เสี่ยวเทียนกลับมาถึงยอดเขาอินทรี ก็นำ อินทรีโลหะออกมา โชว์ให้ศิษย์พี่ทั้งสองคนดู อาจารย์มู่หวายอิง ก็ออกมาดูด้วย อินทรีโลหะตัวนี้ ร่างกายมันสามารถขยายใหญ่ได้ ตามพลังที่มันมี บัดนี้ มันมีพลังเซียนระดับจักรพรรดิเบื้องต้น ผิวโลหะเป็นเหล็กดำ แข็งแรงทนทานได้ระดับหนึ่ง
มันมีอาวุธคือขนปีกอีนทรี แล้วก็ส่งแสงจากดวงตา คล้ายแสงเลเซอร์ มันพาเสี่ยวเทียนบินไปมา เหมือนมันเป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ผู้สร้างนี่ช่างเก่งจริงๆ
“ เจ้าอินทรีตัวนี้เคยเป็น ตัวที่เจ้าสำนักใช้มาก่อน ไม่เคยมีใครปราบมันได้เลย ครั้งนี้ ท่านจอมปราชญ์ คงรู้แล้ว ว่ามีคนสยบเทพอินทรีบูรพาตัวนี้ได้” อาจารย์มู่เอ่ยอย่างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ โอ้โห มันเป็นเทพอินทรีบูรพา เลยรึ?” เสี่ยวเทียนฟังแล้วตื่นเต้น
“ ใช้แล้ว มันเคยมีพลังขึ้นไปถึง ระดับ เซียนสวรรค์ระดับต้น ในแผ่นดินนอกจากอาวุธ ของท่านจ้าวเทวะทั้งสี่แล้ว ก็มีมันนี่แหละที่โดดเด่น ที่สุด”
“ มีอาวุธของจ้าวเทวะทั้งสี่ มันจะมีพลังขนาดไหนกันเนี่ย?” เสี่ยวเทียนตื่นเต้นอีกแล้ว
“ ก็แค่ยิงลำแสงทีเดียว เจ้าเทพอินทรีบูรพา ถึงกับร่วงลงมาอีกระดับ จากเซียนสวรรค์ ลงมาเหลือเพียง ระดับเซียนจักรพรรดิเลย”
“ โอ้ โฮทีเดียวเนี่ยนะ!”
“ เจ้าดูแลมันให้ดี มันจะคอยช่วยเจ้าได้อีกเยอะในอนาคต” อาจารย์มู่หวายอิงเอ่ยจบ ก็กลับเข้าไปที่พักเสี่ยวเทียนพาก เจ้าอินทรีเทวะกลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม
“ ข้าสามารถอัปเกรดมันขึ้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ต้องใช้โลหะมาผสมเพิ่มอีก ขืนเพิ่มแต่พลังจิตอย่างเดียว มันก็ไม่แข็งแกร่งพอ” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา
“ อาจารย์ ข้าหมดตัวแล้ว ทำอย่างไรดีล่ะ”
“ การเพิ่มส่วนผสมเจ้านกอินทรีตัวนี้ ข้าสามารถใช้หินอุกกาบาต ที่นำมาจากท้องพระคลังของจักรพรรดิฟงเลี่ย ทำให้มันมีพลังระดับเซียนสวรรค์ชั้นต้นได้”
“ จริงหรือท่านอาจารย์”
อาจารย์ลู่เอินนำอุกกาบาตโยนเข้าเตาหลอมศาสตราวุธ แล้วนำไปผสมกับ ร่างของเทพอินทรีบูรพา หลังจากเกิดการผสมกันระหว่างหินอุกกาบาตกับ ร่างอินทรีโลหะ แล้วทำให้อินทรีบูรพา กลายเป็นสีน้ำเงิน วาววับ กลายเป็นอาวุธเซียนสวรรค์ระดับต้นเหมือนเดิมแล้ว เทพอินทรีบูรพาสีน้ำเงินพุ่งร่างออกไปที่ท้องฟ้าหายวับไปวับมาอย่างรวดเร็ว มันกระพือปีกที่ใหญ่โตเหมือนกับว่า ดีใจที่พลังกลับมาและยังแข็งแกร่งกว่าเดิมอีกด้วย มันพุ่งเป็นแสงสีน้ำเงินพุ่งไปมาแล้วมายืนอยู่นิ่งต่อหน้าเสี่ยวเทียน
