กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.40 นางคือองค์หญิง

    น็อกที่กำลังเดินคอตกกลับบ้าน เพราะหลังจากที่ผู้กองทศกลับไปแล้ว เขาก็ต้องนั่งรอสองสาวกินอาหารว่างจนกว่าจะอิ่ม ก็ปาเข้าไปตั้ง 3 ชั่วโมง พอเช็คบิลออกมาสี่แสนกว่าบาท ถึงกับทำให้เขาแทบกระอักเลือดออกมา พอชำระเงินเสร็จ เขาก็รีบโทรไปเช็คยอดเงินคงเหลือในบัญชีสรุปว่าเหลือเพียงแค่หนึ่งแสนกว่าบาทเท่านั้น ส่วนเงินในบัญชีของพ่อเขานั้น เหลือศูนย์บาทเพราะน็อกใช้แลก Point ไปหมดแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้เขาแทบหมดตัวเลยก็ว่าได้ ไม่สิต้องเรียกว่าเป็นหนี้สินซะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะยังต้องจ่ายเงินคืนให้กับลุงจอร์นและลุงกรที่สำรองไปซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ให้ก่อนด้วย
    ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจอารมณ์ของคนที่ล้มละลายขึ้นมาบ้างแล้ว สุดท้ายเขาก็ต้องไปหออรุณเบิกฟ้าอีกครั้งเพื่อแลกเงินมาสำรองไว้ใช้ในช่วงสองวันก่อนการประชุม เพราะเขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเงินแสนกว่าๆ ที่เขาเหลือนี้จะเพียงพอกับค่าอาหารของคนในบ้านของเขาหรือไม่
    หออรุณเบิกฟ้า
    ทันทีที่เข้ามาภายในหออรุณเบิกฟ้า เขาก็ต้องแปลกใจเพราะรอบๆ นั้นถูกประดับประดาไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ราวกับว่ากำลังจะมีงานอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง ระหว่างที่หลิงเทียนกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศโดยรอบ
    "โคร้มมมม!!?"
    หลิงเทียนก็ถูกหญิงสาวที่ไหนไม่รู้ชนเข้า จนลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่ทำให้ริมฝีปากอันบอบบางของนางประกบเข้ากับหลิงเทียน และสายตาทั้งคู่มองกันและกันในอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่หญิงสาวจะได้สติแล้วรีบลุกขึ้นอย่างพรวดพราด จนเข่าของนางกระแทกถูกของลับของเขาจนถึงกับหน้าเขียวอมม่วงทันที หลิงเทียนกุมของลับอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส หญิงสาวรีบขอโทษขอโพยทันทีและพยายามจะเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แต่ดันพลาดพลั้งสะดุดขาตัวเองจนศอกของนางกระแทกซ้ำเข้าไปที่ท้องของหลิงเทียนอีกครั้ง
    หลานฮัวมองหลิงเทียนอย่างตลกขบขัน ผิดกับเซียงเซียงที่เริ่มมีออร่าความมืดแผ่ออกมาจากร่าง หากไม่ใช่เพราะบุคลิกที่เย็นชาของนางแล้ว คงไม่ต่างอะไรกับคำว่าหึงหวงเป็นแน่ ส่วนหลิงเทียนได้แต่ร้องโอดครวญ ในขณะที่หญิงสาวเริ่มยันกายลุกขึ้นและจะเข้าไปช่วยอีกครั้ง หลิงเทียนถึงกับต้องโบกมือให้หยุด และยืนให้ห่างจากเขาทันที
    หลิงเทียนที่เริ่มรู้สึกดีขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างโกรธเคือง ที่เกือบทำให้เขาต้องเกือบสูญสิ้นความเป็นชาย แถมยังชิงจูบแรกของเขาไปอีกด้วย [ก็มันยังซิงอยู่นิ] แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น หลิงเทียนก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรนางมากมายนัก ก่อนจะขอตัวในขณะที่หญิงสาวจะเข้ามาใกล้ เขารีบกระโดดหนีถอยห่างทันที เพราะหากโดนซ้ำที่จุดยุทธศาสตร์เดิม คราวนี้เขาได้เป็นหมันแน่ ก่อนจะรีบกล่าวดักทางไว้ก่อน
    "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!!! อย่าเข้ามาใกล้ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วก็แยกกันตรงนี้เถอะ"
    "บังอาจ!!?"
    จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายตวาดดังลั่นมาจากด้านหลังของหลิงเทียนพร้อมๆ กับจิตสังหารพวยพุ่งออกมา และภายในไม่กี่ลมหายชายคนนั้นก็ชักอาวุธพุ่งเข้าใส่หลิงเทียนด้วยความรวดเร็ว
    "ฟึ่บ!!? ชิ้ง!!?"
    แต่เซียงเซียงกับหลานฮัวนั้นมีปฏิกริยาตอบสนองที่เร็วกว่า เพียงพริบตาอาวุธของพวกนางทั้งสองก็จ่อไปที่คอของชายคนนั้นทันที พร้อมๆ กับน้ำเสียงที่เย็นชาของเซียงเซียงเพียงสั้นๆ "ขยับตาย!!?"
    หลิงเทียนไม่ได้แปลกใจในฝีมือของสองสาวแม้แต่น้อย แค่รู้สึกว่าเซียงเซียงเหมือนนางกำลังโกรธเคืองอะไรบางอย่างหรือเปล่า เพราะน้ำเสียงและท่าทางของนางนั้นผิดแผกแปลกไปจากเดิมเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิดเรื่องไร้สาระ
    "เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงคิดลอบทำร้ายข้า" หลิงเทียนถามชายตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
    ยังไม่ทันที่ชายกลางคนจะตอบคำถาม ก็ถูกหญิงสาวพูดขัดขึ้นทันที "เขาเป็นคนของข้าเอง ข้าต้องขออภัยพวกท่านด้วยจริงๆ ที่คนของข้าก่อเรื่องขึ้น ข้ายินดีจะชดใช้ให้ค่ะ"
    "แต่ว่าคุณหนู......." ชายกลางคนพยายามจะทักท้วง
    "เงียบ!!?" น้ำเสียงที่อ่อนหวานของหญิงสาวดังขัดขึ้นทันที แม้น้ำเสียงของนางจะฟังดูไพเราะ แต่ทว่ามันกลับแฝงมาด้วยจิตสังหารที่รุนแรงเป็นอย่างมาก อาจจะพอๆ กับหลิงเทียนหรือมากกว่าก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่นางนั้นอายุก็มิได้ต่างไปจากหลิงเทียนสักเท่าไหร่
    หลิงเทียนใช้เนตรราชันย์ตรวจสอบหญิงสาวตรงหน้าก็ถึงกับตกตะลึงทันที เพราะระดับของนางคือแดนจักรพรรดิขั้น 3 เหนือกว่าเขาซะอีก และยังสถานะ "องค์หญิง" นั่นถึงกับทำให้เขาเหงื่อตกทันที
    "เอาล่ะ!!? เรื่องเข้าใจผิดอะไรก็ขอให้จบลงไว้ที่นี่ก็แล้วกัน ข้ามีธุระต่อ ต้องขอตัวก่อน" หลิงเทียนไม่รอช้ารีบเดินจากไปทันที ส่วนสองสาวก็เก็บอาวุธพร้อมๆ กับเดินตามออกไป โดยที่สายตาของเซียงเซียงมองไปที่หญิงสาวอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย
    ----------------------------------------------------------
    หอประมูล
    ภายในห้อง VIP สุดหรู หลิงเทียนที่กำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์ จิบชาอย่างเพลิดเพลินอารมณ์ หลังจากเขามาถึงที่หอประมูลก็เจอกับ หลงเซียง นางจึงมาทำหน้าที่ประเมินสินค้าเพื่อนำไปประมูลให้ และคอยดูแลเขาเป็นอย่างดี ตลอดช่วงเวลาในการประมูล ไม่นานนักก็มีชายหนุ่มลูกน้องของหลงเซียงเข้ามาแจ้งข่าวเล็กน้อย ก่อนที่นางจะขออนุญาติหลิงเทียนเพื่อไปสะสางปัญหาเล็กน้อย เขาก็เพียงแค่โบกมือเชิงว่าไม่เป็นไรเท่านั้น
