" เตรียมตัว " นนท์ร้องบอกเหล่าศิษย์
" วิ้ง " ร่างของทุกคนปรากฎที่แท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย
เสียงฮือฮาของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ดังขึ้นอื้ออึง ผู้คนมากมายที่อยู่รายรอบพากันแสยะยิ้ม หยามเหยียด
" ไปกันเถอะ " นนท์เดินนำทุกคนมุ่งไปยังสำนัก
เสียงร้องระงมดังแว่วมาแต่ไกล นนท์เร่งไปยังสำนักในทันที
" เกิดอะไรขึ้น " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน ภาพที่เห็นวิหารต่างๆของสำนักบ้างแตกร้าว บ้างพังทะลาย ทั้งกลิ่นคาวเลือดลอยมาจางๆ
" คารวะท่านเจ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้าให้ศิษย์ยามขั้นราชันย์ขั้นต้นที่สภาพดูมิดีสักเท่าไร
" ไอ้หนู " หมาป่ามันกระโจนขึ้นขี่คอของนนท์
" สามี ,ท่านพี่ " เหล่าภรรยาต่างน้ำตานองหน้า
" พี่นนท์ " นนท์มองเห็นสภาพของเหล่าสหายที่สภาพแต่ละคนนั้น เจ็บหนักและมิฟื้นตัว
" เกิดสิ่งใดขึ้น " นนท์เอ่ยถาม
" เป็นตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ ที่บุกมาเข่นฆ่าศิษย์ของสำนักเรา " นนท์กัดกรามแน่น
" ยังดีที่เฒ่าเซี้ยะรวมกำลังตระกูลเล็กและสำนักเล็กเข้ามาช่วยได้ทัน มิเช่นนั้นเราคงแย่มากกว่านี้ " นนท์พยักหน้า
" ข้าจะล้างบางมันให้สิ้น " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" เหตุใดจิตทัศนะแห่งแดนเทพจึงมิลงทัณฑ์พวกมัน " เอี้ยชิงเอ่ยถาม
" ข้าจะลองถามพระผู้สร้าง " นนท์เอ่ย
" พระผู้สร้างขอรับ " นนท์ส่งจิตไปยังพระผู้สร้าง
" พ่อหนุ่ม เวลานี้จิตทัศนะอยู่ในช่วงจำศีล " นนท์พยักหน้า
" อีกนานเพียงใดขอรับที่จิตทัศนะจะฟื้นตื่น " นนท์เอ่ยถาม
" นานนับพันปี " นนทืพยักหน้า
" หากจิตทัศนะตื่นขึ้นมา จะเอาผิดย้อนหลังรึไม่ " นนท์ครุ่นคิด
" หากมิมีผู้ไปแจ้ง จิคทัศนะก็จะมิตรวจสอบ " นนท์พยักหน้า
" เป็นเพราะเวลานี้จิตทัศนะนั้นจำศีลอยู่ พวกมันจึงกล้าที่จะมาลงมือ " นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทษะ
" แต่ที่น่าชังที่สุด คือสภาแดนเทพกลับมิยอมทำสิ่งใด " เซียงเหรินฮุยเอ่ยขึ้น
" ใช่ พวกมันเพียงมาดูแล้วก็ไป " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" ไอ้หนูหาวิธีขจัดปรานสังหารของเตาสวรรค์รึไม่ " นนท์พยักหน้า
" เรียกทุกคนมารวมกัน " เหล่าศิษย์ต่างทะยอยมายังลานกว้าง
" วิ้ง " เตาสรรพสิ่งลอยอยู่กลางหมู่คน
" ไอ้หนู เจ้าได้เตาสรรพสิ่งกลับคืนแล้วรึ " นนท์พยักหน้า
" ดี ยิ่งนัก หากมีเตานี่ เราก็มิต้องกลัวผู้ใด " น้องสิบเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ
" ครืน " ปรานสังหารหลายพันหมื่นเส้นหลุดลอยออกจากร่างของเหล่าศิษย์ แล้หลั่งไหล้ข่าสู่เตาสรรพสิ่ง ราวหนึ่งชั่วยามที่เตาสรรพสิ่งนั้นดูดกลืนปรานสังหารมากมายเข้าไป
นนท์เรียกเตาสรรพสิ่งกลับแล้วส่งปรานแห่งชีวิตเข้าปกคลุมทั่วสำนัก เหล่าสหายและศิษย์ต่างเร่งดูดซับปรานแห่งชัวิตในทันที
" พวกเจ้าฟื้นฟูร่างกายสมบูรณ์แล้ว นำร่างของศิษย์ที่ตายมาให้ข้า ข้าจะนำกลับไปฝังยังบ้านของพวกเรา " เหล่าศิษย์เร่งทะยอยไปขุดร่างของสหายตนมาให้นนท์เพื่อส่งกลับยังบ้านเกิด
แววตาที่เคียดแค้นชิงชังปะทุขึ้น เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของสหายตน นอนเรียงรายนับแสนร่าง
" เรามิได้มายังที่แห่งนี้มากมายนัก แต่การที่ศิษย์ของเราต้องตกตายลงนับแสน ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของสำนักสาขา " นนท์วาดมือเก็บร่างของเหล่าศิษย์ไว้ในแหวนมิติ
นนท์ลอยตัวขึ้นเหนือสำนัก ส่งแร่ทองอนันตกาลหลอมสรางวังวิหารขึ้นมากมาย ทั้งยังยกผืนปฐพีสร้างเป็นภูเขา และลำธารปรานเทพ ทั้งยังขยายรั้วออกไปราวล้านลี้
" นี่คือสำนักอักกะสาขาแดนเทพที่สวยงามยิ่งนัก " นนท์พยักหน้า
" ไอ้หนู เจ้าวางเตาสรรพสิ่งไว้ที่นี่ได้รึไม่ " นนท์ครุ่นคิด
" เจ้าต้องการเช่นนั้นรึ " นนท์เอ่ยถามหมาป่า
" ใช่ หากมีเตาสรรพสิ่งอยู่ที่นี่ ข้าจะอุ่นใจยิ่งขึ้น " นนท์พยักหน้า
นนท์สะบัดมือส่งเตาสรรพสิ่งลอยไปยังยอดของจิตทัศนะแห่งอักกะสาขาแดนเทพ
" เจ้าจงอยู่เฝ้าที่นี่ " นนท์ยื่นมือลูบทั่วเตาสรรพสิ่ง
" ครืน " เตาสรรพสิ่งพลันสั่นไหว เสมือนรับรู้คำสั่งของนนท์
" ครีน " เตาสรรพสิ่งฝังตัวลงยังยอดของจิตทัศนะแห่งอักกะสาขาแดนเทพ
" ข้าเพิ่งได้เตาสรรพสิ่งกลับมา ต้องจากกันอีกแล้วรึ " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
"สาเหตุที่เราพ่ายแพ้ เพราะว่าอาวุธของเราต่ำชั้นกว่าพวกนั้น " นนท์เอ่ยชึ้น
" พี่ชิง " นนท์ยื่นพลองมังกรให้เอี้ยชิง
" น้องเขยข้า นี่เป็นพลองมังกรที่เจ้าใช้ประจำมิใช่รึ " นนท์พยักหน้า
" พลองมังกรนี้แข็งแกร่งมาก อยู่ที่ขั้นมหาศาสตราวุธสูงสุด อย่างน้อยหากมีมันอยู่ที่นี่ ก็คงมิมีผู้ใดกล้าที่จะมาราวีเรา " เอี้ยชิงรับเอาพลองมังกรแล้วหยดไขกระดูกของตนตีตราไว้
" ท่านเจ้าสำนัก ในแหวนมิตินี้มีทรัพยากร โอสถ อาวุธและเสื้อเกราะ ท่านนำไปแจกจ่ายให้กับเหล่าศิษย์เถิด " เจ้าสำนักสาขาพยักหน้า
