หยางเฟยถามหญิงสาวด้านหน้าของเขาเขาไม่ชอบการติดหนี้บุญคุณใคร
“ข้าชื่อว่าซูหนิง ทักษะที่เ้าใช้กับอสรพิษวารีนั้นชื่อว่าอะไรรึบอกข้าได้รึไม่ พลังของมันนั้นรุนแรงมากข้าไม่เคยเห็นทักษะใดที่รุนแรงเช่นนั้นมาก่อน” ซูหนิง เธอมองหยางเฟย เพราะอยากรู้ว่าทักษะใดที่มีพลังในการทำลายสูงขนาดนั้น
“ข้าต้องขออภัยแม่นางซูหนิงด้วย ข้าไม่สามารถบอกแม่นางได้ ข้าหยางเฟยขอลา”
หยางเฟยรีบลุกออกทันที พร้อมจะเดินออกไป เขาไม่้าที่จะบอกใครเกี่ยวกับทักษะของตนเองและไม่้าสร้างความสัมพันธ์กับใครเนื่องจากเส้นทางที่เขาจะเดินมีแต่นรก
“ระบำหงส์วิรุณ” ขณะที่หยางเฟยจะเดินออกไปนั้น ซูหนิงก็ใช้วรยุทธ์ที่มีเพื่อหยุดเขา ปราณกระบี่จำนวนมากถูกปล่อยออกมา เพลงกระบี่ของซูหนิงนั้นงดงามมากเปรียบเสมือนหงส์กำลังร่ายรำออกมา หยางเฟยหลบเพลงกระบี่จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย
“หากเ้าไม่ใช้ทักษะยุทธ์ใดออกมาข้าจะบีบเ้าให้ใช้เอง หงส์ร่อนมิอาจหวนคืน” ซูหนิงเมื่อเห็นว่าหยางเฟยสามารถหลบเพลงกระบี่ของเธอได้เธอก็เริ่มใช้ทักษะที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม
“แม่นาง ข้ามิได้้าสู้กับเ้า” หยางเฟยยังคงหลบทักษะหงส์ร่อนอิอาจหวนคืนได้ไม่ยากเย็นนัก
“ในเมื่อเ้าไม่แสดงทักษะใดๆของเจาออกมา ดี!!!! ข้าซูหนิงจะใช้ทักษะที่แรงขึ้นไปเรื่อยๆจนกว่าเ้านั้นจะใช้ทักษะออกมา” ซูหนิงร่นถอยออกมาอีกครั้งก่อนที่จะเร่งพลังปราณที่อยู่ในตัวของตัวเองออกมา
“ไม่ดีแน่” หยางเฟยเริ่มรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างกายของซูหนิง
“เพลิงวิรุณระดับสาม” ซุหนิงนั้นยังคงปล่อยทักษะที่รุนแรงออกมาแต่ก็ยังคงรักษาความรุนแรงของมันเพราะนางเพียง้าแค่บีบให้หยางเฟยใช้ทักษะออกมา
“ในเมื่อเ้าบีบข้าก็ช่วยไม่ได้” หยางเฟยค่อยๆรวบรวมปราณของตัวเองเพื่อใช้ทักษะัสะบั้นฟ้าแต่ครั้งนี้ต่างไปจากครั้งเดิมเพราะหลังจากที่เขาใช้ไปครั้งหนึ่งเขาก็รับรู้ได้ถึงพลังของทักษะัสะบั้นฟ้าที่มันดูดปราณของผู้ใช้จำนวนมากในครั้งนี้หยางเฟยจึงดึงพลังของมันออกมาเพียง 10% ทักษะัสะบั้นฟ้าถูกบีบให้เล็กลงจนเป็เพียงัตัวเล็กๆแต่ถึงอย่างนั้นความน่ากลัวของมันก็ยังคงอยู่
“ไป” ทันทีที่หยางเฟยออกคำสั่งเ้าัตัวน้อยที่อยู่บนนิ้วของหยางเฟยก็พุ่งออกไปทันที
!!!!!โฮก โฮกกกกกก
เสียงคำรามของเ้าัตัวจิ๋วยังคงดังออกมา แรงกดดันของมันนั้นไม่ได้ด้อยกว่าทักษะของซูหนิงแม้แต่น้อย เมื่อทักษะทั้งสองเข้าประทะกัน เพลิงพิรุณก็กำลังเผาผลาญัตัวจิ๋วแต่เมื่อมันเผาไปได้สักระยะเ้าัตัวจิ๋วก็ค่อยๆกินเพลิงวิรุณเข้าไปทีละนิดทีละนิดจนเพลิงพิรุณไม่เหลือแม่แต่นิดเดียว เ้าัตัวจิ๋วทำท่ากินอิ่มก่อนที่มันจะหายไปกลางอากาศ
“นี่มัน!!!!!!” ซูหนิงใทันที และนางยิ่งสนใจในตัวหยางเฟยมากยิ่งขึ้น
“ในเมื่อท่านได้เห็นทักษะของข้าแล้วข้าหยางเฟยขอตัวลา” หยางเฟยหันหลังกลับละพุ่งออกไปทันทีเขาไม่อยากที่จะติดพันกับผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าเขามากนัก ปล่อยให้ซูหนิงอึ้งอยู่ตรงนั้น
