบ" หลังกล่าวจบร่างกายของวีรชนวารีลื่นไหลก็เลือนหายไปในอากาศธาตุ


                  นี่คือบททดสอบแรกจริงเหรอเทียร่าพลันรู้สึกว่าทำไมมันชั่งธรรมดากว่าที่คิด เธอลอบสังเกตมองดูทางเส้นทางเส้นนี้มันมีแค่ทางเดินแคบๆยาวไปจนไม่อาจมองเห็นปลายทางได้ เทียร่าไม่รอช้าก้าวเท้าเดินออกไปตามเส้นทาง แต่ภายในหัวราวกับคิดออกแล้วว่าจุดประสงค์ของมันคืออะไร
    เส้นทางแห่งนี้มีไว้ทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้ทดสอบและความแข็งแกร่งทางร่างกาย การหาประตูไม่ใช่จุดประสงค์หลักของบททดสอบนี้แต่เป็นความอดทด บททดสอบแบบนี้ส่วนมากแล้วนั้นจะให้ผู้ทดสอบเดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมายที่แท้จริงผู้คนที่ได้ทดสอบไปก่อนหน้าคงหลงระเริงคิดว่ามันคือบททดสอบที่ง่ายดายแต่ในความง่ายนั่นคือความโดดเดี่ยวท่ามกลางเส้นทางที่ก้าวเดินไปเพราะโดยรอบไม่มีสิ่งใดนอกเหนือไปจากโลกสีขาวโพลน
    ทำให้จิตใจเกิดความอ้างว้างโดดเดี่ยวเพราะพลังความกดดันที่เย็นยะเยือกของโลกสีขาวโพลนยิ่งกดดันให้จิตใจคิดไปแบบนั้นโดยไม่อาจต้านทานได้
    เมื่อเทียร่าเดินสะสมมาได้ถึงหนึ่งวันเธอไม่รู้ว่าต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่แต่ก็มีเรื่องที่เทียร่าเริ่มกังวลใจขึ้นมาความหนาวเย็นมันเริ่มเพิ่มมามากขึ้น เธอคิดผิดไปว่าบททดสอบของเทพมังกรน้ำแข็งที่แข็งแกร่งไร้ทัดเทียมจะเป็นแค่บททดสอบปกติธรรมดาไปได้เช่นไร ขึ้นชื่อว่ามังกรแล้วย่อมไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาเพราะพวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่สูงส่ง สง่างาม และแข็งแกร่งที่สุดเป็นตัวตนที่เป็นทั้งหายนะและให้กำเนิดชีวิตในเวลาเดียวกัน
    ในตำรามากมายที่เทียร่าได้ศึกษามานั้นก็มีบันทึกเกี่ยวกับเทพมังกรน้อยมากจนแทบจะกลายเป็นของที่ล้ำค่าสูงสุดของทวีปนี้ แต่เมื่อเทียบกับการตามหาความรู้ของมังกรที่ตกทอดไว้ของบรรพบุรุษสู้ฝึกฝนพลังวิณญาณให้แข็งแกร่งย่อมเป็นประโยชน์มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเทียร่าก็ราวกับเหมือนว่าตนเองถูกชะตาเข้ากับมังกรไปเสียแล้วเพราะบันทึกที่เทียร่าค้นพบมักเจอตลอดการเดินทางไปทำภารกิจของเธอทุกที่
    บันทึกเหล่านั้นระบุว่ามังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวตนที่เทียบเท่ากับเทพแท้จริงในยุคสมัยบรรพกาลนานมา พวกมันเป็นมิตรกับมนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่นอยู่อาศัยดังพี่น้องร่วมสายเลือด แต่ที่ทำให้มังกรไม่ปรากฎในยุคปัจจุบันนี้ เธอก็ไม่อาจสืบหาต้นปลายเหตุได้อีกเพราะบันทึกตำรามากมายก็จะระบุไว้เพียงแค่นั้น
    เทียร่าเริ่มมีสีหน้าจริงจังมาขึ้นเธอก้าวเดินไปตามทางเรื่อยๆพร้อมกับความตั้งใจที่มุ่งมั่นไม่ย่อท้อเท่านั้นถึงเป็นเส้นทางที่ทอประกายความสำเร็จไว้ตรงหน้า

                 ……….

                 วันเวลาเวียนผ่านไปล่วงเลยไปถึงสามวัน
                 ลาเวเรียวิ่งมาที่ห้องของเควินอย่างรีบร้อน
                แอ๊ด!
                เควินที่รู้สึกตัวมาพอดีหลังฝึกฝนเสร็จเขาก็สะดุ้งเมื่อมองเห็นลาเวเรียยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขา แต่เควินรู้สึกทำไมเหงื่อมันเริ่มผุดเม็ดขึ้นมาบนใบหน้าของเขาราวกับว่ามันรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง
                 เควินเงยหน้ามองลาเวเรียพร้อมรอยยิ้มที่สดใส "ท่านพี่ มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ"
                 "เหอะ มีอะไรอย่างนั้นรึงั้นเหรอ ข้าตามหาเฝ้าถามใครต่อใครถึงการที่เทียร่าหายตัวไปถึงสามวันแต่ข้าได้คำตอบจากทหารที่เป็นผู้เฝ้าบททดสอบมาว่าเมื่อสามวันที่แล้วมีผู้หญิงในชุดคลุมสีดำเข้าไปในบททดสอบและข้าสอบถามมาตลอดทางจนรู้ได้ว่าผู้หญิงชุดคลุมดำนั้นออกมาจากโรงเตี๊ยมของเรา ยังมีเทียร่าก่อนที่เธอจะมาที่นี่เธอสวมชุดคลุมสีดำ….ข้าเฝ้าถามคนทุกคนแต่ยังไม่ได้ถามอยู่คนเดียวนั่นก็คือเจ้า" ลาเวเรียกล่าวด้วยท่าทางหงุดงิด
                 "เอ่อ.....ท่านพี่ท่านใจเย็นก่อน"เควินไม่เคยรู้สึกถึงอาการเสียวสันหลังแต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้ว
                 ลาเวเรียจ้องมองเควินอย่างไม่ละสายตา"บอกมาเจ้าให้เทียร่าไปทำอะไร"           
               เควินไม่สามารถเลือกได้ถ้าเขาไม่ตอบมันก็จะ… "ข้าบอกกล่าวแก่เธอไปว่าที่เทศกาลที่เปิดบททดสอบวีรชนวารีลื่นไหลนั้นมีเคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งอยู่ที่นั่นข้าพูดเสร็จเธอก็มุ่งหน้าไปในทันที"
                 "เจ้า....." ลาเวเรียใช้มือกุมศีรษะแล้วกล่าว "เจ้าก็รู้นิว่ามันเป็นแค่ข่าวลวง ถึงต่อให้มีจริงในบันทึกหรือตำนานต่างๆยังระบุไว้ว่าไม่มีเคยมีใครสามารถสืบทอดพลังของเทพมังกรน้ำแข็งได้แล้วทำไมเจ้าถึง…"
                เควินหุบรอยยิ้มลงไปสีหน้าท่าทางจริงจังมากขึ้น "คือที่จริงแล้วข้ารู้จักกับเธอมานานแล้ว ท่านพี่อาจเรียกได้ว่าคือเพื่อนสนิทที่เป็นหญิงไม่กี่คนที่สนิทที่สุดก็ว่าได้"
               "เจ้ารู้จักกับเทียร่ามาก่อนแล้วจะเป็นไปได้ยังไงทำไมเธอถึงไม่มีชื่อเสียงเลยละทั้งที่เธอบรรลุถึงระดับผู้พิชิตขั้นที่หนึ่งแล้วนับได้ว่าเป็นบุคคลอัจฉริยะได้แท้ๆ" ลาเวเรียกล่าว
              เควินกล่าวต่อ "เธอคือเงา ท่านพี่"
              "เงา?"