" ห้องหยั่งรู้เต๋าทั้งสามขั้นนั้น ข้าได้สลักค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่าเอาไว้ พวกเจ้าสามารถที่จะเข้าใช้ได้ทุกคน ก่อนนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่เวลานี้จะมิมีข้อจำกัดสำหรับศิษย์อีกต่อไป " เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างยกยิ้มด้วยความดีใจ
" ส่วนห้องหยั่งรู้อักขระเทพนั้น ข้าได้สลักค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่าไว้เช่นกัน ผู้อาวุโสที่ทำการหยั่งรู้เต๋าทั้งสามขั้นได้แล้ว ให้เข้าทำการหยั่งรู้อักขระเทพเสีย " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" ผู้อื่นนั้น เน้นที่การหยั่งรู้อักขระเทพ โดยที่มิได้ทำการหยั่งรู้อักขระเต๋าทั้งสามขั้น นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หยั่งรู้อักขระเทพได้มิกี่ตัว " เหล่าผู้อาวุโสและศิษยต่างพยักหน้า
" พวกเจ้าทุกคนจงฟัง แค้นครั้งนี้ ข้าะพาพวกเจ้าทุกคนไปชำระสะสาง ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ พวกมันจะต้องถูกล้างบางให้สิ้นไปจากแดนเทพ " เสียงของนนท์ดังกึกก้องทั่วแดนเทพ
" ครืน " จิตสังหารของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์พวยพุ่งท่วมฟ้า
" มันยังมิตาย ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าเดิม " เจ้าตระกูลซาถึงกับหน้าซีด
ข่าวเรื่องห้วงมิติของค่ายกลเคลื่อนย้ายฉีกขาดที่นนท์เดินทางครานั้น แพร่สะพัดทั่วแดนเทพ จึงเป็นสาเหตุให้ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ ตัดสินใจร่วมมือกัน
" ข้ามิเคยพบเห็นผู้ใดจะมีชีวิตรอดจากห้วงมิติของค่ายกลเคลื่อนย้ายฉีกขาดได้ " เหล่าผู้อาวุโสตระกูลซาเอ่ยเสียงเครียด
" ท่านเจ้าตระกูลจะทำเช่นไรดี " เหล่าผู้อาวุโสร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
" มันประกาศเช่นนี้ มิเท่ากับว่ามันต้องการเป็นศัตรูกับแดนเทพรึ " ผู้อาวุโสูงสุดเอ่ยขึ้น
" ทางสำนักเบญจธาตุว่าเช่นไร " ผู้อาวุโสสูงสุดเอ่ยถาม
" ข้าเพิ่งส่งศิษย์ไปเชิญมาหารือเรื่องนี้ " เจ้าตระกูลซาพยักหน้า
" รอให้สำนักเบญจธาตุมาก่อน " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" สามี ,ท่านพี่ " เหล่าภรรยาต่างกลุ้มรุมทำร้ายมังกรน้อยกายทองอย่างหนักหน่วง มังกรน้อยกายทองมีหรือจะยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว แหวกวงล้อมแล้วทะลวงเข้าโจมตีร่องสวยทีละร่อง จนร่องสวยเหล่านั้นต่างเจิ่งนองไปด้วยความรักและสิเน่หา
" ไอ้หนู เจ้าจะไปจัดการพวกมันเมื่อใด " หมาป่าเอ่ยถาม
" หากพวกเราไปยังตระกูลซา สำนักเบญจธาตุต้องแว้งกัดเราแน่ " นนท์ครุ่นคิด
