"ที่นายฟังมาไม่ผิดใช่ไหม?"
"แน่นอน ตอนนี้พวกเอลฟ์กำลังช่วยกันกระจายข้อมูลกันวงใน" ชายหญิงจำนวนหนึ่งกำลังตั้งแคมป์อยู่ใจกลางป่าลึก
"ใครจะไปคิดล่ะว่าองค์ชายจะกลับมา ได้ข่าวว่าเขาถูกพวกค้าทาสของอาณาจักรเซียจับตัวไปที่นั่นยิ่งต่อต้านอมนุษย์ซะด้วย"
พวกเขากินอาหารตากแห้งสำหรับเก็บไว้ได้นาน ๆ เหมาะแก่การเดินทางไกลแต่ดูจากสีหน้าก็คงจะพอเดาได้ว่ามันรสชาติเป็นยังไง
"พรุ่งนี้เราน่าจะไปถึงศูนย์กลางของเมืองเอลโฟเรีย ฉันเองก็คิดถึงบ้านเก่าอยู่เหมือนกันแต่มันดันเละเทะไปแล้วน่ะสิ"
"ถึงองค์ชายจะกลับมาได้ก็เถอะแต่เขาจะฟื้นฟูเมืองที่เป็นเสมือนประเทศของเอลฟ์ได้ยังไง? อีกอย่างพวกขององค์ชายคากิก็คงไม่นิ่งเฉยต้องหาทางกำจัดท่านยูกิอยู่แน่ ๆ"
"พวกเธอสองคนช่วยเงียบกันสักครู่สิ" ชายวัยกลางคนดูพึ่งพาได้เสียมากกว่าหนุ่มสาวพวกนั้น
"มันเงียบเกินไป ปกติต่อให้มีทหารยามหรือหน่วยลาดตระเวนเดินไปมาก็จะมีพวกสัตว์ป่าอยู่บ้างแต่ตอนนี้มันกลับไม่มีเลยสักตัว" ชายคนนั้นพยายามใช้เวทมนตร์ตรวจจับไปรอบ ๆ เช่นเดียวกับชิมม่อน
"จริงด้วยสิตั้งแต่เข้ามาในเขตป่านี้ก็ไม่มีสัตว์สักตัว"
"โถ่ ! ไม่มีอะไรมาขัดขวางการเดินทางก็ดีแล้ว" ชายคนหนึ่งที่กำลังนอนสบายใจเอ่ยขึ้นมาและกลับไปนอนต่อทันที
"ยังวางใจไม่ได้หรอก การแบ่งเวรยามยังคงต้องทำต่อไป" ตลอดค่ำคืนอันหนาวเหน็บหากไม่มีกองไฟก็คงจะอยู่ไม่สุขเป็นแน่
19 พฤศจิกายน พ.ศ.2575
หลังจากนอนพักกันจนเช้าพวกเขาก็เริ่มเดินทางต่อ บรรยากาศอันหนาวเย็นที่เต็มไปด้วยหมอกหนายากต่อการมองเห็น
"อากาศดีนะเนี่ย" หญิงสาวคนหนึ่งพูด
"ดีก็บ้าแล้วหนาวขนาดนี้"
"ต้องเย็น ๆ แบบนี้แหละ ฉันล่ะไม่ชอบเลยอากาศร้อนเหงื่อออกเยอะจนเหนียวตัวแถมยังโดนแดดจนผิวไหม้อีก"
พวกเขาเดินไปก็เถียงกันไปทำเอาเพื่อนร่วมทางปวดขมับจนในที่สุดก็สังเกตเห็นสิ่งก่อสร้างที่ซึฮากิทำไว้เป็นเหมือนสัญญาณว่าเข้าใกล้ศูนย์กลางแล้ว
"หยุด !" เสียงจากซึฮากิตะโกนลงมาจากต้นไม้สูง
"พวกเรามาตามข่าวลือ...องค์ชายยูกิอยู่ที่ไหน?" ชายวัยกลางคนยืนคุยตอบโต้อย่างใจเย็นแม้จะมีคมมีดชี้มาทางพวกเขา
"แสดงตัวตนซะเลิกปลอมตัวได้แล้ว" พวกเขาเปิดเผยหูเอลฟ์ให้ได้เห็นเป็นหลักฐานว่าเป็นเอลฟ์ที่มาหาองค์ชายยูกิจริง ๆ