“ โห ยอดไปเลยพี่อินทรี” เสี่ยวเทียนไปลูบขนสีน้ำเงินแวววาบวับ
ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกจากศิษย์พี่รอง ว่าอาจารย์เรียกพบ
พอเสี่ยวเทียนไปพบ อาจารย์โยนป้ายสีทองให้เสี่ยวเทียน 1 อัน เสี่ยวเทียนมองอย่างป้ายอย่างงง
“ อีกสามเดือน จะมีดินแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์ จะเปิดให้ศิษย์ที่ได้รับคัดเลือกเข้าไปฝึกฝน ด้านในมีเหล่ามหาเทพ เซียนมากมายสิงสถิตย์อยู่หากเจ้าโชคดีอาจพบเจอกับทรัพยากรเพิ่มพลังเซียน อาวุธเซียน ระดับเซียนสวรรค์ เจ้าเร่งเพิ่มพลังให้ถึงขั้นเซียนโดยเร็ว เพราะคนที่เข้าไปนั้นได้มีแต่ระดับเซียนเท่านั้น”
“ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนยังมีเวลาอีกสามเดือน คิดว่าน่าจะทันไม่มีปัญหา
“ เวลานี้ ทรัพยากรฝึกตนของสำนักส่วนใหญ่นับวันยิ่งลดลงไปเรื่อย ๆ การฝึกฝนศิษย์ในแต่ละสำนักนั้นยิ่งยากขึ้น ดินแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์เป็นหนึ่งในความหวังที่เราสามสำนัก หวังจะได้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น ดังนั้นศิษย์ทั้งหมดอาจต้องต่อสู้แย่งชิงกันเอง ข้าหวังว่าพวกเจ้าทั้งสามคน จะไม่เห็นแก่ทรัพยากรหรือของวิเศษทำร้าย พี่น้องสำนักเดียวกัน”
“ ถึงว่าข้ามาเป็นศิษย์ที่นี่ ข้าไม่เห็นได้ทรัพยากรอะไรเลย?”
“ แล้วอินทรีสีน้ำเงินที่เจ้าให้มันวินว่อนไปทั่วยอดเขาอินทรี นั่นมันคืออะไร?”
ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยแทนอาจารย์
“ แหะ แหะ ข้าลืมไป แต่ว่า ข้าพอมีทรัพยากรการฝึกตนอยู่มากพอสมควร ข้าจะแบ่งให้ท่านอาจารย์กับศิษย์พี่” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็มอบ แก่นเลือดเซียนให้อาจารย์กับศิษย์พี่ คนละ 10 ขวด
“ นี่มัน แก่นเลือดเทพเจ้านี่ โอ้ หากอาจารย์ได้ดูดซับ ถึงยี่สิบขวด พลังเซียนจักรพรรดิของข้าที่ถูกปิดกั้นมานาน คงสามารถทะลวงได้อย่างแน่นอน” อาจารย์มู่หวายอิง เอ่ยออกมาอย่างดีใจ เสี่ยวเทียนเลยควักมาเพื่มให้อีกคนละ 10 ขวด
“ นี่เจ้ามีมากมายขนาดไหนกันเนี่ย” อาจารย์กับศิษย์พี่เอ่ยอย่างตกใจ ที่เห็นเสี่ยวเทียนนำออกมามากมายขนาดนี้
“ ก็ยังพอมีอีกเป็นสองสามร้อยขวด ขอรับ ตอนที่อยู่ดินแดนรอบนอกข้าขายไปพันกว่าขวดแล้ว” เสี่ยวเทียนพูดไปตามจริง
“ อะไรนะ ! นี่เจ้าจะบ้าหรือไง เจ้าเอาทรัพยากรมีค่าเช่นนี้ไปขายได้อย่างไร?”