" ให้พี่ชิงไปยังสำนักเบญจธาตุ ส่วนข้าจะไปยังตระกูลซา " นนท์และเหล่าสหายเริ่มทำการวางแผน
" เจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ ข้าเป็นตัวแทนจากสภามาเจรจา เรื่องที่ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ ได้เข้าโจมตีสำนักของท่าน และสังหารศิษย์ของท่าน " เสียงชราเอ่ยขึ้น
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่เอาเช่นไรดี " นนท์ครุ่นคิด
" ให้พวกมันเข้ามา ข้าอยากรู้นักว่าพวกมันจะเล่นลูกไม้อันใด " เจ้าสำนักสาขาพยักหน้า
" คารวะเจ้าสำนักอักกะสาขาแดนเทพ และผู้อาวุโสทุกท่าน ข้าว่านตี้เหลียง เป็นตัวแทนของสภาแดนเทพมาขอเจรจา เพื่อยุติศึกที่จะสูญเสียยอดยุทธของแดนเทพมากมายไปกว่านี้ " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้คนที่มา
" เหตุใดจึงมิมีคนของตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุมาด้วย " นนท์เอ่ยถาม
" ทั้งสองนั้นบอกเพียงว่าเวลานี้ต้องเร่งไปขุดเหมือง ตามบทลงทัณฑ์ที่ได้รับ " นนท์แสยะยิ้ม
" หากอยากที่จะเจรจา ใยมิมาด้วยตนเอง ใยต้องให้สภาสวะแดนเทพมา " นนท์กวาดตามองยังเหล่าสภาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ
เหล่าผู้คนของสภาต่างโกรธแค้นที่นนท์นั้นนอกจากจะมิให้เกียรติแล้วยังดูหมิ่น
" พวกข้าเป็นถึงสภาผู้สูงศักดิ์ เจ้ากลับกล้าที่จะดูหมิ่นพวกข้า " นนท์หัวเราะร่วน
" สภาผู้สูงศักดิ์รึ ข้าว่าพวกเจ้านั้นต่ำยิ่งกว่าสวะที่ข้าเอ่ยเมื่อครู่เสียอีก ข้ามิรู้ว่าจะมีคำใดที่ต่ำกว่าคำว่าสวะได้อีกแล้ว " นนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
" พวกเจ้าเป็นถึงสภา แต่พวกเจ้ากลับมิยอมหยุดการกระทำอันชั่วร้ายของตระกูลเลวและสำนักเลวนั่น เจ้าเพียงยืนดูในสิ่งที่มันทำกับศิษย์ของข้า แล้ววันนี้ข้าจะล้างแค้นให้กับศิษย์ของข้า " เหล่าสภาต่างรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของนนท์ที่แผ่กระจายออกมา
" พวกเจ้ากลับออกมาปกป้องสาระเลวทั้งสองนั่น หากมิให้ข้าเรียกพวกเจ้าว่าสวะ เจ้าจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าสิ่งใด " นนท์จับจ้องยังว่านตี้เหลียงที่ยืนตัวสั่น
" ข้ารู้ว่าครานั้นสภาเองเป็นฝ่ายผิดที่ทำเพียงยืนดู ตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุสังหารคนของท่าน " นนท์หลับตาครุ่นคิดถึงร่างนับแสนที่ตกตาย
" พวกข้าที่เป็นเป็นถึงสภา แต่มิได้หยุดการกระทำอันโหดร้ายในครานั้น พวกข้าที่เป็นสภาทุกคนต่างรู้สึกผิด แหละครานี้เป็นที่ท่านได้ประกาศว่าจะล้างบางตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ " ว่านตี้เหลียงหยุดมองยังนนท์
