ทุกๆอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามแผนการที่เย่หยุนซีวางเอาไว้ ภายใต้อำนาจบารมีขององค์จักรพรรดินีแห่งราตรีผู้ยิ่งใหญ่ ส่งผลให้แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็ยังไม่กล้ามีปัญหากับเขาผู้ซึ่งเป็นทั้งราชบุตรเขยและราชองครักษ์ แถมยังมีเหล่าขุนนางและผู้แกร่งกล้าจำนวนมากที่ส่งของขวัญมาเพื่อผูกมิตรสานสัมพันธไมตรี
หากจะพูดว่าตำแหน่งของเย่หยุนซีเป็นรองเพียงแค่องค์จักรพรรดินีที่กำลังปิดด่านก็คงไม่เกินจริงเลยสักนิด ดังนั้นแล้ว! เขาจึงมีอิสระเป็นอย่างมากในการสืบค้นหาข้อมูลที่อยากได้
และเมื่อบวกกับข้อมูลที่แม่ทัพเกาหามาให้ใหม่ ในที่สุดชายหนุ่มก็ทราบถึงรูปแบบพลังของศัตรูตัวร้ายอย่างเผ่ามารกับเผ่ายักษา อีกทั้งยังสามารถคาดเดาสถานที่ผนึกภูตมารดาแห่งโลกได้อย่างคร่าวๆแล้วในเวลานี้ เพียงแต่เขายังไม่มีวิธีปลดผนึกก็เท่านั้น
"เห้อ เหลืออีกเวลาอีกประมาณ 4 ปีเองงั้นหรือ" เย่หยุนซีเอ่ยปากบ่นพึมพำขณะกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ภายในสวนเล็กๆท้ายตำหนัก หลังจากนั้นไม่นานนัก! องค์หญิงฮั่นผิงคนงามก็พลันเดินเข้ามาหา
"นี่ก็ผ่านมา 7 วันแล้ว ท่านยังอ่านตำราเล่มนี้อยู่อีกหรือ?" นางเอ่ยถาม
บุรุษหนุ่มเผยรอยยิ้มบาง "ก็ช่วงนี้มันว่างนี่ขอรับ นอกจากการอ่านตำราแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร"
"คิกคิก ถ้างั้นข้าจะสอนท่านเย็บปักถักร้อยสนใจไหม?" องค์หญิงฮั่นผิงป้องปากหัวเราะชอบใจขณะกล่าว บนสนทนาของพวกเขาเห็นได้ชัดว่าค่อนข้างเป็นกันเองกว่าตอนที่พบเจอกันใหม่ๆ
"เห้อ ไม่ไหวๆ หากจะให้ข้าเย็บปักถักร้อย ข้ายอมกลับไปเป็นสายลับแล้วสังหารศัตรูดีกว่า" เย่หยุนซีส่ายศีรษะพลางกล่าวออกมา ก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นแล้วเอ่ยถามนางอย่างจริงจังว่า 'มีอะไรให้เขาช่วยเหลือหรือเปล่า ถึงได้มาหาเขาดึกป่านนี้'
"เห้อ ให้ตายสิ ดูเหมือนข้าจะปิดบังอะไรจากท่านสายลับผู้เก่งกาจไม่ได้จริงๆ" ฮั่นผิงถอนหายใจพลางกล่าว
บุรุษหนุ่มหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ท่านมีอะไรก็ว่ามาเถอะ หากข้าช่วยได้ ข้าย่อมต้องช่วยอย่างสุดกำลัง"
ผู้เป็นองค์หญิงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางก็พลันแดงก่ำ ก่อนจะหันหลังให้ชายหนุ่มแล้วปลดอาภรณ์ส่วนบนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นตราประทับลวดลายกลีบบุปผาสีม่วงแผ่กลิ่นอายเก่าแก่โบราณ
"นี่มันคืออะไรกัน?" เย่หยุนซีคิ้วขมวดเอ่ยถาม โดยมิได้สนใจผิวพรรณอันขาวเนียนส่วนอื่นเลยสักนิด
องค์หญิงฮั่นผิงยิ้มอย่างขมขื่น "มันคือสัญลักษณ์มารบุปผานารีหมื่นพิษ"
"หือ! ท่านถึงกับมีกายาศักดิ์สิทธิ์?" เย่หยุนซีแม้จะไม่เคยเห็นของจริงแต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันอยู่บ้าง
สัญลักษณ์มารบุปผานารีหมื่นพิษนั้น จะเกิดขึ้นมาพร้อมกับกายาศักดิ์สิทธิ์พิษสวรรค์ที่มีความสามารถในการควบคุมพิษร้ายเกือบทุกชนิดได้ เพียงแต่ผลข้างเคียงมันค่อนข้างเลวร้าย เพราะถ้าหากผู้ถือครองมีสภาวะจิตใจที่ไม่แข็งแกร่งพอก็อาจจะทำให้้เกิดอาการคุ้มคลั่ง และถึงขั้นอาจสร้างภัยพิบัติพิษสวรรค์ซึ่งสามารถฆ่าคนทั้งเมืองได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่นาที
"เห้อ สำหรับข้าและคนที่นี่มันไม่ใช่กายาศักดิ์สิทธิ์ แต่คือคำสาปต่างหาก" องค์หญิงฮั่นผิงเอ่ยปากกล่าวเสียงสั่น นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เป็นบิดาและเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆรังเกียจนางมาถึงทุกวันนี้ จะมีก็แค่องค์จักรพรรดินีผู้เป็นท่านป้าที่คอยบอกอยู่เสมอว่า นางนั้นเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่
"แล้วท่านจะให้ข้าช่วยเหลืออย่างไร?" เย่หยุนซีตัดสินใจเอ่ยปากไถ่ถาม
องค์หญิงฮั่นผิงเมื่อได้สดับฟังก็สวมอาภรณ์สีม่วงส่วนบนกลับ จากนั้นหันมาหาเย่หยุนซี "ก่อนที่ท่านป้าจะปิดด่าน นางได้เรียกข้าเข้าไปพบแล้วเอ่ยปากชมเชยว่าท่านเก่งกาจมาก ดังนั้นข้าจึงอยากถามว่า ท่านพอจะมีวิธีสะกดกายาศักดิ์สิทธิ์ที่แสนเลวร้ายนี้หรือไม่?"
"หือ สะกดงั้นหรือ?" บุรุษหนุ่มรู้สึกแปลกใจ เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะขอให้เขาปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ให้ตื่นอย่างสมบูรณ์อะไรทำนองนั้นมากกว่า
"ตั้งแต่เกิดมา กายานี้ก็พรากมารดาไปจากข้า! ข้าไม่ต้องการมัน"
เย่หยุนซีถอนหายใจ 1 ครั้ง "เห้อ ตอนนี้ตัวท่านก็ควมคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีมากแล้วไม่ใช่หรือ นี่ก็ถือเป็นการสะกดกายาพิษสวรรค์อย่างหนึ่งนะ ท่านรู้หรือเปล่า"
คนงามผงกศีรษะเบาๆ "แน่นอนข้าย่อมรู้เรื่องนั้นดี แต่ทว่าภายในจิตใจของข้ายังมีอารมณ์เชิงลบมากมายที่ถูกสะกดข่มเอาไว้ ซึ่งมันจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ"
"อืมๆ เข้าใจแล้วขอรับ ถ้างั้นข้าจะขอตอบคำถามแรกของท่านก่อนก็แล้วกัน"
"ขอบอกตามตรง ตัวข้านั้นมีความสามารถในการปิดผนึกกายาพิษสวรรค์ได้จริงๆ แต่ข้าไม่แนะนำ!"
"เอ๋! ทำไมกันล่ะ?" นางเอ่ยถามสั้นๆ
เย่หยุนซีเผยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเริ่มอธิบาย "ถ้าหากข้าใช้ทักษะปิดผนึกกับท่านเมื่อไหร่ ทั้งกายศักดิ์สิทธิ์และทะเลแห่งจิตวิญญาณของท่านก็จะกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายในทันที ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ท่านไม่สามารถเป็นผู้ฝึกตนได้อีกต่อไป แถมยังต้องรู้สึกทรมานเพราะความหนาวเย็นอยู่ตลอดเวลา"
"เห้อ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ฆ่าตัวตายน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า"องค์หญิงฮั่นผิงเผยสีหน้าสิ้นหวัง
บุรุษเผยรอบยิ้มบาง "แต่ทว่าตัวข้านั้นยังมีอีกวิธีหนึ่งวิธีท่านอยากจะลองดูหรือไม่?"
"หืม วิธีอะไรหรือ?" นางถามกลับ
"ในเมื่อปิดผนึกไม่ได้ ก็ปลุกมันขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้วควบคุมมันซะ"
"จริงอยู่! ที่ผู้ใช้พิษส่วนใหญ่มักจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีดและเลวร้าย แต่หากท่านฝึกฝนจนแข็งแกร่งเหนือผู้ใด ใครเล่าจะกล้าสบประมาทเมื่อถึงเวลานั้น" เย่หยุนซีเอ่ยปากแนะนำด้วยความจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นดินแดนไหนๆ ผู้แข็งแกร่งก็ย่อมมีสิทธิ์พูดมากกว่าผู้อ่อนแอเสมอ นี่คือสัจธรรม