บทที่ 13
เหยาซื่อ
ถังหลี่มี่ใช้เวลาแกะสลักไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม นางเริ่มคุ้นชินทำให้แกะสลักได้เร็วขึ้น ตอนกำลังวาดแบบร่างด้ามปืนอันที่สอง ประตูบ้านเก่าถูกเคาะอีกครั้ง คราวนี้จังหวะการเคาะดูมีสติ และไม่หนักเบาจนเกินไป
นางเดินมาที่ประตูบ้านอีกครั้ง เนื่องจากเป็บ้านเก่าที่สร้างจากไม้ธรรมดา มิได้กันลมกันฝนเท่าที่ควร มิหนำซ้ำยังมีช่องจากการผุของไม้ ทำให้ส่องมองด้านนอกได้อย่างชัดแจ๋ว
คนที่ยืนเคาะอยู่ด้านนอกคือสตรีวัยกลางคนนามว่าเหยาซื่อ หรือท่านป้าเหยา ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้าน นางเป็เพื่อนของท่านแม่ มีเมตตาต่อนางและน้อง ๆ เสมอมา เรียกได้ว่าที่มารดาเลี้ยงไม่กล้าข่มเหงพวกนางสามพี่น้องอย่างโจ่งแจ้ง ก็เพราะเกรงท่านป้าเหยาภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน
ถังหลี่มี่รีบเปิดประตูออกไปทักทาย “ท่านป้าเหยา!”
“อ้าวหลี่มี่ ป้านึกว่าเ้ายังไม่กลับมาจากขายของ” ท่านป้าเหยาเป็สตรีวัยกลางคน ใบหน้ายังหลงเหลือความงามในวัยสาว นางเคยเป็สองสตรีโฉมงามของหมู่บ้านตงไห่ โฉมงามอีกคนคือฮวาเหมยมารดาของถังหลี่มี่
“วันนี้ข้าให้ลี่อิงไปขายแทนเ้าค่ะ ข้าได้งานแกะสลักไม้มา เป็การค้าใหญ่เลยทีเดียว ต้องใช้เวลาทำไม่น้อยเลยเ้าค่ะ ท่านป้าเข้ามาก่อนซิเ้าคะ ข้าจะอวดงานแกะสลักให้ท่านดู” ถังหลี่มี่ดึงมือท่านป้าเหยาเข้ามาในบ้าน
ท่านป้าเหยายิ้มดีใจที่บุตรสาวของสหายสามารถทำงานเลี้ยงดูตัวเองได้ ช่างเป็เด็กที่น่าภาคภูมิใจของบิดามารดา เมื่อเหยาซื่อเข้ามาในบ้าน นางใจนแทบลืมหายใจ เพราะตะเกียงที่วางเรียงรายจนแทบไม่เหลือทางเดิน
“หลี่มี่!” ท่านป้าเหยาดึงถังหลี่มี่จนตัวปริว ดวงตาของนางเหลือกถลน “เ้าไปเอาตะเกียงราคาแพงพวกนี้มาจากที่ใดกัน!? ข้าเคยเห็นพวกต่างแคว้นนำมาขาย ราคาไม่เคยต่ำกว่าสิบตำลึง! สภาพเหมือนจะเก่ากว่านี้เสียอีก!”
จากจำนวนที่เห็น เมื่อเหยาซื่อลองมาคำนวณเป็เงินแล้ว… มหาศาล! เศรษฐี! เศรษฐินีคนใหม่ของหมู่บ้านตงไห่
“ตะเกียงเหล่านี้เป็ของสหายข้าเ้าค่ะ ข้ากับเขาเจอกันโดยบังเอิญ ข้าได้ช่วยชีวิตเขาถึงสองครั้ง เมื่อคืนเขามาส่งข้า ตลอดทางมืดมาก ข้าบอกเขาว่าข้าไม่สามารถให้ตะเกียงไฟเขาไปได้ เพราะข้าก็มีอยู่เพียงหนึ่งอัน เช้าวันต่อมา ประตูหลังบ้านข้าก็เต็มไปด้วยตะเกียงพวกนี้แล้วเ้าค่ะ” ถังหลี่มี่เผลอจิกมือตัวเอง เมื่อได้ยินท่านป้ากล่าวว่าราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบตำลึงต่อหนึ่งอัน
หากขายตะเกียงพวกนี้ ต้องได้เงินมากพอจะขอผ่อนผันร้านค้าแน่!
“วิเศษนัก! เทพเซียนมาโปรดเ้าแล้วอามี่!” ท่านป้าเหยาดีใจจนเรียกชื่อเล่นตอนเด็กของถังหลี่มี่
“เขาอาจจะให้ข้าเป็ของขวัญ หากข้าเอาไปขาย จะไม่เสียมารยาทหรือเ้าคะ?” นางเริ่มลังเลใจ นางควรไปถามเขาก่อนดีหรือไม่นะ เขาจะยังอยู่แถวป่าไผ่หรือไม่?
“เสียมารยาทที่ใดกัน เ้าดูจำนวนของมัน มากมายเพียงนี้ เ้าจะใช้หมดหรือ? ป้าว่าหากเจอเขาก็ลองถามดู ถ้าไม่เจอกันอีกแล้ว เ้าก็เก็บไว้เพียงสองอันพอ” ท่านป้าเหยาแนะนำ นางมีเพียงบุตรชายสามคน อยากมีบุตรสาวเป็เพื่อนคู่ใจสักคน ร่างกายกลับไม่เอาไหน หลังจากคลอดลูกชายคนเล็ก ท้องของนางก็ว่างเปล่า ไม่ตั้งครรภ์อีกเลย
ผิดกับฮวาเหมยสหายรัก ที่คลอดบุตรสาวติดกันถึงสามคน ทำให้สามีเริ่มถอยห่าง ไปหานางคณิกาตกอับแทน
“เช่นนั้นดียิ่ง! ข้าคิดว่าตะเกียงพวกนี้มีราคาสองสามตำลึง ตอนแรกว่าดีใจแล้ว ตอนนี้ข้าอยากนำมันไปขายเสียั้แ่ตอนนี้เลยเ้าค่ะ!”
“ดี! เก็บไว้เป็ทุนรอนใช้ในวันหน้า พวกคนรวยเห็นเงินพวกนี้เป็แค่เศษที่ไร้ค่า แต่สำหรับพวกเรา บางทีมันคือการตัดสิน่ชีวิตที่เหลือ ว่าจะสุขสบาย หรือจะตกยาก” ท่านป้าเหยากล่าว
“ท่านป้าข้าควรนำพวกมันไปขายที่ร้านใด จึงจะได้ราคาดี?” ถังหลี่มี่ไม่เคยเข้าร้านขายของที่มีราคาถึงยี่สิบตำลึง นางเข้าแต่ร้านที่ขายของราคาไม่กี่อีแปะ จึงไม่รู้ว่าควรนำไปขายที่ใด
“ป้าว่าหอเทียนซุยให้ราคาที่เป็ธรรม ป้าเองเคยเห็นของคล้ายกันจากพวกวาณิชย์ต่างแคว้น แต่ไม่มีความรู้ ตีค่าราคามันไม่ได้ หอเทียนซุยขึ้นชื่อเื่ความเป็ธรรม เ้าลองไปสอบถามดู หากราคาต่ำกว่าสิบตำลึง เ้าก็ลองไปถามร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ชื่อร้านเฟิงอะไรสักอย่าง ป้าเองก็จำไม่ได้”
“ข้าทราบแล้ว ขอบคุณเ้าค่ะ ว่าแต่… ท่านป้ามาวันนี้มีเื่อะไรหรือเ้าคะ?” ปกติท่านป้าเหยาจะเป็ผู้หาลูกค้างานแกะสลักมาให้ นางดีใจทุกครั้งที่มีงานแกะสลักมาให้ทำ แต่ครานี้เห็นทีจะไม่มีเวลาทำเสียแล้ว
“จริงซิ! ป้าลืมเื่ที่จะมาคุยกับเ้าไปซะได้ วันก่อนป้าเจอลี่อิง นางคุยโม้ความฝันของพวกเ้าให้ป้าฟัง นางว่าเ้าอยากเปิดร้านขายเนื้อ ป้าเลยมาถามว่าเ้าอยากเลี้ยงไก่หรือไม่? ตอนนี้ป้ามีลูกไก่ประมาณหนึ่งร้อยตัว หากเ้า้า ป้าจะเก็บไว้ให้ เมื่อใดที่เ้าซื้อร้านค้าแล้ว จะได้มีเนื้อไก่และไข่ไก่ขายไม่ขาด” บางครั้งถังลี่อิงเหงาก็มักไปหาท่านป้าเหยา นางเบื่อน้องสาว บางครั้งจึงแอบทิ้งบ้านไประบายความสุขความเศร้ากับท่านป้า
“ลูกไก่… ท่านป้าขายอย่างไรเ้าคะ?” นางเองก็คิดอยากเลี้ยงสัตว์เองบ้าง วันใดมีร้านจะได้มีเนื้อขายไม่ขาด ถึงซื้อร้านค้าไม่ได้ นางสามารถนำไปขายต่อให้เหลาสุรา ภัตตาคาร จวนต่าง ๆ ในอำเภอ โรงฆ่าสัตว์
“เนื้อไก่โตเต็มวัยตัวละสามสิบอีแปะ ไก่ที่ป้าขายให้ เ้าเลี้ยงต่ออีกสองเดือนก็ขายได้ งั้นป้าขายตัวละห้าอีแปะ เ้าว่าแพงไปหรือไม่?” บ้านเหยาซื่อเลี้ยงไก่หลายร้อยตัว ปกตินางเลี้ยงเพื่อขายไข่ แต่การฟักออกมาเป็ตัวขายได้ราคาดีกว่า นางจึงมาถามหลานสาว ว่า้าเลี้ยงหรือไม่
