Secret Dungeon

ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก

! ปึ้งงง
เสียงของพลังงานที่แตกกระจายออกมาจากการปลดล็อคทางขึ้นชั้น 5 ดังขึ้น พร้อมกับการเดินขึ้นมาของชายสวมเกราะหนักที่ดูพิเศษกว่าคนสวมเกราะคนอื่นสวมใส่กัน เพียงแต่เกราะส่วนหัวไม่ได้ถูกสวมเอาไว้ แสดงให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคน ที่ดูแล้วจะมีตำแหน่งที่สูงกว่าและเกราะที่ดูเหมือนจะมีคุณภาพดีกว่า
"ท่านลุง...." ดีลอยท์เรียกหา เขารู้ว่าเป็นลุงของเขาตั้งแต่ได้ยินเสียงเกราะหนักกำลังเดินขึ้นมา ถึงแม้เขาจะไม่ได้บอกเรื่องนี้กับลุง แต่ลุงของเขาเป็นคนฉลาดและมักจะอ่านใจเขาได้เสมอ การที่เห็นลุงมาเช่นนี้ทำให้ใจของเขารู้สึกข่มขื่น แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่จะไม่มีชีวิตรอดออกไป
"ดีลอยท์ ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว ใครทำเจ้าเป็นแบบนี้กัน.........." ผู้ที่ถูกเรียกว่าลุงเดินเข้าหาดีลอยท์ก่อนจะพูดขึ้น หลังจากนั้นถึงหันมามองทางหลินและรูบี้
ดีลอยท์ที่ได้ยินคำพูดของลุง เริ่มรู้สึกว่าผิดปกติ ปกติลุงเขาไม่ใช่คนพูดมากเช่นนี้
"พวกเจ้าต้องรวมหัวกันกลั่นแกล้งหลานของข้ากันขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ถ้าหลานของข้าไม่บอกให้รู้เรื่องหน้าว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สิ่งที่ข้าเห็นคงจะเป็นร่างที่ไร้ชีวิตของเขาสินะ" ลุงของดีลอยท์ยังคงพูดต่อ ท่าทางของเขาดูโกรธอย่างมาก
"ท่านพูดอะไร เป็นหลานของท่านที่คิดจะทำร้ายข้า" รูบี้ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรอยู่ แต่ทนไม่ไหวจึงพูดออกมา
"คุณหนูรูบี้ ท่านไม่ควรปกป้องคนมาใหม่ มันพยายามหลอกลวงท่านเพราะต้องการทำร้ายหลายชายข้า เมื่อวานที่ห้องรักษาหมอดิสกล่าวชื่นชมหลายข้าอยู่หลายคำ ทำให้คนมาใหม่ที่แอบชอบคุณหนูตั้งแต่พบกัน เกิดความไม่พอใจ คนที่อยู่ที่นั้นต่างดูออก เพราะเหตุนั้นดีลอยท์จึงมาบอกกับข้าไว้เสียก่อน เพราะนอกจากคนมาใหม่แล้ว คนบนยานไม่มีใครกล้าแตะต้องหลานชายข้าเด็ดขาด" ลุงของดีลอยท์เล่าเรื่องออกมาเป็นฉากๆ สีหน้าของเขาดูไม่เหมือนคนโกหกแม้แต่น้อย
"ท่าน............. ท่านแต่งเรื่องบ้าบออะไรออกมา เป็นหลานของท่านคิดจะทำอะไรข้า ยังคิดจะเอายาอะไรไม่รู้ให้ข้ากิน ถ้าไม่ได้พี่ชายช่วยเอาไว้ ข้าก็ไม่รู้..................." รูบี้เล่าออกมาอย่างร้อนรน ในขณะที่เธอไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดีนั้น ชายหนุ่มได้ยกมือให้เธอหยุด
"แล้วจะเอายังไงต่อ ? จะสู้ไหม ?" หลินกล่าวท้าทายออกมา สีหน้าของเขาเองก็แสดงออกว่าเริ่มไม่พอใจ
"โอ้ววว เจ้าคิดว่าเจ้ามีสัตว์เลี้ยงระดับกลางแล้วเจ้าจะท้าใครสู้ก็ได้อย่างงั้นเหรอ อย่าดูถูกคนอื่นมากเกินไปเด็กน้อย เหนือหัวของเจ้ายังคนที่พร้อมจะเหยียบย้ำจบลงไปบนสู่พื้นอีกมากมาย จนเจ้าคิดไม่ถึงทีเดียว"
"อย่างไรก็ตาม วันนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า ไว้ข้าพาหลานชายไปรักษาให้เรียบร้อย ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้กับท่านโนร่าฟังและให้ท่านเป็นคนตัดสินเรื่องทั้งหมด แล้วเราจะมาดูกันว่าใครกันแน่ที่พูดเรื่องจริง"
"ว่าไง เจ้าลุกไหวไหม ?" ชายวัยกลางคนหันไปทางหลานของตัวเอง
"พอ.....ไหวครับ" ดีลอยท์ตอบด้วยท่าทางทีสงบเสงี่ยมอย่างมาก
ในระหว่างที่ดีลอยท์กำลังลุกขึ้นยืนนั้น รูบี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินเดินเข้ามาชิดกับหลินและจับชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น หลินรู้สึกได้ถึงความกลัวจากรูบี้ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยืนอยู่ไกลออกไป แต่ความกลัวยังคงครอบงำจิตใจของเธออยู่ และความกลัวนี่เองที่ยากจะขจัดออกไป มีเพียงเวลาที่จะพอบรรเทาความกลัวนี้ได้
แต่คำถามคือ ? เมื่อไหร่ล่ะที่ความกลัวนี้จะหายไปจากจิตใจของเธอ ? มันจะต้องใช้เวลานานขนาดไหน ? ตลอดชีวิต ?
"ท่านไปได้ แต่เขาจะต้องอยู่ที่นี่" หลินยกมือขึ้นไปเบื้องหน้า ก่อนที่ดาบเล่มสีฟ้าจะปรากฏขึ้นบนมือของเขาและชี้ตรงไปที่ดีลอยท์
"อย่าให้มันมากเกินไป เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นแขกของท่านผู้นำแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรเจ้าอย่างงั้นรึ" ชายวัยกลางคนพูดออกมาเสียงดัง หมายที่จะข่มขู่อีกฝ่าย
ดีลอยท์เห็นดาบชี้มาที่ตัวเอง ทำให้เขาหวาดกลัวอย่างยิ่ง การยืนปกติก็ไม่มั่นคงอยู่แล้วทำให้เขาต้องล้มลง
"พี่ชาย.............ท่าน............." รูบี้อยากจะบอกพี่ชายตรงหน้าไม่ให้สู้กับอีกฝ่าย ถึงแม้เธอจะไม่รู้จัก แต่ก็เคยเห็นหน้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะชุดเกราะที่สวมใส่ทำให้เธอรู้ว่าเขามีสถานะอะไร และมีความแข็งแกร่งขนาดไหน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าพี่ชายตรงหน้าเธอนั้นจะเอาชนะอีกฝ่ายได้ไหม หากเลือกที่จะไม่สู้ได้ บางที.............อาจจะดีกว่า
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกลัวนะ อยู่กับเจ้ามังกรน้อยเอาไว้ มันจะคอยปกป้องรูบี้ ส่วนคนพวกนั้นเดี๋ยวคนที่ถูกเรียกว่าพี่ชายคนนี้.................จะจัดการให้เอง" หลินมองไปที่เด็กสาว เมื่อสบตากัน เขาจึงใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบหัวรูบี้อย่างอ่อนโยน ส่วนแขนอีกข้างยังคงถือดาบมาวันและชี้ออกไปในทิศทางที่พร้อมจะต่อสู้
ในชีวิตนี้เขาไม่เคยมีน้องสาว หากมี การมีน้องสาวจึงจะสามารถให้ความรู้สึกเช่นนี้ได้สินะ........
ความรู้สึกที่อยากจะปกป้อง.......... ถึงแม้จะเหลือแค่เพียงวิญญาณก็ยังคงอยากปกป้องน่ะ..............