    เสียงพิธีกรเริ่มดังขึ้นเพื่อประกาศถึงสิ่งของประมูลชิ้นแรก ทันทีที่ได้ยินชื่อสินค้าชิ้นแรก เขาถึงกับต้องมองลงไปอย่างแปลกใจ เพราะมันเป็นอาวุธระดับวิญญาณของเขาเอง ในการประมูลนั้นสินค้านั้น สินค้าที่ถูกประมูลในช่วงแรกๆ นั้นถือว่ามีค่าน้อยที่สุด แสดงว่าวันนี้จะต้องมีของมีค่าไม่น้อยไปกว่าของเขาเป็นแน่ มันจึงทำให้หลิงเทียนอดที่จะสนใจไม่ได้ และการประมูลสินค้าสามชิ้นแรกนั้นเป็นของเขาทั้งหมด ถึงจะไม่ได้เงินตามที่คาดไว้ แต่ก็ถือว่าเยอะพอสมควร
    การประมูลครั้งนี้หลิงเทียนเอาอาวุธระดับวิญญาณสามชิ้น และอาวุธหอกระดับราชันย์หนึ่งชิ้นมาเข้าร่วม เพราะในตระกูลเขาไม่มีใครถนัดใช้อาวุธประเภทนี้ เก็บไว้ก็รกคลังเปล่าๆ แต่พอได้เห็นสินค้าชิ้นต่อไป ทำให้หลิงเทียนถึงกับตกใจไม่น้อย มันเป็นสมุนไพรที่หายากมาก แต่กลับมีราคาประมูลที่ไม่สูงมากนัก
    หลิงเทียนจึงรีบประมูลทันที เขาประมูลสมุนไพรเกือบทั้งหมด โดยที่ไม่มีใครสู้ราคาเลยแม้แต่น้อย ถึงเขาจะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักจนมาถึงอาวุธระดับราชันย์ของเขา และมันก็ถูกประมูลไปในราคาหนึ่งแสนหยกปราณ ทำให้เขาอดยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้ เพราะอย่างน้อยๆ มันก็แลกเป็นเงินภายนอกได้ คงจะพอที่จะไปใช้จ่ายหนี้สินที่ติดอยู่
    ฉับพลันนั้นเองความคิดของเขาก็แทบดับวูบลงทันที เมื่อได้ยินชื่อของสินค้าชิ้นสุดท้ายในงานประมูลนี้เพราะมันคือ มุกอากาศธาตุ สำหรับเขาที่มีมุกทั้งสามอยู่ในมือ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว มุกพวกนี้มีกี่ชนิด และมีพลังรูปแบบใดบ้าง เขาจึงเลือกที่จะอยู่ประมูลต่อ แต่ในเวลาเดียวกันห้อง VIP โดยรอบก็เปิดม่านออกเกือบทั้งหมด แสดงว่าการประมูลรอบนี้ จะต้องเป็นของสำคัญอย่างมากแน่นอน และสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ห้อง VIP ห้องหนึ่งเพราะมันมีหญิงสาวที่คุ้นเคย หญิงสาวที่ทำให้เขาเกือบเสียความเป็นชายนั่นเอง
    "วู้บบบบบบ!!?" จู่ๆ บรรยากาศภายในห้องกลายเป็นหนาวเย็นขึ้นในพริบตา หลิงเทียนพลันอดขนลุกซู่ไม่ได้ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ห้องก็เห็นหลานฮัวที่นั่งมองการประมูลอย่างปกติ แต่พอหันไปมองทางเซียงเซียง ก็พบว่านางนั้นนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นและจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่นับว่ามีออร่ามืดครึ้มพวยพุ่งออกมาจากตัวนางล่ะก็นะ
    หลิงเทียนจึงรีบหันมองไปในงานประมูลตามสายตาของนางที่จับจ้องไป มันคือห้องของหญิงสาวคนนั้นนั่นเอง เขาอดสงสัยภายในใจไม่ได้ หรือสองคนนี้จะรู้จักกันมาก่อน ดูจากท่าทางของเซียงเซียงแล้ว หรือจะมีความแค้นกันมาก่อนนะ ก่อนจะเลิกคิดเอาไว้ว่างๆ ค่อยพูดคุยกับนางทีหลังก็แล้วกัน และจับจ้องไปยัง มุกอากาศธาตุ
