สวี่หยุน หลินเสี่ยวโหยวและหวงเหวินเดินทางต่อเนื่องโดยที่ไม่หยุดพักแม้แต่น้อย..เมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงเมืองเซี่ยหลงก็เป็นเวลาเช้าของวันใหม่แล้ว..
"น้องติง..เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่? หรือน้องติงมีธุระอื่นที่ต้องทำก่อน?" หวงเหวินกล่าวถามออกมาขณะเดินเข้าไปในเมืองเซี่ยหลงโดยไม่รีบร้อน..
"อืม..เสี่ยวโหยว..เสี่ยวโหยวอยากพักบ้างหรือไม่?" สวี่หยุนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าไปถามหลินเสี่ยวโหยวที่อยู่ในอ้อมกอดของตนเอง..
"ข้าเหนื่อยนิดหน่อย..ข้าอยากนอนมากกว่า" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะหาวออกมาเล็กน้อย..
"พี่เหวิน..ข้าจะพาเสี่ยวโหยวไปพักก่อน..หากมีเวลาว่างข้าจะไปหาท่านที่สำนักกระบี่ล่องนภาอย่างแน่นอน" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา..
"อ..เอ่อ..ข้าว่าน้องหญิงเสี่ยวโหยวมีพื้นฐานการฝึกตนขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณไม่จำเป็นต้อง.." หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยความงุนงง..แต่หวงเหวินยังไม่ทันกล่าวได้จบเมื่อมองเห็นสีหน้าของสวี่หยุนที่ยังมีรอยยิ้มไร้เดียงสาดังเดิมเขาก็รู้แล้วว่าสวี่หยุนจะไม่ไปกับเขาอย่างแน่นอน..
"พี่เหวินข้าขอตัวก่อน.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแล้วเป็นมิตรอย่างยิ่งก่อนจะเดินแยกกับหวงเหวินในทันที..
"พี่ชาย..เราจะไม่ไปโรงเตี๋ยมที่เดิมกันหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสวี่หยุนเลือกที่จะเดินเข้าไปในตรอกแคบๆ..
"ข้าจำเป็นต้องดูดซับธาตุวารีเพื่อที่จะใช้มันในการรักษาธาตุวารีในร่างกาย..เสี่ยวโหยวไม่ว่าอะไรข้าใช่หรือไม่ที่จะไปนอนในกระท่อมไม้?" สวี่หยุนกล่าวอธิบายออกมาให้หลินเสี่ยวโหยวฟัง..
"อื้ม! แค่ได้นอนกอดพี่ชาย..ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สำคัญ!" หลินเสี่ยวโหยวผงกหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาอย่างร่าเริง..สวี่หยุนยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้หลังจากได้ยินคำพูดของเด็กสาว..
"ข้าว่าในอนาคตคนที่ได้เสี่ยวโหยวเป็นภรรยาต้องเป็นคนที่โชคดีที่สุดในแดนสมุทรประกายแสงเป็นแน่.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา..
"รับข้าเป็นภรรยาหรือ? อืม..หากใครต้องการเป็นสามีของข้าเขาคนนั้นต้องยอดเยี่ยมเท่ากับพี่ชายเป็นอย่างน้อย!" หลินเสี่ยวโหยวยิ้มอย่างสดใสก่อนจะกล่าวออกมา..
"..ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น.." สวี่หยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของเด็กสาวอย่างนุ่มนวล..สวี่หยุนหยิบเอาแผ่นศิลาออกมาก่อนจะเปิดรอยแยกมิติออกมา..แต่สวี่หยุนไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปในรอยแยกมิติทันที..สวี่หยุนกับหยุดรออยู่สักพักก่อนจะแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปในรอยแยกมิติอย่างช้าๆ...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณ ตรอกแคบๆของเมืองเซี่ยหลงที่สวี่หยุนเปิดรอยแยกมิติ..ตอนนี้มีสองคนโผล่ออกมาจากเงามืดก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงที่สวี่หยุนเข้าไปในรอยแยกมิติ..
"..มันมีอาวุธเวทย์มิติด้วยหรือ? พวกเราจะเอายังไงกันดี?" ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย..