อาจารย์มู่หวายอิง พอรู้เสี่ยวเทียนขายของพวกนี้ก็ตกใจ
“ ทำไมจะขายไม่ได้ล่ะ ข้าต้องกินต้องใช้ ปราสาทเทพเซียนของข้าต้องใช้ทองคำในการขับเคลื่อน ครั้งที่แล้ว โดนเทพบุตรเย่วเหอ ทำลายปราสาทข้าเสียหาย ต้องใช้เหรียญเงิน ซ่อมแซมไปจนหมด ตอนนี้ข้ายากจนแล้ว ว่าจะให้ศิษย์พี่รองพาไปตลาดนัดขาย แก่นเลือดเทพ ออกไปอีกสัก 1 ร้อยขวด”
“ หยุดเลย ห้ามไปขายให้ใครเด็ดขาด 1 ร้อยขวด อาจารย์จะบอกให้ท่านเจ้าสำนักซื้อขึ้นมาทั้งหมดเลย ว่าแต่เจ้าอยากได้เท่าไรล่ะ”
“ จริงนะอาจารย์ ข้าขายไม่แพงเลย ขวดละ หนึ่งล้านเหรียญทองเอง”
เสี่ยวเทียนดีใจยิ่งนัก คิดว่าน่าจะขายได้
“ ก็ไม่แพงเท่าไร หนึ่งร้อยขวดเท่ากับ หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง เอาหยกประจำตัวของเจ้าออกมา”
เสี่ยวเทียนเอาออกมาแบบงง อาจารย์ก็นำหยกของอาจารย์ออกมา ตัวเลขในหยกของเสี่ยวเทียนก็ขึ้นตัวเลข หนึ่งพันล้านคะแนนทันที
“ โฮ้ นี่โอนจ่ายกันแบบนี้เลยหรืออาจารย์”
“ ใช่แล้ว เจ้านำหยกอันนี้ไปซื้อสิ่งของที่ไหน ร้านไหนก็ได้ทั้งหมด เพียงแต่ยื่นหยกนี้ให้คนขายเท่านั้น”
“ ได้เลยขอรับ” เสี่ยวเทียนนำขวดแก่นเลือดหนึ่งร้อยขวดมอบให้อาจารย์ทันทีเช่นกัน” อาจารย์มู่หวายอิงเห็นก็ดีใจยิ่งนัก รีบนำขวดแก่นเลือดแล้วหายไปในทันที
“ เอ่อ อาจารย์แล้วข้าจะเอาหยกไปเบิกทองที่ไหน ข้าเห็นมีแต่ตัวเลขที่เป็นคะแนนไม่เห็นมีตัวเลขเงินทองเลย ?” เสี่ยวเทียนพูดออกมาไม่ทันแล้วอาจารย์มู่หวายอิงหายวับไปแล้ว
“ เสี่ยวเทียน สำนักของเราไม่มีเงินทองมากขนาดนั้น แต่ว่าจะให้เจ้าเป็นคะแนนความดี เจ้าสามารถนำคะแนความดีในหยกไปใช้ซื้อของในตลาดการค้าในเมืองได้เลย ซึ่ง 10 คะแนนความดี เทียบเท่ากับ 1 เหรียญทอง” ศิษย์พี่ใหญ่อธิบาย
“ ว้า.. นึกว่าจะได้เป็นเหรียญทองเลย ถ้าเช่นนั้น ศิษย์พี่รอง ข้าอยากไปตลาดการค้า ท่านพาข้าไปหน่อยได้ไหม”
“ เจ้าจะไปซื้ออะไร?”
“ ข้าจะไปแลกคะแนนเป็นเหรียญทอง !”
“ เดี๋ยวก่อน ข้าต้องบอกเจ้า หากเจ้าไปเปลี่ยนเป็นเหรียญทอง อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกกดราคา เหลือ 20 คะแนนความดี ต่อ 1 เหรียญทองนะ” ศิษย์พี่ใหญ่อธิบายให้ฟัง
“ หา ! มูลค่าหายไปครึ่งหนึ่งเชียวรึ?”
