ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์
ในขณะที่กำลังแบกหญ้ากลับไปนั้น หลินหร่วนก็ได้เห็นต้นสาลี่ป่าต้นหนึ่งอยู่ข้างทางนางคิดภาพต้นสาลี่ที่มีลูกสาลี่เหลืองอร่ามห้อยอยู่สิบกว่าลูกออกมา
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครา หลินหร่วนก็แสร้งทำเป็ประหลาดใจแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า“พวกท่านดูสิ บนต้นไม้ต้นนั้นเหมือนจะมีผลไม้ด้วยล่ะ”
มิรอให้ทุกคนได้มองชัด ๆ นางก็พุ่งเก็บลูกสาลี่ในทันใดนางแบ่งให้ทุกคนคนละลูก ส่วนที่เหลือจะนำกลับไปแบ่งให้แก่บรรดาบุรุษที่กำลังก่อกำแพงอยู่
รอบนี้ออกมาตัดหญ้า ได้ทั้งไก่ป่า ได้ทั้งลูกสาลี่ถือเป็การเก็บเกี่ยวที่ได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
บนใบหน้าของทุกคนต่างก็ประดับรอยยิ้ม
เมื่อกลับมาถึงบ้านเก่า หลินหร่วนก็ได้นำลูกสาลี่ออกมาแล้วเรียกบรรดาบุรุษที่กำลังทำงานอยู่มากินผลไม้
หลินซานหลางอ้าปากกัดลูกสาลี่คำใหญ่ เขาเคี้ยวไปพลางเอ่ยไปพลาง“สายตาของอาหร่วนช่างดีเสียจริง พวกเราเดินผ่านเส้นทางนี้ตั้งกี่คราแล้ว กลับมิเคยเห็นว่าบนต้นไม้นั่นมีลูกสาลี่ห้อยอยู่”
“มิใช่แค่สายตาดีเท่านั้น ทว่ายังฝีมือดีมากอีกด้วยฝีเท้าก็มิเลวเช่นกัน ดูเ้าไก่ป่าตัวใหญ่นี่สิ คนธรรมดาที่ใดจะไล่ตามได้ทันกัน”ทุกคนต่างพากันชมหลินหร่วนคนละประโยคสองประโยค เว้นแต่หลินหานที่ใช้สีหน้าเคร่งขรึมมองไปทางหลินหร่วนอย่างลึกซึ้ง
เมื่อครู่ป้าโจวหิ้วไก่ป่าตัวอวบอ้วนตัวนั้นกลับไปจัดการที่บ้านหลินหร่วน ฉินซื่อและคนอื่น ๆ กลับไปตัดหญ้าอีกครา เมื่อกลับมาทุกคนต่างก็มีลูกสาลี่ติดมือมาด้วยลูกสาลี่เหล่านี้เป็ฉินซื่อที่ค้นพบในพงหญ้า ต้นสาลี่ต้นเล็ก ๆ กลับมีลูกสาลี่ลูกใหญ่ยี่สิบกว่าลูกทำเอาทุกคนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
เมื่อป้าโจวกับย่าโจวทำอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยกมาให้ที่บ้านเก่า
ฝีมือการทำอาหารของป้าโจวนั้นดีมากไก่ป่าตัวนั้นถูกนางสับชิ้นเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือเมื่อผัดด้วยพริกแล้วใส่ถั่วแขกลงไปตุ๋น ทำออกมาได้หม้อใหญ่นอกจากนี้ยังผัดผักที่ปลูกไว้เองที่บ้านอีกสองจานใหญ่ ทั้งยังนึ่ง ‘วอวอโถ1’มาเข่งใหญ่อีกด้วย