"ทิ้งอาวุธทั้งหมดไว้ตรงนี้"
"มันจะมากไปแล้วนะ !" เอลฟ์หญิงคนหนึ่งตะคอกเสียงดังอารมณ์ฉุนเฉียว
"อย่า!" ขณะที่หญิงสาวคนนั้นกำลังจะก้าวเท้าต่อไปก็มีกระสุนลมพุ่งเฉี่ยวปลายเท้าไปนิดเดียวโชคดีที่ชายวัยกลางคนคนนั้นดึงตัวไว้ทัน
"ทำตามที่เขาบอกเถอะ" แม้จะยังต่อต้านอยู่แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะแววตาที่จ้องมองลงมาไม่มีความเกรงกลัวกลุ่มคนที่มีมากกว่าอดสงสัยไม่ได้ว่ามีแผนอะไรเตรียมไว้หรือเปล่า
"นายชื่ออะไร?" ซึฮากิเดินนำทางให้กับเอลฟ์พวกนั้นจู่ ๆ ชายวัยกลางคนก็ได้เอ่ยถามขึ้นมา
"อย่าถามอะไรอีกจนกว่าจะถึงที่หมาย" เขาเดินดุ่ม ๆ ไปไม่สนใจเอลฟ์พวกนั้นเลยว่าจะตามทันหรือเปล่าด้วยความเร็วและชำนาญซึฮากิยังคงเร่งฝีเท้าผ่านป่าลึกเข้าไป
"ถึงแล้ว..." ซึฮากิส่งสัญญาณด้วยเศษผ้าให้กับเซนและคานะ
"องค์ชาย !" ขณะที่พวกเขายืนรออยู่นั้นยูกิก็ได้เปิดเผยตัวตนให้ได้เห็น
"องค์ชายจริง ๆ ด้วย" พวกเขาต่างก็นั่งชันเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องบอกกล่าว
"ไม่ต้องพิธีการอะไรหรอกเข้ามาใกล้ ๆ ได้เลย" ยูกิเดินตรงไปหาพวกเขาไร้ซึ่งอาวุธหรือคนคุ้มกันแสดงให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ
"องค์ชาย...กระหม่อมไม่อยากจะเชื่อในสายตาเลยด้วยซ้ำ หากท่านไม่ว่าอะไรผมขอ..." ชายคนหนึ่งพยายามจะยื่นมือออกไปราวกับจะจับสัมผัสให้รู้ว่าไม่ใช่ฝันท่าทางอันอ่อนน้อมพร้อมไปด้วยน้ำตาที่ไหลลงบนแก้มกำลังเอื้อมไปแตะตัวของยูกิ
"ไม่ใช่ความฝันจริง ๆ ด้วย" ขณะที่ทุกคนกำลังมองดูรูปลักษณ์ของยูกิด้วยความปีติปลื้มใจคนอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยกันมา
"ยินดีต้อนรับสู่เอลโฟเรีย เรากำลังจะฟื้นฟูเมืองแห่งนี้ขึ้นมาใหม่และทุกท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น" สเตล่ากล่าวด้วยถ้อยคำที่ได้ร่ำเรียนมาจากซึฮากิแม้มันจะดูเป็นภาษาทางการแต่ก็สามารถสื่อสารได้
"เอ่อ...สวัสดีครับ"
"เดินเข้าไปเลยทุกคน ! อาวุธของพวกนายฉันจะเก็บไปให้" เซนเข้ามากอดไหล่ทำอย่างกับเพื่อนเล่นท่าทางสนิทชิดเชื้อส่งยิ้มให้ไม่หยุด
"ที่นี่มัน..."