"..ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน..อย่างไรมันก็ต้องกลับมาที่เมืองเซี่ยหลงอยู่ดี..การพลางตัวของเรานับว่าอยู่ในระดับต้นๆของเมืองเซี่ยหลงแห่งนี้..มันไม่ได้เข้าไปในอาวุธเวทย์มิติเพราะสัมผัสได้ถึงพวกเราอย่างแน่นอน.." ผู้ฝึกตนอีกคนกล่าวตอบออกมาราวกับงานที่มันได้มาช่างง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง..
"อืม..ข้ามีความรู้สึกแปลกๆบางอย่าง..ราวกับว่างานนี้ไม่น่าจะง่ายดายเหมือนที่คิดนัก.." ผู้ฝึกตนคนแรกกล่าวออกมาหลังจากรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ..
"เจ้าหวาดกลัวมันงั้นหรือ? ก็ไม่แปลกหรอกที่เจ้าจะหวาดกลัวมัน..ถึงแม้มันจะสามารถสังหารผู้คุ้มกันร้อยกว่าคนของหอโอสถสวรรค์ได้ก็ไม่ใช่หมายความว่ามันจะรอดพ้นจากเงื้อมือเราไปได้..ถึงเราจะไม่สามารถสู้กับมันตรงๆได้แต่การลอบสังหารก็เป็นสิ่งที่พวกเราถนัดที่สุดมิใช่รึ?" ผู้ฝึกตนคนที่สองกล่าวออกมาด้วยไม่ความสบอารมณ์เล็กน้อย..
"..ข้าหวังว่าจะเป็นอย่างที่เจ้ากล่าว.." ผู้ฝึกตนคนแรกไม่ได้เลือกที่จะโต้เถียงเพราะลางสังหรณ์ของตนเอง..มันเลือกที่จะยืนนิ่งสักพักก่อนจะกล่าวออกมา..
หลังจากผู้ฝึกตนคนแรกกล่าวจบคนทั้งสองก็กลายเป็นเงาสีดำหายไปในเงาของตึกในทันที..
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"พี่ชาย..รีบขึ้นมาบนเตียงเร็วๆสิ!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาหลังจากที่สวี่หยุนวางตนเองลงบนเตียงไม้อย่างนุ่มนวล..
"ช่วงนี้เสี่ยวโหยวมีนิสัยเสียหนักขึ้นนะเนี่ย.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนขณะขึ้นไปนอนบนเตียงไม้อย่างช้าๆ..
"..ถึงแม้ข้าจะนิสัยเสียแต่พี่ชายก็ไม่รังเกียจข้าใช่หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวขยับตัวมากอดสวี่หยุนอย่างรวดเร็วขณะที่กล่าวออกมา...
"แน่นอน..ถึงแม้เสี่ยวโหยวจะรังเกียจข้าแต่ข้าไม่มีทางรังเกียจเสี่ยวโหยวอย่างแน่นอน" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน..
"ข้าไม่มีทางรังเกียจพี่ชายอย่างแน่นอน!" หลินเสี่ยวโหยวทำท่าไม่พอใจกับคำพูดของสวี่หยุนออกมาก่อนที่มันจะหายไปในทันทีเพราะมือของสวี่หยุนที่ยกขึ้นมาลูบหัวของเด็กสาว..
"พี่ชาย..พี่ชายห้ามกล่าวเช่นนั้นออกมาอีกนะ..ข้าไม่มีทางรังเกียจพี่ชายอย่างแน่นอน.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวเสียงเบาออกมาก่อนจะกอดสวี่หยุนแน่นขึ้น..
"อะ..อ่า..ข้าต้องขอโทษเสี่ยวโหยวด้วย.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนจะกอดเด็กสาวตอบ..
"พี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวเรียกสวี่หยุนออกมาด้วยนํ้าเสียงเบาเป็นอย่างยิ่ง..
"มีอะไรหรือเสี่ยวโหยว..?" สวี่หยุนถามออกมาด้วยความสงสัย..
"ข้าชอบพี่ชายนะ.." หลินเสี่ยวโหยวเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..