ชาวบ้านในชนบทต่างมิได้ให้ความสำคัญในเื่ชายหญิงห้ามร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันเมื่อแบ่งอาหารออกเป็สองส่วน ก็ได้วางลงบนก้อนหิน ทุกคนต่างก็ล้อมวงเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อยกินไปพลางเอ่ยชมฝีมือของป้าโจวไปพลาง
ป้าโจวได้รับคำชมอย่างล้นหลาม สีหน้าของนางดูภาคภูมิใจมากยิ่งนัก
หลินซิ่วเผ็ดจนปากน้อย ๆ ของนางแดงเจ่อแต่ก็ตัดใจวางตะเกียบลงมิได้ หลินหร่วนกลัวนางทนมิไหวจึงหั่นลูกสาลี่ซีกหนึ่งป้อนให้นาง
เด็กน้อยอ้าปากงับสาลี่ แต่เพราะชิ้นใหญ่จนเกินไปทำให้ทั้งปากถูกสาลี่ยัดจนเต็ม สองแก้มของนางพองออกมา ดูราวกับกระรอกตัวน้อยก็มิปาน
หลินหร่วนถูกท่าทางน่ารักของนางทำเอาใจละลายจากนั้นก็หั่นลูกสาลี่ป้อนนางอีกหนึ่งชิ้น
หลินหานเหลือบมองนางหนึ่งครา “หลินซิ่วยังเด็ก ลูกสาลี่มีฤทธิ์เย็นกินมากมิดีต่อนาง”
“อ่า...” ดังนั้นหลินหร่วนจึงชักมือกลับมา แล้วนำเอาลูกสาลี่ใส่เข้าปากของตนเองจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
หลินหานจ้องมองนางแล้วหรุบตาลงมือที่กำขนมรังนกอยู่นั้นออกแรงเพิ่มโดยมิรู้ตัว
หลังมื้อเที่ยง ทุกคนพากันพักผ่อนชั่วครู่จากนั้นก็เริ่มกลับไปทำงานอีกครา
ขนาดห้องของบ้านเก่าหลังนี้มิได้ใหญ่โตมากนัก มีหนึ่งห้องที่ทรุดตัวลงอย่างหนักและกำแพงมิสามารถใช้ได้แล้วห้องนั้นจึงถูกทุบทิ้งไป ส่วนอีกสองห้องที่เหลือนั้น ก่อนที่ท้องนภาจะมืดก็ได้ถูกจัดเก็บพร้อมกับซ่อมแซมเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ราตรีนี้พวกเขายังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านของป้าโจว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ป้าโจวนำเอาเครื่องใช้ในบ้านที่มิได้ใช้สองชิ้นให้บุตรชายทั้งสองยกออกมาไว้ที่ลานบ้าน
อาหร่วนเ้าอย่าได้รังเกียจของเก่าพวกนี้เลย เ้านำไปใช้ก่อนเถิดพอมีเวลาว่างแล้ว ข้าจะให้ลุงของเ้าขึ้นเขาไปตัดไม้มาทำเครื่องใช้ในครัวเรือนให้พวกเ้าใหม่สองชิ้น
หลินหร่วนจะรังเกียจได้เยี่ยงไรแม้ว่าเครื่องเรือนสองชิ้นนี้จะเก่า ทว่าน้ำใจของตระกูลโจวกลับประเมินค่ามิได้เป็เวลาหลายปีมาแล้วที่นางมิได้ัักับความรู้สึกที่บริสุทธ์เช่นนี้
นางพึ่งยกเครื่องใช้สองอย่างนั้นมาจัดวางในบ้านผู้นำตระกูลก็ได้เดินนำชาวบ้านที่แบกเครื่องเรือนและถุงผ้าต่าง ๆ เข้ามา หลินหร่วนและสองพี่น้องจึงรีบออกไปต้อนรับ
ผู้นำตระกูลเดินวนรอบบ้านหนึ่งรอบจากนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ
“แม้ว่าสภาพจะย่ำแย่ไปบ้างแต่ก็พออยู่อาศัยได้แล้ว เครื่องใช้เหล่านี้ล้วนเป็ของตระกูล พวกเ้านำเอาไปใช้ก่อนในอนาคตหากมีความสามารถเปลี่ยนเป็ของใหม่ได้ค่อยยกกลับมาคืน”
จากนั้นก็ชี้ไปยังถุงผ้า “นี่เป็ธัญพืช 30 ชั่งข้าให้พวกเ้าเก็บไว้กิน คาดว่าน่าจะพออยู่ได้ถึงฤดูใบไม้ร่วง” หลินหานที่เป็ผู้นำครอบครัวยื่นมือไปรับของมาจากนั้นก็โค้งกายลงหนึ่งคราเพื่อเป็การขอบคุณผู้นำตระกูล
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล ข้าขอบคุณสำหรับการดูแลของท่าน”
หัวหน้าหมู่บ้านประคองเขาขึ้นมาพลางตบบ่าของเขาเบาๆ “เด็กดี เ้าจงใช้ชีวิตให้ดี วันข้างหน้าชีวิตของพวกเ้าต้องดีขึ้นเป็แน่แล้วพ่อของเ้าเล่า เขามิได้แวะมาเลยหรือ ? ”
หลินหานเม้มปากแน่น เขามิได้ตอบคำถามนี้ออกมา
ผู้นำตระกูลทำหน้ามิพอใจพร้อมกับบ่นออกมาหนึ่งประโยค“เ้าหลินจงผู้นี้ ช่างมิได้เื่เลยจริง ๆ เขาเป็ผู้ใหญ่แล้วแท้ ๆ ทว่าแม้แต่ครอบครัวของตนเองก็ยังดูแลมิได้ช่างขายหน้าบรรพบุรุษเสียจริง”
ผู้นำตระกูลมิอยากให้พวกหลินหานต้องรู้สึกเป็ทุกข์ดังนั้นเขาจึงมิเอ่ยอันใดมาก เขาสั่งให้คนย้ายเครื่องเรือนเข้าไปในบ้านเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงพาทุกคนจากไป หลังจากที่ทุกคนกลับไปหมดแล้ว หลินหร่วนก็ได้พาหลินซิ่วเข้าไปในห้องเมื่อมองดูการตกแต่งที่เรียบง่ายภายในห้องก็อดมิได้ที่จะหัวเราะจนตาหยีในอนาคตที่นี่จะเป็ฐานที่มั่นของนาง ดังนั้นนางจะต้องทำให้ที่นี่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
หลินซิ่วเดินวนรอบห้องหนึ่งครา นางลูบ ๆ มอง ๆด้วยสายตาสงสัยแล้วเอียงศีรษะน้อย ๆ เอ่ยถามขึ้นมาว่า “พี่สาว พวกเราจะอาศัยอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่? ”
แม้ว่านางจะอายุยังน้อย ทว่าหลินซิ่วก็รู้ความมิน้อยแล้วหลายวันมานี้พวกเขาล้วนมิได้กลับบ้าน นางพอจะเดาได้ว่าภายภาคหน้าพวกเขาจะมิกลับไปยังบ้านหลังนั้นอีกแล้ว
หลินหร่วนอุ้มนางขึ้นมา หัวเราะน้อย ๆ แล้วเอ่ยถามนางว่า“แล้วเ้าชอบที่นี่หรือไม่ ? ”
“ชอบเ้าค่ะ แต่ว่าพี่สาว ท่านพ่อเล่า ? เหตุใดท่านถึงมิอยู่กับพวกเราที่นี่? ”
“ท่านพ่อยังอยู่ที่บ้านหลังนั้น”
เมื่อหลินซิ่วได้ยินดังนั้น ริมฝีปากของนางจึงแบะออกทันที“ข้าคิดถึงท่านพ่อ ข้าอยากอยู่กับท่านพ่อ ท่านพี่ พวกเรารับท่านพ่อมาอยู่ด้วยกันดีหรือไม่ท่านแม่ดุมาก นางต้องรังแกท่านพ่อเป็แน่”