“ ใช่ เรื่องนี้เป็นกฏ ของทางการกำหนดมา ไม่อยากให้เกิดเงินเฟ้อ อะไรประมาณ เนี้ย !!” ศิษย์พี่ใหญ่ก็รู้มาเพียงเท่านี้ เลยไม่เข้าใจระบบการเงินของเบื้องบน
“ ข้าไม่แลกดีกว่า แล้วที่ตลาดการค้ามี เรือเหาะขายบ้างไหม”
“ มีเยอะแยะ ”
“ ถ้าเช่นนั้นเราไป ตลาดการค้ากันเลย” เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอินแล้วว่าเรือเหาะเก่าควรอับเกรดหรือ ว่าซื้อใหม่ดี อาจารย์แนะนำซื้อใหม่ดีกว่าเพราะ วัตถุดิบที่ลอยได้ในดินแดนนี้ จะไม่เปลืองพลังงานมาก เหมือนที่มาจากด้านนอก
พี่รองเหยียบกระบี่บินนำหน้าไปก่อนทันที ส่วนเสี่ยวเทียนก็เกาะหลังอินทรีบูรพา พุ่งตามไปอย่างกระชั้นชิดเช่นกัน ไม่นานทั้งหมดก็เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง
ในเขตการค้ามีร้านค้า ขายของทั้งระดับปราณเทพ ไป จนถึงระดับเซียน ร้านที่ศิษย์พี่รองพามา ชื่อร้าน จักรวาลยุทธ์
“ สวัสดี คุณชายทุกท่าน ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการสิ่งใด”
“ เรือเหาะ ขนาด 12 ที่นั่ง”
“ ท่านทั้งสองมาถูกที่แล้ว เรามีเรือเหาะอยู่มากมาย เชิญคุณชายเลือกได้เลยราคาเพียง ลำละ ห้าแสนเหรียญทองเท่านั้น”
เสี่ยวเทียนเลือกหยิบเอาลำที่สีน้ำเงิน สีเดียวกันกับอินทรีบูรพา แล้วยื่น หยกประจำตัวให้ พอเจ้าของร้านรับมา ก็แสดงความนอบน้อมมากขึ้นไปอีก
“ ที่แท้พวกท่านเป็นศิษย์สำนัก ปราชญ์เทวะ ทางร้านมีส่วนลดให้อีก สิบเปอร์เซนต์ให้ด้วย” พอดูดคะแนนความดีออกไปสี่ล้านห้าแสนคะแนนเสร็จแล้ว เจ้าของร้านก็คืนหยกให้กับเสี่ยวเทียน ทันใดนั้น อาจารย์ลี่เอิน ก็ส่งเสียงบอกให้เสี่ยวเทียนซื้อ ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ตรงทางออกขนาดไม่ถึง 1 เมตร ตั้งอยู่ในกระถาง
“ เถ้าแก้ ต้นไม้นี้คือต้นอะไร”
“ คุณชายตาแหลมคมนัก นี่คือต้นผิงกั่วทองคำ มีคนพบที่ชายแดนระหว่างแดนบูรพาเทวะกลับแดนประจิมเทวะ แล้วนำมาขาย ว่ากันว่ามี10ปีออกลูก 1 ผลหากกินเข้าแล้ว นอกจากให้อายุยืนเพื่ม10ปี ระดับพลังปราณจะเพิ่ม ถึง 10 ระดับ หากขั้นเซียน จะเพิ่มขึ้น 5 ระดับทีเดียว แต่ต้นนี้อยู่ที่ร้านมา 15 ปีแล้ว ยังไม่ออกดอกออกผลเลย ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้จะนำไปรักษาอย่างไร ก็ไม่เห็นมันจะโตขึ้น หากคุณชายสนใจ ข้าขายให้เพียง ต้นละ 1 แสนเหรียญทองเท่านั้น”
เสี่ยวเทียนยื่นหยกให้ไป เถ้าแก่ก็ตัดคะแนนไปอีก 1 ล้านคะแนนออกทันทีกลัวเสี่ยวเทียนเปลี่ยนใจ
“ ศิษย์น้อง มันอยู่มา 15 ปี แล้วแสดงว่ามันไม่เติบโตแล้ว เจ้าเอาไปก็เหมือนเอาซากต้นไม้ไปปลูก เสียเงินเปล่านะ” ศิษย์พี่รองเอ่ยเตือน