" พวกข้าที่เป็นสภาได้เร่งหารือกันเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลและสำนักขึ้นอีก ซึ่งมันจะนำมาสู่การสูญเสียของตระกูลเก่าแก่และสำนักเก่าแก่ " นนท์แสยะยิ้ม
" เห็นรึไม่ ในที่สุดเจ้าก็พูดออกมา " นนท์เอ่ยขึ้น
" การที่เจ้าพูดออกมานั้นช่างดูดีและชวนให้คิดจริงๆ ว่าสภานั้นสำนึกผิดและมิอยากให้เกิดการสูญเสีย " นนท์เริ่มแขวะ
" แต่แท้จริงแล้วพวกเจ้าที่เป็นสภา กำลังปกป้องคนผิด " นนท์กวาดตามองยังเหล่าสภา
" เจ้าลองบอกข้าที ว่าโทษของตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุนั้นเป็นเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม
" เรื่องการลงโทษนั้น สภามิมีสิทธิ์ลงโทษต่อทั้งสอง ต้องให้จิตทัศนะเป็นฝ่ายลงโทษ " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องรออีกพันปีเชียวรึ " ว่านตี้เหลียงพยักหน้า
" แล้วหากว่าข้าล้างบางทั้งสอง สภาจะลงโทษข้าเช่นไร " นนท์เอ่ย
" ท่านจะถูกลงโทษขั้นสูงสุด " นนท์พยักหน้า
" ท่านมีอำนาจลงโทษข้าด้วยรึ " นนท์แสยะยิ้ม
" สภาได้รับป้ายคำสั่งจากจิตทัศนะแห่งแดนเทพ ให้ลงทัณฑ์ผู้ที่ก่อเหตุทั่วแดนเทพได้ " นนท์มองยังเหล่าสภา
" หากข้ามิล้างแค้นให้ศิษย์ของข้า แล้วข้าจะได้สิ่งใดชดเชย " เหล่าสภาต่างแสยะยิ้มออกมา
" หนึ่งหมื่นผลึกปรานสรรพสิ่งต่อหนึ่งศพ และศิษย์ของท่านสามารถเข้าใช้ยังบ่อน้ำปรานสรรพสิ่งได้คนละหนึ่งวัน " นนท์ส่ายหน้า
" เจ้าชดเชยให้ข้าเพียงแค่นี้ เพียงผลึกพันล้านก้อนที่เจ้าใช้ฟาดหัวข้า เพื่อหวังให้ข้าหยุด " นนท์แสยะยิ้ม
" นี่เท่ากับว่าเจ้ากำลังดูถูกศิษย์ของข้าที่ตายไป มีค่าเพียงแค่ผลึกหมื่นก้อน " นนท์ส่ายหน้า
" หากสภาอยากให้ข้าหยุด ข้าหยุดได้ แต่สำนักเบญจธาตุและตระกูลซา ต้องชดใช้ให้ข้าสองแสนชีวิต ข้าจึงจะหยุด " นนท์จับจ้องไปยังเหล่าสภา
" แต่ที่ข้ายังงุนงง เจ้าบอกว่าสภามิมีอำนาจในการลงทัณฑ์ต่อตระกูลซาและสำนักเบญจธาตุ แต่สำหรับข้าสภากลับมีอำนาจลงทัณฑ์ นี่มันหมายความว่าเช่นไร " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าว่านตี้เหลียงในนามของสภา ขอสั่งให้เจ้าหยุดเสีย หกามิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจไปจนวันตาย " ว่านตี้เหลียงชี้หน้าของนนท์
" อย่างที่ข้าบอก สองแสนชีวิต แล้วข้าจะหยุด " นนท์แสยะยิ้ม
" เจ้าจะมิยอมหยุดใช่รึไม่ " นนท์พยักหน้า
" เจ้าช่างบังอาจ มิเชื่อฟังสภา เห็นทีการเจรจาในครานี้คงยุติ " ว่านตี้เหลียงตะโกนออกมา