หลินหร่วนรู้สึกกระอักกระอ่วน นางจะอธิบายปัญหานี้ต่อเด็กน้อยเยี่ยงไรดีทว่าอยู่ ๆ หลินหานก็ะโขึ้นมาว่า ”คิดถึงอันใดกัน ในอนาคตข้ามิอนุญาตให้เ้าคิดถึงเขาอีกเขามิ้าพวกเราแล้ว เ้าจะคิดถึงเขาเพื่อเหตุใดกัน” หลินซิ่วถูกตะคอกใส่จนสะดุ้งตัวโยนนางตกตะลึงไปชั่วขณะแล้วร้องไห้ออกมา
“ข้าคิดถึงท่านพ่อ... ข้าจะกลับบ้าน... ท่านพ่อ”
เมื่อหลินหานเห็นนางร้องไห้จึงรู้สึกเป็ทุกข์ยิ่งนักแต่ก็มิอาจยอมเสียหน้าไปปลอบนางได้ ดังนั้นเขาจึงเสียงดังต่อไปว่า “ห้ามร้องนะ” ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าใดหลินซิ่วก็ยิ่งร้องไห้รุนแรงมากเท่านั้น ท้ายสุดถึงกับหายใจหอบเหนื่อย ใบหน้าน้อย ๆแดงก่ำ หลินหร่วนถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดหน้าผาก นางมิมีประสบการณ์ในการปลอบเด็กมาก่อนสุดท้ายเมื่อมิมีทางเลือก จึงทำได้เพียงก้มลงไปอุ้มหลินซิ่วขึ้นมา
“หลินซิ่ว เ้าอย่าร้องไห้ไปเลยพี่สาวตีลังกาให้เ้าดูดีหรือไม่ ? ”
“ข้าจะกลับบ้าน ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อ พี่สาวพวกเรากลับบ้านไปหาท่านพ่อดีหรือไม่ ? ”
เด็ก ๆ เมื่อได้ยึดติดกับอันใดแล้ว เขาก็จะยึดติดอยู่อย่างนั้นหลินหร่วนมิรู้จะปลอบนางเยี่ยงไร จึงทำได้เพียงกัดฟันพานางเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
“พวกเ้าจะไปที่ใดกัน ? ”
หลินหานเดินตามออกมาพร้อมกับชักสีหน้าน้อย ๆ
“ข้าจะไปส่งนางกลับบ้านตระกูลหลินเพื่อไปหาท่านพ่อมิเช่นนั้นหากปล่อยให้ร้องต่อไป นางจะทนมิไหวเอา”
เมื่อหลินซิ่วได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้เสียงร้องก็เบาลงทันใด
หลินหานก้าวเข้ามาขวางพวกเขาเอาไว้แล้วออกคำสั่งว่า“ห้ามไป ! ”
แง้.. ครานี้หลินซิ่วร้องหนักกว่าเดิม
มีหรือที่หลินหร่วนจะเห็นคำสั่งของเ้าเด็กน้อยอยู่ในสายตาเพียงแค่ยื่นมือออกไปก็สามารถผลักเขาให้หลบได้แล้ว จากนั้นจึงอุ้มหลินซิ่วขึ้นมาแล้วสาวเท้าไปยังบ้านตระกูลหลิน
หลินหานโกรธจนต้องกระทืบเท้าเพื่อระบายความโกรธออกมาท้ายที่สุดก็ต้องตามพวกเขาไปอย่างมิมีทางเลือก
1 วอวอโถว เป็อาหารที่ทำมาจากแป้งข้าวโพดแป้งข้าวฟ่าง หรือธัญพืชอื่น ๆ ซึ่งจะปั้นเป็ก้อนมีหลุมตรงกลางคล้ายโคนหรือกรวยเล็กๆ จากนั้นนำไปนึ่งราว 15 นาที สมัยก่อนใช้กินแทนข้าว ปัจจุบันถูกทำเป็ขนม
2 30 ชั่ง เท่ากับ 15 กิโลกรัม ( 1 ชั่ง= 500 กรัม )