“ ไม่เป็นไร ข้าจะเอาไปปลูกในมิติส่วนตัวน่ะ”
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนแต่งตัวกันสวยงาม เครื่องประดับเต็มยศ เดินเข้ามา โดยมีคนนำหน้ามาสองคน เป็นชายหนุ่มสวมมงกุฏวัย 20ปี กับ หญิงสาวสวมมงกุฏวัย 18ปีเช่นกัน
“ เถ้าแก่เหอ เราจะขอซื้อต้นผิงกั่วทองคำต้นนี้ ท่านพอจะขายให้เราได้ไหม” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีมารยาทไม่น้อย
“ ธิดาเทพวิหารศักดิ์สิทธิ์ !! โอ้ เป็นท่านจริงๆ ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านจะมาเลยมิได้ทันต้อนรับ ต้องขออภัย แต่ว่าเรื่องต้นผิงกั่วทองคำต้นนี้ คุณชายน้อยจากสำนักปราชญเทวะได้จ่ายเงินซื้อไปแล้ว ต้องขออภัยด้วยจริงๆ” เถ้าแก่ก้มหัวลงไปแทบจะถึงหัวเข่า
“ ไอ้หนู ข้าจะให้คืนเงินให้เจ้า สามเท่า มอบต้นผิงกั่วนี้ให้ ธิดาเทพ ไปซะ”
ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เอ่ยกับเสี่ยวเทียน
แต่ว่าเสี่ยวเทียนไม่สนใจ กวาดเอาเรือเหาะ และ ต้นผิงกั่วทองคำเก็บเข้าแหวนมิติ และกำลังเดินออกไป แต่ว่าผู้พิทักษ์อีกสิบคน เข้ามาขวางเอาไว้ไม่ให้ไป
“ พวกเจ้านี่คิดจะหาเรื่องรึ แน่ใจกันดีแล้วใช่ไหม?!!” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
“ ไอ้หนูรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร” ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาเสี่ยวเทียนใกล้ๆ เพื่อข่มขู่
เสี่ยวเทียนเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว เข้ามาประชิดชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ แล้วใช้หมัดต่อยเข้าไปที่ลำตัวด้านซ้ายหมัดแรก อีกฝ่ายใช้มือรับได้ แต่มีหมัดที่สองอัดลำตัวด้านขวา ก็รับได้ แต่ไม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนมีมือมาจากให้อีกมือเป็นมือที่สาม เคาะไปที่หัวชายสูงศักดิ์อีกที โป๊ก ! ชายผู้สูงศักดิ์ ถึงกับหัวโน ขึ้นมาเป็นลูกมะกรูดเลยทีเดียว
“ บังอาจทำร้ายองค์ชายห้า เจ้ารำคาญการมีชีวิตต่อไปแล้วใช่ไหม” ชายชราไม่รู้โผล่มาจากไหน ใช้พลังเซียนฟ้า กดดันให้เสี่ยวเทียนให้คุกเข่า แต่ไม่สามารถทำได้เพราะว่าเสี่ยวเทียนมีพลังเทพเจ้ารา ปกป้องคุ้มครองอยู่
“ ตาแก่ คิดว่าจะทำอะไรข้าได้รึ?” เสี่ยวเทียนเรียกเทพอินทรีบูรพาออกมา โบกสะบัดปีกทีเดียว ร่างเซียนฟ้ากระเด็นออกไปในทันที
“ หยุดก่อน” เสียงของธิดาเทพร้องห้ามเอาไว้ก่อนที่เรื่องจะบานปลายมากกว่านี้ ทุกคนเลยหันมองมา ที่นางพร้อมๆกัน