“ห้าอีแปะ ไม่ถูกไปหรือเ้าคะ ไข่ฟองละหนึ่งอีแปะ กว่าท่านจะฟักมันออกมาเป็ตัวต้องใช้เวลาไม่น้อย บางฟองอาจจะเสียไม่ออกมาเป็ตัวด้วยซ้ำ ข้าว่าราคาสิบอีแปะกำลังดีนะเ้าคะ” ถังหลี่มี่ไม่อยากเอาเปรียบท่านป้า
“ไม่ลำบากเลย! เ้าต้องเลี้ยงต่ออีกสองเดือน หากจะเลี้ยงให้ทั้งอ้วนและโตเร็ว เ้าต้องซื้ออาหารมาให้มันเพิ่ม ข้าว่าราคานี้เหมาะสมแล้ว เราไม่ใช่ใครอื่น ข้าเป็ท่านป้าของเ้านะ!” เหยาซื่อไม่หวังกำไรเกินควรกับหลานสาว
“เช่นนั้น ข้าขอบคุณท่านป้าที่เมตตาข้าและน้องสาวมาโดยตลอด” ถังหลี่มี่คาระวะท่านป้าเหยา เมื่อนึกถึงสิ่งดี ๆ ที่ท่านป้าทำให้ นางพูดออกไปอย่างไม่ลังเลว่า “หากมีโอกาส ข้าต้องตอบแทนบุญคุณท่านไม่ต่างจากมารดาเลยเ้าค่ะ”
“เด็กคนนี้คิดมากไปได้ ป้าไม่หวังให้เ้ามากตัญญู ความเอ็นดูของข้า เ้าอย่าได้เก็บไปเป็หนี้บุญคุณ จริงซิ! ท่านลุงเ้าได้ข่าวมา บอกว่ามารดาเ้าไม่ได้อยู่บ้านเดิมแล้ว เ้าทราบเื่นี้หรือไม่? ป้าไปถามป้าสะใภ้ใหญ่เ้า นางเฉไฉหลีกเลี่ยงไม่ยอมบอก”
“ท่านป้า เื่นี้ท่านอย่าเพิ่งบอกใคร ความจริงแล้วท่านแม่ถูกป้าสะใภ้ใหญ่ขายที่โรงค้าทาสเ้าค่ะ” ถังหลี่มี่พูดจบประโยค ท่านป้าเหยาอ้าปากตากค้าง
“์! รังแกกันเกินไปแล้ว ไม่นึกเลย คนหน้าตาใสสื่ออย่างป้าสะใภ้เ้าจะเป็คนใจคด ขายน้องสามีแลกเงิน รู้ทั้งรู้ว่าคนที่ถูกขายเป็บ่าวมีชีวิตไม่ต่างจากสัตว์! ไม่ได้การ! เราจะช้าไม่ได้ ป้าจะไปไถ่ตัวแม่เ้า บ่าวที่ถูกซื้อต้องใช้เวลาอบรมสั่งสอน คาดว่าตอนนี้คงยังไม่ถูกซื้อตัวไป” เหยาซื่อหันหลัง เตรียมจะไปตามหาสหายรักที่โรงค้าทาสในอำเภอ
“ท่านป้า!” ถังหลี่มี่รีบหยุดท่านป้าเหยา นางกระซิบข้างหูว่า “ข้าไถ่ตัวท่านแม่ออกมาแล้วเ้าค่ะ”
“จริงรึ!” ท่านป้าเหยาตาโตอ้าปากกว้าง นางหอบหายใจแรงหลายครั้งด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น
“ท่านป้าอย่าส่งเสียงดังเ้าค่ะ เผื่อซื่อเหนียงกับถังรั่วแอบฟังอยู่” ถังหลี่มี่ยกนิ้วขึ้นมาจุ๊ปาก บ้านของนางกับบ้านใหญ่อยู่แทบจะเรียกได้ว่าติดกัน หลายครั้งที่ความลับรั่วไหลออกไปถึงหูซื่อเหนียง นางและถังลี่อิงจึงระวังตัว เวลาต้องพูดเื่สำคัญ
“ป้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่… เ้ารู้ได้อย่างไรว่าแม่เ้าถูกขาย แล้วไถ่ตัวกลับมาได้เร็วปานนี้ ค่าไถ่ตัวน่าจะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เ้ายังมีเหลือทำทุนค้าขายอยู่หรือไม่! ไม่พอก็มาบอกป้า เื่เกรงใจเลิกคิดมันไปเถอะ” พอเหยาซื่อรู้ว่าสหายปลอดภัยก็รู้สึกโล่งอก นางโพล่งคำถามที่อยู่ในใจออกมาจนหมด
ถังหลี่มี่มองท่านป้าด้วยความซาบซึ้ง “ท่านป้ารัวคำถามใส่ข้าแบบนี้ ข้าเลือกตอบเท่าที่จำคำถามได้นะเ้าคะ ข้าไปไถ่ตัวท่านแม่ท่านเพราะเสี่ยวสือวิ่งมาตามเ้าค่ะ เกือบพลาดไปแล้ว บ่าวจวนนายอำเภอกำลังจะซื้อท่านแม่ ดีที่เ้าของโรงค้าทาสมีจิตใจเมตตา นางช่วยออกกลอุบายจนข้าไถ่ตัวท่านแม่ออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนเื่เงิน ท่านป้ายังต้องกังวลอีกหรือเ้าคะ?” ถังหลี่มี่จงใจมองตะเกียงไฟมากมายในบ้าน สื่อให้ท่านป้าเหยารู้ว่าเื่เงิน นางมีทางออกแล้ว
“์ช่างเมตตา หากแม่เ้าถูกซื้อตัวไป หลี่มี่เอ๋ยเ้าก็ไม่ต่างจากกำพร้าทั้งบิดามารดาแล้ว” จวนนายอำเภอมีทั้งเงินและอำนาจ หากบ่าวในเรือนไม่ทำผิดร้ายแรงจริง จะไม่ถูกขายออกมา และบ่าวที่ทำผิดในจวนผู้มีอำนาจนั้น แทบไม่มีใครมีลมหายใจออกมา
“โชคดีจริง ๆ เ้าค่ะ ข้าเองยังใจสั่นอยู่เลย ตอนที่บ่าวของจวนนายอำเภอคนนั้นทำท่าจะซื้อตัวท่านแม่ให้ได้”
“เฮ้อ คนพวกนี้ ทั้งนายทั้งบ่าวล้วนเอาแต่ใจ ภาษีที่เรียกเก็บ ลุงเ้าว่าปีหน้าอาจจะเก็บเป็รายเดือน หากเป็เช่นนั้น คนจนตาดำ ๆ อย่างพวกเราจะอยู่กันอย่างไร ทุกวันนี้ภาษีที่ต้องจ่ายก็สิบชักสามแล้ว มิหนำซ้ำยังไม่หักค่าต้นทุนของพวกเรา อำนาจอยู่ในมือคนโลภ พวกเราก็อยู่กันยาก!” ท่านป้าเหยายังกังวลเื่ภาษีแบบใหม่ ที่มีข่าวออกมาว่าจะเรียกเก็บเป็รายเดือน
“เก็บเป็รายเดือน! ท่านป้า เหตุใดข้าถึงคิดว่าเกาะของพวกเราเริ่มคล้ายถูกปกครองโดยโจรสลัดเข้าไปทุกที!” ถังหลี่มี่แทบไม่อยากเชื่อหู หากคนที่พูดไม่ใช่ท่านป้าเหยาภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน นางคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เกาะที่ปกครองโดยโจรสลัดนั้นมีอยู่ไม่น้อย นางเคยได้ยินนักเล่านิทานเล่าประสบการณ์ที่เคยไปเกาะเ่าั้ว่า ผู้คนถูกกดขี่จากค่าคุ้มครองที่สูงลิ่ว แต่นั่นก็แลกมาด้วยความคุ้มครองจากการรุกรานของทางการแคว้นต่าง ๆ
ต้องยอมรับว่าทุกแห่งหนมีทั้งคนดีและคนเลว หากอำนาจอยู่ในมือคนชั่ว พวกเขาสามารถทำทุกอย่างไม่สนชีวิตใคร พอมีคนต่อต้านก็จะถูกกฎของแต่ละแคว้นเล่นงานอย่างไม่เป็ธรรม คนที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่ออยู่เกาะของพวกโจรสลัด ส่วนใหญ่เป็พวกนักโทษหลบหนีจากหลากหลายแคว้น
“โจรสลัดกับขุนนางแตกต่างกันแค่ชุดกับป้ายห้อยเอว ลุงของเ้าว่าบางเกาะของโจรสลัดแทบไม่เก็บค่าคุ้มครองเลยด้วยซ้ำ!” คิดแล้วท่านป้าเหยาก็อยากย้ายบ้านเกิดไปอยู่ที่อื่น นางเป็พวกไม่ชอบทนกับความไม่เป็ธรรม
E-Book
เล่ม 1
http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MjUyOTAxO30
เล่ม 2 (จบ)
http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MjUyOTAyO30