หลังจากที่เดินเข้ามาสักพักจนได้เห็นบ้านหลังใหญ่มองไกลออกไปก็จะเห็นพืชผักไร่สวน อีกทางหนึ่งก็มีคนงานเหงื่อชุ่มเดินมาท่าทางเหน็ดเหนื่อย
"องค์ชายกำลังฟื้นฟูเมืองเอลโฟเรียอยู่สินะครับ ให้กระหม่อมช่วยด้วยเถิด"
"ไม่ต้องพูดเป็นพิธีหรอกมันยุ่งยาก" ยูกิตอบกลับทันที
"ได้ครับท่านยูกิ ดูเหมือนพวกเราจะไม่ใช่กลุ่มแรกนะครับ" เขามองไปยังสิ่งก่อสร้างที่กำลังต่อเติมไปเรื่อย ๆ และยังมีคนงานหลายคนอีกต่างหาก
"ก็ไม่เชิงเพราะพวกเขาเป็นคนที่เดินทางมากับฉัน"
"โอ ! ยูกิวันนี้จะทำอะไรให้กินอีกล่ะ" โทลตะโกนมาแต่ไกลเมื่อได้เห็นหน้ายูกิ
"ไม่บอกหรอกทำงานต่อไปเถอะ" เขาตะโกนตอบกลับอย่างกับเพื่อนเล่นต่างกับภาพในหัวที่พวกเอลฟ์ได้คิดไว้
"ท่านกำลังจะพาพวกเราไปที่ไหนหรือครับ?"
"ไปหาคนคุมที่นี่ยังไงล่ะ ในนี้มีเพียงคนเดียวที่ดำเนินการฟื้นฟูเมืองและนำทางให้กับพวกเราไปยังเป้าหมายได้"
"ผมสงสัยจริง ๆ ว่าเขาเป็นใคร"
"ฉันพาพวกเขามาแล้ว" ยูกิหยุดอยู่ด้านหลังของซึฮากิที่กำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่
"ดีมากได้คนงานเพิ่มอีกแล้ว ก่อนอื่นก็พาพวกเขาไปที่ห้องพักเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยแล้วฉันจะจ่ายงานให้ทีหลัง" ซึฮากิไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำแต่ก็อนุญาตให้พวกเขาเข้ามาอยู่
"ตามนั้นละกัน" ยูกิพาพวกเขาไปยังบ้านพักที่เงียบสงัดเพราะทุกคนออกไปทำงานกันหมด
"ทำไมองค์ชายถึงต้องทำตามเจ้าหมอนั่นล่ะ? อยากจะเห็นหน้าจริง ๆ ว่าเป็นใครกันแน่" เสียงซุบซิบคุยกันของพวกเอลฟ์เริ่มขึ้นทันทีที่ยูกิออกไปดูจากสีหน้าท่าทางก็ยังคงไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า
"นั่นสิท่านยูกิเป็นถึงองค์ชายผู้สืบเชื้อสายบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ ดูยังไงเจ้าหมอนั่นก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา...หรือมันจะเป็นคนจับตัวองค์ชายไป"
"อย่าจะดีกว่า พวกเราคนที่เลเวลสูงสุดก็แค่เจ็ดและการที่เขายังสบายใจอยู่ได้แบบนั้นมีอยู่สองอย่าง หนึ่งก็คือเขามั่นใจว่าเราจะไม่ทำร้ายพวกเขาและสองเขามั่นใจว่าต่อให้เกิดการปะทะขึ้นมาก็จะไม่แพ้" ชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นทำเอาพวกเอลฟ์เหล่านั้นเงียบไป
"พร้อมไปกันหรือยัง !"
"องค์ชายเรียกแล้วไปกันเถอะ" พวกเขาจำเป็นต้องทิ้งความหวาดระแวงไว้เพราะมันจะกระทบต่อการทำงานในอนาคตแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมยูกิถึงต้องคอยทำตามซึฮากิ
"ก่อนอื่นมาแนะนำตัวสักหน่อยไหม?" ซึฮากิยังคงหันหลังให้ไม่เปิดเผยใบหน้าที่ชัดเจนให้เห็นมันยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเอลฟ์และด้วยความหยิ่งผยองที่อยู่ในสายเลือดทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกพรวดพราดออกไป
"แกเป็นใครกันแน่ขอดูหน้าให้มันชัด ๆ สิ" เขาดึงตัวซึฮากิให้หันหน้าเข้ามาแต่สิ่งที่เห็นก็คือใบหน้าสีเขียวของก็อบลินแถมยังน่าเกลียดน่ากลัวอีกต่างหาก
"อ-อะไรวะเนี่ย?" เอลฟ์หนุ่มผู้นั้นตกใจจนต้องเดินถอยออกไป
"อยากเห็นหน้าของฉันเหรอ? บังเอิญว่าพวกนายยังไม่ควรได้เห็น" ซึฮากิเปลี่ยนใบหน้าไปมาทำเอาพวกเอลฟ์ไม่กล้ามองอีก
"ฮ่า ๆ ๆ เลิกเล่นได้แล้วน่าจ่ายงานให้พวกเขาก่อนเถอะ...ฉันจะไปเตรียมอาหาร" ยูกิหัวเราะลั่นกับการเปลี่ยนหน้าและท่าทางของพวกเอลฟ์
"ก่อนอื่นก็แนะนำตัวสักหน่อย ฉันเป็นคนคุมที่นี่ชื่อว่าซึฮากิ"
"ฉันโคเป็นคนนำกลุ่ม" ชายวัยกลางคนผู้ที่ยังใจเย็นและคุยตอบโต้ได้ปกติ
หลังจากที่แนะนำตัวกันซึฮากิก็ได้แจกจ่ายงานที่เหมาะกับแต่ละคนไป
"ทำไมฉันถึงต้องมาทำงานงานที่ต้องเปื้อนเนื้อเปื้อนตัวด้วยเนี่ย" เสียงบ่นดังลั่นอย่างกับกำลังบอกซึฮากิ
"อ้าว ๆ มีเด็กใหม่มาตั้งสามคน แบบนี้พวกเราก็จะได้เพื่อนคุยเพิ่มอีกสิ" รอยยิ้มที่แสยะออกของชิมม่อนและโทลรู้สึกได้ถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ที่สวนห่างออกไปไม่ไกลเอลฟ์หนุ่มสาวสามคนถูกสั่งให้ไปทำงานที่นั่น
"เขาบอกว่ามีเผ่าวานรรออยู่...ให้ไปหาแล้วเธอคนนั้นจะเป็นคนสั่งการต่อ" ขณะที่เดินเลาะขอบสวนอยู่นั้นพวกเขาก็ได้พบกับลิงเมฆากำลังขุดหลุมขนาดใหญ่อยู่กับมังกี้
"สวัสดีครับ" เอลฟ์หนุ่มผู้นั้นพูดด้วยความสุภาพนุ่มนวล
"พวกเธอเป็นคนที่ซึฮากิบอกสินะ" ลิงเมฆาทิ้งพลั่วลงพื้นเดินขึ้นมาจากหลุมมาทักทายพวกเขา
"ยินดีต้อนรับ...เจี๊ยก"
เช่นเดียวกันกับพวกเอลฟ์อีกสามคนที่ถูกจ่ายงานให้ไปอยู่กับพวกเซนทำงานลาดตระเวน สำรวจและหาเสบียงจากภายนอก
"โย้ว ! มากันได้สักทีฉันอยากจะไปยืดเส้นยืดสายแล้ว" เซนตะโกนทักพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสที่ไม่มีการหวาดระแวงหรือระวังตัวเลยสักนิด
"สวัสดีนายคงเป็นเซนสินะ ฉันชื่อเดมิผู้ใช้เวทลม" เธอแนะนำตัวทันทีที่มาถึงดูผ่อนคลายเฉกเช่นเดียวกับเซน
"อย่างงี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย" เซนและคานะพาพวกเขาไปด้านนอกเขตที่พักอาศัยไปสำรวจพื้นที่โดยรอบและล่าสัตว์แม้มันจะต้องออกไปไกลมาก ๆ ก็ตาม
เอลฟ์เพียงคนเดียวที่ยังอยู่กับซึฮากิก็คือโค เขาเป็นคนที่สงบเยือกเย็นไม่หวั่นแม้ซึฮากิจะเดินถือมีดไปมา
"ทำไมฉันเป็นคนเดียวที่ไม่ได้งานล่ะ?"