“ช้าก่อน” เมื่อซูหนิงรู้ตัวก็เอ่ยออกมาเพื่อหยุดหยางเฟยแต่ช้าไปแล้วเขาพุ่งตัวออกไปไม่มีแม้แต่วี่แวว
“ครั้งหน้าเมื่อเจอเ้าข้าจะต้องทำให้เ้าบอกกับข้าให้ได้” ซูหนิงก็พุ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที
เมื่อหยางเฟยพุ่งออกมาได้สักพักเขาก็สังเกตุได้ทันทีว่าซูหนิงนั้นไม่ได้ตามเขามา
ตู้ม!!!!! ขณะที่หยางเฟยหันกลับไปเช็คซูหนิงเขาก็ต้องพบว่าด้านหน้าของเขามีอสูรสองตัวกำลังสู้กัน
“พวกมันสู้กันเพราะเหตุใดกันนะ” หยางเฟยไม่พลีผลามเข้าไปเขารู้ว่าหากพวกมันพบเขาเขาอาจต้องเจอเื่ที่ยุ่งยากเข้าไปอีก หยางเฟยค่อยๆเดินเข้าไปเพื่อดูสถานการณ์ด้านหน้า
“อสูรสองตัวนั้นมัน!!!!” หยางเฟยใทันทีเพราะอสูรสองตัวที่สู้กันนั้นคืออสูรโบราณ จ้าวอสูรสีขาวเฟนริลและราชันย์แห่งพิภพคองโก จ้าวอสูรเฟนริลนั้นเป็อสูรโบราณที่พบได้ยากยิ่งเนื่องจากมันเป็อสูรโบราณแห่งป่านิรันดร์ ตัวของมันนั้นมีลักษณะคล้ายกับหมาป่ามีสีขาว ขนาดของมันนั้นใหญ่ยิ่งกว่าหมาป่าทั่วๆไปถึงสิบเท่า ส่วนราชันย์พิภพคองโกไม่ต้องพูดถึงมันเป็อสูรในตำนานที่มีชีวิตมันสร้างความหวาดกลัวให้กับดินแดนมนุษย์มานับไม่ถ้วน เพราะมันคือลิงั์ขนาดมหึมา ที่ทำลายเมืองๆหนึ่งได้ด้วยการโจมตีพียงครั้งเดียว
ฟุ่บ!!!!! อสูรเฟนริละโด้วยแรงมหาศาลขึ้นไปกัดเข้าที่แขนของคองโกอยากแรง
ว๊ากกก!!!! คองโกร้องออกมาด้วยความเ็ปมันจับเฟนริลที่กัดอยู่แขนมันแล้วฟาดลงไปที่พื้นทันที่
ตู้มมมม!!!! แรงะเืที่พื้นแรงออกมาอย่างชัดเจนยิ่งอสูรสองตัวงนี้สู้กันมากเท่าไรแรงกดดันมหาศาลยิ่งถูกปลดปล่อยออกมามากเท่านั้น
อ๊ากก!!!! หยางเฟยที่ดูอยู่ไกลๆร้องออกมาด้วยความทรมานเนื่องจากแรงกดดันยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ
“โธ่เว้ย ข้าต้องรีบออกไปจากที่นี่” หยางเฟยพยายามต้านแรงกดดันที่มหาศาลเพื่อออกไป แต่ยิ่งเขาพยายามเท่าไรมันก็ยิ่งไร้ผล
“นี่ข้าต้องมาตายอยู่ที่นี่เช่นนั้นรึข้ายังไม่ได้แก้แค้น ข้าจะยังตายไม่ได้” หยางเฟยปลดปล่อยพลังปราณที่มีอยู่ในตัวออกมาทันทีแต่ยิ่งเขาปล่อยพลังปราณออกมามากขึ้นอีกเท่าไรแรงกดดันนั้นมันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก หน้าของหยางเฟยบูดเบี้ยว เส้นเืขึ้นมามากมายเขากำลังจะเข้าตาจนอย่างแท้จริง
“กิเลนทมิฬ เ้าดูอยู่ใช่หรือไม่ช่วยข้าที” หยางเฟยไม่มีทางเลือกเขาเรียกปราณอสูรที่อยู่ในตัวทันทีเพราะหากเขาไม่ทำเช่นนั้นเขาต้องจบชีวิตที่นี่แน่นอน
“เหอะ กะอีแค่แรงดันกระจอกๆ ต้องให้ถึงมือข้าเชียวรึ” กิเลนทมิฬไม่ค่อยสบอารมย์มากนัก เพราะหากมันไม่ถูกขังและถูกจำกัดพลังและกลายเป็ปราณอสูรอยู่ในตัวของหยางเฟย แรงกดดันแค่นั้นทำให้มันไม่ได้แม้แต่น้อยอย่าว่าแต่แรงกดดันเลย กะไอแค่อสูรโบราณสองตัวมันก็กำจัดได้ไม่ยากนัก
“เ้าอย่าพูดมากได้มั้ย ตอนนี้ช่วยข้าก่อน”หยางเฟยพูดอีกครั้งร่างกายเขาเริ่มจะถึงขีดสุดแล้ว