"อืม..ข้าก็ชอบเสี่ยวโหยวเช่นกัน.." สวี่หยุนเองก็ยิ้มออกมาเช่นกันก่อนจะกล่าวออกมา..หลินเสี่ยวโหยวได้ยินคำกล่าวของสวี่หยุนก็ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิมก่อนจะหลับตาลงและซุกศีรษะไปที่อกของสวี่หยุน..ถึงบทพูดเหล่านี้หากไปกล่าวให้ผู้อื่นฟังต้องเกิดการเข้าใจผิดบ้างเป็นแน่..แต่ทั้งสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวต่างกล่าวออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง..
"..ถึงแม้ข้ากับพี่ชายจะพบกันได้ไม่ถึงเดือน..แต่ข้ากับรู้สึกราวกับว่าได้อยู่กับพี่ชายมาหลายปีแล้ว.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เริ่มเลือนรางราวกับว่าใกล้จะตกสู่ห้วงนิทราแล้ว..สวี่หยุนได้ยินคำพูดของเด็กสาวก็ยิ้มกว้างออกมาในทันที..
"..ไม่สำคัญว่าข้าจะพบกับเสี่ยวโหยวเมื่อไหร่หรือพบเจอกันเช่นใด..อย่างไรก็ตามต่อไปนี้เสี่ยวโหยวก็คือน้องสาวของข้าและข้าคือพี่ชายของเสี่ยวโหยวตลอดไป.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างนุ่มนวล..
"..อื้ม.." หลินเสี่ยวโหยวยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะผงกหัวรับคำของสวี่หยุนและตกสู่ห้วงนิทราไปในทันที..
สวี่หยุนยังคงมองดูเด็กสาวในอ้อมกอดด้วยแววตาอ่อนโยนสักพักก่อนจะละสายตาออกมาจากหลินเสี่ยวโหยว..สวี่หยุนเริ่มหลับตาลงเช่นกันแต่สวี่หยุนไม่ได้หลับไปเหมือนกับเด็กสาว..สวี่หยุนเริ่มใช้สมาธิทั้งหมดในการดูดซับธาตุวารีในอากาศทันทีที่ปิดตาลง..ถึงแม้มันจะไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับริมลำธารของมิติศิลาแต่ก็นับว่าเข้มข้นกว่าโลกภายนอกเป้นอย่างยิ่ง..
ผ่านไปสามชั่วยามสวี่หยุนก็ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ..ในตอนนี้เขาฟื้นฟูธาตุวารีในร่างของตนเองได้ถึง 8 ใน 10 ส่วนแล้ว..สวี่หยุนคาดการณ์ไว้ว่าต้องดูดซับธาตุวารีในอากาศของมิติศิลาอีกสักไม่กี่ชั่วยามเขาก็สามารถฟื้นฟูธาตุวารีในร่างของเขาให้สมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน..สวี่หยุนยกมือขึ้นมามือหนึ่งก่อนจะปล่อยลมปราณธาตุวารีออกมาจากฝ่ามือ..
เมื่อสวี่หยุนสังเกตลมปราณธาตุวารีบนฝ่ามือตนเองอย่างละเอียดก็ตกตะลึงไปในทันทีเพราะเขาพบว่าความเข้มข้นของลมปราณธาตุวารีของเขาเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย! สวี่หยุนหลับตาลงทันทีก่อนจะสำรวจลมปราณธาตุวารีในทะเลปราณของตนเองอย่างรวดเร็ว..เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวสวี่หยุนก็ลืมตาขึ้นมา..ระดับความเข้าใจธาตุวารีของสวี่หยุนเพิ่มเป็นขั้นสูงสุกของระดับตํ่าแล้ว! ตอนแรกระดับความเข้าใจธาตุวารีของสวี่หยุนอยู่แค่ขั้นแรกเริ่มของระดับตํ่าเพียงเท่านั้น..สวี่หยุนถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังเพราะตอนแรกเขานึกว่าระดับความเข้าใจธาตุวารีของตนเองได้ไปถึงระดับกลางแล้ว..