    เมื่อพิธีกรเริ่มประกาศเริ่มการประมูล ราคาเริ่มต้นของ มุกอากาศธาตุนั้นสูงถึงหนึ่งแสนหยกปราณเลยทีเดียว ทำให้หลิงเทียนได้แต่กลืนน้ำลาย เพราะเขามีงบไม่พอ การประมูลเป็นไปอย่างดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ราคาพุ่งไปถึงสามแสนหยกปราณ หลิงเทียนอดเสียดายไม่ได้ แต่ก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองเท่านั้น และการประมูลที่ดุเดือดนี้ก็ใช้เวลาไม่นานนัก และจบลงในราคาห้าแสนหยกปราณ และผู้ที่ได้มันไปก็คือหญิงสาวที่คุ้นเคยนั่นเอง พอการประมูลจบลงหลิงเทียนก็ให้พนักงานในหอประมูลแลกเงินภายนอกให้อย่างรวดเร็วก่อนจะรีบไปจากที่นี่ทันที
    ----------------------------------------------------------
    ไม่นานนักน็อกก็กลับมาถึงบ้าน เขารีบเข้าไปหาพ่อของเขา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของราชวงศ์ต่างๆ ถึงแม้พ่อของเขาจะสงสัยแต่ก็ได้ถามอะไรมาก ก่อนจะร่ายประวัติความเป็นมาของราชวงศ์ให้ฟังอย่างละเอียด
    "เดิมทีในอดีตนั้นมีราชวงศ์ปกครองผู้คนนับไม่ถ้วน แต่ ณ เวลาปัจจุบันนี้มีเพียง 3 ราชวงศ์เท่านั้น ตัวตนของแต่ละราชวงศ์ มีกำลังรบเทียบเท่าได้กับตำหนักต่างๆ เมื่อก่อนทางราชวงศ์จะทำหน้าที่ในการดูแลประชาชน และคอยคัดคนที่มีพรสวรรค์ เพื่อขึ้นมาฝึกฝนจนกลายเป็นขุมกำลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่
    หน้าที่หลักๆ คือการปกป้องประชาชนและรากฐานของราชวงศ์ และทั้งสามราชวงศ์นั้นยังเป็นตัวตนที่คอยคานอำนาจกับเก้าตำหนักอีกด้วย แต่ยอดฝีมือของทางราชวงศ์ถือเป็นตันตนลึกลับ และไม่เคยมีใครพบเห็นพวกเขามาก่อน ได้ยินมาว่าหากรับรู้ถึงตัวตนของพวกเขาก็จะถูกสังหารทิ้งทันที เรื่องที่พ่อรู้ก็มีเพียงเท่านี้แหละ พ่อเองก็ยังไม่เคยไปยังอาณาจักรที่ถูกปกครองโดยราชวงศ์เหมือนกัน เพราะการจะเข้าไปยังที่แห่งนั้นจำเป็นต้องเป็นบุคคลที่สำคัญ หรือไม่ก็เติบโตอยู่ที่นั่นเท่านั้น"
    น็อกที่นั่งฟังได้แต่ทำหน้าแหยๆ ถือว่าโชคดีแล้วที่เขาไม่ได้เข้าไปพัวพันกับทางราชวงศ์ ไม่เช่นนั้นคงได้มีเรื่องปวดหัวตามมาอีกแน่นอน ก่อนจะนำเงินที่แลกออกมาสิบล้านให้พ่อของเขา เพื่อเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน พ่อของเขามาที่น็อกเล็กน้อย พลางถอนหายใจแล้วเอ่ยเตือนอย่างหวังดี
    "ลูกพ่อ ตัวตนของราชวงศ์นั้นพวกเรายังไม่รู้อะไรแน่ชัด เพราะฉะนั้นอย่าได้ไปก่อเรื่องขึ้นล่ะ!!?"
    น็อกถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ได้แต่คิดในใจ เพราะตอนแรกที่เขามาสอบถามข้อมูลกับพ่อของเขาก็เพื่อวางแผนไปปล้นเอา มุกอากาศธาตุมาแต่ไม่คิดว่าพ่อของเขาจะเดาทางถูก น็อกจึงรีบเกาหัวแก้เขินทันที
    "โหพ่อ!! ผมเคยไปก่อเรื่องซะที่ไหนกันเล่า!!?"
    "ก็เห็นทำเป็นประจำไม่ใช่รึไงกัน!!?"
    ".....!!?"
    ----------------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน