หลังจากใช้ชีวิตกับการเรียนมาตลอดหนึ่งเทอมในที่สุดก็ปิดเทอมเสียที แม้จะเป็ปิดเทอมเล็กแค่สองสัปดาห์ ก็พอให้น่านน้ำได้พักหายใจไม่อึดอัดกับสายตาของเด็กในห้องได้สักพัก
คีนกับเคนเลือกที่จะออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนตามประสา ส่วนคุณรังสรรค์กับคุณหญิงกนกอรท่านทั้งสองต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำอย่างคนไม่มีวันหยุด วันนี้จึงเป็วันที่เขาต้องอยู่บ้านกับสาวใช้อีกเช่นเคย เรียกว่าชินไปแล้วจนไม่รู้สึกเหงาสักเท่าไร
ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือคินทร์กลับบ้านก่อนเวลา ทั้งที่เพิ่งออกไปจากบ้านได้แค่ชั่วโมงเดียว ไม่รู้ว่าจริง ๆ ไปถึงบริษัทหรือยังด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มมองไปยังร่างสูงที่กำลังเดินตรงมาหาตนเอง ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองด้วยความสงสัย
“ไปเที่ยวกันไหม”
“ครับ? เฮียไม่ต้องไปทำงานเหรอ”
“วันนี้ป๊าให้เฮียหยุดพัก พอดีกับที่รู้ว่าน่านอยู่คนเดียว เฮียเลยจะพาไปเที่ยว อยู่แต่บ้านคนเดียวทุกวันเหงาแย่”
ไม่ใช่คินทร์ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ต้องอยู่คนเดียวทุกครั้งที่ทุกคนออกไปกันหมด ทว่าเขาเองก็มีงานต้องเลยทำเหมือนไม่ได้สนใจในเื่นี้ แต่ที่ผ่านมาเขาคอยสังเกตอยู่ตลอด
น่านน้ำไม่ใช่คนที่เข้าถึงยากจนเกินไป เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจที่จะเข้าหา เพื่อไม่ทำให้อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ และเขาก็คิดว่ากำแพงในใจของน่านน้ำลดลงบ้างแล้ว
“แต่เฮียควรได้พัก..” เอ่ยพูดออกไปไม่เต็มเสียงนัก นึกเกรงใจที่เห็นเฮียคินทร์มาให้ความสนใจกับเื่ที่เขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย อีกอย่างคนพี่ก็ทำงานทุกวันแทบไม่ได้พัก วันนี้อุตส่าห์ได้พักทั้งทีก็ควรจะได้พักผ่อนจริง ๆ ไม่ใช่มาพาเขาไปเที่ยว
“ได้ไปเที่ยวก็ถือว่าได้พักผ่อนแล้วเหมือนกัน วัน ๆ เฮียเอาแต่ทำงาน ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็คงจะดีไม่ใช่หรือไง”
“…”
“หรือถ้าน่านไม่อยากไป บอกเฮียตรง ๆ ได้เลย เฮียไม่ว่าอะไร”
คนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม ไม่ได้ประชดประชันหรือเคืองใจแม้แต่น้อย สิทธิ์การตัดสินใจเป็ของน่านน้ำ คินทร์เลือกที่จะเคารพมันขอแค่พูดออกมา
“น่านอยากไป.. แต่น่านกลัวจะรบกวนเฮีย”
“จะรบกวนได้ยังไง ในเมื่อเฮียเป็คนชวนน่านด้วยตัวเอง”
ฝ่ามือใหญ่วางลงบนกลุ่มผมนุ่มสีดำขลับค่อย ๆ ลูบอย่างเบามือ เด็กคนนี้ช่างเป็คนคิดมาก แม้กระทั่งเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ
“แต่ใจจริงเฮียก็อยากให้น่านรบกวนเฮียบ้าง.. แบบนั้นมันคงจะดี”
“…”
น่านน้ำไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนจะสื่อ ใครที่ไหนจะอยากให้คนอื่นรบกวนตัวเอง นอกเสียจากเลี่ยงไม่ได้กับไม่กล้าปฏิเสธ
แม้ตอนนี้เขาจะอายุสิบเจ็ดแล้ว แต่บางเื่เขาก็ยังตอบสิ่งที่ตัวเองสงสัยไม่ได้ ยังคงเป็เด็กไร้เดียงสาอยู่ไม่น้อย
“ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยไหม อีกเดี๋ยวจะได้ไปกันเลย”
“ครับ” ตอบรับพลางพยักหน้าเบา ๆ
พอรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เพราะนี่คงเป็การเที่ยวครั้งแรกในรอบหนึ่งปีนับั้แ่คุณพ่อคุณแม่เสียไป แม้จะยังไม่รู้ว่าคินทร์จะพาไปที่ไหนก็ต่าง
ร่างเล็กเปลี่ยนไปใส่ชุดสบายทว่ายังดูดีเหมาะสมกับวัย เป็กางเกงยีนขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยคู่กับเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนโอเวอร์ไซซ์ใหญ่กว่าตัวไม่มากนัก
คินทร์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมยกยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม แบบนี้ถือว่าเป็นิมิตหมายที่ดี เขาสามารถชวนน่านน้ำออกไปเที่ยวได้
จริง ๆ ก็อยากพาน้องชายอีกทั้งสองคนไปด้วย แต่คีนกับเคนปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะไม่ว่างกำลังไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน คินทร์เลยไม่ได้เลือกที่จะเซ้าซี้ต่อ
เว้นก็แต่น่านน้ำที่ไม่ว่ากลับบ้านมาตอนไหนก็มักจะเห็นเ้าตัวนั่งเหงา ๆ อยู่ที่สวนหลังบ้านคนเดียว ซึ่งได้มีการ Renovate ใหม่โดยน่านน้ำเอง ขออนุญาตคุณหญิงกนกอรเป็ที่เรียบร้อย
บริเวณสวนหลังบ้านที่เคยมีดอกไม้นานาพรรณวางเรียงรายไม่ได้จัดเป็ระเบียบ เพียงแค่ดูแลใส่ปุ๋ยรดน้ำไปวัน ๆ ต่างจากตอนนี้ที่น่านน้ำสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็ผู้ดูแลจัดการด้วยตัวเอง ทำให้บริเวณในสวนน่าอยู่มากขึ้น รอบ ๆ มีดอกไม้ถูกจัดเรียงสวยงาม ต้นไหนที่อยู่ในกระถางนานเกินไปก็ถูกปลูกลงดินตามเห็นสมควร
คุณรังสรรค์ยังใจดีสั่งคนทำชิงช้าไม้มาไว้ในสวนให้น่านน้ำได้นั่งเล่น ส่วนโต๊ะหินอ่อนชุดเก่าก็ถูกรื้อเป็ชุดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เข้ากับสวนที่น่านน้ำจัดแต่ง
ทั้งหมดนี้น่านน้ำไม่ได้ขอ แต่เป็ความกรุณาของคุณท่านทั้งสองที่ใจดีกับเขามาก ๆ ก็เท่านั้น
หากวันไหนหาน่านน้ำในบ้านไม่เจอคินทร์ก็รู้ได้ทันทีว่าคนน้องมานั่งเล่นอยู่ในสวน อย่างเช่นวันนี้ที่กลับมาถึงบ้านเขาก็ตรงปรี่มาหาน่านน้ำที่สวนทันทีโดยไม่ต้องเข้าไปหาในบ้านก่อน
“พร้อมไหมครับ”
“พร้อมครับ” ความตื่นเต้นถูกเก็บเอาไว้ไม่มิด หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นรัวเมื่อคิดถึงการเดินทางไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง
“งั้นไปกันเถอะ เฮียหาไว้แล้วว่าจะพาน่านไปที่ไหน”
ที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเกินไป การเดินทางก็ไม่ลำบากสักเท่าไร แถมยังขึ้นชื่อสำหรับนักท่องเที่ยว วันนี้คินทร์เลยคิดว่าไปที่นั่นน่าจะดี
ออกเดินทางมาได้ไม่ไกลรถหรูก็เลี้ยวเข้าปั๊มแวะเติมน้ำมันให้เต็มถัง อีกทั้งจอดรถพาน่านน้ำลงไปหาขนมไว้กินระหว่างเดินทางอีกด้วย
“อยากกินอะไรหยิบได้เลยนะ”
“ขอบคุณครับ”
คินทร์ยกยิ้มมุมปากพลางเดินถือตะกร้าใส่ของตามหลังเด็กหนุ่มไม่ใกล้ไม่ไกล น่านน้ำเลือกหนิบขนมที่ตัวเองอยากทานเพียงสองสามอย่าง ทว่าตอนจ่ายเงินขนมที่เขาไม่ได้เลือกกลับเต็มตะกร้า ไม่รู้ว่าคนพี่หยิบใส่มาตอนไหน
กลับขึ้นมาบนรถขนมถุงใหญ่ถูกวางลงบนตักน่านน้ำ ก่อนที่เ้าของรถจะเอื้อมมือมาดึงสายเข็มขัดนิรภัยรัดให้คนข้าง ๆ เพื่อความปลอดภัย
น่านน้ำไม่ได้รู้สึกใอะไรมากมาย จะเรียกว่าชินไปแล้วก็ได้ การเอาใส่ใจกับเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาได้รับมาตลอดั้แ่อยู่กับคินทร์
ทั้งยังรับรู้ได้ว่าตัวเขาเองไม่เกร็งเวลาอยู่ใกล้คนพี่เท่าเมื่อก่อน แม้จะยังพูดน้อยและขี้เกรงใจเหมือนเก่า ทว่าความสบายใจที่มีเวลาอยู่ด้วยกันมันเพิ่มขึ้น
“กินขนมไหมครับ น่านแกะให้”
“ไม่เป็ไรครับ น่านกินเถอะ”