“ น้องชาย ข้าชื่อ ฟ่งเฟยหยาน ข้ามีความจำเป็นที่ต้องใช้ผลผิงกั่วทองคำ ไปยืดอายุท่านปู่ของข้า ต้องทำยังไงเจ้าถึงจะยอมให้ข้านำต้นผิงกั่วกลับไป”
“ พี่สาว ต้นผิงกั่วนี้มันยังไม่รู้เลยว่าจะ ออกผลเมื่อไร อะไรทำให้ท่านคิดว่ามันจะออกผลทัน ตามที่ท่านต้องการ” เสี่ยวเทียนถามด้วยความสงสัย
“ ข้าจะให้คุรุเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้า รวมพลังกับ หินมิติเวลา เร่งการเจริญเติบโตของมันไปอีก สิบปี จะทำให้มันออกผลได้ อย่างน้อย 1 ผล ข้าจะให้ ผลแก้วมังกรเจ้าไป 1 ผลแทนมันจะทำให้เจ้าเพิ่มพลังปราณทันที 5 ระดับ หากไม่พอ ข้าจะมอบทองให้เจ้าเพิ่มอีกตามที่เจ้าต้องการ เชิญบอกราคามาได้เลย” ธิดาเทพฟ่งเฟยหยาน บอกข้อเสนอมาแบบนี้ เสี่ยวเทียนกำลังจะอ้าปากบอกราคาไป
“ไม่ได้ !! ห้ามให้ไป ผลผิงกั่วทองคำ ต้นนี้ 1 พันปีถึงจะออกดอก ไม่ใช่ต้นผิงกั่วธรรมดาทั่วไป หากใครได้กินเข้าไป จะเหินฟ้าทยานสวรรค์กลายเป็นเซียนไปได้ทันที” อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา เสี่ยวเทียนถึงกับหน้าม่อย ไม่เสนอราคาออกไป
“ พี่สาวเอาเช่นนี้ไหม ข้าจะไปกับท่าน แล้วให้พวกท่านเร่งการเจริญเติบโตตามที่ท่านต้องการ หากว่าผลผิงกั่วนี้มันออกมาท่านก็เอาไป แต่ว่าถ้ามันไม่สำเร็จ ข้าขอคืนกลับไปดีไหม” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่ท่านอาจารย์ลู่เอินบอก
“ ได้ พวกเจ้าตามข้ากลับไป ไม่เกินสามวัน หากต้นผิงกั่วไม่มีปฏิกิริยาใดใด ข้าจะมอบคืนให้กับเจ้า แต่ไม่ต้องห่วง ยังไงข้าก็ไม่ลืมข้อเสนอ กลับไปที่สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะมอบ ผลแก้วมังกรให้เจ้าก่อนเลย” เสี่ยวเทียนดีใจ รีบจูงมือศิษย์พี่รอง ที่ยืนมองธิดาเทพตาไม่กระพริบ ทั้งหมดนั่งเรือเหาะมาที่สำนักวิหารศักดิสิทธิ์
ระหว่างทาง องค์ชายห้ากับคนของเขาต่างก็มองเสี่ยวเทียนเหมือนแค้นกันมาหลายชาติภพ
“ ศิษย์พี่รอง พี่สาวฟ่งเฟยหยานนี่ รวยมากเลยใช่ไหม?”
“ ใช่ นางเป็นธิดาเทพแห่งสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ ปู่ของนางคือท่านสังฆราชฟ่งเหยียนชิ่ง ประมุขของ สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ เฉพาะวิหารเทพเจ้า ก็ทำด้วยทองคำมากกว่าครึ่ง เงินที่สาวกทั้งหลายบริจาคให้ที่สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ คาดว่าไม่ต่ำกว่าเงินที่ราชสำนักได้จากภาษี ของชาวเมืองที่จ่ายเข้าท้องพระคลังในราชสำนักเสียอีก” ศิษยพี่ห้าเอ่ย
“ โอ้ !! วิหารทองคำอย่างนั้นเลยรึ?” เสี่ยวเทียนร้องออกมาอย่างตื่นเต้น....