'อย่างน้อยมันก็เพิ่มขึ้นมา..การที่ระดับความเข้าใจธาตุวารีเพิ่มขึ้นเช่นนี้..ข้าเดาว่ามันคือการทำลายธาตุวารีของตนเองก่อนจะใช้ธาตุวารีที่เข้มข้นกว่าเข้าไปแทน..' สวี่หยุนสรุปความคิดที่เขาเข้าใจออกมาอย่างรวดเร็วในจิตใจของเขาเอง..ถึงแม้วิธีการนี้จะเพิ่มระดับความเข้าใจธาตุวารีได้อย่างรวดเร็ว..แต่สวี่หยุนไม่ได้รีบร้อนถึงขนาดที่ต้องทำร้ายร่างกายของตนเองทุกครั้งเพียงแค่การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง..
'อืม..ก้อนหินสีครามที่ข้าได้มามันคือสิ่งใดกันแน่? ธาตุวารีทั้งในนํ้าและอากาศทั้งหมดนี้ออกมาจากรอยแตกของก้อนหินสีครามนั่น..มันคือผลึกลมปราณธาตุวารี? ถ้าเช่นนั้น..มันคือระดับใดกันแน่?' สวี่หยุนครุ่นคิดเรื่องต่างๆในใจ..ตอนนี้เขาก็ยังคงดูดซับธาตุวารีในอากาศอย่างต่อเนื่อง..ถึงแม้จะไม่ได้รวดเร็วเท่าตอนที่สวี่หยุนใช้สมาธิทั้งหมดในการดูดซับธาตุวารีแต่มันก็ช่วยให้สวี่หยุนสามารถขบคิดเรื่องต่างๆพร้อมกับดูดซับธาตุวารีในอากาศได้..
สวี่หยุนใช้เวลาสักพักในการพยายามครุ่นคิดถึงก้อนหินสีครามก้อนนั้น..ในที่สุดสวี่หยุนก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้..ก้อนหินก้อนเดียวสามารถทำลายเมืองเซี่ยหลงให้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ได้เพียงแค่วางมันไว้กลางเมือง..ถึงแม้สวี่หยุนจะครุ่นคิดเกียวกับมันหนักเท่าไหร่เขาก็ไม่ได้ข้อสรุปที่ลงตัวสักที..สุดท้ายสวี่หยุนก็ตัดใจยอมแพ้ก่อนจะตัดสินให้มันกลายเป็นผลึกลมปราณธาตุวารีระดับสูงที่เกิดรอยร้าวจนทำให้ลมปราณธาตุวารีรั่วไหลออกมา..ถึงแม้ข้อตัดสินของสวี่หยุนจะดูสมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่งแต่ก็นับว่าไม่ถูกต้องซะทีเดียวเพราะผลึกลมปราณระดับสูงก็ไม่ได้มีธาตุวารีมากมายเท่าหินสีครามก้อนนั้น...
ระหว่างที่สวี่หยุนครุ่นคิดเรื่องต่างๆอยู่นั้นเองจู่ๆเขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างกำลังขยับอย่างช้าๆในอ้อมกอดของเขาเอง..เมื่อสวี่หยุนก้มลงมามองดูหลินเสี่ยวโหยวก็พบว่าเด็กสาวกำลังลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ..
"อืม..อรุณสวัสดิ์พี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวที่ยังงัวเงียอยู่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มน่ารักสดใส..
"เสี่ยวโหยว..นี่มันยามเที่ยงแล้วนะ" สวี่หยุนหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหลินเสี่ยวโหยว..
"หืม? เที่ยงแล้วหรือ? อืม..พวกเราเริ่มนอนตอนเช้านี่.." หลินเสี่ยวโหยวค่อยๆกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงงัวเงียเช่นเดิม..ผ่านไปสักพักในที่สุดเด็กสาวก็กลับมามีสติสมบูรณ์อีกครั้ง..
"เอาล่ะเสี่ยวโหยว..น้องสาวที่นิสัยเสียของข้าจะไม่ลุกขึ้นจากเตียงใช่หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยขณะมองเด็กสาวที่กำลังนอนกอดตนเองอยู่ราวกับไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงไม้..
"อืม..พี่ชายกล่าวว่าข้าเป็นเด็กนิสัยเสียแล้ว..งั้นข้าก็จะทำตัวนิสัยเสียแบบที่พี่ชายกล่าว" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะกอดสวี่หยุนแน่นขึ้นในทันที..