"ไม่ต้องห่วงงานของนายก็คือการสอนพวกเด็ก ๆ"
"หะ?" โคยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่พวกคิโนริจะวิ่งกันเข้ามา
"พี่กิ ! วันนี้จะสอนอะไรให้พวกหนู" พวกเธอยืนเรียงบังทางจนเดินไปไหนไม่ได้
"วันนี้พี่ต้องทำงานคงไม่ว่างแต่จะมีพี่คนนั้นมาสอนแทนนะ" พวกเขาจ้องโคด้วยความสงสัยดูหวาดระแวงเล็กน้อย
"สวัสดีครับผมโค" เขาย่อตัวลงในระดับเดียวกับพวกคิโนริค่อย ๆ ส่งยิ้มแสดงความเป็นมิตรให้เห็น
"พี่โค..." คิโนริส่งเสียงเรียกเป็นคนแรกจากนั้นเพื่อน ๆ ของเธอก็เรียกตาม
"นึกไว้แล้วเชียวว่านายพูดภาษาของอาณาจักรเซียได้"
"ก็คงไม่แปลกสำหรับเหล่าเอลฟ์ที่มีอายุยืนยาว พวกเราชอบการศึกษาหาความรู้ที่แปลกใหม่รวมทั้งภาษาเช่นกัน" โคตอบกลับขณะที่กำลังจ้องมองพวกคิโนริราวกับได้มองดูลูกหลานตัวเอง
"ถ้าเป็นเช่นนั้นเอลฟ์ทุกคนที่มากับนายก็สามารถพูดภาษาของอาณาจักรเซียได้สินะ ถ้าแบบนั้นก็จะง่ายขึ้นมากเลย...ช่วยสอนภาษาของอาณาจักรอาฟให้พวกเด็ก ๆ ด้วย ส่วนระเบียบการสอนต่าง ๆ เขียนไว้ให้ในนั้นแล้ว"
"โห ! นี่นายให้เด็กตัวเล็ก ๆ เรียนเยอะอะไรแบบนี้เนี่ย" ก่อนที่โคจะอ่านเสร็จซึฮากิก็หายตัวไปเสียแล้ว
"ไปซะแล้ว..." เสียงถอนหายใจสั้น ๆ แต่ก็ยังยิ้มออกมาราวกับกำลังมีความสุขเพราะได้สอนวิชาต่าง ๆ ให้กับเด็กพวกนี้
โคอ่านตารางเวลาและเนื้อหาต่าง ๆ ที่ซึฮากิทำไว้ให้ทั้งการฝึกร่างกายและเวทมนตร์ซึ่งปกติเด็ก ๆ ยังไม่ควรได้เรียนมัน
"ไปกันเถอะ" พวกคิโนริเดินตามโคไปเว้นระยะห่างหลายเมตรยังคงหวาดระแวงไม่เชื่อใจอยู่
ซึฮากิที่ปลีกตัวหนีออกมาได้มารวมกลุ่มกับพวกเซนอยู่หน้าทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในป่า
"พร้อมกันแล้วนะทุกคน"
"พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อม ไม่ได้ล่าพวกมอนสเตอร์มานานแค่ไหนแล้วนะ" เซนเบ่งกล้ามโชว์ความแข็งแรง
"ฉันทิ้งร่างโคลนของพวกเราไว้ที่บ้านแล้ว หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างน้อยก็มีลุงโทลกับชิมม่อนอยู่" ซึฮากิเดินนำทางให้กับเซน คานะ สเตล่า และมังกี้ลงไปยังดันเจี้ยนที่มืดสนิท