             "คนที่ทำงานด้านมืดทุกอย่างของจักรวรรดิคนพวกนี้เราเรียกกันว่าเงา..." เควินหยุดกล่าวแล้วเปลี่ยนประเด็นการสนทนา "เทียร่าเธอเป็นคนที่บอกกับข้าว่าถ้ามีเรื่องที่สามารถพัฒนาพลังของเธอได้ก็ให้บอกกล่าวแก่เธอต่อให้เป็นเพียงแค่ข่าวลือก็ตามแต่ข้าก็ไม่คิดว่าเธอจะฝึกธาตุน้ำเป็นธาตุที่สองแบบนี้ ความผิดของข้าเอง.....แต่การที่เธอเข้าไปนานขนาดนี้ควรเป็นความจริงแล้วละ"
                 ลาเวเรียก็เข้าใจทุกอย่างทันทีถึงแม้ว่าจะสนใจเรื่องของเงาแต่ไม่ต้องรู้จะดีกว่าเพราะตั้งแต่อยู่กับเควินมาเขาไม่เคยเบี่ยงประเด็นการพูดคุยแม้แต่ครั้งเดียวการกระทำนี้บ่งบอกว่าเธอไม่รู้จะดีกับตัวเธอมากว่า
                  ลาเวเรียกล่าวถามด้วยความร้อนใจ"บททดสอบนั่นมันคืออะไรเจ้าพอจะรู้หรือไม่"
                  เควินทำสีหน้าลำบากใจ "ข้าจะกล่าวกับท่านว่าเช่นไรดีละ...บททดสอบเคล็ดวิชาของเทพมังกรน้ำแข็งมีความยากถึงขั้นต้องเสี่ยงชีวิตทั้งนั้นแต่ตามบันทึกที่พวกเรารับรู้กันดีแค่เพียงการทดสอบแรกก็ไม่เคยมีใครผ่าน สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการถูกน้ำแข็งนิรันดร์บดขยี้ร่างการเป็นผุยผงไป"
                "การที่เจ้าบอกเธอไปในครั้งนี้เจ้ามั่นใจกี่ส่วนกันละว่าเธอจะทำได้"ลาเวเรียกล่าว
               เควินครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าว "เอาตามความจริงนะท่านพี่แม้ข้าจะรู้จักเธอดีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะผ่านอย่างแน่นอนแต่ข้าคิดไว้คงสักเจ็ดส่วน"
                  ลาเวเรียถึงกับต้องตื่นตกใจ "เจ้าว่าอย่างไรนะเจ็ดส่วน ความมั่นใจแบบนั้นมันมาแต่ไหนกันหรือว่าเจ้าจะปลอบใจตนเอง"
                 "เธอคือเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่เป็นที่รักของธรรมชาตินะท่านพี่ต่อให้เธอไม่ผ่านบททดสอบเธอจะไม่ถูกน้ำแข็งนิรันดร์ทำลายอย่างแน่นอนอย่างมากก็บาดเจ็บจนหมดสติไปก็เท่านั้น"เควินกล่าว
                  การที่เควินกล่าวออกมาแบบนั้นก็ถูกแล้วเพราะเธอคือเผ่าเอลฟ์ที่เป็นที่รักของธรรมชาติพลังธาตุทุกชนิดไม่อาจส่งผลให้ถึงตายได้ มันก็ทำให้ลาเวเรียผ่อนลำหายใจ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ถึงตายถ้ามันคือความตั้งใจของเทียร่าที่จะแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่ควรไปขัดขวางเธอ
               เควินยกยิ้มขึ้น "ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกเทียร่าที่ข้ารู้จักดีเธอไม่ทำอะไรเกินตัวอย่างแน่นอน"
             ลาเวเรียพยักหน้าเธอหวังว่าเส้นทางแห่งความแข็งแกร่งของเทียร่าจะสามารถเดินไปได้ด้วยดี

                   ……..
                

    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์) ที่คุณอ่าน