"งั้น..วันนี้ก็คงไปหาน้องลี่ผิงไม่ได้แล้วสิ..ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วด้วยแต่เสี่ยวโหยวยังไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงเลย" สวี่หยุนกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะลูบหัวของเด็กสาวอย่างเบามือ..
"..พี่ชายช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก..ถึงแม้ข้าจะนอนกอดพี่ชายทั้งวัน..แต่ข้าก็อยากเล่นกับลี่ผิงเช่นกัน.." หลินเสี่ยวโหยวบุ้ยปากด้วยความไม่พอใจก่อนจะกล่าวออกมา..สวี่หยุนเห็นท่าทีของเด็กสาวก็หัวเราะออกมาในทันทีก่อนจะค่อยๆยกตัวของเด็กสาวขึ้นมาอยู่ในท่านั่งด้วยความนุ่มนวล..สวี่หยุนยังคงจัดผมเผ้าและเสื้อผ้าของหลินเสี่ยวโหยวเช่นเดิมก่อนจะลุกขึ้นยืน..หลินเสี่ยวโหยวกางแขนออกมาทั้งสองข้างทันทีที่สวี่หยุนยืนขึ้น..
"พี่ชาย..อุ้มน้องสาวนิสัยเสียคนนี้ทีสิ" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส..
"..ข้าต้องขอโทษน้องสาวนิสัยเสียคนนี้ด้วย..ข้ามีเรื่องที่ต้องทำนิดหน่อย..เสี่ยวโหยวช่วยรอข้าสักครู่ได้หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเชิงขอโทษก่อนจะเก็บแขนทั้งสองข้างของเด็กสาวและลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างนุ่มนวล..
"บู่ว..พี่ชายทำเช่นนี้ได้อย่างไร..พี่ชายต้องกับมาโดยเร็วพร้อมกับอุ้มข้าตลอดทั้งวันเข้าใจหรือไม่!?" หลินเสี่ยวโหยวบุ้ยปากออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะกล่าวออกมา..ในตอนนี้ถึงแม้หลินเสี่ยวโหยวจะค่อนข้างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวถามอะไรออกมา..หลินเสี่ยวโหยวรู้ดีว่าหากไม่ใช่เรื่องอันตรายสวี่หยุนต้องพาตนเองไปด้วยอย่างแน่นอน..
"ไอหยา..หากข้าอุ้มเสี่ยวโหยวทั้งวันแล้วเสี่ยวโหยวจะเล่นกับน้องลี่ผิงได้อย่างไร? เอาเป็นว่าวันนี้ข้าจะไม่ทำอาหารกับท่านป้าชูหรงแต่มาเล่นกับเสี่ยวโหยวและน้องลี่ผิงเป็นอย่างไร?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มซับซ้อนอยากอธิบาย..
"อืม..ก็จริงอย่างที่พี่ชายกล่าว..งั้นพี่ชายก็ต้องมาเล่นกับข้าและลี่ผิงทั้งวัน!" หลินเสี่ยวโหยวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา..สวี่หยุนผงกหัวรับคำของหลินเสี่ยวโหยวก่อนจะหยิบเอาแผ่นศิลาออกมา..
"..พี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวเรียกสวี่หยุนด้วยนํ้าเสียงที่เบาเป็นอย่างยิ่งขณะที่สวี่หยุนเปิดรอยแยกมิติและเตรียมจะก้าวเท้าเข้าไป..
"หืม? มีอะไรหรือเสี่ยวโหยว?" สวี่หยุนหันหลังกลับมาก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย..
"พี่ชาย..ระวังตัวด้วย..พี่ชายห้ามมีบาดแผลกลับมาอีกเด็ดขาด!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยความห่วงใย..
"อืม..ถึงจะไม่มั่นใจนักแต่ข้าจะทำให้ดีที่สุด" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างก่อนจะลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวเพื่อคลายความกังวลใจของเด็กสาว..สุดท้ายหลินเสี่ยวโหยวก็ยิ้มออกมาเช่นกันทำให้สวี่หยุนวางใจได้ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในรอยแยกมิติพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม..
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------