“ก็ได้ๆ เหอะ คราวหน้าข้าหวังว่าเ้าจะเรียกข้าเพราะเ้าจะให้ข้าสู้”กิเลนทมิฬเพียงกระดิกนิ้ว ปราณอสูรจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากจุดตันเถียนของหยางเฟยทันทีแรงกดดันจำนวนมากก็หายไปทันที
“ข้าว่าเ้าควรออกไปจากที่นี่ซะดีกว่านะ หากเ้าสองตัวนั้นเห็นเ้าด้วยความแข็งแกร่งของเ้าในตอนนี้ข้าว่าคงเป็ได้แค่ขนมให้มันเคี้ยวเล่น” กิเลนทมิฬเตือนหยางเฟยด้วยความหวังดีก่อนที่จะกลับเข้าไปยังปราณอสูร
“ต่อให้เ้าไม่บอกข้า ข้าก็จะไปให้ไวที่สุดอยู่แล้ว”หยางเฟยพุ่งตัวออกไปทันทีด้วยความเร็วสูงสุด แต่หลังจากที่ออกมาไม่นานนัก
ช้า............ก่อน!!!!!!!! เสียงหนึ่งดังออกมาจากทางด้านหลังของหยางเฟย
“ใคร!!!!!!” หยางเฟยหยุดพร้อมกับหันหลังไปเตรียมต่อสู้ทันที
“ใจเย็นๆ หนุ่มน้อย” เสียงชายแก่ที่เดินออกพร้อมกับยกมือให้หยางเฟยใจเย็นๆ
“ท่านาุโไม่ทราบว่าท่านเป็ใคร แล้วท่านมีอะไรรึป่าว ข้ามิอยากอยู่ที่นี่นานนัก” หยางเฟยรับรู้ได้ถึงพลังที่แปลกประหลาดจากชายแก่คนนี้จึงไม่กล้าผลีผลามทำอะไรมากนัก
“โฮะๆ ข้าคือ มู่เฉิน จักรพรรดิแห่งนครเมฆา วิชาที่เ้าใช้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก มันคงมิใช่ทักษะเสริมความเร็วธรรมดาแน่ๆ ข้าพูดถูกต้องหรือไม่” ชายแก่พูดออกมาอย่างสุภาพ นครเมฆาเป็เมืองเล็กๆซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองฟ้าครามมากนัก ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นล้วนแต่เป็จอมยุทธที่มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็เมืองที่ทรัพยากรนั้นมีจำนวนมากเคยมีกองกำลังจำนวนมากเข้าไปเพื่อยึดนครเมฆาแต่สุดท้ายทั้งกองทัพไม่มีผู้ใดเหลือรอดกลับมาครบ 12 ประการสักคน เนื่องจากเ้าเมืองที่นั่นแข็งแกร่งเป็อย่างมากนามว่า มู่เฉิน
“ขอต้องขออภัยท่านาุโมู่ เนื่องด้วยทักษะนี้เป็ทักษะลับที่อาจารย์ข้าให้มาข้าคงมิสามารถบอกท่านได้ข้าน้อยขอลา” หยางเฟยไม่้าเปิดเผยใดๆทั้งสิ้น เขาโค้งคำนับก่อนที่จะพุ่งออกไป หลังจากที่หยางเฟยออกไปได้สักระยะหนึ่ง มู่เฉินก็พูดออกมาเล็กน้อย
“เ้าเด็กนี่ช่างน่าสนใจ ใครกันนะที่เป็อาจารย์ของเขา ข้าคิดว่าทักษะที่เขามีคงมิได้มีแค่นั้นหรอกมั้ง ข้าเชื่อว่าไม่นานข้าคงได้พบเขาอีก ” มู่เฉินพุ่งออกไปด้านหลังที่หยางเฟยมา เป้าหมายของเขาคืออสูรโบราณทั้งสองตัว
หลังจากที่หยางเฟยออกมาไม่นานนักเขาก็มาสถานที่หนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพังไม่มีแม้แต่ผู้คน เศษซากบ้านเมืองเล็กๆพังยับไม่มีชิ้นดี
“ที่นี่มัน..............ข้าจำได้ข้าเมื่อก่อนข้ามากับท่านแม่มันยังเป็หมู่บ้านที่ดีกว่านี้อยู่เลยแท้ๆเกิดอันใดขึ้นกันนะ”หยางเฟยพึมพำคนเดียวพร้อมกับสำรวจพื้นที่โดยรอบ
ครื่น ครื่น ครื่น !!!!!!! ในขณะที่หยางเฟยกำลังสำรวจพื้นที่รอบๆเขาก็ต้องพบว่าพื้นดินที่เขากำลังเหยียบอยู่นั้นกำลังสั่นะเื
พรึ่บ!!!! ตู้ม!!! ว๊ากกก!!!! แผ่นดินที่สั่นๆอยู่นั้นทรุดตัวลงไปทำให้หยางเฟยร่วงลงสู่ใต้ดิน