คนขับหันมาส่งยิ้มให้เพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองทางอย่างตั้งใจอีกครั้ง
เด็กหนุ่มแกะซองขนมอย่างเบามือเพราะกลัวว่าเศษของมันจะร่วงหล่นในรถ แผ่นมันฝรั่งรสดังเดิมถูกหยิบขึ้นก่อนจะส่งไปจ่อที่ปากของคนอายุมากกว่า ดวงตาคมเหลือบมองพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“กินสักหน่อยสิครับ” เอ่ยพูดเสียงอ้อมแอ้มน่าเอ็นดูจนทำคนฟังอดยิ้มไม่ได้
คินทร์อ้าปากรับขนมที่น่านน้ำอุตส่าห์ป้อนเข้าปากโดยไม่คิดที่จะปฏิเสธทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่ทานขนมจำพวกนี้
เมื่อเห็นคนพี่ยอมทานขนมที่ตัวเองป้อนก็เผลอยกยิ้มขึ้นบาง ๆ ก่อนจะหยิบขนมใส่ปากตัวเอง สลับกับป้อนอีกคนไปด้วย
ไม่มีเสียงพูดคุยกันระหว่างทั้งสองคน มีเพียงเสียงถุงขนมและความกรุบกรอบของแผ่นมันฝรั่งที่ดังขึ้นเมื่อถูกขบเคี้ยวภายในปาก
รถยนต์เลี้ยวมาจอดที่อาคารโดยจะมีการเก็บค่าบริการเป็ชั่วโมง หลังจากนั้นคินทร์เหมาเรือสปีดโบตเพื่อข้ามไปที่เกาะล้าน โดยการเดินทางมีแค่สองคนเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็ส่วนตัวมาก ๆ อีกอย่างการเดินทางก็เร็วกว่าเรือโดยสาร
เป็ครั้งแรกของน่านน้ำที่ได้นั่งเรือ รู้สึกประหม่าไม่น้อยระหว่างที่รอเรือออกจากฝั่ง เ้าตัวนั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน
“กลัวเหรอ?” ครั้นสังเกตเห็นใบหน้าหวานซีดเผือดจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ครับ น่านไม่เคยนั่งเรือมาก่อน”
“อีกเดี๋ยวเรือออกแล้วใส่เสื้อชูชีพไว้ พอได้ชมวิวรับลมเย็น ๆ ก็ไม่น่ากลัวแล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยบอกกันอย่างใจเย็นทำให้น่านน้ำเชื่อสุดใจว่าเขาจะกลัวน้อยลงจริง ๆ อย่างที่เฮียคินทร์บอก
คนอายุมากกว่าหยิบเสื้อชูชีพใส่ให้เรียบร้อย พลางลูบกลุ่มผมนุ่มแ่เบา เหมือนจะคลายความกังวลลงไปบ้างแล้ว
ทันทีที่เรือเริ่มออกตัวเด็กหนุ่มขยับกายนั่งชิดคนพี่ด้วยความใ พลันความเร็วเพิ่มขึ้นใบหน้าได้รับลมเย็น ๆ อย่างที่คินทร์บอกน่านน้ำก็รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ
ดวงตากลมโตทอดมองไปยังเกาะที่เล็ก ๆ เบื้องหน้าที่เขากำลังจะไปเยือนด้วยความตื่นเต้น ความกลัวก่อนหน้านี้ราวกับถูกแรงลมกระชากให้หลุดลอยหายไป
“ยังกลัวอยู่ไหม”
“ไม่ครับ” ดวงหน้าหวานส่ายไปมา ดวงตาเป็ประกายบ่งบอกว่าตอนนี้เขาชอบมันมากกว่าจะมานั่งกลัว “เรากำลังจะไปที่เกาะตรงนั้นใช่ไหมครับเฮีย”
“ครับ”
“ไปถึงแล้วน่านขอเล่นน้ำได้หรือเปล่า”
“แต่เราไม่เอาชุดมาเปลี่ยน” ครั้นพูดออกไปอย่างนั้นก็คินทร์ก็สังเกตเห็นว่าน่านน้ำหน้าหงอยลงเพียงเสี้ยววิก่อนจะกลับมาเป็ตัวปกติตามเดิม “แต่ถ้าน่านอยากเล่นเราค่อยหาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านแถวนั้นก็ได้”
“ไม่เป็ไรครับ แค่ขอเดินเล่นก็พอ”
น่านน้ำไม่อยากทำให้อีกคนต้องมาลำบากเพราะตัวเอง แค่พาเขามาเที่ยวเปิดหูเปิดตาไกลขนาดนี้ก็เพียงพอแล้ว
นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มาเที่ยวทะเล พอจะมีโอกาสคุณพ่อก็ติดงาน จะให้มากับคุณแม่สองคนเขาก็ไม่ยอม สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้มาด้วยกันอีก คิดแล้วก็น่าเศร้า ทว่าวันนี้เขาไม่อยากแสดงมุมอ่อนแอหม่นหมองออกมามากนัก เฮียคินทร์อุตส่าห์สละเวลาพักผ่อนของตัวเองพาเขามาเที่ยวทั้งที
ฮึบไว้นะน่านน้ำ!
ใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่านาทีเรือก็มาจอดเทียบท่าเรือ เขาเหมาเรือไว้แค่วันเดียว มีเวลาให้เขาได้เที่ยวเล่นหลายชั่วโมงก่อนจะกลับฝั่ง
ร่างเล็กถูกอุ้มลงจากเรือโดยคนพี่ลงไปก่อน ด้วยความสูงและขนาดตัวที่ต่างกันการยกเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดลงจากเรือเป็เื่ง่ายดายสำหรับคินทร์
“ขอบคุณครับเฮียคินทร์”
เอ่ยขอบคุณทันทีที่เท้าัักับพื้นน้ำ คินทร์หันไปคุยกับคนขับเรือครู่หนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับน่านน้ำ
“อยากไปทำอะไรก่อนดี เดินเล่น กินข้าว หรือขับรถชมวิว”
“เฮียหิวไหมครับ” ครั้นจะตัดสินใจอะไรก็ถามอีกฝ่ายก่อน
“ยังไม่ค่อยหิว น่านหิวหรือเปล่า เฮียหาร้านอาหารไว้แล้วถ้าหิวเฮียจะพาไป”
เด็กหนุ่มรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “น่านอยากเดินเล่นก่อนได้ไหม”
“ถ้าอย่างนั้นส่งรองเท้ามาเฮียจะถือให้ ไม่อยากนั้นมันจะเปียกเอา”
ดวงตากลมเบิกกว้างส่ายหน้าไปมาพัลวัน จะให้คนพี่ถือรองเท้าให้ได้ยังไงกัน นี่มันของของเขาเขาควรถือมันเอาไว้เอง
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวน่านจะระวังไม่ให้มันเปียก”
“เอามาเถอะ น่านจะได้เดินเล่นอย่างสะดวก”
คินทร์ไม่รอให้น่านน้ำได้ปฏิเสธเป็ครั้งที่สอง แย่งรองเท้าในมือเล็กมาถือไว้ให้เสียเอง
“ขะ ขอบคุณครับ” เมื่อรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ก็รีบค้อมหัวขอบคุณ พร้อมกับได้รอยยิ้มคุ้นตากลับมา
“เดินไปสิครับ”
เด็กหนุ่มหมุนตัวเดินเลียบไปตามชายหาด เมื่อครู่อาจจะยังเกร็งทว่าเมื่อผ่านไปสักพัก บรรยากาศและธรรมชาติรอบตัวทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น เดินไปทางนั้นทีทางนี้ที เท้าเล็กหยุดนิ่งรอให้คลื่นซัดกระทบโดนพลางหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเบา ๆ อย่างชอบใจ
ร่างสูงเดินตามไม่ใกล้ไม่ไกล มองน่านน้ำไม่ละสายตาทั้งยังยกยิ้มอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากน่านน้ำ มันดูมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เพราะที่ผ่านมาั้แ่วันแรกที่เจอกันเขาเห็นเพียงดวงตาเศร้าสร้อย และใบหน้าหม่นหมอง คล้ายกับคนที่แบกเื่ราวเ็ปในใจมากมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คงจะเป็อย่างนั้น
รู้สึกว่าการยืนมองน่านน้ำไปเรื่อยมันเพลินตามากจริง ๆ รู้ตัวอีกทีก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็กระหน่ำเต้นขึ้นมาจนคินทร์ต้องตั้งสติเบือนหน้าไปมองทางอื่น
ไม่ได้.. เขาจะมีความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้..
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์