" จับมันไปลงทัณฑ์ " ว่านตี้เหลียงร้องตะโกน
" ใยมิรีบออกมาจับมัน " สภาผู้อื่นร้องตะโกนบ้าง
" หึ " นนท์แค่นเสียงใส่
" ข้าว่า พวกมันที่ซ่อนตัวในห้วงมิติคงกลัวหัวหดวิ่งหนีไปแล้ว " หมาป่าถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะร่วน
" เจ้าคิดรึว่า การที่เจ้าส่งนักฆ่าสิบอักขระแฝงตัวอยู่ในห้วงมิติแล้วข้าจะมิรู้ " นนท์จิ๊ปาก
" อ่อนด้อยยิ่งนัก " นนท์แสยะยิ้ม
" ข้าอยากรู้นัก เหตุใดพวกเจ้าจึงปกป้องสำนักและตระกูลเลวนี่ " นนท์เอ่ยถาม
" นั่นเป็นตระกูลและสำนักที่เก่าแก่ สร้างคุณประโยชน์ต่อแดนเทพมายาวนาน หากเทียบกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าเป็นตัวอันใด พวกเจ้านั้นเสมือนปลิงที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อพวกข้าคนแดนเทพ " นนท์พยักหน้า
" พวกเจ้าซึ่งมาจากโลกชั้นต่ำ ข้าคนแดนเทพมิได้ใส่ใจว่าพวกเจ้าจะเป็นจะตาย ข้านั้นเพียงใส่ใจผู้คนแดนเทพต้องคงอยู่ " นนท์พยักหน้า
นนท์มองยังชายชราจากสภา " เจ้าอยู่มานานแล้ว อายุก็มากอยู่ต่อไปก็มีแต่เปลืองทรัพยากร " นนท์ยกยิ้ม
" อ้าก " ร่างชรานั้นพลันหายวับไป
" เพียงฝ่ามือเดียว สิบสามอักขระยังมิหลงเหลือสิ่งใด "
" แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
" ไอ้สาระเลว เจ้าถึงกับกล้าสังหารตัวแทนของสภา " ว่านตี้เหลียงผู้หยั่งรู้สิบห้าอักขระ ถึงกับโกรธจนตัวสั่น แต่ก็มิกล้าทำอันใดบุ่มบ่าม
" ว่านตี้เหลียง ข้าขอเตือนเจ้า อย่าได้ริอ่านมาขวางทางข้า " นนท์สะบัดมือไล่กลุ่มคนที่มาจากสภาจนลอยไปไกล
" ไอ้หนู ไปจัดการพวกมันเลย " หมาป่าเอ่ยขึ้น
" หมาป่า ช้าก่อน แท้จริงแล้วภารกิจข้าอยู่ที่แดนเทพ ข้ากำลังรอ " หมาป่าพยักหน้า
" ไอ้สาระเลว ออกมาเดี๋ยวนี้ " นนท์ทะยานร่างออกไป
" ไอ้แก่สามสิบแปดคนนี สงสับเป็นพวกสภา " นนท์จ้องยังร่างของเหล่าชายชรา
" สูงสุดยี่สิบอักขระ ต่ำสุดสิบเจ็ดอักขระ " นนท์พึมพำ
" วันนี้จะเป็นวันที่ข้าจะลบสำนักอักกะของเจ้าเจ้าออกจากแดนเทพ " ชายชรายี่สิบอักขระ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ทันที
" เปรี้ยง " ผืนพสุธาพลันสั่นไหว
" เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้รึ " นนท์ฟาดฝ่ามือสวนกลับ
" ตูม " แรงระเบิดกวัดกวาดร่างชายชราทั้งสามสิบแปดปลิวไปไกล
" ไอ้หนู ไอ้แก่พวกนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก " หมาป่าเอ่ยขึ้น
" หากมันผสานอักขระเจ้าจะสู้ได้รึ " นนท์ยกยิ้ม
" นี่เจ้าหยั่งรู้อักขระได้ถึงยี่สิบตัวแล้วรึ " นนท์พยักหน้า
" ครืน "