"จุดไฟซะหวังว่ามันจะเป็นดันเจี้ยนระดับสูงนะ ถ้าเจอพวกอ่อนแอคงจะเพิ่มเลเวลไม่ได้" หลังจากเดินเข้าไปเกือบชั่วโมงจนในที่สุดก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิต
"มอนสเตอร์?...เจี๊ยก" มังกี้เอ่ยถาม
"คงจะเป็นอย่างงั้น" ซึฮากิวาดมีดสั้นลงเป็นเส้นตรงตัดผ่านเกราะแข็ง ๆ ของด้วงตัวนั้น มันมีลักษณะคล้ายกับด้วงกว่างชนแต่ตัวใหญ่พอ ๆ กับหมาป่า
"เลเวลแค่สองคงไม่มีปัญหา" สเตล่าจ้องมองผ่านไปข้างหน้าที่มีด้วงพวกนี้อีกจำนวนมากกำลังกรูกันเข้ามา
"เซน"
"เออ !" เพียงคำเอ่ยเรียกสั้น ๆ จากซึฮากิเซนก็ตอบรับรู้ถึงจุดประสงค์ในการเรียกได้ทันที
"ไปเลยดวงไฟของฉัน !" เซนตะโกนทำอย่างกับร่ายเวทแต่บอลไฟดันพุ่งออกไปก่อนพูดเสียอย่างงั้น
บอลไฟที่มีขนาดพอ ๆ กับลูกฟุตบอลพุ่งไปตกอยู่กลางวงด้วงพวกนั้นและระเบิดออกแพร่ความร้อนเป็นวงกว้างเกือบมาถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่
"ฮ่า ๆ ๆ ตายเรียบ" เซนวิ่งนำหน้าออกไปดูผลงานของตนเอง
"ปกติด้วงมันกินได้ไหม?" คานะจ้องมองดูด้วงที่ไหม้เกรียมส่งกลิ่นหอมแปลก ๆ ออกมา
"ไม่รู้สิถ้าเป็นด้วงตัวอ่อนก็มีคนกินกันปกติ แต่กับด้วงโตเต็มวัยไม่เคยเห็นเหมือนกัน" ซึฮากิเดินผ่านกองซากศพพวกนั้นไปไม่สนใจเช่นเดียวกับมังกี้และสเตล่า
"มันดูกว้างขึ้นนะ...เจี๊ยก"
"แปลว่าต่อไปมันจะมีมอนสเตอร์ที่ตัวใหญ่ขึ้น เสริมกำลังระดับหนึ่งไว้ตลอดด้วยล่ะเพื่อความปลอดภัย" ซึฮากิห่อหุ้มร่างกายด้วยมานาโดยไม่ต้องพึ่งคำร่ายอีกต่อไป
"โถ...ฉันก็อยากจะทำแบบนั้นบ้าง [เสริมกำลังระดับหนึ่ง]" คานะ เซนและมังกี้ร่ายเวทตามแต่กับสเตล่าเธอสามารถทำแบบซึฮากิได้แล้ว
"สเตล่า ! เธอไปฝึกทำมันตอนไหนเนี่ย" ทั้งคานะและเซนตะโกนเสียงดังตึงตัวสเตล่าไปมา
"ฉันพยายามฝึกการใช้มานามาโดยตลอด พอให้ซึฮากิสอนลึก ๆ ก็ทำได้"
ไม่ธรรมดาจริง ๆ การจะเข้าใจถึงองค์ประกอบร่างกายได้ภายในเวลาไม่กี่วันและยังสร้างมานาห่อหุ้มร่างกายได้เธอเป็นอัจฉริยะแน่ ๆ ซึฮากิเหลือบตามองดูการไหลของมานาที่สเตล่าใช้ เขาเองก็ตกใจเพราะสอนไปไม่มากแต่กลับทำได้ไวขนาดนี้
"สุดยอดไปเลยเราต้องตามให้ทันแล้วใช่ไหมคานะ"
"แน่อยู่แล้ว ! เราต้องตามพวกเขาให้ทัน" คานะฉีกยิ้มกว้างเฉกเช่นเดียวกับเซนอย่างฝาแฝด
"พูดถึงเรื่องอะไรกันเหรอ...เจี๊ยก"
"การคุมมานาและการใช้เวทมนตร์โดยไม่ต้องร่าย" ซึฮากิตอบแทนทุกคนที่กำลังคุยกันสนุกระหว่างการเดินไปตามทาง
"ถ้าข้าทำได้บ้างก็ดี" มังกี้ถอนหายใจส่ายหัวมองดูเซนและคานะเล่นกับมานาของตัวเองเป็นการฝึกฝน
"เธอทำได้อยู่แล้วเพียงแต่ต้องฝึกฝนและเข้าใจมัน...ลองดูสิ" มังกี้ยกมือขึ้นมาพยายามเรียกมานาออกมาแต่ก็ทำได้เพียงแค่เล็กน้อยจนมองไม่ออก
"แบบนี้ใช่ไหม...เจี๊ยก"
"ทำได้ไม่เลวเลย ลองคงสภาพมันไว้ให้ได้สักสิบนาที"
"กิ ! มันมีทางแยกด้วยล่ะ" เซนตะโกนเรียกแต่ไกลระหว่างที่ซึฮากิกับมังกี้กำลังคุยกันพวกเซนก็เดินนำไปไกลแล้ว
"ขวา" เขาตอบกลับทันทีเหมือนรู้เส้นทางอยู่แล้ว
"ไปขวา !" เซนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังวิ่งแข่งกับคานะ
เมื่อวิ่งไปได้สักพักพวกเขาก็ได้พบกับปากถ้ำ
"แสงสว่างล่ะ" เซนพุ่งกระโดดออกไปอย่างบ้าระห่ำหลังจากออกมาจากถ้ำแล้วที่แห่งนี้ก็กลายเป็นป่าอันกว้างใหญ่โดยจุดที่ออกมาจากคือข้างบนของหน้าผาที่มีน้ำตกไหลลงพื้นสูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร
"อ-อ๊า !" เซนที่วิ่งออกมาสุ่มสี่สุ่มห้ากระโดดเลยหน้าผาและกำลังจะร่วงลงด้านล่าง
"เจ้างั่งเอ๊ย" คานะดึงแขนของเซนไว้ได้ทันแต่มันก็ลากตัวเธอลงไปด้วยเกือบจะหล่นหน้าผาโชคดีที่คานะคว้าอะไรบางอย่างจับตรึงไว้
"ถ้าไม่มีรากไม้พวกนี้..." ขณะที่พวกเธอกำลังช่วยกันดึงขึ้นมาก็ได้สังเกตเห็นใบหน้าขนาดใหญ่ของหน้าผาที่พวกซึฮากิยืนอยู่อีกทั้งมันยังจ้องมองมายังคานะและเซนจนขนลุกไปทั้งตัว
"จะดึงผมของข้าอีกนานหรือไม่?" ใบหน้าใหญ่ยักษ์นั่นเอ่ยปากพูดขึ้นมาทำเอาคานะอ้าปากค้างไปสักพัก รากไม้ที่อยู่ต่อกับส่วนหัวของใบหน้ายักษ์เปรียบดั่งเส้นผมของมัน
"อ-อ๊า !" ขณะที่คานะกำลังตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวซึฮากิก็เดินเข้ามาจับแขนของคานะดึงทั้งเธอและเซนขึ้นมาบนพื้น
"ไม่ต้องตกใจเจ้านี่มันเป็นผู้พิทักษ์ ถ้าเราไม่ทำอันตรายมันก็จะไม่ทำร้ายเราเช่นกัน"
"จ-จริงหรือเปล่า?" คานะยังดูเกร็งเหลือบตามองดูใบหน้าใหญ่ยักษ์นั่นไม่หยุดเหมือนกับกลัวจะดูแทงจากข้างหลัง
"มั้ง..."
"โถ่...ช่วยตอบให้มันเข้าใจหน่อยสิ" คานะรีบเดินตามติด ๆ ซึฮากิไปเช่นเดียวกับเซน
"ทำไมนายถึงรู้ข้อมูลเยอะขนาดนี้ล่ะหรือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้ามา" สเตล่าเอ่ยถาม
"ถูกต้อง...ฉันเคยเข้ามาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ตอนที่มาอยู่ที่นี่" หน้าผาที่มีความกว้างไม่มากนักต้องเดินเรียงแถวต่อกันจนลงไปยังพื้นด้านล่างได้
หลังจากเดินกันมาเกือบชั่วโมงพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่ใจกลางป่าแห่งนั้นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ผลไม้สีแดงก่ำอย่างกับถูกเลือดสด ๆ ชโลมลงทั่วและที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่
"มาแล้วอย่างงั้นเหรอ" ชายผู้นั้นหันกลับมาทักทายด้วยรอยยิ้มอันเบิกบานอย่างกับเด็กที่ถูกกักบริเวณได้ออกไปข้างนอก
"คุณนาธา..." ทั้งคานะและเซนดูจะตกใจเป็นพิเศษไม่เหมือนกับมังกี้และสเตล่าอาจจะเพราะความสัมพันธ์อาจารย์ลูกศิษย์จึงรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยมากกว่า
"คุณอยู่ที่นี่สินะ ซึฮากิบอกว่าคุณไปสำรวจเมืองรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นหน้ามาหลายสัปดาห์แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้เลย" คานะเข้าไปทักนั่งคุยในระดับเดียวกัน
"ฉันโคตรจะเบื่อเลยรู้ไหมที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้ แต่อย่างน้อยมันก็รู้สึกดีกว่าอยู่ในคุกแล้วกัน" นาธาเดินเข้าไปในเต็นท์หยิบกล่องไม้ออกมา
"มันออกดอกออกผลแค่นี้เองเหรอ? ก็สมกับคุณสมบัติของมันดีนะ" ซึฮากิหยิบผลไม้จากกล่องไม้มันเหมือนกับลูกกลม ๆ คล้ายกับแอปเปิลที่อยู่บนต้นไม้ตรงหน้า
"มันเรียกว่าแอปเปิลเลือด เมื่อกินเข้าไปพละกำลังจะเพิ่มขึ้นและการฟื้นฟูมานาก็ด้วยแถมยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่าง...มันเปรียบเสมือนยาชูกำลังก็อาจจะคล้าย ๆ กระท่อมล่ะมั้ง" ซึฮากิโยนมันให้กับเซนและคานะให้ได้จ้องมองดูรูปลักษณ์ของมัน
"ลองกัดสักคำสิ"
"จัดไปสิ" หลังจากที่เซนได้กัดไปหนึ่งคำก็ส่งต่อให้กับคานะ สเตล่าและมังกี้
"โห ! รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีเลย" คานะอุทานออกมาเสียงดัง
"สเตตัสเพิ่มขึ้นชั่วคราวสินะ ของแบบนี้ถ้าไปขายคงได้ราคาดีแน่ ๆ" สเตล่าเหม่อมองดูสเตตัสที่เปลี่ยนแปลงไป
"เราจะไม่ขายมันเด็ดขาดและดูเหมือนมันจะชอบอากาศชื้นซึ่งเหมาะกับบ้านของเราหากมันไปอยู่ในที่ที่ร้อนหรืออากาศแห้งก็จะเสียไวมาก ๆ"
"ตอนนี้ฉันเก็บมาได้ประมาณยี่สิบผลจะให้อยู่เก็บต่ออีกกี่วัน?"
"จนกว่าเราจะกลับมาอีกรอบ หลังจากนี้เราจะลงไปชั้นต่อไป"
"นายจะลงไปที่ชั้นนั้นแล้วสินะ" นาธาพูดเหมือนรู้ว่าซึฮากิกำลังจะไปที่ไหนแววตาที่ดูลังเลใจกำลังเหลือบมองพวกเซน
"ถูกต้อง เราจะเคลียร์ดันเจี้ยนแห่งนี้ถึงจะยังไม่รู้ระดับของดันเจี้ยนแต่ฉันพนันได้เลยว่ามันต้องมีพื้นที่แบบนี้อีกแน่ ๆ"
พวกเขาเดินทางไปยังหลุมขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ กับต้นแอปเปิลเลือดความกว้างของหลุมนั้นมากพอที่จะทำให้ช้างตกลงไปได้แถมยังมืดเสียจนมองอะไรไม่เห็น
"นายแน่ใจนะว่ามันคือทางไปดันเจี้ยนชั้นต่อไป" คานะถึงกับถอยห่างกลัวจะตกลงไปในนั้น
"ไม่ลองก็ไม่รู้ถูกไหม" รอยยิ้มอันน้อยนิดที่กำลังแสยะออกบ่งบอกถึงตั้งใจที่จะโดดลงไปในหลุมนั่น